- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 671 ข้ายังไม่ตาย
ตอนที่ 671 ข้ายังไม่ตาย
ตอนที่ 671 ข้ายังไม่ตาย
ซิวหุ้ยได้แต่กลืนคำพูดของตัวเองลงไปก่อนจะยิ้มและกล่าวว่า “ข้าจะไปโกรธไอร่าได้อย่างไร? นางเป็นผู้ที่ไม้ศักดิ์สิทธิ์เลือก และเป็นผู้นำของเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ทุกคนต่างเชื่อฟังนาง”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อีกสักพักท่านช่วยรวบรวมเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้วแจ้งให้พวกเขาทราบว่าแม่กลับมาแล้ว เมื่อพ่อกลับมา เราจะจัดพิธีมหาปุโรหิตให้แม่”
ซิวหุ้ยพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม “ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”
ไอร่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “คราวนี้พวกเราพาเผ่าพฤกษาบางส่วนกลับมาด้วย พวกเขาจะตั้งรกรากอยู่ในเมืองหินในอนาคต”
ซิวหุ้ยแปลกใจ “เผ่าพฤกษา?”
“พวกเขาเป็นมนุษย์ที่วิวัฒนาการมาจากต้นไม้ วิถีชีวิตแตกต่างจากพวกสัตว์อสูรอย่างพวกเราโดยสิ้นเชิง แต่โดยรวมแล้ว พวกเขาอ่อนโยนและเข้ากับคนอื่นได้ง่ายกว่า”
“แล้วเจ้าจะจัดการกับเผ่าพฤกษาเหล่านั้นอย่างไร? เจ้าจะให้พวกเขาเป็นทาสหรือเปล่า?”
“แน่นอนว่าไม่” ไอร่ากล่าวหนักแน่น “ตั้งแต่เมืองหินเคยเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ พวกเราก็ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะไม่มีทาสที่นี่” ไอร่าเว้นจังหวะก่อนหันไปมองลูกสาวคนโต “กฎนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม?”
คลอเดียตอบกลับทันทีว่า “ไม่เคยเปลี่ยน”
ซิวหุ้ยกล่าวขอโทษ “ในอดีต เคยมีคนในทวีปอสูรนำเผ่าพันธุ์ใหม่จากภายนอกกลับมา ส่วนใหญ่พวกเขามักถูกขายเป็นทาส ข้าจึงคิดว่าเจ้าอาจจะ…”
“ข้าไม่สนว่าเผ่าอื่นจะทำอย่างไร แต่ที่เมืองหิน จะต้องไม่มีการค้ามนุษย์เด็ดขาด ทาสไม่มีสิทธิ์ปรากฏตัวที่นี่”
น้ำเสียงของไอร่าหนักแน่น ไม่มีที่ว่างสำหรับการต่อรอง
ซิวหุ้ยถามอย่างระมัดระวัง “ถ้า…มีคนแอบซื้อขายมนุษย์ในเมือง เจ้าจะจัดการอย่างไร?”
“หากเป็นการซื้อขายเพียงเล็กน้อย และมือของเขายังไม่เปื้อนเลือด เราจะขับไล่เขาออกจากเมืองหิน และห้ามกลับมาอีกตลอดชีวิต แต่หากมีการซื้อขายในปริมาณมาก และมีคนเสียชีวิตจากการกระทำของเขา บุคคลนั้นจะถูกประหารทันที!”
ซิวหุ้ยดูเหมือนจะนึกถึงบางสิ่ง ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว…”
ไอร่าหรี่ตามองนาง “เจ้ามีอะไรจะพูดหรือเปล่า?”
“ไม่มี ข้าแค่ถามไปเรื่อย ๆ เท่านั้น”
ซิวหุ้ยมองนาฬิกาทรายแล้วกล่าวว่า “ใกล้เที่ยงแล้ว อยู่ทานอาหารกลางวันกับข้าสิ อากุ้ยกำลังจะมาที่นี่ เขาต้องดีใจแน่ที่ได้เจอเจ้าอีกครั้ง”
เมื่อพูดถึงอากุ้ย ไอร่าก็รู้สึกว่าไม่ได้พบเขามานานมากแล้ว
“เขายังขี้อายเหมือนเดิมหรือเปล่า?”
ซิวหุ้ยหัวเราะเบา ๆ “อาการขี้อายนั้นดีขึ้นบ้างแล้ว แต่เขายังใจร้อนเหมือนเดิม แถมยังไม่มีคู่ครองเสียที”
“เขายังเด็กอยู่ รอไปอีกไม่กี่ปีก็ไม่เป็นไร”
“ข้าก็หวังเช่นนั้น”
อาหารกลางวันถูกจัดเตรียมไว้ที่ห้องรับรอง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารจากพืชผัก แต่เพื่อเอาใจคลอเดียและหยุนฮุ่ย พวกเขาได้เตรียมเนื้อสัตว์ไว้ด้วย
ซิวหุ้ยถอนหายใจ “อากุ้ยออกไปทำการค้าข้างนอกบ่อย ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดการค้าเกือบกว่าครึ่งทางฝั่งตะวันตกของเมือง ล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ตอนนี้อนาคตของเขาค่อนข้างสดใส หากพ่อแม่ของเขายังอยู่ คงจะโล่งใจมาก”
จากนั้น ซิวหุ้ยก็กล่าวขอบคุณไอร่าอีกครั้ง “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเจ้าที่แนะนำให้อากุ้ยไปเรียนรู้การค้ากับ เมย์เน่ ไม่เช่นนั้น ป่านนี้เขายังคงเป็นเด็กเหลวไหลอยู่”
ไอร่ายิ้ม “ข้าแค่ให้คำแนะนำ แต่ทั้งหมดเป็นเพราะความพยายามของอากุ้ยเอง”
และแล้ว…
อากุ้ยก็กลับมา
ตอนนี้เขาเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงาม สูงโปร่งและดูดี บางมุมยังพอเห็นเสน่ห์ของบีหวนในวัยหนุ่มได้ราง ๆ
ไอร่าอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจอีกครั้ง เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เด็กชายที่เธอจำได้ กลายเป็นชายหนุ่มสูงใหญ่เสียแล้ว
อากุ้ยทักทายซิวหุ้ย สายตาเหลือบไปมองคนอื่น ๆ ในห้องโดยไม่ตั้งใจ ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งอยู่ที่ไอร่า
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เจ้า…เจ้าคือไอร่าจริง ๆ หรือ!?”
ไอร่ายิ้มให้เขา “ตกใจใช่ไหม?”
มันช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ!
อากุ้ยไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า เขาจะได้พบไอร่าที่ยังมีชีวิตอยู่อีกครั้งในชีวิตนี้!
“เจ้าไม่ตายไปแล้วหรือ?”
“ข้ายังไม่ตาย มันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด” ไอร่าจึงเล่าทุกอย่างซ้ำอีกครั้งให้ซิวหุ้ยฟัง
อากุ้ยใช้เวลาอย่างมากในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่นางพูด แต่จิตใจของเขาก็ยังสับสนอยู่ดี “ข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้ว… ไม่คิดเลยว่ายังมีชีวิตอยู่ พระเจ้า เรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องล้อเล่นที่โหดร้ายเหลือเกิน”
ซิวหุ้ยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ “นั่งลงเถอะ กินไปคุยไป”
“โอ้”
ระหว่างมื้ออาหาร อากุ้ยก็ถามคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวของไอร่าหลังจากที่เธอแกล้งตาย
ไอร่าเล่าทุกอย่างที่สามารถเล่าได้ ส่วนเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ นางก็แต่งเรื่องขึ้นมาแทน
ไม่มีใครสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือโกหก
หลังจากกินอิ่มดื่มพอแล้ว นางก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ
ซิวหุ้ยกล่าวอย่างใส่ใจว่า “เจ้าพึ่งกลับมา คงยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่นี่ เจ้าสามารถให้ อากุ้ยพาเดินเที่ยวรอบเมือง โดยเฉพาะตลาดค้าขายทางฝั่งตะวันตกของเมือง เขารู้จักที่นั่นเป็นอย่างดี ถ้าเจ้าไปกับเขา เจ้าต้องได้ของดีราคาถูกแน่ ๆ”
ไอร่าโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็นไร ข้าไปกับคลอเดียได้ อากุ้ยไปทำธุระของเขาเถอะ”
“คลอเดียไปฝึกที่ค่ายทหารทุกวัน วันนี้ก็คงไปใช่ไหม?”
ซิวหุ้ยกับไอร่าหันไปมองคลอเดียพร้อมกัน
คลอเดียกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ข้าไม่ไปสักวันก็ไม่เป็นไร”
ไอร่าไม่อยากให้ลูกสาวคนโตเปลี่ยนแปลงกิจวัตรเพราะตัวนางเอง นางหวังให้คลอเดียใช้ชีวิตตามที่เธอปรารถนา
“เจ้าไปฝึกเถอะ ข้าจะให้ อากุ้ย กับเสี่ยวเอยไปเป็นเพื่อนข้า”
คลอเดียกังวล “ในเมืองมีคนมากมาย ถ้าเกิดอะไรขึ้น…”
“ไม่ต้องห่วง เสี่ยวเฮยแข็งแกร่งมาก ข้ามีเขาอยู่เคียงข้าง ยังไงข้าก็ไม่เป็นอันตรายแน่”
คลอเดียคิดว่าที่แม่พูดก็จริง หยุนฮุ่ยเป็นมังกร ย่อมมีพลังอันแข็งแกร่ง เว้นเสียแต่ว่าจะเจอผู้มีพลังระดับ 10 ดาวขึ้นไป ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ เมื่อมีหยุนฮุ่ยคุ้มครองนาง นางก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของแม่
“ก็ได้ ข้าจะไปฝึกที่ค่ายก่อน ท่านเที่ยวให้สนุกนะ เดี๋ยวข้าจะไปหาท่าน”
“ได้”
หลังจากพวกเขาลงมาชั้นล่าง พวกเขาก็เดินออกจากวิหารทีละคน
ที่หน้าวิหาร พวกเขาแยกย้ายกัน
คลอเดียไปค่ายฝึกตามลำพัง ส่วนไอร่าอุ้มไข่น้อยไปเดินเที่ยวพร้อมกับหยุนฮุ่ยและอากุ้ย
เมืองหินขยายตัวขึ้นหลายครั้งจนกลายเป็นเมืองใหญ่ พวกเขาไม่มีทางเดินเที่ยวจนทั่วภายในครึ่งวันแน่นอน หลังจากปรึกษาไอร่าแล้ว อากุ้ยจึงพาพวกเขาไปยังตลาดค้าขายทางฝั่งตะวันตกของเมือง
พ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทั้งทวีปอสูรมารวมตัวกันที่นั่น ที่นี่เป็นย่านที่คึกคักและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองหิน