- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 654 มันเผาร้อน
ตอนที่ 654 มันเผาร้อน
ตอนที่ 654 มันเผาร้อน
โดโรยิ้มและถามว่า “อยากให้ข้าช่วยเก็บผลไม้นั่นให้ไหม?”
ก่อนที่ไอร่าจะตอบ หุ้ยเจี้ยนก็พูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “มีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถเก็บผลไม้นี้ได้ คนอื่นช่วยไม่ได้”
ช่างเป็นคำขอที่แปลกประหลาดจริง ๆ
หุ้ยเจี้ยนใช้ไม้เท้าจิ้มจวี้อันที่อยู่ข้าง ๆ “ไปเอาเก้าอี้มาให้นาง”
ครั้งนี้จวี้อันไม่พูดอะไร เขารีบไปนำเก้าอี้ตัวเล็กมาวางไว้ข้างต้นกล้า แล้วช่วยพยุงไอร่าขึ้นไปยืนบนมัน
ด้วยความช่วยเหลือจากเก้าอี้ ไอร่าจึงสามารถแตะต้องผลไม้สีทองได้ในที่สุด
เธอจับผลไม้นั้นไว้ แล้วออกแรงดึงเบา ๆ
ทันทีที่เธอเด็ดผลไม้ออกมา ต้นกล้าที่เคยเขียวชอุ่มกลับสูญเสียชีวิตชีวา ใบและลำต้นแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายมันกลายเป็นผงธุลีและสลายหายไป
ไอร่ายืนอึ้งอยู่กับที่
เธอแค่เด็ดผลไม้ออกมา แต่ต้นกล้ากลับเหี่ยวตายทั้งต้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอกลายเป็นตัวอันตรายขนาดนี้?!
ขณะที่ไอร่ากำลังรู้สึกกังวล จวี้อันและหุ้ยเจี้ยนก็คุกเข่าลงพร้อมกัน เสียงดัง "พลั่ก" พวกเขาตื่นเต้นมากเสียจนแทบร้องไห้ออกมา
การกระทำกะทันหันของทั้งคู่ทำเอาไอร่าตกใจจนเกือบตกจากเก้าอี้
โชคดีที่เชร์ไวพอจะคว้าตัวเธอไว้ได้
ไอร่าหันไปบอกสองคนเผ่าพฤกษา “อย่าร้องสิ ถ้าจำเป็นข้าจะชดใช้ให้ด้วยต้นกล้าอีกต้นก็แล้วกัน”
หุ้ยเจี้ยนพยายามสงบสติอารมณ์ ดวงตาแก่ชราของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพ “พูดตามตรง ต้นกล้านั่นที่จริงแล้วเป็นกิ่งก้านที่ตัดออกมาจากต้นศักดิ์สิทธิ์ เราปักชำลงดินและประคบประหงมมัน จนกระทั่งเติบโตเป็นต้นกล้าที่พวกเจ้าพึ่งเห็นเมื่อครู่”
ไอร่าคิดในใจว่า งานเข้าแล้ว... เธอทำให้ต้นศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาเลี้ยงดูอย่างยากลำบากตายไปแล้ว
ต้นศักดิ์สิทธิ์เป็นของล้ำค่า เธอคงชดใช้ไม่ไหวแน่
เธอรีบแก้ต่างให้ตัวเอง “ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ ๆ ต้นกล้าก็เหี่ยวตายไป”
“ต้นกล้านั่นดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะผลไม้ของต้นศักดิ์สิทธิ์ หากเจ้าถอนผลไม้ออกมา มันก็ย่อมไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้”
อย่างนี้นี่เอง! ไอร่ารีบปกป้องตัวเองทันที “เมื่อครู่พวกท่านขอให้ข้าเป็นคนเด็ดผลไม้นี่เอง ข้าคืนผลไม้นี่ให้ก็ได้ ดังนั้นต้นกล้าตายไม่เกี่ยวกับข้านะ อย่าคิดจะเรียกร้องค่าเสียหายจากข้าล่ะ”
หุ้ยเจี้ยนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พวกเราไม่ได้คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าเลย”
“ท่านพูดเองนะ ต้นกล้าตายไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ใด ๆ ทั้งสิ้น”
เชร์ตบแขนเธอเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อย่ามัวแต่คิดเรื่องชดใช้เลย ดูเหมือนพวกเขาจะมีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะบอกเรา ฟังให้จบก่อนเถอะ”
ไอร่าทำท่าเลื่อนซิปปิดปาก แล้วเงียบเชื่อฟัง
เชร์หันไปพูดกับหุ้ยเจี้ยนและจวี้อัน “ลุกขึ้นมาคุยกันเถอะ คุกเข่าอยู่อย่างนี้มันดูแปลก ๆ”
หุ้ยเจี้ยนและจวี้อันเผลอมองไปที่ไอร่าโดยอัตโนมัติ
ไอร่าไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ทั้งสองถึงให้ความเคารพเธอมากขนาดนี้ แต่เธอสังเกตเห็นว่าสายตาของพวกเขาหันไปมองผลไม้สีทองในมือเธอเป็นระยะ จึงคิดว่าพวกเขาอาจไม่ได้เคารพเธอ แต่เป็นผลไม้ในมือเธอต่างหาก
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือผลไม้เพียงลูกเดียวที่ต้นศักดิ์สิทธิ์เหลือทิ้งไว้
ไอร่าโบกมือเป็นเชิงอนุญาตให้พวกเขาลุกขึ้นแล้วค่อยพูดกัน
ได้รับอนุญาตแล้ว จวี้อันก็ช่วยพยุงหุ้ยเจี้ยนให้ลุกขึ้น
หุ้ยเจี้ยนกระแอมเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ดินแดนฟิงหลานถูกพวกปีศาจโจมตี ต้นศักดิ์สิทธิ์สละชีพเพื่อปกป้องดินแดน ก่อนที่มันจะตาย มันได้มอบกิ่งก้านที่มีผลไม้นี้ติดมาด้วยให้เรา และสั่งให้เราพาผลไม้นี้ออกจากดินแดนฟิงหลาน
“ต้นศักดิ์สิทธิ์บอกเราว่า ผลไม้ลูกนี้คือเมล็ดพันธุ์สุดท้ายที่มันเหลือทิ้งไว้ หากสามารถทำให้มันเติบโตได้ มันจะกลายเป็นต้นศักดิ์สิทธิ์ต้นใหม่ในอนาคต
“ต้นศักดิ์สิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า มีเพียงผู้ที่ถูกเลือกโดยเหล่าทวยเทพเท่านั้นที่จะสามารถเด็ดผลไม้นี้ และช่วยให้มันหยั่งรากงอกงามได้
“และผู้ที่เด็ดผลไม้นี้ก็คือเจ้า”
ไอร่าแสดงสีหน้าสับสน
เธอแค่ช่วยเด็ดผลไม้ลูกหนึ่งเท่านั้นเอง ทำไมอยู่ ๆ เธอถึงต้องมาเจอกับสถานการณ์นี้?!
หุ้ยเจี้ยนเริ่มตื่นเต้นอีกครั้ง เขาโบกไม้เท้าไปมาแล้วร้องเสียงดังว่า “เจ้าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากเทพเจ้า! ตราบใดที่พวกเราติดตามเจ้า พวกปีศาจก็จะทำอะไรพวกเราไม่ได้อีก เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนเดิม!”
ไอร่า: “…”
ในตอนนี้เอง เธอเริ่มตระหนักได้แล้วว่าผลไม้ในมือของเธอเป็นเหมือน 'มันเผาร้อน' จริง ๆ
ไอร่าอ้าปากจะพูดว่า “ข้าเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีความสามารถในการต่อสู้กับพวกปีศาจหรอก ท่านเอาผลไม้นี้คืนไปเถอะ—”
แต่เชร์ขัดเธอขึ้นมาก่อน
เขาพูดว่า “เก็บผลไม้นั่นไว้ เราจะพาพวกเผ่าพฤกษากลับไปยังทวีปอสูร”
“หา?”
ไอร่าไม่เข้าใจว่าทำไมเชร์ถึงอยากพาพวกเผ่าพฤกษากลับไปด้วย
ใครจะรู้ว่าระหว่างทางพวกเผ่าพฤกษาอาจจะสร้างปัญหาให้พวกเขาหรือเปล่า? ตอนนี้เธอแค่อยากกลับบ้าน และหวังว่าอะไร ๆ จะเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เธอหันไปมองเชร์ ส่งสายตาเป็นเชิงถามว่ามีเหตุผลอะไรที่สมควรจะพาพวกเขาไปด้วย
เชร์ตอบว่า “พวกเผ่าพฤกษาสามารถช่วยพวกเราทำการเกษตรได้”
ไอร่า: “…”
เป็นเหตุผลที่ค่อนข้างมีเหตุผลดีทีเดียว
บุหรงเสริมขึ้นว่า “พวกเผ่าพฤกษามีแค่ร้อยกว่าคนเอง ด้วยขนาดเรือของเรา ยังไงก็สามารถรับพวกเขาไปได้แน่นอน”
ส่วนคอนริก็ลูบคางครุ่นคิด “ที่ทวีปอสูรไม่เคยมีเผ่าพฤกษามาก่อน ถ้าพวกเขาตั้งรกรากที่เมืองหิน อาจดึงดูดให้เหล่าอสูรหน้าใหม่เข้ามาร่วมกับพวกเรามากขึ้นในอนาคต”
ทั้งสามคนตกลงเป็นเอกฉันท์ว่าควรรับพวกเผ่าพฤกษาไปด้วย
เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน ไอร่าก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมตาม “ก็ได้ ถ้าพวกเจ้าคิดว่าพวกเขาไม่เป็นภาระ งั้นก็พาไปด้วยแล้วกัน”
พอได้รับคำตอบตกลง หุ้ยเจี้ยนกับจวี้อันก็ดีใจมาก
หุ้ยเจี้ยนรีบถาม “พวกเจ้าจะออกเดินทางไปทวีปอสูรเมื่อไหร่?”
“เดิมทีเราจะออกเดินทางวันนี้ แต่สภาพอากาศในทะเลไม่ดี เลยเลื่อนออกไปอีกสองวัน พวกเจ้าจะได้มีเวลาเก็บข้าวของ”
“ดี ดี! เช่นนั้นพวกเราจะรีบไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้”
กลัวว่าไอร่าจะเปลี่ยนใจ หุ้ยเจี้ยนจึงเร่งจวี้อันทันที “เร็วเข้า ไปบอกพวกเผ่าว่าให้เตรียมตัว”
จวี้อันรวมตัวเผ่าพฤกษาแล้วแจ้งข่าวว่าพวกเขากำลังจะออกเดินทางไปทวีปอสูร
พวกเผ่าพฤกษาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ พวกเขาถึงต้องอพยพไปที่อื่น แต่ในเมื่อผู้นำกับผู้อาวุโสเป็นคนตัดสินใจ พวกเขาก็เชื่อมั่นและไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม หลังจบการประชุม ทุกคนก็แยกย้ายกันไปจัดเตรียมข้าวของ
เมล็ดพันธุ์และต้นกล้าใหม่ที่เพิ่งปลูกถูกขุดขึ้นมา พวกเขาตั้งใจจะนำทุกสิ่งติดตัวไปด้วย
ทั้งเผ่าพฤกษาวุ่นวายกันมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
โดโรไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันเช่นนี้ นางได้แต่ถอนหายใจ “กว่าจะตกหลุมรักบุรุษรูปงามได้สักคน แต่เจ้ากลับลักพาตัวเขาไป ไอร่า ถ้าเจ้าทำแบบนี้ต่อไป มิตรภาพของเราคงพังแน่!”
ไอร่ายิ้มแฉ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา “ไม่ต้องห่วง พวกเราจะออกเดินทางอีกสองวัน จะไม่ขัดขวางการหาสามีของเจ้าในอนาคตแน่นอน”
“ไปเลย ไปให้ไว!” โดโรโบกมือไล่พลางทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่สุดท้ายก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รีบไปซะ ถ้าจักรพรรดิมังกรรู้ว่าเจ้ามีผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ เขาต้องส่งคนมาชิงมันไปแน่!”