เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 655 เมาเรือ

ตอนที่ 655 เมาเรือ

ตอนที่ 655 เมาเรือ


ต้นไม้พวกนี้ใช้เวลาเพียงวันเดียวในการเก็บข้าวของทั้งหมด

วันนี้สภาพอากาศในทะเลดี แดดจ้า เป็นวันที่เหมาะแก่การเดินเรือ

เชร์นำเรือออกมาจากมิติ

เมื่อชาวเผ่าพฤกษามาถึงชายหาด พวกเขาเห็นเรือจอดอยู่ที่นั่นแล้ว ภายใต้การดูแลของเชร์และคอนริ พวกเขาขึ้นเรือทีละคน

โดโรและโหยวเสวี่ยยืนอยู่บนฝั่ง โบกมือให้

“เดินทางปลอดภัยนะ!”

ไอร่ายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ มองดูโดโรและโหยวเสวี่ยที่ค่อย ๆ ห่างออกไป จนในที่สุดก็เลือนหายไปที่ปลายขอบฟ้า ดินแดนลับของมังกร อยู่ข้างหลังพวกเขาแล้ว

สายลมทะเลพัดเส้นผมของเธอให้พลิ้วไหว ผ้าคลุมหน้าสะบัดไปตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามในช่วงพริบตา

จู่ ๆ จวี้อันที่บังเอิญได้เห็นใบหน้าของเธอก็ตะลึงงัน

จนกระทั่งเขารู้สึกตัวว่า ผู้อาวุโสเรียกเขาหลายครั้งแล้ว เขาถึงได้สติกลับมา

“เป็นอะไรไป? ทำไมหน้าถึงแดงแบบนั้น?”

“บางทีอาจเป็นเพราะขึ้นเรือครั้งแรกเลยยังไม่ชิน ข้าขอไปพักในห้องโดยสารสักหน่อย น่าจะดีขึ้น”

จวี้อันไม่กล้ามองหน้าไอร่าอีก รีบหันหลังแล้ววิ่งเข้าไปในห้องโดยสาร และไม่ได้ออกมาอีกเลยตลอดทั้งวัน

ผู้คนบนเรือไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของจวี้อัน

พวกเผ่าพฤกษาต่างตื่นเต้นกับการขึ้นเรือครั้งแรก ทุกอย่างรอบตัวดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด หลังจากได้รับอนุญาตจากเชร์ พวกเขาก็รวมตัวกันเดินสำรวจเรือไปทั่ว และลองแตะต้องพวงมาลัยเรือที่ว่ากันว่าสามารถควบคุมทิศทางการเดินเรือได้

บุหรงก็เมาเรือเช่นเคย

เขานอนอ่อนแรงอยู่บนเตียง ดูเหมือนคนใกล้หมดสติ

แม้แต่เสื้อคลุมขนนกสีแดงเพลิงที่เขาสวมก็ยังดูหมองลงไปมาก

ไอร่าที่ชินกับท่าทางยโสโอหังของเขามาตลอด เมื่อเห็นเขาอ่อนแอและน่าสงสารเช่นนี้ก็รู้สึกทั้งเวทนาและแปลกตาไปพร้อมกัน

เธอต้มยาลดอาการเมาเรือเป็นพิเศษ แล้วนำไปให้บุหรง

“ดื่มซะ จะรู้สึกดีขึ้น”

บุหรงรับถ้วยยาไป จิบเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบรสชาติ พอเห็นว่ามันไม่ได้แย่ เขาก็ซดรวดเดียวหมด

หลังจากดื่มแล้วอาการก็ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เขายังไม่มีแรงเดินสำรวจเรือเหมือนคนอื่น

เขาโอบกอดไอร่าทั้งแขนและขา ซุกหน้าลงกับเธอ เอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “อยู่เป็นเพื่อนข้านะ”

ไข่น้อยกระโดดขึ้นไปบนศีรษะของไอร่าและส่งเสียงร้องใสแจ๋ว “จิ๊บ!”

“เห็นไหม แม้แต่ไข่น้อยยังพูดเลย นางอยากให้เจ้าอยู่กับข้า”

ไอร่ากลอกตา “ไข่น้อยต่างหากที่รำคาญเจ้า อายุปูนนี้แล้วยังมีหน้ามาอ้อนในอ้อมแขนข้า เจ้านี่มันไร้ยางอายจริง ๆ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลย!”

“จิ๊บจิ๊บ!” ‘แม่พูดถูกแล้ว!’

บุหรงถูแก้มไอร่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อีกเดือนสองเดือนกว่าจะถึงทวีปอสูร ยังไงเราก็ว่างอยู่แล้ว มาฝึกฝนร่างกายและจิตใจกันหน่อยดีไหม?”

ไอร่าปฏิเสธทันที “ไม่!”

บุหรงไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอแม้แต่น้อย ดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมแขน โลกพลันหมุนคว้างก่อนที่ร่างเธอจะถูกกดลงบนเตียง

ดวงตาของเธอเบิกกว้างราวกับลูกกระต่ายตื่นกลัว เส้นผมยาวสยายบนเตียง ยิ่งขับให้ผิวพรรณของเธอดูขาวเนียนขึ้นไปอีก

บุหรงยิ้มหน้าด้าน “เรายังไม่เคยลองทำเรื่องอย่างว่าบนเรือเลยนะ น่าจะน่าสนุกดี!”

“ไม่! ข้าไม่เห็นว่าน่าสนุกเลยสักนิด ปล่อยข้านะ!”

“ไม่ปล่อย” บุหรงจับข้อมือเธอที่พยายามขัดขืนยกขึ้นเหนือศีรษะเพื่อกักไว้ เขาจ้องเธอด้วยสายตาเร่าร้อน “ตอนแรกข้ากะจะให้เจ้าขึ้นข้างบนบ้าง แต่ดูท่าจะไม่ให้ความร่วมมือ ข้าก็คงต้องเป็นฝ่ายขึ้นเองอีกแล้วสินะ”

ไอร่าพูดไม่ออก

บุหรงก้มลงจูบเธออย่างล้ำลึก

เสียงจุมพิตและลิ้นที่พันเกี่ยวกันลอยอ้อยอิ่งไปทั่วห้องโดยสาร บรรยากาศพลันอบอวลไปด้วยความคลุมเครือ

ไข่น้อยที่ถูกเมินรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง นางพุ่งชนศีรษะของบุหรงเหมือนลูกกระสุนเหล็ก ส่งเสียง ‘ปัก!’ ดังลั่น

บุหรงไม่แม้แต่จะหันกลับไป เขากระชากไข่น้อยออกจากศีรษะตัวเองแล้วโยนออกไปนอกห้อง จากนั้นปีกขวาของเขาก็ตวัดสะบัด ส่งแรงพายุหอบใหญ่กระแทกประตูปิดดังปัง

ไข่น้อยที่ถูกขังอยู่นอกห้องรู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

พ่อกับแม่มัวแต่จู๋จี๋กันจนลืมลูกแล้ว!

นางเกาะประตูร้องไห้ น้ำตาไหลเป็นสายด้วยความน้อยใจ

ไอร่าพยายามลุกขึ้นไปเปิดประตูหลายครั้งเพราะเป็นห่วงไข่น้อย แต่บุหรงกดตัวเธอลงกับเตียงไม่ยอมให้ไป

เขากล่าวทั้งที่ยังจูบเธออยู่ “ปล่อยให้นางร้องไป เดี๋ยวพอร้องเหนื่อยนางก็จะเลิกเอง”

ไอร่าหยิกเข้าที่เอวสอบของเขา มันให้ความรู้สึกดีเหมือนเคย เธอหัวเราะ “ปกติเจ้าถนอมลูกสาวยิ่งกว่าอะไร ทำไมตอนนี้ถึงเมินเฉยไปได้ล่ะ?”

บุหรงกอดรัดเธอแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย น้ำเสียงของเขาต่ำและเซ็กซี่

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้ากลั้นมานานแค่ไหน? ถ้ายังไม่ได้ปลดปล่อย ต่อให้เป็นลูกแท้ ๆ หรือสวรรค์เบื้องบนมาขวาง ข้าก็จะไล่ไปให้หมด”

เขาต้องปลดปล่อยเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ได้ทำ เกรงว่า ‘สิ่งนั้น’ ของเขาคงได้อุดตันแน่!

เห็นว่าเขาอึดอัดนัก ไอร่าก็ใจอ่อน ยอมปล่อยเลยตามเลย

หยุนฮุ่ยเดินเข้ามาในห้องโดยสาร แล้วก็เห็นไข่น้อยกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าประตู เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

“จิ๊บจิ๊บ!!!”

'พ่อกับแม่ไม่ต้องการข้าแล้ว ฮือ ข้าช่างน่าสงสาร!'

หยุนฮุ่ยเดินเข้าไปอุ้มนางขึ้นมา จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงครางแผ่วเบาแสนเย้ายวน

เสียงนั้นแทบจะดูดวิญญาณของหยุนฮุ่ยออกไปผ่านประตูบาง ๆ

จากมรดกแห่งเผ่ามังกรที่ได้รับมา หยุนฮุ่ยรู้ว่าเสียงที่ไพเราะที่สุดในโลกคือเสียงขับขานของเผ่าพรายน้ำ แต่ในตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าเสียงครางที่ดังมาจากหลังประตูนั้นเย้ายวนยิ่งกว่าบทเพลงของพรายน้ำเสียอีก

เหตุผลบอกให้เขาหันหลังเดินออกไปในทันที แต่เท้ากลับไม่เชื่อฟัง เหมือนกับว่ามีรากงอกอยู่ที่พื้น ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เลย

เสียงครางจากหลังประตูดังขึ้นเป็นระยะ ๆ

เสียงนั้นทำให้ปากของเขาแห้งผาก

หยุนฮุ่ยอดไม่ได้ที่จะกดมือแนบอก สัมผัสถึงหัวใจที่กำลังเต้นรัว ใบหน้าของเขาฉายแววสับสน

'นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่?'

ทำไมใจเขาถึงเต้นแรงแบบนี้?

ทำไมร่างกายถึงร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ?

'หรือว่าข้าจะเมาเรือเหมือนบุหรง?'

ไข่น้อยไม่เข้าใจเรื่องราวของโลกของผู้ใหญ่ นางเงยหน้ามองบุรุษตรงหน้าแล้วร้องเสียงใส

“จิ๊บจิ๊บจิ๊บ!” 'พี่ชาย ช่วยเปิดประตูให้ข้าหน่อย! ข้าจะเข้าไปเล่นกับแม่!'

หยุนฮุ่ยก้มลงมองนาง

ไข่น้อยกะพริบตากลมโตสีแดงราวเม็ดถั่ว

นางคิดว่าหยุนฮุ่ยเข้าใจความหมายของนางแล้ว แต่แทนที่เขาจะเปิดประตู เขากลับอุ้มเธอหมุนตัวเดินออกจากห้องโดยสารไปแทน

ไข่น้อยรีบกระพือปีกแรง ๆ แล้วส่งเสียงร้องอย่างร้อนรน “จิ๊บจิ๊บ!”

'เจ้าจะพาข้าไปไหน?!'

หยุนฮุ่ยยกมือขึ้นกดศีรษะนางลง กดข่มทุกการขัดขืน

“เงียบก่อน ข้าต้องใช้ความคิด”

จบบทที่ ตอนที่ 655 เมาเรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว