เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เย่เทียน หักห้ามมือซะ!

บทที่ 39 เย่เทียน หักห้ามมือซะ!

บทที่ 39 เย่เทียน หักห้ามมือซะ!


ทว่าในตอนนั้นเอง!

เสียงวิพากษ์วิจารณ์อันดังลั่นก็ระเบิดกึกก้องขึ้นมาทันควัน!

"ซี้ด! รองผู้บัญชาการทหารแห่งกองกำลังพิทักษ์เมือง!? คุณพระช่วย!"

"นังหนูเจียอวี่คนนี้…… ถึงกับปีนป่ายขึ้นไปพึ่งพิงต้นไม้ใหญ่ตระกูลขงได้เลยเหรอเนี่ย!?"

"บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านผู้บัญชาการขง…… นี...นี่มันภูมิหลังทางทหารที่แท้จริง เป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงเลยนะ!"

"ตระกูลเสิ่นกำลังจะทะยานขึ้นฟ้าแล้ว! มีความสัมพันธ์ชั้นรองผู้บัญชาการทหารขงค้ำคออยู่ ในเมืองเจียงเฉิงใครจะกล้ามาแตะต้องตระกูลเสิ่นของเราอีก?"

"มิน่าล่ะเจียอวี่ถึงได้มีความมั่นใจขนาดนี้ ที่แท้ก็มีที่พึ่งพาใหญ่โตปานนี้!"

เสียงชื่นชม เสียงอิจฉาริษยา และเสียงประจบสอพลอดังระงมขึ้นทีละสายไม่ขาดสาย

สายตาของสมาชิกแกนนำตระกูลเสิ่นทุกคนที่มองไปยังเสิ่นเจียอวี่และขงเจี๋ยได้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เต็มไปด้วยความตกตะลึงลาน

แม้กระทั่งนักพรตพันมืออู๋เชียนที่นอนหลับตาพักผ่อนหย่อนใจมาตลอด ก็ยังยอมลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย พลางพินิจพิจารณาขงเจี๋ยรอบหนึ่ง นัยน์ตาพาดผ่านแววตาประหลาดใจแวบหนึ่ง

ส่วนเสิ่นว่านซานยิ่งลิงโลดใจในส่วนลึกอย่างบ้าคลั่ง!

เดิมทีเขาอัญเชิญอู๋เชียนมาเพื่อจัดการกับเย่เทียน นึกไม่ถึงเลยว่าหลานสาวที่ปกติไม่ค่อยสะดุดตาคนนี้ กลับสร้างความประหลาดใจที่ใหญ่โตยิ่งกว่าให้แก่เขา!

ตระกูลขง!

นี่คือยันต์คุ้มครองภัยที่ใช้งานได้ดีกว่าอู๋เชียนสิบคนรวมกันเสียอีก!

ทว่าในระหว่างที่เสิ่นเจียอวี่กำลังเพลิดเพลินใจกับการรุมล้อมชื่นชมของฝูงชน และเชิดหน้าชูคอขึ้นด้วยความได้ใจ สายตาของเธอรีบกวาดผ่านบริเวณด้านหน้าห้องโถงพิจารณาคดีโดยไม่ตั้งใจ

ยามที่ได้เห็นเงาร่างอันเย็นชาและสูงส่งร่างนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอพลันแข็งทื่อลงทันควัน ราวกับมีอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธออุทานร้องเสียงหลงออกมาทันที:

"เสิ่นหว่านชิว!? แก…… แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?"

เสียงกรีดร้องอันบาดแก้วหูทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนภายในห้องโถงลงในพริบตา

ขงเจี๋ยที่ยืนอยู่ข้างกายเธอได้ยินเสียงก็กวาดสายตามองตามไป ยามที่ได้เห็นเสิ่นหว่านชิว ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างถึงที่สุดดัง "ฟุบ"

แทบจะเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ตามสัญชาตญาณ คนทั้งสองพากันหดคอลงพร้อมกัน สายตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงกวาดมองไปรอบๆ เพื่อเสาะหารเงาร่างของชายคนนั้น

เสิ่นหว่านชิวเก็บภาพท่าทางของคนทั้งสองเอาไว้ในสายตา มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบดุจไข่มุกร่วงหล่นลงบนจานหยก:

"ไม่ต้องหาหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ต้องกลัวจนหดหัวเป็นนกกระทาขนาดนั้นด้วย" "สามีของฉัน…… ไม่ได้มาค่ะ!"

สิ้นเสียงคำพูดลงพอดิบพอดี

ใบหน้าของเสิ่นเจียอวี่และขงเจี๋ยพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาว อับอาย ขายหน้า และโกรธเคืองอารมณ์หลากชนิดพากันผสมปนเปกันนัวเนีย

ขงเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดอกขึ้นตรง ดึงความรู้สึกเหนือกว่าเมื่อครู่กลับคืนมา พลางตวาดเสียงแข็งกร้าวอย่างไว้เชิง:

"เสิ่นหว่านชิว! แกพูดจาเหลวไหลอะไร!? ใคร…… ใครกลัวกัน!?"

"ต่อให้เย่เทียนอยู่ที่นี่แล้วจะทำไม? แกคิดว่าฉันจะกลัวมันจริงๆ เหรอ? วันนั้นที่โรงแรมก็แค่ฉันไม่อยากเห็นเลือดเท่านั้นเอง!"

เสิ่นเจียอวี่เองก็ฟื้นคืนความได้ใจเมื่อครู่กลับมา เธอเอื้อมมือไปควงแขนของขงเจี๋ยพลางเอ่ยเสริมทัพ

"ใช่แล้ว! พี่เจี๋ยคือนรองผู้บัญชาการทหารแห่งกองกำลังพิทักษ์เมืองเชียวนะ ฐานะสูงส่ง ถือครองกำลังพลและอำนาจที่แท้จริง ไอ้เย่เทียนนั่นมันเป็นตัวอะไร แค่จะมาเช็ดรองเท้าให้พี่เจี๋ยยังไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ!"

"พวกเราเมื่อกี้ก็แค่…… แค่ไม่อยากเห็นไอ้สารเลวที่น่ารังเกียจคนนั้นมาทำลายอารมณ์เท่านั้นเอง!"

"งั้นเหรอ? แต่ฉันดันอยากจะทำให้พวกแกอารมณ์เสียขึ้นมาน่ะสิ!"

ฉับพลันนั้น!

น้ำเสียงเย้ยหยันสายหนึ่งดังแว่วมาจากนอกประตู

กลุ่มฝูงชนภายในห้องโถงพิจารณาคดีหลังจากได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคยนี้ ใบหน้าของแต่ละคนก็พากันเปลี่ยนสีไปอย่างน่าดูชมยิ่งนัก

เสิ่นหว่านชิวยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มผุดพรายงดงามปานมวลบุปผา

เสิ่นเจียอวี่และขงเจี๋ยพากันก้าวถอยหลังหนีด้วยความตื่นตระหนกลนลาน สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจผสมปนเปกัน

ส่วนเสิ่นว่านซานกลับมีสีหน้าราบเรียบสนิท มีอู๋เชียนและขงเจี๋ยสองยันต์คุ้มครองภัยคอยหนุนหลังอยู่ มีอะไรให้เขาต้องหวาดกลัวอีก?

เขากลัวแค่ว่าเย่เทียนจะไม่มาต่างหาก! ในเมื่อมาแล้ว ก็จะทำให้มันไม่มีทางได้กลับไปอีก!

"ปัง!"

พร้อมกับเสียงกระแทกหนักๆ ดังสนั่น

ประตูห้องโถงพิจารณาคดีถูกแรงมหาศาลพุ่งชนจนเปิดออก

แลเห็นเพียง เย่เทียนเดินก้าวยาวๆ ทรงพลังราวกับมังกรและเสือเดินเข้ามาด้านใน

ด้านหลังมีพ่อบ้านชราที่ใบหน้าเขียวช้ำบวมเป่งคนหนึ่งเดินตามเข้ามา

เดินโอนเอนกะปลกกะเปลี้ย

"ตุ้บ!"

พ่อบ้านชราคุกเข่าลงกับพื้น พลางแผดเสียงร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ: "คุณท่านครับ ผม...ผมขวางเขาไว้ไม่ได้ครับ!"

เสิ่นว่านซานโบกมือปัด "แกถอยออกไปก่อน!"

รอจนพ่อบ้านชราเดินจากไป เย่เทียนก็ปรายสายตามองไปรอบๆ พลางแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย

นอกจากเสิ่นว่านซานและอู๋เชียนแล้ว คนตระกูลเสิ่นที่เหลือไม่มีใครกล้าสบสายตากับเย่เทียนเลยแม้แต่คนเดียว

วิธีการอันโหดเหี้ยมและนองเลือดเหล่านั้น ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ

ท้ายที่สุด สายตาของเย่เทียนก็ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลนลานของเสิ่นเจียอวี่ พลางเอ่ยถามกลั้วยิ้มว่า "แกช่วยพูดประโยคเมื่อกี้ซ้ำอีกรอบซิ!"

เสิ่นเจียอวี่ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว อึกอักเอ่ยอ้อมแอ้มว่า "เย่...เย่เทียน แก...แกคิดจะทำอะไร? ฉัน...ฉันขอเตือนแกนะอย่ามาทำอะไรบ้าๆ……"

"เพียะ!"

เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าอย่างกะทันหันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถงพิจารณาคดี

เสิ่นเจียอวี่ที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ล้มคว่ำลงไป ใบหน้าสวยที่เพิ่งจะยุบบวมไปไม่นาน กลับมาบวมเป่งขึ้นอีกครั้งด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ส่วนเย่เทียนกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"กรี๊ด! เย่เทียน แก...แกไอ้สารเลว แกยังกล้ามาตบฉันอีกเหรอ?"

เสิ่นเจียอวี่เอามือกุมใบหน้า แผดเสียงร้องโวยวายอย่างสุดเสียง

ในตอนนั้นเอง หวังฟ่งเจวียนที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนก็พุ่งทะยานออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น "ไอ้หน้าจืด แกกบฏไปใหญ่แล้ว กล้ามาตบลูกรักของฉัน ฉันจะสู้ตายกับแก!"

เย่เทียนยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับเขยื้อน มองดูหวังฟ่งเจวียนที่พุ่งทะยานเข้ามา ก่อนจะวาดเท้าถีบโครมออกไปอย่างรุนแรง

"ปัง!"

"แกรก!"

เสียงกระแทกหนักๆ และเสียงกระดูกแตกหักดังระเบิดขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน

ร่างของหวังฟ่งเจวียนกระเด็นไปฝังอยู่บนพื้น โลหิตสาดกระเซ็นพ่นออกมาคำโต

เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจ

"อ๊าก!"

ชั่วขณะนั้น คนตระกูลเสิ่นใบหน้าถอดสีเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ สายตาที่มองไปยังเย่เทียนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทว่ากลับไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกมาเลยสักคนเดียว

อู๋เชียนที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานรูม่านตาหดแคบลงฉับพลัน ความเร็วในการลงมือและวาดเท้าถีบของเย่เทียนนั้น รวดเร็วเสียจนแม้แต่เขาก็ยังไม่อาจจับทิศทางและร่องรอยได้

ชายหนุ่มคนนี้เป็นยอดฝีมือ!

"ปัง!"

เสิ่นว่านซานตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นมา พลางชี้หน้าตวาดใส่เย่เทียนด้วยความโกรธจัด: "เย่เทียน แกอย่าให้มันรังแกกันเกินไปหน่อยเลย ที่นี่คือตระกูลเสิ่น ไม่ใช่ที่ให้แกมาสามหาวอวดดี!"

สิ้นเสียงคำพูด!

กลุ่มจอมยุทธ์ชุดดำของตระกูลเสิ่นก็ก้าวเท้ากดดันเข้ามาด้านหน้าหนึ่งก้าวอย่างรู้ใจกัน

เย่เทียนเมินเฉยต่อภาพเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เขาหันหน้าไปมองทางเสิ่นหว่านชิวที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะเอ่ยถามว่า "ภรรยา ใครมันบังอาจมารังแกเธอ บ่งชี้ออกมาเลย สามีจะระบายโทสะให้เธอเอง!"

การปกป้องภรรยาอย่างเผด็จการตามแบบฉบับของเย่เทียน!

เสิ่นหว่านชิวหยัดกายลุกขึ้นยืน รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งงดงามผุดพราย ริมฝีปากสีแดงขยับเปิดออกเบาๆ

"สามีคะ ไอ้ขยะพวกนี้ยังไม่มีปัญญา มารังแกฉันได้หรอกค่ะ ตอนนี้ฉันแค่อยากจะรู้ว่า คุณพ่อของฉันตกลงแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วกันแน่!"

"ปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเอง!"

หลังจากเย่เทียนพูดจบ ก็ก้าวเท้าออกไปด้านหน้าหนึ่งก้าว

เสิ่นว่านซานถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ "แกคิดจะทำอะไร?"

"ฉันจะทำอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับแกนั่นแหละ! ไอ้แก่ พูดมาซิ ว่าพ่อตาที่ฉันยังไม่เคยพบหน้าค่าตาคนนั้น ตกลงแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วกันแน่!"

เย่เทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเจือแววข่มขู่คุกคามสายหนึ่ง

หัวใจของเสิ่นว่านซานกระตุกวูบ ทว่ายามที่ได้เห็นขงเจี๋ยที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ความมั่นใจก็พลันเปี่ยมล้นขึ้นมาในพริบตา

เขากระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด: "เรียนรองผู้บัญชาการทหาร ชายคนนี้บุกมารุกรานหาเรื่องที่ตระตูลเสิ่นของผม ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ชายชราคนนี้ด้วยนะครับ!"

เสียงตะโกนก้องของเสิ่นว่านซานประโยคนี้ ได้ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปจับจ้องที่ขงเจี๋ยทันที!

คนตระกูลเสิ่นราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แววตาพลันจุดประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พากันเอ่ยปากพูด น้ำเสียงเจือไปด้วยความตื่นตระหนกและประจบสอพลอ:

"ใช่แล้ว! มีรองผู้บัญชาการทหารอยู่ด้วย จะยอมปล่อยให้ไอ้หมอนี่มาสามหาวอวดดีได้ยังไง!"

"รองผู้บัญชาการทหาร รีบออกคำสั่งจับกุมไอ้คนไร้ขื่อแปคนนี้ไปเลยครับ!"

"เหอะ! เสิ่นหว่านชิวไปเสาะหาผู้ชายแบบไหนกันมา? จะไปสู้เจียอวี่ได้ยังไง สายตาแหลมคมกว่าตั้งเยอะ เสาะหาได้มังกรหนุ่มผู้มีความสามารถปานรองผู้บัญชาการทหารมาครอง!"

"ใช่แล้ว! ไอ้คนที่เก่งแต่ใช้กำลังลงไม้ลงมือ มันจะไปคู่ควรเปรียบเทียบกับรองผู้บัญชาการทหารผู้ถือครองอำนาจที่แท้จริงได้ยังไง? ช่างแตกต่างราวฟ้ากับดินสิ้นดี!"

"เย่เทียน! แกจบเหร่แล้ว! อยู่ต่อหน้ารองผู้บัญชาการทหารยังกล้ามาซ่าอีกงั้นเหรอ? รอโดนกองกำลังพิทักษ์เมืองจับตัวไปยิงเป้าเถอะมึง!" ……

เมื่อได้ยินคำพูดของคนตระกูลเสิ่น ราวกับว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของขงเจี๋ยก็สามารถชี้เป็นชี้ตายให้แก่เย่เทียนได้แล้ว

เสิ่นเจียอวี่เองก็เอามือกุมใบหน้า พลางถลึงตาจ้องมองเย่เทียนด้วยความแค้นเคืองอย่างลึกล้ำ แผดเสียงกรีดร้องว่า "พี่เจี๋ย! รีบ! รีบเรียกคนมาจับตัวมันไปเลยค่ะ ฉันจะทำให้มันได้ลิ้มรสชาติของการตายทั้งเป็น!"

ทว่า ในเวลานี้ขงเจี๋ยที่อยู่ท่ามกลางเสียงชื่นชมยกยอพวกรีบกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมีทุกข์พูดไม่ได้

ภาพเหตุการณ์ที่เย่เทียนใช้หมัดเดียวระเบิดศีรษะจนเลือดสาดนองเป็นทะเลยังคงตราตรึงลบไม่ออกจากสมองของเขา

ทว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากเขาไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง มันก็ดูจะไร้เหตุผลเกินไป แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

หลังจากครุ่นคิดตริตรองไปมาอย่างถี่ถ้วน!

ขงเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาจ้องจับไปที่เย่เทียนอย่างแน่วแน่น เขากล่าวเสียงหนักว่า "เย่เทียน หักห้ามมือซะ!"

จบบทที่ บทที่ 39 เย่เทียน หักห้ามมือซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว