เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - เศษเงินขับไล่ไอ้โล้นทวงหนี้ บ้านร้างรับเพิ่มหญิงผู้น่าสงสาร

บทที่ 7 - เศษเงินขับไล่ไอ้โล้นทวงหนี้ บ้านร้างรับเพิ่มหญิงผู้น่าสงสาร

บทที่ 7 - เศษเงินขับไล่ไอ้โล้นทวงหนี้ บ้านร้างรับเพิ่มหญิงผู้น่าสงสาร


บทที่ 7 - เศษเงินขับไล่ไอ้โล้นทวงหนี้ บ้านร้างรับเพิ่มหญิงผู้น่าสงสาร

หลายวันหลังจากนั้น ชีวิตของโจวฉี่ผ่านไปอย่างสงบสุข

ตอนกลางวัน เขาพาอู๋เหล่าซาน จูโส่ว และจ้าวหู่ทั้งสามคนออกไปฝึกหรือเข้าเวรยาม

ตกกลางคืน เขาจะใช้เวลาครึ่งชั่วยามวาดรูปแผนที่ประหลาดๆ ที่ไม่มีใครดูรู้เรื่องลงบนกระดาษหนังแกะ จากนั้นก็นอนกอดกู้อี๋หลาน

กู้อี๋หลานว่านอนสอนง่ายมาก เรียกได้ว่าเชื่อฟังทุกอย่าง

แต่โจวฉี่ก็ไม่ได้ล่วงเกินนาง ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย

ในความคิดของกู้อี๋หลาน ผู้ชายล้วนใช้ท่อนล่างคิดทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกทหาร

นางเริ่มสงสัยว่า หรือนางจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจพอ หรือว่า... จริงๆ แล้วโจวฉี่ไม่ได้เตะปี๊บดังอย่างที่เห็นภายนอก?

โจวฉี่พอจะเดาออกว่านางคิดอะไรอยู่

แต่เขาไม่คิดจะอธิบาย

บ้านผุพังหลังนี้ลมพัดผ่านสบายแฮ แถมยังกันเสียงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ด้านข้างยังมีคู่รักนกกระจอกเทศอีกสามคู่นอนอยู่ด้วย

จะให้มาโชว์หนังสดในสภาพแวดล้อมแบบนี้?

ในฐานะคนยุคใหม่ที่ข้ามมิติมา โจวฉี่ทำใจรับไม่ได้จริงๆ

อีกอย่าง ตอนนี้กู้อี๋หลานแม้ตัวจะอยู่กับเขา แต่ใจยังคงว้าวุ่น

ตอนกลางวันกู้อี๋หลานถูกหม่าเซาเปากลั่นแกล้งที่สำนักซักล้าง แต่นางไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยฟ้องโจวฉี่ พอกลับมาถึงก็คอยล้างเท้า ซ่อมเสื้อผ้าให้โจวฉี่

เพียงแต่สายตาของนางมักจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาซ่อนความร้อนรนเอาไว้ลึกๆ

นางรู้ดีว่า เสี่ยวฮวนรอไม่ได้แล้ว

...

พลบค่ำวันหนึ่ง ท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆสีเทาตะกั่วลอยต่ำ ราวกับกำลังก่อตัวเป็นพายุหิมะลูกใหญ่

โจวฉี่เพิ่งพาลูกน้องกลับมาถึงค่ายพัก ก้นยังไม่ทันแตะพื้น ประตูก็ถูกถีบเปรี้ยงเปิดออก

ลมหนาวพัดเกล็ดหิมะสาดกระเซ็นเข้ามา

ทหารหลายนายบุกเข้ามาในห้อง

คนนำหน้าเป็นชายหัวโล้น บนหัวมีรอยแผลเป็นรูปตะขาบน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถือกระบองสั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม

ตามมาด้วยทหารเลวหน้าตาหาเรื่องอีกสามคน

"ไอ้จูตาเน่า! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"

ไอ้โล้นกระแทกกระบองสั้นลงพื้น ฝุ่นดินบนกำแพงร่วงกราว "วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ถ้ายังไม่คืนเงิน พ่อจะควักตาอีกข้างของเอ็งให้บอดไปเลย!"

ไอ้จูตาเน่าคือฉายาของจูโส่ว เพราะหางตาซ้ายของเขามีแผลพุพองจนเนื้อปลิ้นดันลูกตาให้เอียงผิดรูป

จ้าวหู่กับอู๋เหล่าซานกำลังโซ้ยข้าวอยู่ พอเห็นสถานการณ์ก็รีบหดตัวหลบมุมทันที

ไอ้หัวโล้นนี่พวกเขารู้จักดี มันชื่อจางซวี่ เป็นลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าหมู่กองหนึ่ง หากินกับการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด หน้าเลือดดุจปลิงดูดเลือด

จูโส่วกำลังซดโจ๊กอยู่ริมกองไฟ พอได้ยินเสียงก็ตกใจจนชามหลุดมือหล่นโพล๊ะลงในกองไฟ

"จะ... พี่จาง"

จูโส่วคลานตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา

"ทะ... ทำไมท่านถึงมาล่ะ? ไม่ใช่ว่าตกลงกันไว้ว่า... จะผ่อนผันให้ถึงตอนจ่ายเบี้ยหวัดเดือนหน้าหรือ?"

"เบี้ยหวัด?"

จางซวี่แค่นหัวเราะ ก้าวพรวดเดียวถึงตัวจูโส่ว กระชากคอเสื้อขึ้นมา แล้วตบสัญญาเงินกู้ป้าบลงบนโต๊ะ

"เบี้ยหวัดกระจอกๆ ของแก พอจ่ายดอกเบี้ยไหมฮะ? ข้าได้ยินมาว่า หลายวันมานี้แกแอบไปบ่อนจนหมดตัวอีกแล้ว ห้าสิบตำลึง! วันนี้ถ้าแกหามาคืนไม่ได้ ข้าจะสับแกเป็นชิ้นๆ โยนให้หมาแดก!"

"ห้าสิบตำลึง?!"

คนในห้องสูดปากด้วยความตกใจ

ในสถานที่ที่ชีวิตคนไร้ค่าเยี่ยงฟางเส้นนี้ ค่าทำศพคนตายหนึ่งคนยังแค่ห้าตำลึงเอง

หน้าของจูโส่วซีดเผือดในพริบตา

เขาจะไปหาเงินห้าสิบตำลึงมาจากไหน? แค่เหรียญทองแดงห้าสิบอีแปะเขายังไม่มีเลย

"พี่จาง... ท่านปู่จาง! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!" จูโส่วคุกเข่าดังตุบ น้ำมูกน้ำตาไหลพราก

"ข้าไม่มีเงินแล้วจริงๆ... หรือว่า ท่านจะผ่อนผันให้อีกสองวัน? ข้า... ข้าจะไปยืมมาให้!"

จางซวี่ถีบยอดอกจูโส่วจนหงายหลังล้มตึง

"ในเมื่อไม่มีเงิน ก็ว่ากันตามกฎ" สายตาเหี้ยมเกรียมของจางซวี่กวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ตรงมุมห้อง

นางคือซูชิวเหนียง เมียของจูโส่ว

ซูชิวเหนียงเป็นสาวชาวกังหนำขนานแท้ หน้าตาสะสวย บอบบาง แม้จะสวมเสื้อผ้าซอมซ่อ แต่ก็ดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้านอยู่เสมอ

ปกตินางมักจะเก็บตัวเงียบ ก้มหน้าก้มตาทำงาน

"ข้าเห็นว่าเมียแกก็พอจะมีรูปโฉมอยู่บ้าง ได้ยินว่าเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล แถมยังรู้เรื่องยาด้วยนี่?"

จางซวี่แลบลิ้นเลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มหื่นกาม

"ในเมื่อไม่มีเงินใช้หนี้ ก็เอาคนมาขัดดอกแทนแล้วกัน พอดีพวกพี่น้องข้าช่วงนี้กำลังกลัดมัน ขาดที่ระบายอยู่พอดี"

"หา?"

ซูชิวเหนียงตกใจจนทำตะกร้าเย็บผ้าหล่นพื้น พยายามหดตัวชิดกำแพงสุดชีวิต

"ไม่เอา... ไม่ไปนะ..."

นางมองไปทางสามีอย่างขอความช่วยเหลือ

จูโส่วหมอบอยู่บนพื้น กุมหน้าอก สายตาลุกลี้ลุกลอน

เขาเป็นทั้งผีพนันและไอ้ขี้ขลาดตาขาว

เพื่อเงินแล้ว เขาทำได้ทุกอย่าง

"พี่จาง..."

จูโส่วตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา แต่กลับไม่ได้เอ่ยปากห้าม ซ้ำยังส่งยิ้มประจบประแจงให้อีกต่างหาก

"ท่าน... ท่านพูดจริงหรือ? แค่เอาตัวเมียข้าไป หนี้ห้าสิบตำลึงนั่น... ก็ถือว่าหายกัน?"

ทั้งห้องเงียบกริบ

แม้แต่จ้าวหู่ที่อยู่ข้างๆ ยังอดสบถไม่ได้ "ถุย ไอ้จูตาเน่า แกนี่มันไม่ใช่คนจริงๆ!"

ซูชิวเหนียงเบิกตากว้างมองสามีตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ น้ำตาทะลักล้นออกมาทันที

"จูโส่ว! ท่านพูดอะไรน่ะ?! ข้าเป็นเมียท่านนะ..."

"หุบปาก!"

จูโส่วตวาดลั่น ขัดจังหวะคำพูดของนาง

"ข้ากำลังจะตายอยู่แล้ว เจ้ายังไม่คิดจะช่วยข้าอีกรึ? ก็แค่ไปนอนกับผู้ชายไม่กี่คน มันจะสึกหรอตรงไหน! ตัวเจ้ามีค่าตั้งห้าสิบตำลึง ถือเป็นบุญของเจ้าแล้ว!"

พูดจบ เขาก็หันไปโค้งคำนับปลกๆ ให้จางซวี่

"พี่จาง ท่านดูสิ ตอนที่ข้าพานางกลับมา นางยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีแค่ข้าคนเดียวที่เคยแตะต้อง ท่านเอาไปเถอะ เอาไปขัดดอก ถือว่าเราหายกัน!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ดี! ถือว่าแกรู้ความ!"

จางซวี่หัวเราะลั่น โบกมือสั่ง "เฮ้ยพวกเรา มัวรออะไรอยู่วะ?"

ลูกสมุนด้านหลังที่รอจังหวะอยู่แล้ว ร้องตะโกนอย่างคึกคะนองพลางพุ่งเข้าไปหาซูชิวเหนียงที่มุมห้อง

"กรี๊ดด! ไม่เอา! ข้าไม่ไป! ข้าไม่ไป!"

ซูชิวเหนียงกรีดร้องลั่น ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่จะไปสู้แรงชายฉกรรจ์หลายคนได้อย่างไร

เสียงเสื้อผ้าขาดวิ่นดังแคว่ก

"พี่จาง ดูท่าจะไม่ค่อยดีมั้ง..." จ้าวหู่ทนดูไม่ได้ ตั้งท่าจะร้องห้าม

"หืม?" ไอ้หัวโล้นจางซวี่ถลึงตาใส่ สายตาดุดันนั้นกดดันจนจ้าวหู่ต้องล่าถอยไป

อู๋เหล่าซานที่อยู่ข้างๆ ก็ก้มหน้าไม่กล้ามอง ส่วนพวกผู้หญิงก็กอดกันกลมด้วยความหวาดกลัว

จูโส่วหดหัวอยู่มุมห้อง เบือนหน้าหนี ไม่ยอมมองภาพตรงหน้า

อีกนิดเดียว ซูชิวเหนียงก็จะถูกรุมโทรมต่อหน้าธารกำนัลแล้ว

นี่ไม่ใช่แค่การหยามเกียรติซูชิวเหนียง แต่เป็นการตบหน้าผู้ชายทุกคนในห้องนี้ต่างหาก

โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งหัวหน้า

ปัง!

เสียงดังสนั่น

รองเท้าบูททหารขาดๆ ข้างหนึ่ง ถีบเปรี้ยงเข้าที่ก้นของลูกสมุนที่กำลังจะยื่นมือไปตะปบหน้าอกซูชิวเหนียง

ไอ้ลูกสมุนนั่นตั้งตัวไม่ทัน หน้าคะมำพุ่งไปกระแทกกำแพงจนล้มลุกคลุกคลาน

ความวุ่นวายในห้องหยุดชะงักลงทันที

ท่ามกลางสายตาของทุกคน

โจวฉี่ลุกขึ้นยืน ในมือถือมีดสั้นที่ยังอยู่ในฝัก

"ใครอนุญาตให้พวกแกมาลงไม้ลงมือในห้องของข้า?"

จางซวี่หรี่ตามองหัวหน้าหมู่ย่อยคนใหม่

"หัวหน้าหมู่โจวรึ?"

จางซวี่แค่นหัวเราะ ไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยสักนิด

"ไอ้จูโส่วเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ มันเป็นสัจธรรม ตัวมันเองยังยอมยกเมียให้ขัดดอก เป็นความสมยอมทั้งสองฝ่าย ทำไม หรือหัวหน้าหมู่โจวจะแหกกฎ?"

"กฎรึ?"

โจวฉี่เดินไปที่โต๊ะ ปรายตามองสัญญาเงินกู้ยับยู่ยี่บนโต๊ะ

"ค่ายทหารมีกฎของค่าย ข้าก็มีกฎของข้า"

โจวฉี่เงยหน้าขึ้น จ้องเขม็งไปที่จางซวี่ "ในอาณาเขตของข้า ต่อให้เป็นหมาสักตัว ถ้าข้าไม่อนุญาต คนนอกก็ห้ามแตะต้อง"

"รนหาที่ตายเรอะ?"

จางซวี่หน้าตึง กระบองสั้นในมือขวางอยู่เบื้องหน้า ลูกสมุนอีกสองคนก็ก้าวเข้ามาล้อม มือกรุมอยู่ที่ด้ามดาบข้างเอว

บรรยากาศตึงเครียดพร้อมปะทะ

โจวฉี่เพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ คลำหาอะไรบางอย่าง

จากนั้น "เคร้ง"

เศษเงินหนึ่งตำลึงกับเหรียญทองแดงหนึ่งกำมือถูกโยนลงบนโต๊ะ

นี่คือสมบัติทั้งหมดที่เขามี

"หนี้ห้าสิบตำลึงนี่ ข้าขอซื้อ"

โจวฉี่ชี้ไปที่เงินบนโต๊ะ "นี่คือมัดจำ ส่วนที่เหลือ ค่อยผ่อนจ่ายทีหลัง"

"แกซื้อรึ?"

"โจวฉี่ แกบ้าไปแล้วหรือไง? เงินแค่นี้คิดจะล้างหนี้รึ? แถมไอ้จูโส่วมันติดหนี้ข้า แกมีสิทธิ์อะไรมาขอรับช่วงต่อ?"

"สิทธิ์นี้ไง"

สิ้นคำพูด ร่างของโจวฉี่ก็พุ่งพรวดออกไป

รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

ไม่มีใครมองทันว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร

ได้ยินเพียงเสียง "เช้ง" ประกายมีดสาดส่อง

วินาทีต่อมา

โจวฉี่ก็ไปยืนประจันหน้ากับจางซวี่ ใบหน้าแทบจะชนกัน

ปลายมีดสั้นในมือโจวฉี่ จ่อติดอยู่ที่ลูกกระเดือกของจางซวี่พอดิบพอดี

เพียงแค่ออกแรงดันอีกนิดเดียว คอหอยก็ทะลุแน่นอน

เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าจางซวี่

เขายังไม่ทันได้ยกกระบองสั้นขึ้นมาป้องกันตัวด้วยซ้ำ

"ทีนี้ หนี้ก้อนนี้ตกเป็นของข้าแล้ว แกมีปัญหาอะไรไหม?"

น้ำเสียงของโจวฉี่ยังคงเจือรอยยิ้ม แต่สำหรับจางซวี่แล้ว มันคือประกาศิตจากพญายมชัดๆ

"มะ... ไม่มีปัญหา"

จางซวี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกเสียดสีกับปลายมีดจนรู้สึกเสียวแปลบ "หัวหน้าหมู่โจว... ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ ดาบ... ดาบมีตามันไม่มีตา"

"หยิบเงินแล้วไสหัวไป"

โจวฉี่สะบัดข้อมือ เก็บมีดเข้าฝัก

ท่าทางลื่นไหลไร้ที่ติ

จางซวี่ไหนเลยจะกล้าต่อปากต่อคำ รีบคว้าเงินและเหรียญทองแดงบนโต๊ะ เผ่นแน่บไปพร้อมกับลูกสมุนโดยไม่กล้าแม้แต่จะทิ้งท้ายคำขู่

ในห้องกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง

ทุกคนต่างมองโจวฉี่อย่างตกตะลึง

โดยเฉพาะจูโส่ว

เขาหมอบอยู่บนพื้น มองกลุ่มเจ้าหนี้หน้าเหี้ยมถูกไล่ตะเพิดออกไป ในใจลิงโลดสุดขีด

รอดแล้ว!

ไอ้หัวหน้าหมู่หน้าโง่นี่มันยอมจ่ายหนี้แทนเขา!

"หะ... หัวหน้าหมู่โจว!"

จูโส่วตะเกียกตะกายลุกขึ้น ยิ้มประจบประแจงเดินเข้าไปหา "ข้าว่าแล้วเชียวว่าท่านต้องเป็นคนใจกว้าง! บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไว้! วันข้างหน้า..."

ปัง!

โดนถีบอีกแล้ว

คราวนี้โจวฉี่ถีบแรงกว่าที่จางซวี่ทำเสียอีก จูโส่วลอยละลิ่วไปชนชั้นไม้วางของข้างกองไฟจนล้มครืน โจ๊กครึ่งหม้อหกราดรดตัว

"โอ๊ยยย—!" จูโส่วร้องโหยหวนดิ้นพล่าน

โจวฉี่เดินไปที่โต๊ะ หยิบสัญญาเงินกู้ขึ้นมา

จากนั้นก็หันกลับไปมองจูโส่วที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้น

"เงินห้าสิบตำลึงนี่ ตอนนี้แกติดหนี้ข้า"

โจวฉี่ย่อตัวลง ตบหน้าเน่าๆ ของจูโส่วเบาๆ "ก่อนที่แกจะใช้หนี้ก้อนนี้หมด ชีวิตแกเป็นของข้า เมียแก... ก็ต้องอยู่ในการดูแลของข้า"

"ตั้งแต่วันนี้ไป ไสหัวไปนอนที่นอนของหวังหมาจื่อซะ ถ้ากล้าแตะต้องนางแม้นิดเดียว..."

โจวฉี่ไม่ได้พูดต่อ เพียงแต่ใช้มีดตบแปะๆ ไปที่เป้ากางเกงของจูโส่ว

จูโส่วตกใจกลัวจนตัวสั่นงันงก รีบพยักหน้ารัวๆ "ไม่กล้าแล้ว! ไม่กล้าแล้ว! ฟังท่านทุกอย่าง! เมียข้าเป็นของท่าน! ต่อไปนี้ข้าคือคนของท่าน!"

โจวฉี่ยืดตัวขึ้นอย่างรังเกียจ ไม่แม้แต่จะปรายตามองไอ้ผัวเฮงซวยนี่อีก

เขาหันไปมองซูชิวเหนียงที่หดตัวอยู่มุมห้อง

ตอนนี้ซูชิวเหนียงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา หดตัวราวกับนกกระทาตื่นตระหนก ตัวสั่นระริก

นางได้ยินทุกอย่างที่เขาพูด

อยู่ในการดูแลของเขาแล้ว

เพิ่งหนีปากเสือมาได้ ก็ต้องมาตกอยู่ในถ้ำหมาป่าอีกงั้นหรือ?

แต่อย่างน้อย หมาป่าตัวนี้ก็เพิ่งช่วยชีวิตนางไว้

โจวฉี่ไม่แม้แต่จะมองนางด้วยซ้ำ

เขาเพียงแค่เดินกลับไปนั่งที่เตียงของตัวเอง หยิบกระดาษหนังแกะแผ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

"ปิดประตูซะ"

เขาออกคำสั่งเรียบๆ

ตรงมุมห้อง กู้อี๋หลานเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบๆ

ตั้งแต่โจวฉี่ชักมีด ไล่พวกอันธพาล รับช่วงต่อหนี้สิน ไปจนถึงการลงโทษจูโส่ว

วิธีการของผู้ชายคนนี้ช่างเด็ดขาด เหี้ยมเกรียม แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

กู้อี๋หลานเหลือบมองซูชิวเหนียงที่ยังคงสั่นเทา

หลายวันมานี้ ซูชิวเหนียงไม่เคยกลั่นแกล้งหรือนินทาว่าร้ายนางเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ เลย

ล้วนเป็นคนตกทุกข์ได้ยากเหมือนกัน

นางทอดถอนใจ ยกชามน้ำอุ่นเดินเข้าไปหา คลุมเสื้อตัวเก่าลงบนร่างของซูชิวเหนียงอย่างเบามือ

"พี่สาว อย่ากลัวเลย"

กู้อี๋หลานยื่นชามน้ำให้ น้ำเสียงอ่อนโยน

"จิบน้ำอุ่นสักหน่อย จะได้อุ่นขึ้น"

ซูชิวเหนียงเงยหน้าขึ้น มองกู้อี๋หลานผ่านม่านน้ำตา สลับกับมองโจวฉี่ที่กำลังก้มหน้าวาดรูปอยู่

นางรับชามน้ำมาด้วยมือที่สั่นเทา แล้วจิบเข้าไปอึกหนึ่ง

ส่วนจ้าวหู่ได้แต่นั่งเหม่อ พอได้เห็นฝีมือของโจวฉี่เมื่อครู่ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าหวังหมาจื่อต้องตายเพราะฝีมือของโจวฉี่แน่ๆ

จบบทที่ บทที่ 7 - เศษเงินขับไล่ไอ้โล้นทวงหนี้ บ้านร้างรับเพิ่มหญิงผู้น่าสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว