- หน้าแรก
- ย้อนเวลาทวงแค้นตำนานมหาเศรษฐียอดฝีมือ
- บทที่ 403 - ขออีกสามพันห้าร้อยล้าน
บทที่ 403 - ขออีกสามพันห้าร้อยล้าน
บทที่ 403 - ขออีกสามพันห้าร้อยล้าน
บทที่ 403 - ขออีกสามพันห้าร้อยล้าน
หน้าห้อง ขณะที่รองผู้จัดการกำลังครุ่นคิดว่าจะส่งสาวสวยเข้าไปอีกสักกลุ่มดีไหม
จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออก เฉาคุนคาบซิการ์ดเดินออกมาด้วยท่าทางสดชื่นแจ่มใส
เมื่อเห็นเจ้านายที่ไม่ได้พักผ่อนเลยตั้งแต่บ่ายเมื่อวานจนถึงตอนนี้ แต่ยังคงดูกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา รองผู้จัดการก็รู้สึกนับถืออย่างหมดหัวใจ
ดูสิ!
มิน่าล่ะถึงได้เป็นเจ้านาย!
พละกำลังขนาดนี้ ไม่ยอมรับไม่ได้แล้ว!
สาวสวยตั้งสี่สิบกว่าคนเลยนะ!
เจ้านายกลับไม่เป็นอะไรเลย!
รองผู้จัดการรีบฉีกยิ้มกว้าง "เจ้านายครับ ยะ... ยุ่งเสร็จแล้วเหรอครับ?"
การไปคุนหมิงครั้งนี้ ทำให้เฉาคุนบังเอิญรู้ว่ามีคนอื่นกำลังตามหาตำราไร้นามเล่มนั้นอยู่ด้วย ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายโดยสัญชาตญาณ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องโหมฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
แต่ก็ไม่ควรหักโหมจนเกินไป
ต้องรู้จักพักผ่อนบ้าง
แน่นอนว่า เหตุผลหลักก็คือ ทรัพยากรที่แปดชาติสโมสรหมดแล้วนั่นเอง!
ตั้งแต่บ่ายเมื่อวานจนถึงตอนนี้ เฉาคุนใช้งานทรัพยากรที่แปดชาติสโมสรไปจนเกือบหมดเกลี้ยงแล้ว
ถ้าขืนทำต่อ ก็คงต้องเรียกใช้บริการสาวผิวสีแล้วล่ะ
แต่เฉาคุนไม่มีรสนิยมทางนั้น ก็เลยต้องยุติการฝึกซ้อมลงเพียงเท่านี้
เฉาคุนปรายตามองรองผู้จัดการ พ่นควันสีขาวจางๆ ออกมา "อืม ฉันจะไปทำธุระที่ชั้นสามหน่อย"
พูดจบ เฉาคุนก็คาบซิการ์ดเดินไปที่ห้องส่วนตัวของเขาบนชั้นสาม
เมื่อถึงห้อง เขาถอดเสื้อออก แล้วส่องกระจกสำรวจตัวเอง
รูปร่างสุดเฟิร์ม หน้าตาหล่อเหลาบาดใจ ห่างไกลจากความหล่อเหลาของคุณนักอ่านไปแค่ไม่ถึงหมื่นลี้เอง
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเฉาคุนในตอนนี้
ประเด็นสำคัญคือ กระแสความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขาต่างหาก!
ความจริงแล้ว ก่อนไปคุนหมิง เฉาคุนก็เริ่มรู้สึกถึงมันได้ลางๆ แล้ว
รู้สึกเหมือนมีกระแสความร้อนแปลกประหลาดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย มันอุ่นๆ สบายตัว และช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ดี
และหลังจากกลับมาจากคุนหมิง ผ่านการเคี่ยวกรำร่างกายอย่างหนักตลอดสามวันสามคืนที่คฤหาสน์ ที่มหาวิทยาลัย และที่แปดชาติสโมสร กระแสความร้อนในร่างกายของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งและชัดเจนมากขึ้น!
ก่อนหน้านี้แค่รู้สึกเลือนราง แต่ตอนนี้ เฉาคุนมั่นใจแล้วว่ามีกระแสความร้อนแบบนั้นไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาจริงๆ
และนี่ก็คือเหตุผลหลักที่ทำให้เขายังคงกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกง่วงนอนแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ไม่ได้นอนมาสองวันหนึ่งคืน แถมยังผ่านการฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วงมาอีก
เพราะไม่ว่ากระแสความร้อนนี้จะไหลผ่านไปที่ไหน ความเหนื่อยล้าและความอ่อนเพลียทั้งหมดก็จะมลายหายไปจนสิ้น
เฉาคุนลูบกล้ามท้องที่เป็นลอนสวยราวกับรอยสลัก พึมพำกับตัวเอง "น่าสนใจดีแฮะ"
"หรือว่า เคล็ดวิชาที่บันทึกอยู่ในตำราไร้นามนั่น จะไม่ใช่แค่วิชาเสริมสร้างร่างกายธรรมดาๆ แต่เป็นเคล็ดวิชาฝึกตน?"
อันที่จริง เฉาคุนก็รู้ถึงความพิเศษของตำราไร้นามเล่มนั้นตั้งแต่วันแรกที่ได้มันมาแล้ว!
แค่เคล็ดวิชาถังข้าว 72 ท่า ที่สามารถเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว แล้วนำไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย มันก็ดูเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว
ดังนั้น เมื่อมีกระแสความร้อนที่คล้ายกับพลังลมปราณปรากฏขึ้นในร่างกาย เฉาคุนจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่
ขณะที่เฉาคุนกำลังยืนส่องกระจก สัมผัสถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ไม่ใช่โทรศัพท์ที่เขาใช้เป็นประจำ แต่เป็นเครื่องที่เตรียมไว้สำหรับหลี่ต้าเลี่ยงโดยเฉพาะ
เฉาคุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย "ฮัลโหล คุณหลี่ เป็นยังไงบ้าง?"
"คุณมู่หรง ผมตกลงกับหลิ่วฉวนสือเรียบร้อยแล้วครับ" หลี่ต้าเลี่ยงรายงาน "สรุปค่าไถ่จบที่สามพันห้าร้อยล้านครับ"
เนื่องจากเฉาคุนไม่ได้สนใจว่าหลี่ต้าเลี่ยงจะได้ค่าไถ่เท่าไหร่ เขาจึงปล่อยให้หลี่ต้าเลี่ยงจัดการเจรจาเอง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น
"สามพันห้าร้อยล้านเหรอ" เฉาคุนพยักหน้า "ราคาดีเลยทีเดียว ผมว่าใช้ได้นะ"
"ผมก็คิดว่าโอเคครับ" หลี่ต้าเลี่ยงตอบ "แต่ยังไงก็ต้องถามความเห็นคุณมู่หรงดูก่อน"
เฉาคุนหัวเราะ "ได้เลยๆ เรียกได้ถึงสามพันห้าร้อยล้านนี่ พูดตรงๆ นะว่าเกินคาดไปมาก"
"โอเคครับ" หลี่ต้าเลี่ยงหัวเราะตาม "ในเมื่อคุณมู่หรงไม่มีปัญหาอะไร งั้นผมจะรับเงินแล้วปล่อยตัวคนเลยนะ"
พูดจบ หลี่ต้าเลี่ยงก็เตรียมจะวางสาย แต่เฉาคุนรีบท้วงขึ้น "เดี๋ยว!"
เสียงหัวเราะของหลี่ต้าเลี่ยงชะงักไปทันที "เอ่อ มีอะไรเหรอครับคุณมู่หรง"
"คุณหลี่" เฉาคุนยิ้มเจ้าเล่ห์ "เงินน่ะรับไว้ได้ แต่เรื่องปล่อยตัวคน ไม่เห็นต้องรีบเลย"
"ซี๊ด..." หลี่ต้าเลี่ยงสูดปาก "คุณมู่หรง หมายความว่ายังไงครับ?"
เฉาคุนหัวเราะหึๆ "พอได้เงินแล้ว ทำไมไม่ลองขอเพิ่มอีกสักสามพันห้าร้อยล้านล่ะ?"
คำพูดนี้ทำเอาหลี่ต้าเลี่ยง อาชญากรตัวฉกาจ ถึงกับอึ้งไปเลย
หลี่ต้าเลี่ยงคิดว่าตัวเองก็เลวทรามต่ำช้าพอตัวแล้วนะ
แต่พอมาเจอเฉาคุน เขากลับรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นคนดีศรีสังคมเกินไป
เผลอๆ คำว่าเลวทรามต่ำช้า คงใช้บรรยายความร้ายกาจของเฉาคุนไม่ได้ด้วยซ้ำ
นี่มันไร้จรรยาบรรณสิ้นดี!
"คุณมู่หรง ทำแบบนั้นจะดีเหรอครับ?" หลี่ต้าเลี่ยงหัวเราะแห้งๆ "เราตกลงกันไว้แล้ว ขืนทำแบบนั้น มันจะไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยเหรอครับ?"
"คุณหลี่!" เฉาคุนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ขอแค่ของมันอร่อย จะกินมุมไหนท่าไหน มันก็ไม่น่าเกลียดหรอก"
"แล้วถ้าเกิด... ถ้าเกิดพวกมันยอมจ่ายอีกสามพันห้าร้อยล้านจริงๆ ล่ะ มันไม่หอมหวานกว่าเหรอ?"
"อีกอย่าง เราก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ปล่อยคนสักหน่อย ลองขอดูสิ เผื่อมันจะให้"
"ให้มาก็กำไร ไม่ให้เราก็ไม่ขาดทุนนี่นา!"
คำพูดของเฉาคุนทำเอาหลี่ต้าเลี่ยงเถียงไม่ออก สุดท้ายเขาก็ตอบตกลง
"ก็ได้ครับ งั้นผมจะลองทำตามที่คุณมู่หรงบอกดู ถ้าพวกมันไม่ยอมจ่ายล่ะครับ?"
"ไม่ให้เราก็ปล่อยคนสิ" เฉาคุนตอบ "แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ปล่อยทันที ยื้อเวลาไปก่อน ถ้าพวกมันไม่ยอมจ่ายจริงๆ ค่อยปล่อย คุณแค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ"
"คุณหลี่อาจจะเก่งเรื่องใช้กำลังมากกว่าผม แต่ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้ เชื่อผมเถอะ ผมนี่แหละผู้เชี่ยวชาญตัวจริง!"
เอาล่ะ!
ในเมื่อเฉาคุนพูดมาขนาดนี้ หลี่ต้าเลี่ยงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหัวเราะรับ
"ได้ครับ ในเมื่อคุณมู่หรงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ งั้นผมจะทำตามแผนของคุณมู่หรง รับเงินไว้ก่อนแต่ไม่ปล่อยคน แล้วก็เรียกเพิ่มอีกสามพันห้าร้อยล้านด้วย"
........
พลบค่ำ!
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิ่วในเมืองไห่เฉิง หลิ่วฉวนสือกำโทรศัพท์แน่น กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
"ขอเพิ่มอีกสามพันห้าร้อยล้าน? คุณโจว คุณชักจะทำเกินไปแล้วนะ เพิ่งได้ไปสามพันห้าร้อยล้านหยกๆ นี่ยังจะหน้าด้านมาขอเพิ่มอีกสามพันห้าร้อยล้าน คิดว่าตระกูลหลิ่วของฉันมีเครื่องพิมพ์แบงก์หรือไง?"
"เรื่องนั้นผมไม่สน" หลี่ต้าเลี่ยงตอบเสียงแข็ง "เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่เอาเงินมาให้อีกสามพันห้าร้อยล้าน ก็อย่าหวังว่าน้องชายคุณจะได้กลับไป!"
พูดจบ หลี่ต้าเลี่ยงก็ตัดสายไปดื้อๆ
ส่วนหลิ่วฉวนสือ มองดูโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปต่อหน้าต่อตา ก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาสุดขีด เขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้นจนแตกกระจาย
ทุกคนในห้องต่างตกใจกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
สุดท้าย ก็เป็นเลขาหนุ่มคนเดิมที่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"เจ้านายครับ จะ... จะให้ผมไปแจ้งธนาคาร ให้เตรียมเงินอีกสามพันห้าร้อยล้านไหมครับ?"
"เตรียมพ่องมึงสิ!" หลิ่วฉวนสือตวาดลั่น "ถ้าโอนไปอีกสามพันห้าร้อยล้าน แล้วมันเรียกเพิ่มเป็นก้อนที่สามอีกล่ะ?"
"แม่งเอ๊ย ไอ้เวรแซ่โจวนั่น มันเป็นพวกหมาลอบกัด ไม่รักษาคำพูด ฉันไม่น่าไปหลงเชื่อมันเลย!"
บอดี้การ์ดคนหนึ่งถามขึ้น "เจ้านายครับ แล้วทีนี้จะเอายังไงดีครับ?"
จะเอายังไงดี?
หลิ่วฉวนสือขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงต่อไป จู่ๆ เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาหรี่แคบลง
ใช่แล้ว!
ทำไมไม่ลองไปหาเฉาคุนดูล่ะ?
(จบแล้ว)