- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 685 เจ้าช่างไร้หัวใจ!
ตอนที่ 685 เจ้าช่างไร้หัวใจ!
ตอนที่ 685 เจ้าช่างไร้หัวใจ!
คลอเดียออกไปช่วยไอร่าตามหาหยุนฮุ่ย ไข่น้อยเองก็ไม่ยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เธอขยับปีกบินตามไปด้วย
แม่ลูกช่วยกันค้นหาทั่วทั้งบริเวณ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของหยุนฮุ่ย
สุดท้ายพวกเธอไม่มีทางเลือก จึงไปหาเจโรมและให้เขาเรียกทหารที่ลาดตระเวนมาสอบถามว่ามีใครเห็นหยุนฮุ่ยหรือไม่
ทหารคนหนึ่งกล่าวว่า “ตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ข้าเห็นเขายืนคุยกับอากุ้ย พวกเขาอยู่ไกล ข้าเลยไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน”
ไอร่ารีบถาม “แล้วตอนนี้อากุ้ยอยู่ที่ไหน?”
“เขาน่าจะอยู่ที่ตำหนักของท่านหญิงซิวหุ้ย”
ไอร่ารีบลงจากภูเขาและเดินไปยังวิหารอย่างรวดเร็ว ทว่า ระหว่างทางกลับเกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน สายฝนเทลงมาไม่ทันให้ตั้งตัว ทำให้ไอร่าเปียกโชกในพริบตา
คลอเดียรีบดึงแม่ไปหลบฝนใต้ชายคาข้างถนน
ไข่น้อยก็เหมือนพ่อของเธอที่เกลียดน้ำมาก
เธอนอนซุกอยู่บนไหล่ของไอร่า ก้มลงจัดขนที่เปียกของตัวเอง พลางบ่นงึมงำ “อากาศบ้าอะไรเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็ฝนตก ไม่เห็นให้สัญญาณล่วงหน้าเลย”
คลอเดียอดขำไม่ได้ “แล้วฟ้าต้องมาบอกเจ้าก่อนด้วยหรือไงว่าจะตกฝน?”
ไข่น้อยสะบัดหน้า “ถ้าไม่แจ้งล่วงหน้า ก็ต้องเตือนกันบ้างสิ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นกึกก้อง สายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางท้องฟ้ายามราตรี!
ไข่น้อยสะดุ้งเฮือก ก่อนจะกระโจนเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมกอดของแม่ทันที
ไอร่าลูบหัวปลอบลูกสาวที่ตกใจ ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า “หรือว่าฤดูฝนจะมาแล้ว?”
“ถ้าคิดตามเวลา ตอนนี้ก็น่าจะใกล้เข้าสู่ฤดูฝนแล้วจริง ๆ” คลอเดียพูดอย่างกังวล “ข้าไม่รู้ว่าพ่อ ๆ ของข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง”
ฝนตกหนักแบบนี้ เส้นทางของเชร์และพวกเขาคงลำบากไม่น้อย ขอให้พวกเขากลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยเถอะ
ฝนยังคงตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ไอร่าหยิบเสื้อกันฝนออกมาจากมิติของเธอ และแบ่งให้คลอเดียตัวหนึ่ง จากนั้นทั้งสองก็สวมเสื้อกันฝนแล้วออกวิ่งฝ่าสายฝนไปยังวิหาร
โชคดีที่วิหารอยู่ไม่ไกลนัก
พวกเธอรีบวิ่งเข้าไปด้านในและถอดเสื้อกันฝนออก บริวารเทพคนหนึ่งเห็นพวกเธอก็รีบเข้ามาต้อนรับ
“ท่านหญิงไอร่า พระชายา เหตุใดพวกท่านจึงมาที่นี่?”
ไอร่าพูดตรง ๆ “เรามาหาอากุ้ย”
“เขาอยู่บนชั้นสองเพคะ”
ไอร่าและคลอเดียส่งเสื้อกันฝนให้บริวารเทพนำไปแขวน ก่อนจะเดินขึ้นบันไดที่สร้างจากหยกเสียงไปยังชั้นสอง
เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ภายนอก ขณะที่เสียงดนตรีอ่อนหวานของขั้นบันไดหยกเสียงดังกังวานไปทั่วภายในวิหาร ทั้งสองเสียงนี้ขับเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
อากุ้ยกำลังสนทนากับซิวหุ้ย เมื่อไอร่าและคลอเดียปรากฏตัวขึ้น เขาก็ตกใจไม่น้อย
พวกเขาเผชิญหน้ากันโดยบังเอิญ
อากุ้ยแปลกใจ “พวกท่านมาทำอะไรที่นี่?”
ไอร่ารีบพูดถึงจุดประสงค์ของเธอ “เรามาหาเจ้า”
“มาหาข้า?” อากุ้ยชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องเธอด้วยสายตาคาดหวัง “หรือว่าท่านยอมเปลี่ยนใจ และอยากพิจารณาข้าขึ้นมาแล้ว?”
“ขอโทษ ข้าไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าความเป็นเพื่อนปกติกับเจ้า”
แววตาของอากุ้ยหม่นลง แต่เขาก็ยังคงจับจ้องเธอ “เจ้าช่างใจร้าย”
ไอร่าไม่มีเวลามาเสียเวลากับเขามากนัก เธอจึงรีบถามเข้าเรื่องทันที “ข้ามาถามว่าเจ้าเห็นหยุนฮุ่ยบ้างไหม?”
“เจ้าหมายถึงชายหนุ่มที่มักติดตามเจ้าตลอดใช่หรือไม่?”
ไอร่าพยักหน้า “ใช่”
“เขามาหาข้าตอนบ่าย”
ไอร่ารีบถาม “ทำไม?”
อากุ้ยกระตุกมุมปากคล้ายจะยิ้มเยาะ “เขามาเตือนข้าว่าอย่าคิดแตะต้องเจ้าอีก”
“แล้วจากนั้นล่ะ?”
“ข้าคิดว่าเขาประสาทเสียไปเอง เลยไม่สนใจเขา แล้วเขาก็เดินจากไป”
“แล้วเจ้ารู้ไหมว่าเขาไปไหน?
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง?” อากุ้ยยกมือขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าไม่รู้จักเขาแต่แรกอยู่แล้ว อยู่ดี ๆ ก็มาหาถึงที่เพื่อเตือนข้า ข้าไม่ต่อว่าใส่เขาก็นับว่าให้หน้ามากแล้ว แล้วทำไมข้าต้องสนใจด้วยว่าเขาไปไหน?”
สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผล แต่ไอร่ายังไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ “หลังจากแยกกันแล้ว เจ้าจำได้ไหมว่าเห็นเขาเดินไปทางไหน?”
“ข้าคิดว่าไปทางภูเขาด้านหลัง”
ภูเขาด้านหลังเป็นป่าต้นไผ่ มีซากศพฝังอยู่มากมาย บริเวณนั้นถือเป็นสุสานของเมืองหิน ปกติแล้วที่นั่นจะดูวังเวงแม้ในตอนกลางวัน น้อยคนนักจะไปหากไม่จำเป็นจริง ๆ
ไอร่าขมวดคิ้วสงสัย “ทำไมหยุนฮุ่ยถึงไปที่นั่น?”
“ข้าไม่รู้”
ไอร่าอยากไปดูที่ภูเขาด้านหลังด้วยตัวเอง แต่ฝนยังตกหนัก แถมระยะทางจากที่นี่ไปที่นั่นก็ไกลพอสมควร หากฝืนเดินไปตอนนี้คงเป็นอันตรายไม่น้อย
คลอเดียปรึกษากับเธอ “รอให้ฝนหยุดก่อนเถอะ”
ไอร่าถอนหายใจ “ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”
พวกเธอตั้งใจจะกลับบ้าน แต่ถูกอากุ้ยขวางไว้ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ไอร่าไม่ละสายตา
“ฝนตกหนักแบบนี้ พวกเจ้าจะเดินกลับไปมันอันตรายเกินไป อยู่พักที่นี่ก่อนเถอะ รอให้ฝนซาก่อนค่อยไป”
ไอร่าแตะขนเปียกชื้นของไข่น้อย ลูกสาวของเธอขดตัวอยู่ในอ้อมแขน ดูอิดโรยและเหมือนจะเป็นหวัด
เธอเอ่ยถาม “ขอชาร้อนสักหน่อยได้ไหม?”
ซิวหุ้ยรีบสั่งให้บริวารเทพไปต้มน้ำทันที
ไม่นาน บริวารก็นำน้ำร้อนมาให้ ไอร่าใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำอุ่นแล้วค่อย ๆ เช็ดตัวให้ไข่น้อย
ไออุ่นจากน้ำช่วยให้ไข่น้อยดีขึ้นเล็กน้อย
ไอร่าให้คนไปนำเตาผิงมา เธอนั่งลงข้างเตาอุ้มไข่น้อยไว้ในอ้อมแขน เปลวไฟอบอุ่นช่วยให้ร่างกายของพวกเธอคลายหนาว ไข่น้อยซุกตัวแน่นขึ้นในอ้อมแขนของแม่ก่อนจะค่อย ๆ หลับไป
คลอเดียเปิดหน้าต่างแล้วชะโงกหน้ามองออกไป
“ฝนยังตกหนักอยู่เลย ดูท่าคืนนี้คงไม่หยุดง่าย ๆ”
ไอร่าขมวดคิ้ว สีหน้าดูเคร่งเครียด
ซิวหุ้ยเดินเข้ามาพร้อมถาดที่มีซุปอุ่น ๆ “ข้าจัดห้องรับรองไว้ให้พวกเจ้าแล้ว ไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอให้พวกเจ้านอนพักได้”
“ขอบคุณมาก!”
“ไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่แต่เดิมก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว ข้าเพียงแค่พักอยู่ชั่วคราว อีกไม่กี่วันก็ต้องย้ายออกแล้ว”
ซิวหุ้ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับไม่แยแสที่ตำแหน่งนักบวชสูงสุดของเธอถูกช่วงชิงไป
แต่หลังจากได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันช่วงนี้ ไอร่าก็ไม่กล้าประมาทเธอแม้แต่น้อย
เธอไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ลูบหัวลูกสาวคนเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนเบา ๆ
ซิวหุ้ยวางถ้วยซุปลงบนโต๊ะ “ข้าสั่งให้ทำซุปนี้ขึ้นมา ดื่มสักหน่อยก่อนจะหิว”
พูดจบก็ยื่นชามซุปให้คลอเดีย
คลอเดียลองจิบดู รสชาติธรรมดา แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้กิน
เธอดื่มหมดชามอย่างรวดเร็ว
ซิวหุ้ยยื่นชามซุปอีกชามให้ไอร่า “เจ้ากินด้วยสิ”
ไอร่าส่ายหน้า “ข้าไม่ค่อยอยากกิน วางไว้ก่อนเถอะ”
“เจ้าควรกินบ้าง ไม่อย่างนั้นจะเสียสุขภาพ”
ไอร่ายังคงปฏิเสธ
สุดท้าย ซิวหุ้ยทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เก็บชามซุปวางคืนลงบนโต๊ะ