- หน้าแรก
- ยอดคนสายบวก เป้าหมายของผมคือรางวัลเท่านั้น
- บทที่ 23: ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
บทที่ 23: ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
บทที่ 23: ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
บทที่ 23: ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
"ซูซูกิ ถึงจะรู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว นายก็ยังจะยึดติดกับความคิดเดิมของตัวเองอยู่อีกเหรอ?"
โฮริคิตะ มานาบุลอบสังเกตสีหน้าของซูซูกิ โทรุ แต่ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ ราวกับว่าเขาคาดการณ์ไว้แล้ว ไม่ได้กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ
ถึงจะรู้ว่านางุโมะควบคุมคนทั้งชั้นปี 2 ได้ และแม้แต่นักเรียนที่พยายามต่อต้านนางุโมะก็ยังโดนไล่ออกไปแล้ว แต่เขากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยงั้นเหรอ?
เดี๋ยวนะ นักเรียนใหม่คนนี้ไม่ได้ไร้ความหวาดกลัวหรอก
แค่ดูจากคำพูดของซูซูกิ โทรุก็พอจะจับทางได้ไม่ยากว่าเขาเดาเรื่องทั้งหมดนี้ได้อยู่แล้ว และเขาเดาออกตั้งแต่ก่อนที่โฮริคิตะ มานาบุจะอธิบายให้ฟังเสียอีก
ไม่อย่างนั้น ซูซูกิ โทรุคงไม่พูดโพล่งออกมาทันทีว่า "ผมจะช่วยคุณรับมือกับนางุโมะเอง"
ก็เพราะเขาเดาเรื่องทั้งหมดนี้ได้ เขาถึงมาเคาะประตูสภานักเรียนยังไงล่ะ
อย่างนี้นี่เอง เด็กปีหนึ่งรุ่นนี้ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ โฮริคิตะ มานาบุถอนหายใจในใจ
อย่างไรก็ตาม ถึงเขาจะคิดว่าตัวเองเข้าใจความคิดของซูซูกิ โทรุแล้ว แต่เขาก็ยังคงนิ่งเงียบ
"การที่นางุโมะสามารถควบคุมได้ทั้งชั้นปี มันก็แสดงให้เห็นว่าพวกรุ่นพี่ปี 2 ไร้ความสามารถเกินไปครับ" คำพูดของซูซูกิ โทรุนั้นชวนตกตะลึง "ตอนนี้เขากำลังจะข้ามรุ่นมาจัดการกับคุณ และเขาจะต้องมาจัดการกับผมด้วยพวกปี 3 ในอนาคตอย่างแน่นอน เราต้องรีบจัดการกับนางุโมะให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อสั่นคลอนตำแหน่งของเขา"
คราวนี้โฮริคิตะ มานาบุเงียบไปจริงๆ เด็กปีหนึ่งคนนี้รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่?
"นี่ เด็กปี 1 นายคิดว่าตัวเองกำลังเล่าเรื่องตลกฝืดอยู่หรือไง?" ทาจิบานะ อาคาเนะถลึงตาใส่ซูซูกิ โทรุอย่างไม่พอใจ "ในฐานะเด็กปี 1 ทัศนคติของนายต้องปรับปรุงด่วนเลยนะ โอหังเกินไปมันไม่ดีหรอกรู้ไหม?"
"ผมหวังว่าจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบก่อนจะสิ้นสุดการเป็นเด็กปี 1 นั่นก็คือก่อนที่พวกรุ่นพี่จะเรียนจบครับ" ซูซูกิ โทรุเมินเธอ และหันไปพูดกับโฮริคิตะ มานาบุต่อ
"นายไม่มีมโนสำนึกเลยหรือไง? ถึงจะน่าเจ็บใจ แต่นางุโมะในตอนนี้น่ะแข็งแกร่งมากเลยนะ เทอมหน้าเขาก็จะเข้ารับตำแหน่งในสภานักเรียนด้วย นายจะเอากำลังที่ไหนไปรับมือกับคู่แข่งระดับนั้นล่ะ?" ทาจิบานะ อาคาเนะมองเขาเหมือนกำลังมองคนโง่
ในเวลาเดียวกัน โฮริคิตะ มานาบุก็เอ่ยขึ้นว่า "บางทีนายอาจจะยังไม่เคยสัมผัสถึงอำนาจของสภานักเรียน สภานักเรียนมีสิทธิ์ที่จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับกฎของโรงเรียน เปลี่ยนแปลงบทลงโทษหรือรางวัลบางอย่าง รวมถึงการสอบที่พวกนายจะต้องเผชิญในอนาคตด้วย"
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หยุด นี่คือข้อมูลมากที่สุดที่เขาสามารถเปิดเผยได้แล้ว
"เพราะงั้น ผมก็เลยจะมาซื้อที่นั่งในสภานักเรียนตอนนี้ไงล่ะครับ" ซูซูกิ โทรุกล่าวอย่างจริงจังไม่แพ้กัน
โฮริคิตะ มานาบุอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า "ฉันยอมให้นายเข้าสภานักเรียนได้ แต่โปรดอย่าคาดหวังอะไรให้มันมากนักเลย ฉันกับทาจิบานะ อาคาเนะกำลังจะเกษียณแล้ว และเบื้องหน้าก็มีการต่อสู้และการแข่งขันอีกมากมายรออยู่"
"ไม่ใช่แค่พวกเราหรอกนะ พวกนายเด็กปี 1 ก็จะเจอมันในอีกไม่ช้าเหมือนกัน" ทาจิบานะ อาคาเนะเตือนความจำเขาด้วยการแค่นเสียง "โรงเรียนนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอกนะ แค่ปัญหาเรื่องห้องเรียนก็น่าจะทำให้พวกนายกระอักเลือดแล้วล่ะ!"
เห็นได้ชัดว่าทั้งโฮริคิตะ มานาบุและทาจิบานะ อาคาเนะเชื่อว่าซูซูกิ โทรุในตอนนี้นังมีพลังและความสามารถไม่พอที่จะรับมือกับนางุโมะ
ท้ายที่สุด การแข่งขันของเด็กปี 1 ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และการเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ของพวกรุ่นพี่เร็วเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
"รุ่นพี่ครับ ผมก็ยังคิดว่าคุณควรจะรับพอยต์ส่วนตัวพวกนี้ไปอยู่ดีนะ" ซูซูกิ โทรุไม่สนความคิดเห็นของพวกเขา ทั้งสองคนไม่ได้มีความปรารถนาอะไรมากมาย จึงไม่คุ้มค่าที่จะให้เขามาใส่ใจเป็นพิเศษ
อืมม ถ้าเทียบกับโฮริคิตะ มานาบุแล้ว น้องสาวของเขาน่าสนใจกว่าเยอะ
เมื่อได้ยินคำพูดของซูซูกิ โทรุ โฮริคิตะ มานาบุก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ และถามด้วยความสงสัยว่า "นายก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วนี่ว่านายผ่านเกณฑ์ของฉันแล้ว แล้วจะมาเสียพอยต์ส่วนตัวไปเปล่าๆ ทำไม?"
เพื่อตอบสนอง ซูซูกิ โทรุก็เอ่ยอย่างใจเย็นว่า "เพราะผมต้องการที่นั่งในสภานักเรียน ที่นั่งที่ใครก็สามารถเข้าสภานักเรียนได้ยังไงล่ะครับ"
ทาจิบานะ อาคาเนะตกตะลึง เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร เขาอยากให้ใครเข้าสภานักเรียนกันแน่?
"ตกลง" โฮริคิตะ มานาบุมองซูซูกิ โทรุอย่างลึกซึ้ง "เส้นตายคือสิ้นเดือนนี้ รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสภานักเรียนจะประกาศในเดือนหน้า"
ในที่สุด ซูซูกิ โทรุก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา การเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว ต่อไปก็คือการร่วมมือกัน
"ถ้าผมมีเรื่องบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเขตหวงห้ามของโรงเรียนที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ รุ่นพี่จะช่วยผมไหมครับ?"
โฮริคิตะ มานาบุนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง "นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่นายมาหาฉันงั้นเหรอ?"
"ก็แค่การร่วมมือซึ่งกันและกันน่ะครับ" ซูซูกิ โทรุยิ้มบางๆ
"ฉันจะพิจารณาว่าจะช่วยนายหรือไม่ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ก็แล้วกัน"
"ขอบคุณมากครับ รุ่นพี่"
หลังจากแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกันแล้ว ซูซูกิ โทรุก็โอนพอยต์ส่วนตัวหนึ่งล้านพอยต์เข้าบัญชีของโฮริคิตะ มานาบุอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่โอนเสร็จ จู่ๆ ซูซูกิ โทรุก็ถามโพล่งขึ้นมาว่า "ว่าแต่รุ่นพี่ครับ คุณมีน้องสาวหรือเปล่า?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทาจิบานะ อาคาเนะก็เบิกตากว้าง
"เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ ท่านประธาน คุณมีน้องสาวด้วยเหรอคะ?"
โฮริคิตะ มานาบุชะงักไปเล็กน้อย และพินิจพิจารณาซูซูกิ โทรุตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง "นายเจอซุซุเนะแล้วเหรอ?"
"เจอแล้วครับ แต่ผมรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย เธอเป็นน้องสาวของรุ่นพี่แท้ๆ แล้วทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่ห้อง A ล่ะครับ?" ซูซูกิ โทรุไม่คิดว่าตัวเองโกหกนะ ยังไงซะเขาก็เคยเห็นโฮริคิตะ ซุซุเนะจากที่ไกลๆ ตอนปฐมนิเทศชมรมนี่นา
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง โฮริคิตะ มานาบุก็เอ่ยว่า "เธอขาดคุณสมบัติที่จำเป็นในบางด้านน่ะ การที่เธอไม่ได้อยู่ห้อง A จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรหรอก"
นัยน์ตาของซูซูกิ โทรุเป็นประกาย "รุ่นพี่จะไม่ช่วยน้องสาวตัวเองหน่อยเหรอครับ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โฮริคิตะ มานาบุก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "ซุซุเนะไม่คู่ควรให้นายมาใส่ใจขนาดนั้นหรอกนะ?"
"ผมก็แค่อยากรู้ความคิดของรุ่นพี่ก็เท่านั้นเองครับ"
"ถึงฉันจะเป็นประธานสภานักเรียน แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำอำนาจมาใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรอกนะ ฉันจะไม่ทำอะไรที่มันเกินความจำเป็นเด็ดขาด"
"เข้าใจแล้วครับ"
เมื่อพูดจบ ซูซูกิ โทรุก็พอใจและกำลังจะเดินจากไป แต่เขาไม่คิดเลยว่าจู่ๆ โฮริคิตะ มานาบุจะเรียกเขาเอาไว้
"ซูซูกิ ฉันมีคำถามสุดท้าย" แววตาของโฮริคิตะ มานาบุเฉียบคม "เป้าหมายที่นายอยากจะเข้าสภานักเรียนคืออะไรกันแน่?"
เขาพูดมาตั้งเยอะแยะก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่มีคำไหนที่พูดถึงตัวซูซูกิ โทรุเองเลย
แม้แต่ตอนนี้ โฮริคิตะ มานาบุก็ยังมองไม่ออกว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ หรือเป้าหมายของเขาคืออะไรกันแน่
ยิ่งเป็นแบบนี้ โฮริคิตะ มานาบุก็ยิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด ซูซูกิ โทรุยอดเยี่ยมเกินไป ซึ่งนั่นทำให้เขาเป็นกังวลอย่างมาก
ซูซูกิ โทรุสบตากับโฮริคิตะ มานาบุเงียบๆ เขากลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นนางุโมะคนที่สองงั้นเหรอ?
ในห้วงความคิดชั่วพริบตา เขาก็ให้คำตอบออกไป
"ผมต้องการสภานักเรียนครับ"
เมื่อพูดจบ ซูซูกิ โทรุก็เดินออกจากห้องสภานักเรียนไป
ทาจิบานะ อาคาเนะรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย เด็กปี 1 คนนี้ช่างไร้มารยาทจริงๆ!
แล้วที่บอกว่า "ผมต้องการสภานักเรียน" มันหมายความว่ายังไงยะ? ทำหยั่งกะมาซื้อค้อนสารพัดประโยชน์ที่ร้านสะดวกซื้ออย่างนั้นแหละ!
"ท่านประธานคะ ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องสั่งสอนเด็กปีหนึ่งคนนี้ให้หลาบจำนะคะ คำพูดและการกระทำของเขาควรได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมค่ะ!" ทาจิบานะ อาคาเนะพูดอย่างขุ่นเคือง
"ทำไมเธอถึงโกรธเขาขนาดนั้นล่ะ?" โฮริคิตะ มานาบุถาม
"ก-ก็เพราะเขาทำตัวกร่างเกินไปน่ะสิคะ!"
"อาคาเนะ เป็นไปได้ไหมว่าเขาจำเป็นต้องสร้างออร่าข่มขวัญเราไว้ก่อนน่ะ?"
"หมายความว่ายังไงคะ?"
โฮริคิตะ มานาบุไม่ตอบคำถามของทาจิบานะ อาคาเนะ แต่กลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปี 2 มีนางุโมะ แล้วตอนนี้ปี 1 ก็มีเด็กใหม่อีกคนที่ประมาทไม่ได้เลย ในอนาคตจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกล่ะเนี่ย?
ขณะที่เขากำลังจะกลับไปทำงานสภานักเรียนต่อ จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีกครั้ง
เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นนักเรียนคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เขาไม่เพียงแต่หัวล้านเท่านั้น แต่ยังไม่มีคิ้วอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
"ขออภัยที่รบกวนครับ ผมคัตสึรางิ โคเฮ จากห้อง 1-A ผมอยากจะขอสมัครเข้าสภานักเรียนครับ นี่ใบสมัครของผมครับ"
ทีแรกโฮริคิตะ มานาบุรู้สึกตกตะลึง เป็นเด็กห้อง A อีกแล้วเหรอ หรือว่าห้อง A ปีนี้จะยอดเยี่ยมกันทุกคนเลยนะ?
ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัว ก่อนที่เขาจะสะกดกลั้นอารมณ์ในใจเอาไว้
"เชิญเข้ามาได้"
ไม่นานนัก โฮริคิตะ มานาบุก็รู้สึกผิดหวังกับคัตสึรางิ โคเฮ
ตัวนักเรียนคนนี้มีความยอดเยี่ยมก็จริง แต่พอเอาไปเทียบกับซูซูกิ โทรุแล้ว เขากลับดูธรรมดาๆ ไปเลย ขาดความโดดเด่นที่น่าประทับใจแบบคนหลัง
ปล่อยให้เขารออยู่ข้างนอกไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยดูอีกที โฮริคิตะ มานาบุคิดในใจ