เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - ซ้อนแผน

บทที่ 15 - ซ้อนแผน

บทที่ 15 - ซ้อนแผน


บทที่ 15 - ซ้อนแผน

"เทพกระบี่?" หูติงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลาฉายแววตระหนกตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว แล้วก็กลับมานิ่งเฉยอีกครั้ง เขาหันไปพูดกับเซียวเหยาจื่อและจ้าวสืออีว่า "ในเมื่อท่านทั้งสองเป็นนักฆ่า ก็คงต้องคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ว่าจ้างด้วยสินะ ไม่อย่างนั้นค่าหัวนี่ พวกท่านก็คงต้องไปทวงเอากับคนตายแล้วล่ะ"

"เรื่องนั้นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายถึงกับเชิญเทพกระบี่มา ท่านประมุขไม่ต้องห่วง พวกเราจะคุ้มครองท่านเอง" เซียวเหยาจื่อกล่าวรับรอง

"แต่เทพกระบี่ประกาศวางมือจากยุทธภพไปตั้งหลายปีแล้วนี่นา ทำไมถึงได้หวนกลับมาอีกครั้งล่ะ?" ขงเมิ่งเฟยเอ่ยถามอย่างเคลือบแคลง

"เรื่องนั้นจะไปยากอะไร มีเงินซะอย่าง จะใช้ผีโม่แป้งยังได้ นับประสาอะไรกับเทพกระบี่เทพกระบอง ขอแค่มีเงิน ก็ต้องยอมโผล่หัวออกมาอยู่แล้ว" จ้าวสืออีบ่นพึมพำอยู่ด้านข้าง ก่อนจะวิ่งไปตบไหล่เซียวเหยาจื่อแล้วพูดว่า "นี่ สู้พวกเรามาสู้ร่วมมือกันฆ่ามันซะดีกว่าไหม แบบนี้เจ้าก็จะได้เลื่อนขึ้นไปอยู่อันดับเก้า ส่วนข้าก็จะได้เบียดเข้าไปติดท็อปเท็น เป็นไง?"

"ไหนท่านบอกว่าอยากจะฆ่าข้าแค่คนเดียวไง?"

"ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงข้าจะอยากฆ่าเจ้ามากแค่ไหน แต่ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็สู้เทพกระบี่ไม่ได้ ถ้าไม่มีข้า เจ้าก็เอาชนะเขาไม่ได้เหมือนกัน ว่าไง เจ้าจะลองกลับไปคิดดูไหมล่ะ?"

"ก็ดีเหมือนกัน เกรงว่าต่อให้พวกเราสองคนร่วมมือกันก็อาจจะเอาชนะเขาไม่ได้ ถึงตอนนั้นอย่าให้โดนเขาฆ่าตายทั้งคู่ก็แล้วกัน"

จ้าวสืออีหัวเราะลั่นแล้วพูดว่า "เซียวเหยาจื่อเอ๊ยเซียวเหยาจื่อ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเก่งกล้าสามารถสักแค่ไหน ที่แท้ก็ขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้! แค่เจออันดับสามก็กลัวจนหัวหดแล้ว ถ้าไปเจออันดับหนึ่งเข้า จะไม่ฉี่ราดกางเกงเลยเรอะ?"

เซียวเหยาจื่อยิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับหูติงว่า "ท่านประมุขหู เทพกระบี่ผู้นี้แม้จะเป็นนักฆ่า แต่ก็รักษาสัจจะยิ่งนัก ข้าคิดว่าอย่างน้อยในช่วงเวลากลางวัน ท่านคงไม่ตกอยู่ในอันตรายหรอก ว่าแต่ใครกันนะที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลจ้างเทพกระบี่มาสังหารท่าน?"

"ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าต้องเป็นไอ้สารเลวเหอซานเซ่าแน่ๆ" อู่ซานตะโกนขึ้นมา

"อืม พรรคของเรากับหอเทพหมัดของพวกมันมีความแค้นฝังลึกกันมานาน เจอกันทีไรเป็นต้องฟาดฟันกันทุกที คงหนีไม่พ้นพวกมันหรอก" หูติงกล่าวเสริม

"ดี ในเมื่อเทพกระบี่จะมาตอนยามจื่อ งั้นตอนนี้เราก็ไปจัดการเด็ดหัวเหอซานเซ่ากันเลยดีกว่า" จู่ๆ แววตาของเซียวเหยาจื่อก็เปลี่ยนเป็นดุดันอำมหิต ราวกับสิงโตที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล ใบหน้าดูน่าเกรงขามขึ้นมาทันที ขณะที่เขาพูด ประกายกระบี่ในมือก็สว่างวาบขึ้น ราวกับมันเองก็กำลังตื่นเต้นเช่นกัน

"ท่านเซียวเหยาจื่อช่างกล้าหาญชาญชัยสมกับเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งของอ้านเหอจริงๆ!" หูติงตบโต๊ะดังปังด้วยความชื่นชม

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกข้าทั้งสามก็ขอตัวลาก่อน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ก่อนยามจื่อคืนนี้ ท่านคงจะได้เห็นหัวของเหอซานเซ่าแน่"

"เยี่ยม! ขอให้พวกท่านโชคดี!"

สิ้นคำพูดของหูติง เซียวเหยาจื่อ จ้าวสืออี และสยงฉู่ ก็เดินออกจากประตูไปทันที

จากนั้น คนรับใช้สองสามคนก็เดินเข้ามาปิดประตูแล้วออกไป

ภายในโถงใหญ่เหลือเพียงหูติง ขงเมิ่งเฟย และอู่ซาน บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึมและน่าขนลุกขึ้นมาทันที

"ท่านพี่ สามคนนั้นจะทำสำเร็จไหม?" ขงเมิ่งเฟยเอ่ยถาม

"หึ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ช่างหัวมันเถอะ ยังไงซะ ไอ้แก่เหอซานเซ่าก็ใกล้ถึงคราวตายเต็มทีแล้ว" มุมปากของหูติงยกขึ้นอย่างมีชัย รอยยิ้มนั้นดูเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย ไร้ซึ่งมาดประมุขผู้ยิ่งใหญ่เมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง

"แต่ถ้าพวกนั้นทำสำเร็จ เงินหนึ่งหมื่นหนึ่งพันตำลึงนั่น ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ"

"หึ คิดจะเอาเงินจากกระเป๋าข้าไปสักแดงเดียวฝันไปเถอะ ข้าไม่เพียงแต่จะทำให้พวกมันไม่ได้เงินสักแดง แต่จะทำให้พวกมันตายแบบไม่มีที่ฝังเลยด้วยซ้ำ แถมพวกเรายังจะได้ทองคำอีกหนึ่งพันตำลึงด้วยนะ" รอยยิ้มของหูติงแผ่ขยายออกไปบนใบหน้า ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนกระดาษเซวียนจื่อ แน่นอนว่ามันเป็นสีดำมืดมิด เฉกเช่นเดียวกับจิตใจของเขา

ขงเมิ่งเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความดีใจ "ท่านพี่ หรือว่าท่าน..."

"ถูกต้อง ข้าติดต่อทางการไว้เรียบร้อยแล้ว ได้ยินมาว่ามีองครักษ์เสื้อแพรคนหนึ่งชื่อปู่ยิง รับหน้าที่ตามจับตัวเซียวเหยาจื่อโดยเฉพาะ หึ กล้าไปฆ่าคนวางเพลิงถึงในจวนอ๋อง นับว่าแน่ไม่เบา แต่ทองคำหนึ่งพันตำลึงที่ฮ่องเต้ตั้งค่าหัวไว้ก็ไม่ใช่ของเล่นๆ เหมือนกัน"

ขงเมิ่งเฟยถามต่อ "แต่ทำไมวันนี้คนที่ข้าเห็นคือชายหนุ่มรูปงาม แต่ภาพวาดประกาศจับกลับเป็นชายวัยกลางคนท่าทางแก่ชราล่ะ?"

หูติงแค่นเสียงเย็นชา แล้วพูดว่า "ถ้าข้าเดาไม่ผิด ฝีมือของเซียวเหยาจื่อคงไม่ได้มีแค่ฆ่าคนวางเพลิงแน่ๆ คงจะมีเส้นสายในราชสำนักคอยช่วยเหลืออยู่ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียร ไม่สนใจราชกิจ ปล่อยให้มหาอำมาตย์เหยียนซงและพรรคพวกกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แค่เล่นตุกติกนิดหน่อย ภาพวาดนั่นก็ไม่ใช่ตัวจริงของเขาแล้ว"

ขงเมิ่งเฟยพยักหน้าเห็นด้วย "คิดไม่ถึงเลยว่าเซียวเหยาจื่อจะร้ายกาจขนาดนี้"

หูติงแสยะยิ้ม "หึ ต่อให้เขาร้ายกาจแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าหรอก น้องรอง เจ้ารีบไปเขียนจดหมายส่งให้ปู่ยิงเดี๋ยวนี้ บอกเขาว่าตอนนี้เซียวเหยาจื่ออยู่ที่หอเทพหมัด ให้เขารอสักชัชยามค่อยนำกำลังไปบุกจับ ถึงตอนนั้น ปล่อยให้พวกมันสู้กันเองจนบาดเจ็บล้มตาย ส่วนพวกเราก็รอรับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ถึงเหอซานเซ่าจะไม่ตาย ข้าก็ยังมีแผนสำรองส่งมันลงนรกอยู่ดี ฮ่าๆ!"

"ท่านพี่ช่างล้ำลึกจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ" ขงเมิ่งเฟยโค้งคำนับหูติงอย่างนอบน้อม

ส่วนหูติงก็ยิ่งหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจ

"ไม่ได้เด็ดขาด!"

เสียง "ปัง" ดังขึ้น อู่ซานตบโต๊ะดังสนั่นแล้วลุกขึ้นพรวด "ท่านพี่ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ! พรรคสวรรค์มังกรของเราแม้จะยิ่งใหญ่ แต่ก็ให้ความเคารพเหล่าวีรบุรุษในยุทธภพเสมอมา ข้าเองก็เคารพรักท่านพี่มาก แต่... แต่สิ่งที่ท่านพี่ทำอยู่ตอนนี้ มัน... มันเป็นการกระทำของพวกคนพาลชัดๆ! เรื่องในยุทธภพของพวกเรา จะให้ราชสำนักเข้ามายุ่งเกี่ยวทำไม! เมื่อกี้ข้าเห็นเด็กหนุ่มคนนั้น ข้ายังนับถือในความกล้าหาญของเขาเลย อาจารย์ของเขาต้องเป็นยอดคนแน่ๆ ส่วนจ้าวสืออี แพ้ก็คือแพ้ กล้าทำกล้ารับ นับว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง คนจริงใจแบบพวกเขา เราจะไปยอมเป็นเครื่องมือให้พวกขุนนางกังฉินเพียงเพื่อเศษเงินพวกนั้นได้ยังไง! ถ้าท่านจะฆ่าพวกเขา ก็ต้องข้ามศพข้าอู่เหล่าซานไปก่อน!"

คำพูดเหล่านี้ทำเอาหูติงถึงกับหน้าถอดสี ดูละอายใจและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนขงเมิ่งเฟยกลับมีสีหน้าโกรธจัด เขาพยายามขยิบตาให้อู่ซานหยุดพูด แต่อู่ซานก็ยังคงพูดจาฉะฉานจนจบ

"อืม น้องสาม เจ้าพูดถูกแล้วล่ะ เจ้าช่วยเตือนสติข้าได้ทันเวลาพอดี เจ้ารีบออกไปดูหน้าประตูสิ ว่ามีใครแอบฟังอยู่หรือเปล่า! ถ้าแผนการรั่วไหลออกไปล่ะแย่แน่!" หูติงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียใจอย่างสุดซึ้ง

"ได้ๆ ข้าอู่เหล่าซานมันคนไร้การศึกษา ถ้าเมื่อกี้คำพูดของข้าล่วงเกินท่านพี่ไปบ้าง ก็ขอท่านพี่อย่าได้ถือสาเลยนะ" อู่ซานเดินตรงไปที่ประตูอย่างดีอกดีใจ

ขงเมิ่งเฟยมองหูติงด้วยสายตาเหลือเชื่อ ราวกับกำลังมองตัวประหลาด

แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็เห็นมีดบินเล่มหนึ่งพุ่ง "ฟุ่บ" ออกมาจากแขนเสื้อของหูติง เฉียดแก้มของเขาไป ขงเมิ่งเฟยถึงกับได้ยินเสียงแหวกอากาศและสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกของมัน

"ฉึก!"

"อั้ก!"

"เคร้ง!"

มีดบินพุ่งทะลุร่างอันอวบอ้วนของอู่ซานด้วยความเร็วสูง และปักลึกลงไปในกำแพงถึงหนึ่งนิ้ว

จากนั้น ภายในโถงใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ขงเมิ่งเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด

ส่วนหูติงยังคงมีสีหน้ารู้สึกผิด ไม่รู้ว่าคราวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเสแสร้งกันแน่

แต่สำหรับอู่ซานแล้ว มันคงเป็นแค่การเสแสร้ง

อู่ซานค่อยๆ หันกลับมา เลือดไหลรินที่มุมปาก

ในแววตาของเขา ไม่มีทั้งความโกรธ ความประหลาดใจ หรือความหวาดระแวง

มีเพียงความสงบนิ่ง สงบนิ่งดั่งสายน้ำ ทว่าสิ่งที่ไหลเวียนอยู่บนนั้น คงไม่ใช่น้ำ แต่เป็นความเสียใจ ความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เพราะจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต เขาถึงได้เห็นธาตุแท้ของพี่ชายที่เขาเคยเคารพรักมาตลอด

ที่แท้ก็เป็นแค่หัวใจที่แสนอัปลักษณ์เท่านั้นเอง

อู่ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะล้มลงสิ้นใจ

ขงเมิ่งเฟยรู้สึกหวาดหวั่นอย่างยิ่ง

หูติงรู้ดี

เพราะเขาเห็นขงเมิ่งเฟยสั่นไปทั้งตัว สำหรับบัณฑิตพัดเหล็กผู้นี้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเกิดอาการเช่นนี้

"น้องรอง ข้าจำได้ว่าคราวที่แล้วตอนไปที่ห้องเจ้า เหมือนจะเห็นภาพวาดภาพหนึ่งในหนังสือ เป็นภาพขันทีจูงกวางตัวหนึ่งมาอยู่ต่อหน้าเหล่าขุนนาง แล้วก็ชี้ไปที่กวางตัวนั้น ข้าสงสัยมาตลอดเลย ว่ามันเป็นตำนานเรื่องอะไรกันแน่?" หูติงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ แล้วเอ่ยถามอย่างเนิบนาบ

เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าของขงเมิ่งเฟย เขาอยากจะยกมือขึ้นเช็ด แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะยืนนานเกินไป ร่างกายจึงเกิดอาการชา จนเสียการทรงตัวล้มลงไปกองกับพื้น เขาตอบตะกุกตะกักว่า "นั่น... นั่นคือตำนานเรื่องจ้าวเกาชี้กวางเป็นม้าขอรับ?"

"อ้อ ตำนานเรื่องนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงรู้สึกคุ้นๆ นัก" จู่ๆ ใบหน้าของหูติงก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม แววตาฉายแววอำมหิต น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น "งั้นเจ้าลองบอกข้าสิ ว่าจ้าวเกาจูงอะไรมากันแน่ ม้า หรือว่า กวาง?"

"ม้า ต้องเป็นม้าแน่ๆ ขอรับ!" ขงเมิ่งเฟยตอบกลับอย่างไม่ลังเล

"ใช่แล้วล่ะ แต่ข้าได้ยินมาว่า พวกคนที่ตอบว่าเป็นม้าเนี่ย สุดท้ายก็ถูกจ้าวเกาฆ่าทิ้งหมดเลยไม่ใช่เหรอ?" น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง

"พะ... เพราะ..." ขงเมิ่งเฟยกลอกตาไปมา พยายามนึกทบทวนความจำอย่างหนัก แต่จำไม่ได้ว่าในหนังสือมีเขียนเรื่องนี้ไว้ด้วย แน่นอนว่าเขาหาคำตอบไม่ได้

"เพราะพวกเขายอมตอบว่าเป็นม้าต่อหน้าจ้าวเกาในท้องพระโรง แต่พอกลับถึงบ้าน คิดว่าจ้าวเกาคงไม่ได้ยิน ก็เลยแอบพูดความจริงว่าเป็นกวาง สุดท้ายก็เลยโดนจ้าวเกาฆ่าตายยังไงล่ะ!"

หูติงพูดต่อ "น้องรอง ข้ารู้ว่าปกติเจ้ากับน้องสามสนิทกันมาก แต่ในเมื่อเขาได้ยินแผนการของข้าแล้ว และเขาก็ไม่เห็นด้วย ด้วยนิสัยของเขา ต้องเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนายแน่ๆ ถึงตอนนั้นถ้าพวกเราไม่ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง มันก็คงไม่ดีเท่าไหร่นะ ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหมือนกัน"

"ท่านพี่... ท่านทำถูกแล้วล่ะ น้องสามมันรนหาที่ตายเอง มันสมควรตายแล้ว!" ขงเมิ่งเฟยพูดเสียงสั่น

ภายในโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า เสียงหัวเราะอย่างผู้กำชัยชนะดังก้องกังวานไปทั่ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 15 - ซ้อนแผน

คัดลอกลิงก์แล้ว