- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 663 ข้าไม่ชอบใจเลย
ตอนที่ 663 ข้าไม่ชอบใจเลย
ตอนที่ 663 ข้าไม่ชอบใจเลย
ไอร่าปลูกเห็ดแสงจันทร์ไว้รอบ ๆ และขอให้พวกมันช่วยเฝ้ายามในตอนกลางคืน
เชร์แปลงร่างเป็นเสือขาวตัวสง่างาม นอนข้างกองไฟ ก่อนจะค่อย ๆ เบียดตัวเข้าหาเธอ ขนนุ่มฟูสีขาวโอบล้อมเธอไว้ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
เธอลูบคอเสือขาวพลางกระซิบเบา ๆ "หลังจากที่ข้าไปแล้ว เจ้ากับคอนริต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ข้าจะคิดถึงพวกเจ้า"
เสือขาวก้มลงมองตัวเล็ก ๆ ในอ้อมแขน
ยังไม่ได้จากกันแท้ ๆ แต่เขากลับรู้สึกคิดถึงเธอเสียแล้ว
แค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้านางไปอีกหลายเดือน ใจก็พลันกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
เสือขาวกอดเธอแน่นขึ้น แต่เสียงของเขายังคงอ่อนโยน ไม่เผยอาการร้อนรนออกมาเลยแม้แต่น้อย
"พวกเราสามารถติดต่อกันผ่านมิติพิเศษได้"
"จริงด้วย เราจะเขียนข้อความถึงกันเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนปลอดภัย" ไอร่าพูดพลางใช้นิ้วนับ "จากนี้ไป เราต้องเขียนหากันทุกวัน ห้ามลืมนะ"
"อืม"
หากทำได้ เขาอยากจะยัดตัวเองเข้าไปในมิตินั่น แล้วส่งตัวเองไปอยู่กับเธอ
ไอร่ากอดคอเขาแน่น "เจ้าต้องปลอดภัยนะ ข้าจะรอเจ้ากลับมาที่บ้าน"
"อืม อีกไม่นานครอบครัวของเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน"
เมื่อนึกถึงภาพครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้า ความเศร้าในใจไอร่าก็ลดลงไปไม่น้อย เธอซุกตัวในอ้อมกอดเสือขาวและหลับไปอย่างสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า แสงอรุณส่องทะลุเมฆมายังผืนแผ่นดินแห่งทวีปอสูร เป็นสัญญาณแห่งวันใหม่
ไอร่าอยู่ในอ้อมแขนของบุหรง ก่อนออกเดินทาง เธอจูบลาทั้งเชร์และคอนริ "ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะกลับบ้านได้เร็ว ๆ นะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงอาลัย "แต่ข้าก็กลัวว่าหากเดินเร็วเกินไปจะลำบาก เพราะงั้นเดินทางตามปกติก็พอ เรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด"
คอนริมองโลกในแง่ดี เขายิ้ม "พอกลับไปถึง ให้คอนมุ คอนลิน คอนชัวพาคนมารับพวกเราด้วยนะ ส่วนคลอเดียไม่ต้องมา สาว ๆ ควรอยู่บ้านสบาย ๆ ไม่ต้องลำบากวิ่งไปวิ่งมา"
ไอร่าถึงกับพูดไม่ออก "เจ้าต้องเลิกหลงลูกสาวจนลืมลูกชายได้แล้วนะ"
คอนริหัวเราะ "ข้ามีลูกสาวคนเดียว จะให้ทำยังไงได้ล่ะ! หรือว่าเจ้าจะให้กำเนิดลูกสาวเพิ่มอีกสักสองสามตน?"
ไอร่าหน้าแดง รีบพูดตัดบทเสียงเบา "กลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
เห็นเธอไม่ปฏิเสธตรง ๆ คอนริก็รู้ว่ายังมีความหวัง
เขาอารมณ์ดีขึ้นมาทันที "ได้ ๆ รีบไปเถอะ! เดี๋ยวพวกเราก็ตามไป! ตอนนั้นเจ้าอย่าลืมรอข้าอยู่ใต้ผ้าห่มนะ!"
เชร์กระแอมเตือนเป็นเชิงว่าอย่าลามปามเกินไป
"สายมากแล้ว ออกเดินทางเถอะ" เชร์ลูบหัวไอร่าเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาสีน้ำเงินเต็มไปด้วยความอาวรณ์ "ระวังตัวให้ดีนะ เดินทางช้าแต่ปลอดภัย ดีกว่าเร่งรีบแล้วเสี่ยงอันตราย"
คำพูดสุดท้ายนี้ เขาตั้งใจพูดกับบุหรงและหยุนฮุ่ย
บุหรงพยักหน้า ก่อนจะอุ้มไอร่าบินขึ้นสู่ท้องฟ้า หยุนฮุ่ยก็กางปีกบินตามไปติด ๆ
ไม่นานนัก เงาร่างทั้งสามก็กลายเป็นจุดดำเล็ก ๆ บนฟ้า และหายลับไปจากสายตา
เชร์กับคอนริยังคงยืนมองอยู่อีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งไม่เห็นพวกเขาอีกต่อไป
คอนริกุมอกตัวเองแล้วถอนหายใจ "ไอร่าเพิ่งไปเองนะ ทำไมข้ารู้สึกเหมือนใจมันโล่งโหวงแปลก ๆ แบบนี้... หรือว่าข้าป่วย?"
เชร์ไม่ตอบ
เพราะอาการนี้ ไม่ได้มีแค่คอนริที่เป็น...
บุหรงกับหยุนฮุ่ยบินได้เร็วมาก และแทบไม่ได้หยุดพักเลย ในเวลาเพียงวันเดียว พวกเขาก็บินมาไกลกว่าตอนเดินทางไปกับเผ่าพฤกษาเสียอีก
บางครั้ง ไข่น้อยจะบินตามพวกเขาเล่นอยู่พักหนึ่ง แต่พอเหนื่อยก็จะซุกตัวกลับเข้าไปในอ้อมกอดของแม่เพื่อพักผ่อน
บุหรงตามใจลูกสาวตัวน้อยของเขามาก
บางครั้ง เขาถึงกับแปลงร่างเป็นอสูรอินทรี แล้วฝากไอร่าไว้กับหยุนฮุ่ยชั่วคราว จากนั้นก็กระพือปีกบินวนเวียนอยู่บนฟ้า แสดงท่วงท่าการบินที่ยากลำบากและหวาดเสียวให้ดู
มีฉากมากมายที่ไอร่าไม่กล้าดูเลยด้วยซ้ำ
แต่ไข่น้อยกลับติดกับดักของบิดาตัวเองเข้าอย่างจัง เธอพยายามบินตามเขาด้วยความตื่นเต้น และเลียนแบบท่าทางของเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ณ จุดนี้ บุหรงลืมคำพูดของตัวเองไปหมดสิ้น
"ลูกนกที่อ่อนแอแบบนั้น ต่อให้รอดมาได้ก็เป็นได้แค่ขยะเท่านั้น!"
แต่ตอนนี้ ต่อให้ลูกสาวไม่มีความสามารถในการเอาตัวรอดเลย เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ!
เพราะยังไงเสีย... มีเขาเป็นพ่อ ไม่มีใครกล้ารังแกเธอแน่นอน!
ครั้งหนึ่ง บุหรงเคยเป็นคนใจแข็งขนาดเตะลูกนกที่กลัวการบินให้ตกหน้าผาโดยไม่กะพริบตา เพื่อบีบบังคับให้พวกมันกางปีกโบยบิน ถึงจะช่วยให้พวกมันเอาชนะความกลัวได้ แต่พวกมันก็หวาดผวากับ "ผู้อาวุโสบุหรง" ไปตลอดชีวิต
พวกมันคงไม่เคยคิดฝันเลยว่า ผู้อาวุโสบุหรงผู้โหดเหี้ยมในความทรงจำของพวกมัน จะกลายเป็นคุณพ่อที่ทั้งบ้าลูกและตามใจลูกได้ถึงเพียงนี้!
ดูท่าทางการบินเว่อร์วังของเขาสิ ราวกับว่าเขาดื่มเหล้าไปห้ากิโลกรัม น่าอายจริง ๆ!
ไอร่านั่งอยู่บนหลังมังกรก่อนจะก้มลงพูดกับมังกรดำใต้ตัวเธอว่า “ขอบคุณนะที่ยอมมากับพวกเรา”
หยุนฮุ่ยตอบกลับอย่างแข็งทื่อ “ไม่เป็นไร”
“พอถึงเมืองหินแล้ว ข้าจะพาเธอไปดูสวนผักและผลไม้ที่ครอบครัวของข้าปลูกไว้ ก่อนข้าออกมา ข้าเลี้ยงไก่ป่าไว้ด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันเป็นยังไงบ้าง”
หยุนฮุ่ยฟังเงียบ ๆ เขาไม่สนใจว่าเมืองหินจะเป็นอย่างไร แต่เขาชอบฟังเสียงของหญิงสาวตัวน้อย
เสียงของเธออ่อนหวานและน่าฟัง
ไอร่าจู่ ๆ ก็เสนอขึ้นมา “เจ้าอยู่ที่เกาะมังกรคนเดียวแบบนั้นคงเหงาน่าดู ทำไมไม่ย้ายมาอยู่ที่ภูเขาหินกับพวกเราล่ะ?”
“ได้สิ”
เขาตอบเร็วเกินไปจนไอร่าอดถามไม่ได้ “ไม่คิดดูให้ดีหน่อยเหรอ? การย้ายที่อยู่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ เจ้าคิดให้รอบคอบก่อนตอบข้าก็ได้นะ”
“ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็จะตามเจ้าไป”
หยุนฮุ่ยพูดความในใจออกมาตรง ๆ โดยไม่ลังเล
คำพูดกำกวมแบบนี้ร้ายกาจที่สุด
ไอร่าถูกเขาแกล้งให้เขินโดยไม่ตั้งใจ
เธอรู้สึกจนใจ “เจ้าอายุแค่สามขวบเองไม่ใช่เหรอ? ทำไมพูดจาหวานเก่งขนาดนี้ ไปเรียนรู้มาจากใครกัน?”
“ข้าได้รับมรดกจากเผ่ามังกรและโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัย ข้าไม่ใช่เด็กแล้ว ทุกอย่างที่ควรรู้ ข้ารู้หมดแล้ว”
ไอร่าแกล้งพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น พอถึงเมืองหินแล้ว ข้าจะแนะนำสาวน่ารัก ๆ ให้เจ้ารู้จัก ถ้าเจ้าชอบใคร ข้าจะช่วยจีบให้ เจ้าจะได้มีครอบครัวและมาเป็นเพื่อนบ้านกับพวกเรา”
“ข้าไม่ชอบแบบนั้น”
“ไม่อยากเป็นเพื่อนบ้านกับพวกเราเหรอ?” ไอร่ารู้สึกน้อยใจเล็กน้อย
“ข้าไม่ชอบใครเลย นอกจากเจ้า”
คำพูดของเขาทำให้ไอร่าเงียบไปทันที
เธออ้อนวอนเสียงอ่อย “อย่าหยอดข้าแบบนี้เลยนะ ไม่ว่าข้าจะบ้าขนาดไหน ข้าก็ทำใจกับเด็กสามขวบไม่ได้จริง ๆ”