- หน้าแรก
- ระบบโกงปั้นต้าฉิน ขอเปิดโปรให้ปฐมจักรพรรดิครองโลก
- บทที่ 23 - ข่าวชัยชนะส่งตรงถึงเมืองหลวงพร้อมผลลัพธ์อันมหาศาล
บทที่ 23 - ข่าวชัยชนะส่งตรงถึงเมืองหลวงพร้อมผลลัพธ์อันมหาศาล
บทที่ 23 - ข่าวชัยชนะส่งตรงถึงเมืองหลวงพร้อมผลลัพธ์อันมหาศาล
บทที่ 23 - ข่าวชัยชนะส่งตรงถึงเมืองหลวงพร้อมผลลัพธ์อันมหาศาล
ซากปรักหักพังของเผ่าซี่ยา เหมิงเถียนนำกองทัพมาตั้งค่ายอยู่ที่นี่ เต็นท์ทหารนับหมื่นหลังกระจายตัวอยู่ริมลำธารอย่างหนาแน่น ทหารจากกระทรวงพลาธิการกำลังยุ่งอยู่กับการสร้างค่ายและก่อสร้างแนวป้องกัน ตอนนี้มาถึงทุ่งหญ้าแล้วทุกอย่างต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทหารม้าของทุ่งหญ้ามาไวไปไว อีกทั้งยังมีฝูงหมาป่าและสัตว์ร้ายอีกมากมาย เพื่อความปลอดภัยของกองทัพขอบเขตการลาดตระเวนของทหารสอดแนมจึงครอบคลุมรัศมีสามสิบลี้ ภายในค่ายเต็มไปด้วยทหารสอดแนมที่ควบม้าผ่านไปมาเพื่อส่งข่าวสารจากกองทัพแนวหน้า ทหารราบและทหารธนูกำลังบำรุงรักษาดาบ หอก ธนู และหน้าไม้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง สงครามครั้งใหญ่ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่เหล่าทหารต่างเฝ้ารอมาตลอดห้าปี เป็นโอกาสที่พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดห้าปี นี่คือความดีความชอบทางทหาร คือเกียรติยศและความมั่งคั่ง ทุกคนต่างก็ฮึกเหิมและเตรียมพร้อมที่จะลุยกันอย่างเต็มที่
ด้านนอกกระโจมบัญชาการทัพทหารองครักษ์รักษาการณ์อย่างแน่นหนา ทหารเกราะหน้าตาขึงขังยืนเฝ้าอยู่อย่างเงียบๆ สายตาอันเย็นชายะเยือกกวาดมองดูเหล่าทหารที่เดินผ่านไปมา
เหมิงเถียนนั่งอยู่บนที่นั่งแม่ทัพ เขาตั้งใจฟังรายงานสถานการณ์รบจากแนวหน้าอยู่เงียบๆ พลางพยักหน้ารับเป็นระยะและออกคำสั่งทางทหาร หยางจื่อโม่นั่งเบื่อหน่ายอยู่ข้างๆ จ้องมองเต็นท์สีขาวแล้วเหม่อลอย ร่างกายเข้าสู่โหมดปลงตกกับชีวิต
เขาคิดว่าเมื่อกลับไปที่เสียนหยางเมื่อไหร่จะต้องสร้างไพ่นกกระจอกขึ้นมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงน่าเบื่อแย่ แล้วจะทำไพ่โป๊กเกอร์อีกสักสองสามสำรับ ฝึกเด็กสาวสักสองสามคนเอาไปยืนในบ่อนคาสิโน แค่นี้ก็จะได้มีสาวสวยสุดเซ็กซี่ยืนแจกไพ่ออนไลน์แล้ว หึหึหึ... "ท่านเซียน ท่านเซียน!" เสียงของเหมิงเถียนขัดจังหวะการมโนของหยางจื่อโม่ เขาได้สติกลับมาทันทีแล้วแอบเช็ดน้ำลายใสๆ ที่มุมปากอย่างเงียบๆ
"ท่านแม่ทัพใหญ่เหมิง มีอะไรชี้แนะงั้นหรือ!"
"ท่านเซียน ตามรายงานจากแนวหน้าบอกว่าพวกเขาล่วงล้ำเข้าไปในทุ่งหญ้าลึกหลายร้อยลี้แล้ว ตอนนี้ที่เจอล้วนแต่เป็นเผ่าใหญ่ๆ ทั้งนั้น อย่างน้อยก็มีทหารม้าซยงหนูนับหมื่นนาย ยิ่งไปกว่านั้นหลายเผ่าตอนนี้ก็อพยพผู้คนออกไปจนหมดแล้ว ดูเหมือนว่าโถวม่านน่าจะรู้ตัวแล้วว่าต้าฉินบุกมา ตอนนี้กำลังรวบรวมกำลังทหารและไม่เปิดช่องโหว่ให้เราโจมตีได้เลย"
"ดูจากสถานการณ์แล้ว แผนการรบที่วางไว้ก่อนหน้านี้คงต้องปรับเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะ ไม่รู้ว่ากองทัพแต่ละสายตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง ถึงไหนกันแล้ว" หยางจื่อโม่ที่ได้สติกลับมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"รายงาน! ข่าวกรองทหารจากแนวหน้า!" ม้าเร็ววิ่งเข้ามาในค่าย ทหารม้าที่ทำหน้าที่ส่งคำสั่งกระโดดลงจากม้าแล้วถือรายงานการรบที่ถูกเข้ารหัสบุกเข้ามาในกระโจม
"เอามา!" เหมิงเถียนคว้าตัวรายงานการรบจากมือทหารสื่อสารมาอ่านอย่างละเอียด คิ้วของเขาเดี๋ยวขมวดเดี๋ยวก็คลายออกด้วยรอยยิ้ม หลังจากอ่านจบอย่างรวดเร็วเขาก็ส่งให้หยางจื่อโม่ที่อยู่ข้างๆ
"ถ่ายทอดคำสั่ง ให้แม่ทัพแต่ละกองทัพมาประชุมที่กระโจมใหญ่!" เหมิงเถียนรีบสั่งการทันที
"ท่านแม่ทัพใหญ่ ดูเหมือนว่าคงถึงเวลาต้องทำศึกชี้ชะตากับซยงหนูแล้วสินะ" หยางจื่อโม่อ่านรายงานการรบจบก็เสนอความคิดเห็น
"สิ่งที่ท่านเซียนพูดมาก็ตรงกับใจของข้าพอดี!" เหมิงเถียนแสดงความเห็นด้วย
ไม่นานบรรดาแม่ทัพน้อยใหญ่ก็มารวมตัวกันที่กระโจมบัญชาการทัพ เหมิงเถียนส่งรายงานการรบให้ทุกคนได้อ่าน เมื่อทุกคนอ่านจบ ซือหม่าซินก็ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูดว่า "ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยเห็นว่าตอนนี้ควรจะเรียกทหารแนวหน้ากลับมาพักผ่อนที่ค่ายก่อน รอจนกว่าทหารที่คุ้มกันเสบียงจะกลับมาที่ค่ายแล้วค่อยรวมกำลังกันเดินทางไปที่เมืองโถวม่านของซยงหนูเพื่อทำศึกชี้ชะตากับพวกมัน"
"พวกท่านทุกคนก็คิดเช่นนี้เหมือนกันงั้นหรือ" เหมิงเถียนมองไปที่ทุกคน
"ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยคิดว่ายังสามารถส่งข่าวไปที่ราชสำนักให้เร่งส่งเสบียงมาเพิ่มและขอกำลังทหารขึ้นเหนือมาสนับสนุนอีกสักหน่อยเพื่อทำลายล้างซยงหนูให้สิ้นซากในคราวเดียว" เริ่นเซียวก็ก้าวออกมาแสดงความคิดเห็นของตัวเองเช่นกัน
"อืม วิธีนี้เป็นไปได้ ดูจากรายงานการรบของหวังหลีแล้ว ตอนนี้พวกซยงหนูน่าจะไปรวมตัวกันที่เมืองโถวม่านหมดแล้ว หากพวกซยงหนูฉลาดพอกองหนุนจากเผ่าอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็น่าจะกำลังเดินทางมาเหมือนกัน หากดูจากจำนวนแล้วกำลังพลของเราไม่ได้เปรียบเลย บวกกับศัตรูมีทหารม้าเป็นจำนวนมาก ต้าฉินของเราคงรับมือได้อย่างยากลำบาก" หยางจื่อโม่ลุกขึ้นยืนแล้ววิเคราะห์ให้ทุกคนฟัง
"อืม งั้นก็ส่งคำสั่งให้ทหารแนวหน้าทิ้งทหารสอดแนมไว้เฝ้าระวังพวกซยงหนูก่อน ส่วนทหารที่เหลือให้กลับมาพักผ่อนที่ค่าย ให้ทหารสื่อสารนำรายงานการรบกลับไปที่เสียนหยางเพื่อขอให้ฝ่าบาทส่งทหารมาสนับสนุน คราวนี้ต้าฉินของเราจะแผ่อำนาจข่มขวัญไปทั่วทุกสารทิศ"
เสียนหยาง ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วตั้งแต่ที่กองทัพเคลื่อนพลออกไป บรรดาขุนนางในเมืองเสียนหยางต่างก็มีสีหน้าห่อเหี่ยว การปราบปรามซยงหนูในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำศึกต่างแดนครั้งแรกของต้าฉินหลังจากที่พักฟื้นฟูบำรุงกำลังมาหลายปีเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของตระกูลที่อยู่เบื้องหลังขุนนางแต่ละคนด้วย หากชนะก็จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่หากแพ้ก็เหมือนกับการเฉือนเนื้อตัวเอง
ผู้คนในเมืองเสียนหยางต่างก็เฝ้าติดตามความคืบหน้าของสงครามอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มีอำนาจหน่อยก็ส่งสายลับของตัวเองขึ้นเหนือไปที่ด่านเยี่ยนเหมินเพื่อสืบข่าว
"ม้าเร็วแปดร้อยลี้ หลีกทางไป!" จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น ม้าเร็วหลายตัวบรรทุกทหารที่สะพายธงคำสั่งและเสียบขนนกสามเส้นไว้บนหมวกเกราะวิ่งควบผ่านถนนมุ่งหน้าไปยังทิศทางของพระราชวังจางไถ
ทหารม้าขนนกคือทหารสื่อสารที่ต้าฉินจัดตั้งขึ้นมาเพื่อใช้ส่งข่าวกรองทางทหารโดยเฉพาะ จำนวนขนนกบนหัวจะแสดงถึงความรุนแรงของสถานการณ์ซึ่งแบ่งออกเป็นหนึ่ง สอง และสามเส้น เป็นตัวแทนของม้าเร็วสามร้อยลี้ ม้าเร็วห้าร้อยลี้ และม้าเร็วแปดร้อยลี้ตามลำดับ ผู้ใดที่ขัดขวางทหารม้าขนนกโดยไม่มีเหตุผลอันควรจะถูกลงโทษในข้อหากบฏ
ผู้คนบนถนนเมื่อเห็นทหารม้าที่มีขนนกสามเส้นเสียบอยู่บนหัวก็รีบหลบไปด้านข้างทันทีพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือว่าสถานการณ์การรบแนวหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง!
พระราชวังเสียนหยาง ตำหนักกิเลน
ปฐมจักรพรรดิและเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊กำลังล้อมวงพูดคุยกันเรื่องการรบและเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังอยู่หน้ากระบะทรายขนาดใหญ่ในท้องพระโรง จู่ๆ พวกเขาก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงตะโกนดังลั่นที่ดังมาจากด้านนอกตำหนักกิเลน ปฐมจักรพรรดิขมวดคิ้ว "ซางอิง ออกไปดูซิว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เอะอะโวยวายขนาดนี้!"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" ซางอิงยังไม่ทันก้าวออกจากท้องพระโรงทุกคนก็ได้ยินเนื้อหาของเสียงตะโกนนั้นแล้ว
"ม้าเร็วแปดร้อยลี้!" ทหารม้าวิ่งบุกเข้ามาในท้องพระโรง คุกเข่าข้างหนึ่งลงพร้อมกับชูรายงานการรบขึ้นสูงแล้วพูดขึ้น
"พยุงเขาไปพักผ่อน ดูแลเขาให้ดี!"
อิ๋งเจิ้งก้าวเท้ายาวๆ ไปหาซางอิง หยิบรายงานการรบที่ถูกส่งขึ้นมา ฉีกครั่งที่ปิดผนึกออกแล้วอ่านอย่างละเอียด
รายงานการรบได้บันทึกผลงานการรบของกองทัพแนวหน้าไว้อย่างละเอียด กองทัพแนวหน้าสังหารศัตรูไปได้รวมกว่าห้าหมื่นคน จับเชลยซยงหนูทั้งชายหญิงคนแก่และเด็กได้นับแสนคน ยึดม้าได้เจ็ดหมื่นตัว วัวหนึ่งหมื่นสามพันตัว แกะสองแสนตัว และเงินทองอีกมากมาย กองทัพสูญเสียกำลังพลไปกว่าสี่พันคน และอุปกรณ์ทหารม้าสูญหายไปหนึ่งชุด
เหมิงเถียนยังเขียนจดหมายอีกฉบับเพื่อรายงานเรื่องที่เตรียมจะทำศึกชี้ชะตากับซยงหนูและขอให้จักรวรรดิส่งกำลังไปสนับสนุน โดยให้ทหารม้าขนนกนำกลับมาพร้อมกับรายงานการรบด้วย
"ยอดเยี่ยม!" เสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจของฉินซื่อหวงทำให้เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่อยู่ด้านล่างต่างพากันชะเง้อคอด้วยความอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นฝ่าบาทถึงได้ทรงพระเกษมสำราญเพียงนี้
เมื่อเห็นท่าทางที่อยากรู้อยากเห็นของเหล่าขุนนาง อิ๋งเจิ้งก็ส่งรายงานการรบลงไปให้ทุกคนได้อ่าน
"เยี่ยม! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก!" เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหมิงอี้คำนวณคร่าวๆ แล้วหันไปกราบทูลฉินซื่อหวงว่า
"ทูลฝ่าบาท จากการประเมินของกระหม่อม หากนำผลลัพธ์จากการรบในครั้งนี้ไปขายให้กับพ่อค้าในราคาตลาดสามส่วน เราจะได้เงินประมาณยี่สิบสี่ล้านตำลึง ซึ่งเทียบเท่ากับภาษีของต้าฉินถึงสองปีเศษ ฟ้าคุ้มครองต้าฉินของเราจริงๆ กระหม่อมแทบไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าสงครามในครั้งนี้สิ้นสุดลง ผลตอบแทนของต้าฉินจะมีมากมายมหาศาลเพียงใด"
"ตู้ม!" ก่อนหน้านี้ตอนที่อ่านรายงานการรบก็ยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ แต่พอเหมิงอี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังคำนวณออกมาให้เห็นตัวเลขชัดๆ ทุกคนก็ถึงกับตะลึงงันและยังตั้งสติกันไม่ทัน
ต้องรู้ก่อนว่าในบรรดาระบบบรรดาศักดิ์ความดีความชอบทางทหารยี่สิบระดับของต้าฉิน ตำแหน่งเช่อโหวซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดมีเงินเดือนปีละแค่หนึ่งพันสือ ซึ่งเทียบเท่ากับเงิน 300 ตำลึง รวมกับภาษีที่ดินและทรัพย์สินส่วนตัวแล้วก็มีรายได้แค่หมื่นกว่าตำลึงเท่านั้น แต่ตอนนี้แค่ให้ตระกูลส่งคนติดตามกองทัพไปค้าขายวัวและม้าแค่ครั้งเดียวก็มีรายได้เทียบเท่ากับสิบปีแล้ว แบบนี้จะไม่ให้เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ดีใจได้อย่างไร
[จบแล้ว]