เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 670 บ่วงแห่งโลภะ

ตอนที่ 670 บ่วงแห่งโลภะ

ตอนที่ 670 บ่วงแห่งโลภะ


คลอเดียยังคงคิดอยู่ว่าจะอธิบายเรื่องการกลับมาของไอร่าอย่างไรดี แต่ซิวหุ้ยก็เห็นใบหน้าของไอร่าเสียแล้ว

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คลอเดียก็ตัดสินใจพูดออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า

“แม่ยังไม่ตาย แม่กลับมาแล้ว”

ซิวหุ้ยลุกขึ้นยืน จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง “เธอเป็นไอร่าจริง ๆ เหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ

ตอนนี้ในห้องมีเพียงพวกเขาห้าคนเท่านั้น และทุกคนก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน จึงไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก ไอร่าจึงค่อย ๆ ถอดหมวกที่มีผ้าคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าของเธอเต็ม ๆ

เธอยิ้ม “ข้าเอง”

ผิวของเธอขาวราวหิมะ ราวกับมีแสงสีขาวอ่อนโยนเปล่งประกายรอบตัว เธอมีใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ แม้แต่ซิวหุ้ยซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ยังต้องยอมรับว่าเธอสวยมาก

ซิวหุ้ยมองเธออยู่นาน ก่อนจะพูดอย่างเลื่อนลอยว่า “ผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว แต่เจ้าก็ยังดูเหมือนเดิมเลย ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด”

แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้บนใบหน้าของเธอได้

เธอสวยเสียจนทำให้คนอื่นอิจฉา

ขณะที่ซิวหุ้ยกำลังพิจารณาไอร่า ไอร่าเองก็กำลังพิจารณาซิวหุ้ยเช่นกัน

ซิวหุ้ยเดิมทีก็เป็นหญิงงามที่หายากอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อกาลเวลาผ่านไป เธอกลับยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น เธอเหมือนลูกพีชที่สุกงอม ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวน

ไอร่ายิ้ม “เจ้าสวยขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อีก”

ซิวหุ้ยดึงสายชุดของตัวเองขึ้นลวก ๆ แล้วหัวเราะเยาะตัวเอง “ไม่… ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะถูกเรียกว่าสวยในขณะที่ยืนอยู่ข้างเจ้า”

ก่อนที่ไอร่าจะได้พูดอะไร ซิวหุ้ยก็รีบถามขึ้นมา “ไม่ใช่ว่าพวกเขาบอกว่าเจ้าตายไปแล้วเหรอ? ทำไมถึง…”

เรื่องราวทั้งหมดซับซ้อนและแปลกเกินไป รายละเอียดบางอย่างก็ไม่สามารถบอกคนอื่นได้ ดังนั้นไอร่าจึงเลือกโกหก

“จริง ๆ แล้วข้ายังไม่ตาย ข้าแค่หมดสติไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็ถูกส่งไปยังทวีปแห่งรุ่งอรุณด้วยเหตุบังเอิญหลายอย่าง ต่อมาเชร์กับคนอื่น ๆ ก็มาหาข้าเจอ ในที่สุดครอบครัวของเราก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”

ซิวหุ้ยพึมพำเสียงแผ่วเบา “อย่างนี้เองสินะ…”

“ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้าเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็เรื่อย ๆ” อารมณ์ของซิวหุ้ยดูยุ่งเหยิงไปหมด เธอพยายามจะหยิบเสื้อคลุมมาสวม แต่กลับหยิบเป็นชุดเดรสแทน เธอต้องยัดมันกลับเข้าไปในตู้ใหม่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “พวกเ0hkไปนั่งรอที่ห้องรับรองก่อน เดี๋ยวข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะไปหา”

การที่อยู่ ๆ คนที่ควรจะตายไปแล้วปรากฏตัวขึ้นแบบนี้ คงทำให้เธอตกใจไม่น้อย ต้องใช้เวลาทำใจสักหน่อย

ไอร่าพยักหน้า “อืม”

เธอกับคลอเดียเดินออกจากห้องนอน

ประตูปิดลง เสียงฝีเท้าด้านนอกค่อย ๆ ห่างออกไป

ซิวหุ้ยสุดจะควบคุมความกระวนกระวายของตัวเองได้อีกต่อไป เธอคว้าหมอนแล้วขว้างมันไปกระแทกกับกำแพง!

‘หมายความว่ายังไงที่บอกว่ากลับมาแล้ว?!

‘ทำไมเจ้าต้องมาแย่งทุกอย่างที่ข้ามีในตอนนี้ไปอีก?!’

ดวงตาของซิวหุ้ยแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวไปด้วยความรู้สึกที่สับสน

แต่ไม่นานเธอก็ตั้งสติขึ้นมาได้ แล้วเงยมือขึ้นตบหน้าตัวเอง

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของไอร่าตั้งแต่ต้น!

‘ข้าก็แค่ดูแลมันแทนนางชั่วคราวเท่านั้น ตอนนี้นางกลับมาแล้ว การคืนทุกอย่างให้นางก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง!’

ยิ่งไปกว่านั้น ไอร่ายังมีเมล็ดไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่

เธอคือผู้ที่ถูกเลือกจากไม้ศักดิ์สิทธิ์

ซิวหุ้ยท่องประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจหลายครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค่อย ๆ สงบลง สีหน้าที่เคยบิดเบี้ยวกลับคืนสู่ความเรียบนิ่งอีกครั้ง แต่ใบหน้างามของเธอกลับซีดเผือด

เธอลุกขึ้นเดินไปที่กระจก ซึ่งเป็นกระจกที่ขัดเงาจากผลึกศิลาสีดำ ขนาดของมันเล็กเกินกว่าจะแสดงให้เห็นใบหน้าของเธอได้เต็มที่

ซิวหุ้ยมองตัวเองในกระจก แล้วเตือนสติตัวเองเงียบ ๆ

‘อย่าโลภมากเกินไป’

'สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเจ้า ต่อให้พยายามแย่งชิง เจ้าก็ไม่มีวันได้มันไป

'เพราะไม้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เลือกเจ้า'

ห้องรับรองตกแต่งอย่างเรียบง่าย ภายในมีเพียงโต๊ะตัวยาวกับม้านั่งไม่กี่ตัว รวมถึงดอกไม้และต้นไม้บางชนิดที่ใช้ประดับประดา

ไข่น้อยกระโดดไปมาบนโต๊ะเหมือนลูกบอลสีเหลืองสดใส

เมื่อซิวหุ้ยเปิดประตูเข้ามา ไข่น้อยก็หยุดเล่นทันทีและรีบมุดเข้าไปในอ้อมแขนของแม่

แม้ว่าไข่น้อยจะเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ซิวหุ้ยก็สังเกตเห็นได้ เธอยิ้มแล้วถามว่า “เจ้านกตัวนี้คือลูกคนสุดท้องของเจ้าหรือ?”

“ใช่ นางเป็นลูกสาวของข้ากับบุหรง นางชื่อไข่น้อย” ไอร่าวางไข่น้อยลงบนโต๊ะ ส่งสัญญาณให้นางทักทายซิวหุ้ย

ไข่น้อยบิดตัวอ้วนกลมไปมา ก่อนจะส่งเสียงทักทายอย่างไม่เต็มใจ

ซิวหุ้ยไม่ได้ใส่ใจท่าทีต่อต้านของไข่น้อย กลับยิ้มแล้วพูดว่า “เด็กคนนี้น่ารักจริง ๆ โตขึ้นต้องเป็นสาวงามแน่ ๆ”

ไข่น้อยรีบหันหลังกลับ แล้วมุดเข้าไปในอ้อมแขนของแม่อีกครั้ง คราวนี้นางไม่ยอมออกมาอีกเลย

ไอร่าได้แต่ยิ้มให้ซิวหุ้ยด้วยความรู้สึกผิด “เด็กคนนี้ค่อนข้างขี้อาย”

“ไม่เป็นไร พบกันบ่อย ๆ เดี๋ยวก็คุ้นเคยเอง” ซิวหุ้ยมองไอร่าพลางกล่าว “ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ ไม่เพียงแค่มีใบหน้าที่งดงาม แต่ยังมีลูก ๆ ที่เชื่อฟังและฉลาดเฉลียวมากมาย ไม่เหมือนข้า... ข้ายังไม่มีลูกเลย”

เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์มีอัตราการสืบพันธุ์ต่ำมาแต่ไหนแต่ไร และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสูญเสียการปกป้องจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ทั้งเผ่าแทบจะหมดโอกาสให้กำเนิดชีวิตใหม่

ตั้งแต่เมืองไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลาย เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เหลือเพียงเฉียนเย่เป็นเด็กคนสุดท้าย

ตอนนี้เฉียนเย่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีเด็กเกิดใหม่อีกเลย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซิวหุ้ยพยายามทุกวิถีทางแต่ก็ไม่เคยตั้งครรภ์

เมื่อมองไข่น้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนของไอร่า นางก็อดอิจฉาไม่ได้

นางนึกถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ข้าได้ยินมาว่าครั้งหนึ่งเจ้าเคยมอบตำรับยาให้เผ่าขนนก และช่วยพวกเขารักษาภาวะมีบุตรยาก เจ้าพอจะช่วยเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้าได้ไหม?”

ไอร่ากล่าวอย่างระมัดระวัง “สถานการณ์ของเผ่าขนนกกับเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างกัน ข้าต้องพิจารณาให้รอบคอบ บางทีอาจรักษาได้ หรือบางทีอาจไม่ได้เลย มันยังไม่แน่นอน”

ซิวหุ้ยตื่นเต้นขึ้นมาทันที “แค่มีความหวังก็พอแล้ว! ข้าฝากทุกอย่างไว้กับเจ้าเลย!”

ตอนนี้ สิ่งที่นางปรารถนามากที่สุดก็คือการมีลูกเป็นของตัวเอง

หากไอร่าสามารถช่วยทำให้ความฝันนี้เป็นจริงได้ นางยอมทำทุกอย่าง!

ไอร่าโบกมือ “ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”

“ขอบคุณ! ขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ!”

เมื่อเห็นซิวหุ้ยดีใจจนออกนอกหน้า ไอร่าก็อดเตือนไม่ได้ “เรื่องนี้อาจไม่สำเร็จก็ได้ เจ้าอย่าคาดหวังมากเกินไป มิฉะนั้นจะยิ่งผิดหวังหนักกว่าเดิม”

ซิวหุ้ยสงบลงเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดด้วยความมั่นใจว่า “ข้าเชื่อในตัวเจ้า ด้วยทักษะทางการแพทย์ของเจ้า เจ้าต้องช่วยพวกข้าเพิ่มอัตราการเกิดได้แน่!”

ไอร่ารู้สึกปวดหัว “ข้าทำได้แค่ลองดูเท่านั้น ไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้”

ซิวหุ้ยทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่คลอเดียก็ขัดขึ้นมาก่อน

“ในเมื่อแม่ข้ารับปากท่านแล้ว นางก็จะพยายามอย่างเต็มที่ แต่หากสุดท้ายแล้วไม่สำเร็จ ข้าหวังว่าท่านจะไม่โทษนาง”

คลอเดียฝึกอยู่ในค่ายทหารมาหลายปี ย่อมซึมซับระเบียบวินัยมาไม่น้อย คำพูดและท่าทางของนางเต็มไปด้วยอำนาจ ทำให้ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้

จบบทที่ ตอนที่ 670 บ่วงแห่งโลภะ

คัดลอกลิงก์แล้ว