- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 672 ข่าวดี
ตอนที่ 672 ข่าวดี
ตอนที่ 672 ข่าวดี
ตลาดทั้งหมดมีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ถึงเก้าถนน
ถนนทั้งเก้านั้นตัดผ่านกันไปมา ทำให้ภูมิประเทศซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่คุ้นเคยกับที่นี่ คงหลงทางแน่นอน
ไอร่าอดไม่ได้ที่จะถาม “ทำไมต้องออกแบบให้ซับซ้อนขนาดนี้? ถ้ามีคนนอกมาเดินซื้อของแล้วหลงล่ะ?”
อากุ้ยชี้ไปที่ร้านค้าเล็ก ๆ ริมถนน “ทุกร้านขายแผนที่ หากใครหลงทางก็สามารถซื้อแผนที่หนังสัตว์จากร้านค้าเหล่านี้ได้ แผนที่แสดงโครงสร้างของถนนและร้านค้าทั้งหมดในตลาด แม้แต่คนโง่ก็ยังหาทางออกได้”
“แผนที่ต้องเสียเงินซื้อหรือ?”
“แน่นอน เราก็ต้องหาเงิน แผนที่หนึ่งแผ่นราคาเพียงหนึ่งศิลาไร้สี ราคายุติธรรมดี”
ไอร่าอดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก “ราคานี้ไม่ถูกเลยนะ”
“เพราะอย่างนั้น บ่อยครั้งสัตว์อสูรหลายตัวก็จะรวมกันซื้อแผนที่แผ่นเดียวแล้วช่วยกันออกเงิน”
พอเป็นเช่นนี้ก็ดูสมเหตุสมผล ไอร่าอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ใครเป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมาเนี่ย? เก่งเรื่องทำเงินจริง ๆ”
“ข้าเอง!” อากุ้ยเชิดคางขึ้นและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
ขณะที่เดินไป ไอร่ากล่าวว่า “แผนที่ของเจ้าคงขายได้ไม่นานนักหรอก สุดท้ายแล้วพอทุกคนคุ้นกับเส้นทางก็คงไม่มีใครซื้อแล้ว”
“นั่นก็ไม่แน่เสมอไป ตลาดแห่งนี้ไม่มีร้านค้าถาวร ทุกไตรมาสจะมีการคัดกรองและประเมิน ร้านค้าที่มีชื่อเสียงไม่ดีหรือไม่สามารถจ่ายค่าเช่าได้จะถูกเคลียร์ออก แล้วก็จะมีพ่อค้าชุดใหม่เข้ามาแทน ด้วยวิธีนี้ ร้านค้าจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ต้องทำแผนที่ใหม่อยู่เสมอ”
ไอร่าต้องยอมรับอีกครั้งว่าเขามีหัวการค้าอย่างแท้จริง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แผนที่ก็ถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่น้อย
พวกเขาเดินเที่ยวครึ่งวัน จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มตกดิน คลอเดียฝึกเสร็จและออกจากค่ายทหาร แล้วเดินทางไปตลาดเพื่อหาไอร่า
ไอร่าบอกลาอากุ้ย และเดินทางกลับไปยังภูเขาหินพร้อมกับคลอเดีย
เมื่อกลับถึงบ้าน ไอร่าลงมือทำอาหารเย็น โดยมีคลอเดียช่วย
คลอเดียถามขึ้นลอย ๆ “ช่วงบ่ายเป็นไงบ้าง? สนุกไหม?”
“ก็ดีนะ เมืองหินดูพัฒนาไปมากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”
“ท่านพ่อบอกว่าตราบใดที่เมืองหินแข็งแกร่งพอ นครรัตติกาลก็จะไม่กล้ารังแกพวกเราอีก”
เมื่อพูดถึงนครรัตติกาล ไอร่าอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ช่วงหลายปีที่ผ่านมาพวกเขายังมารังแกพวกเจ้าอยู่หรือเปล่า?”
“พวกเขาอาจจะกลัวอำนาจของเมืองหิน จึงไม่กล้าก่อเรื่องโจ่งแจ้ง แต่ก็ไม่เคยหยุดเล่นตุกติกอยู่ในเงามืด มักจะหาทางกลั่นแกล้งพวกเราอยู่เสมอ ข้าชินเสียแล้ว ไม่อยากเสียเวลาสนใจ”
“อย่าประมาทศัตรู ถึงตอนนี้พวกเขาจะยังไม่ลงมือทำอะไรรุนแรง แต่ก็อาจจะกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ ทางที่ดีควรระวังไว้”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
มื้อเย็นเป็นบะหมี่ในน้ำซุปไก่หอมกรุ่น เส้นบะหมี่นุ่มอร่อย รสชาติเยี่ยม แม้แต่คลอเดียและหยุนฮุ่ยที่ไม่ชอบกินผัก ยังอดไม่ได้ที่จะซัดไปคนละชามใหญ่
หลังจากกินอิ่มแล้ว ทุกคนก็กลับเข้าห้องพักผ่อน
ไอร่านอนลงบนเตียง หยิบวงล้อจักรกลออกมา แล้วหลับตาเข้าสู่พื้นที่เรียนรู้
ครั้งนี้ ทันทีที่เข้ามาในพื้นที่ เธอก็เห็นเจ้าตัวน้อยกำลังหลับอยู่บนเก้าอี้โยก เสื้อคลุมผ้าไหมฉลามสีขาวของเขาลากยาวลงไปกองกับพื้น เส้นผมสีทองยาวสลวยพันกันยุ่งเล็กน้อย เมื่อรวมกับใบหน้าหล่อเหลา มองดูราวกับเซียนที่ก้าวออกมาจากภาพวาด
ไอร่ารีบพุ่งเข้าไปกอดเขาแน่น
“เจ้าตัวน้อย!”
เจ้าตัวน้อยกำลังหลับสบาย แต่กลับถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้กลิ้งตกจากเก้าอี้โยกลงไปกองกับพื้น
ออร่าของเซียนสลายไปในพริบตา
เขากัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “ไอร่า! เจ้าคิดจะทำให้ข้าตกใจตายหรือไง?!”
ไอร่ายิ้มหน้าด้าน “ข้าแค่จะให้เจ้าประหลาดใจ!”
“ข้ามีแต่ตกใจ ไม่มีความสุขเลยสักนิด!”
ไอร่ายื่นมือไปจี้รักแร้ของเขา “ก็ดีแล้วนี่!”
เจ้าตัวน้อยมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ข้าไม่จั๊กจี้”
เห็นเขาไม่มีปฏิกิริยา ไอร่าจึงต้องหดนิ้วกลับอย่างเสียดาย “เป็นระบบที่ไร้ความสนุกจริง ๆ”
“เจ้ามาที่นี่ตอนกลางคืนแทนที่จะนอนหลับทำไม?”
“ข้ามาเรียนรู้” ไอร่ากะพริบตาปริบ ๆ ทำหน้าตาไร้เดียงสาสุด ๆ
เจ้าตัวน้อยยังคงไร้อารมณ์ “ถ้าอยากเรียนก็เรียนไป ทำไมต้องมารบกวนข้าด้วย?”
“ข้ารบกวนเจ้าตอนไหน? ข้าแค่อยากเข้าใกล้เจ้า”
“วิธีเข้าใกล้ของเจ้ามันน่ากลัวเกินไป ครั้งหน้าขอแบบนุ่มนวลหน่อยได้ไหม?”
“ก็ได้”
เจ้าตัวน้อยสะบัดแขนเสื้อ “อยากเปิดประตูไหนก็เปิดไป ข้าจะนอนแล้ว อย่ามารบกวนข้าอีก”
ไอร่ารีบคว้าแขนเขาไว้ “ข้าไม่รู้ว่าประตูไหนสอนเกี่ยวกับการแพทย์ บอกข้าหน่อยสิ”
“เจ้าจะเรียนการแพทย์ไปทำไม?”
“เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้กำเนิดบุตรไม่ได้ ข้าอยากศึกษาวิชาแพทย์เพื่อดูว่าพอจะรักษาพวกเขาได้ไหม”
แต่เจ้าตัวน้อยกลับกล่าวว่า “พวกเขาให้กำเนิดบุตรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะป่วย แต่เป็นเพราะคำสาป ต่อให้เรียนการแพทย์ก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าช่วยพวกเขาไม่ได้หรอก”
“คำสาปอะไร?”
“ครั้งหนึ่งในเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์เคยเกิดความขัดแย้งขึ้น สัตว์อสูรแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเพราะปัญหาต่าง ๆ จนสุดท้ายเกิดสงครามกลางเมือง ฝ่ายที่พ่ายแพ้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ก่อนตาย พวกเขาได้สาปแช่งฝ่ายตรงข้ามว่าจะไม่มีลูกหลานอีกต่อไป เดิมทีไม้ศักดิ์สิทธิ์ยังสามารถช่วยลดพลังคำสาปได้ แต่ตอนนี้มันเหี่ยวแห้งไปแล้ว”
เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สูญเสียการคุ้มครองจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่สามารถต้านทานคำสาปได้ ทำให้ไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้อีก
ไอร่าถาม “ไม่มีทางแก้คำสาปเลยหรือ?”
“คำสาปนี้ถูกร่ายขึ้นโดยใช้เลือดและจิตวิญญาณของพวกเขาเป็นเครื่องสังเวยก่อนตาย หากต้องการถอนคำสาป จะต้องใช้เลือดและจิตวิญญาณในปริมาณเท่ากันเป็นเครื่องสังเวยแลกเปลี่ยน และผู้ที่ช่วยถอนคำสาปอาจถูกย้อนกลับจนร่างกายแหลกสลายไร้ชิ้นดี”
ไอร่าขมวดคิ้ว “นี่มันลำบากจริง ๆ”
“ข้าแนะนำให้เจ้าถอยออกจากเรื่องนี้ พวกเขาต้องชดใช้กรรมของตัวเอง ไม่มีใครช่วยได้”
“แต่ข้ารับปากไปแล้วว่าจะช่วยพวกเขา แม้จะไม่ได้รับประกันว่าจะทำสำเร็จ แต่หากข้าไม่ลองเลย มันก็ดูไม่สมเหตุสมผล”
เจ้าตัวน้อยล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และพูดขึ้นช้า ๆ “งั้นเจ้าก็ค่อย ๆ คิดไปเถอะ อย่างไรเสีย ตราบใดที่คำสาปยังไม่ถูกถอน เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีวันมีทายาท”
ไอร่าใช้นิ้วจิ้มใบหน้าหล่อเหลา “เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าต้องเข้าไปเรียนการแพทย์ที่ประตูไหน!”
เจ้าตัวน้อยไม่แม้แต่จะเงยหน้า “อยู่ทางขวาของประตูที่เจ้าเคยเข้าไปเรียนตีเหล็ก”
“ท่านพ่อ ใจดีจังเลย~”
ไอร่ารีบวิ่งไปเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เจ้าตัวน้อยที่เหมือนจะหลับไปแล้ว ลืมตาขึ้นเล็กน้อย เหลือบมองประตูที่ปิดลง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าเด็กคนนี้จริง ๆ เลย…”