- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นรัชทายาทพิการ แต่ข้าดันเทพทรู
- บทที่ 34 - เก็บตัวฝึกวิชา
บทที่ 34 - เก็บตัวฝึกวิชา
บทที่ 34 - เก็บตัวฝึกวิชา
บทที่ 34 - เก็บตัวฝึกวิชา
มณฑลทักษิณ เมืองฝูหนิง ภายในศาลบรรพชนของตระกูลหลิน! ตะเกียงต่อชะตาดวงหนึ่งจู่ๆ ก็ระเบิดแตกออกเสียงดังสนั่น เปลวไฟดับมอดลง
"สวรรค์ช่วย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ตะเกียงต่อชะตาของท่านฟางดับลงแล้ว!" ผู้เฝ้าศาลบรรพชนหน้าถอดสี รีบวิ่งกระหืดกระหอบออกไปรายงาน
ผ่านไปครู่หนึ่ง สีหน้าของผู้อาวุโสหลายคนในตระกูลหลินต่างก็ดูย่ำแย่ถึงขีดสุด! ฟางเสวียนเช่อออกจากตระกูลหลินไปหลายวัน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความเคลื่อนไหว ทว่าพวกเขากลับรู้ดีว่า ฟางเสวียนเช่อแอบเดินทางไปยังเมืองหมั่งเฉิงอย่างลับๆ เพื่อลอบสังหารหม่านอ๋อง!
แม้หม่านอ๋องจะเป็นองค์ชายที่ถูกทอดทิ้ง ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของราชวงศ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ เรื่องนี้จำเป็นต้องกระทำอย่างรัดกุมและเป็นความลับที่สุด มิเช่นนั้นหากฮ่องเต้หยวนอู๋ทรงกริ้วขึ้นมา พวกเขาจะต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง
ทว่าคำนวณร้อยพันครั้ง ใครเล่าจะคาดคิดว่าฟางเสวียนเช่อจะไปจบชีวิตลงที่เมืองหมั่งเฉิง! ข้างกายหม่านอ๋องผู้นี้ จะมีขุมกำลังคุ้มกันที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร กระทั่งแข็งแกร่งเสียจนฟางเสวียนเช่อไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบหนี? เรื่องนี้มันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว นำไปเล่าให้ผู้ใดฟังก็คงไม่มีใครยอมเชื่อ
"รีบส่งคนแฝงตัวเข้าไปสืบข่าวในเมืองหมั่งเฉิงเดี๋ยวนี้ ว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่!" ท่ามกลางความมืดมิด ตระกูลหลินได้ส่งสายลับสิบกว่าคนหลบเร้นออกไปอย่างเงียบเชียบ
โจวหลิงเฟิงคลี่คลายวิกฤตการลอบสังหาร ทั้งยังถือโอกาสกวาดล้างสุนัขรับใช้ของตระกูลหลินจนสิ้นซาก ภัยแอบแฝงในเมืองหมั่งเฉิงถูกขจัดจนหมดสิ้น ทุกสิ่งเริ่มกลับคืนสู่ความสงบ
ภายในหอเทียนเซียง หงหลิงกำลังปั้นหน้าขมขื่นเขียนจดหมายลับ! นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เดิมทีนางคิดว่าหม่านอ๋องจะต้องตายอย่างแน่นอน! ทว่าวันรุ่งขึ้นกลับมีข่าวลือว่าหม่านอ๋องปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ส่วนมือสังหารล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้น นี่ทำให้นางไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี ได้แต่รู้สึกเสียใจที่คืนนั้นตนเองหนีเร็วเกินไปสักหน่อย!
และบัดนี้ ในคืนนั้นหม่านอ๋องได้วางแผนการอันใดเอาไว้ แล้วฟางเสวียนเช่อถูกผู้ใดสังหาร ก็ได้กลายเป็นปริศนาไปเสียแล้ว นางทำได้เพียงส่งข้อมูลที่ตนเองรวบรวมมาได้ออกไป หงหลิงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างไม่ห่วงสวยพลางทอดถอนใจแผ่วเบา
นายน้อยแห่งสำนักเพลิงเทวะเดินโซซัดโซเซออกจากโถงใหญ่ของสำนักด้วยสภาพสะบักสะบอม สองขาเดินกะเผลก บนใบหน้ายังมีรอยฝ่ามือสีแดงประทับอยู่ให้เห็น ผู้ที่สามารถทำให้นายน้อยแห่งสำนักเพลิงเทวะ ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นสาม ต้องยอมทนรับความอัปยศถึงเพียงนี้ได้ ย่อมมีเพียงประมุขสำนักเพลิงเทวะเท่านั้น
นายน้อยสำนักเพลิงเทวะรีบยกเลิกภารกิจสั่งหารโจวหลิงเฟิงของสำนักทันที! เมื่อนึกถึงคำพูดที่บิดาเพิ่งกล่าวไป เขาก็รู้สึกขนลุกซู่ เขาเป็นพวกคนหนุ่มเลือดร้อน ไหนเลยจะเคยคิดถึงผลลัพธ์ของการตั้งรางวัลนำจับองค์ชาย นั่นคือการลบหลู่ราชวงศ์อย่างร้ายแรง
ข้างกายหม่านอ๋องผู้นี้ ถึงกับมียอดฝีมือที่สามารถสังหารฟางเสวียนเช่อได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นถึงระดับขั้นสองระดับต้นแล้ว และบุคคลระดับนี้ก็ไม่ใช่ผู้ที่พวกเขาจะล่วงเกินได้ง่ายๆ
ยิ่งไปกว่านั้น โจวหลิงเฟิงยังมีไพ่ตายอยู่อีกใบ นั่นก็คือเถี่ยเสวียน จอมทัพพิทักษ์แผ่นดินแห่งต้าโจว หากไม่ใช่เพราะถูกฮ่องเต้หยวนอู๋เพ่งเล็ง จนต้องไปประจำการตระเวนอยู่แต่ตามชายแดน เขาจะต้องเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน ยามนี้สำนักเพลิงเทวะเป็นเพียงสำนักระดับสอง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นสองระดับสูงสุดเท่านั้น ต่อให้ไม่หวาดกลัวโจวหลิงเฟิง ทว่าก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาโดยตรง
สำนักตรวจสอบแห่งต้าโจว เจาหยางหรูเยว่ถือจดหมายลับที่ส่งมาจากเมืองหมั่งเฉิง ใบหน้างดงามราบเรียบดุจผิวน้ำ
"เสี่ยวชีหนอเสี่ยวชี! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะรู้จักซ่อนคมได้ลึกล้ำถึงเพียงนี้! ขันทีน้อยกับนางกำนัลน้อยข้างกายเจ้า ต่างก็เป็นยอดอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์!"
"ที่สำคัญกว่านั้น กระทั่งฟางเสวียนเช่อ เจ้าก็ยังมีปัญญาสังหารได้! เมื่อมองดูบรรดาบุตรชายไม่ได้ความของฝ่าบาท ก็ไม่มีผู้ใดเทียบเจ้าได้เลยจริงๆ!"
"แต่ว่าเจ้าจะตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด! อีกหนึ่งปีให้หลัง ข้ายังต้องพึ่งพาสายเลือดตระกูลเถี่ยของเจ้าเพื่อฝึกวิชาคู่ผสานอยู่นะ?" จู่ๆ นางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะประกบฝ่ามือเข้าหากัน จดหมายลับในมือพลันแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผง
จดหมายลับฉบับนี้ย่อมไม่มีทางถูกส่งไปถึงมือฮ่องเต้หยวนอู๋ในห้องทรงอักษรอย่างแน่นอน! นางเชื่อว่าคนหยิ่งยโสอย่างฮ่องเต้หยวนอู๋ ยามนี้คงไม่ให้ความสนใจกับบุตรชายคนเล็กที่ถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนผู้นี้อีกแล้ว
แต่นางกลับแตกต่างออกไป เคล็ดวิชาไท่ซ่างไร้รักของนางยังไม่บรรลุขั้นสุดยอด หากต้องการก้าวเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์ขั้นหนึ่งอย่างราบรื่น ย่อมต้องการวาสนา
ตั้งแต่ที่โจวหลิงเฟิงไปรับตำแหน่งที่เมืองศักดินา คลื่นใต้น้ำในเมืองเซิ่งจิงก็ยิ่งทวีความรุนแรงและปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อยๆ องค์ชายรองมีตระกูลหลินแห่งเมืองฝูหนิงหนุนหลัง องค์ชายสี่มีตระกูลหวังแห่งเมืองเซิ่งจิง และองค์ชายห้าก็มีตระกูลฉางแห่งเมืองลั่วโจว! บัดนี้องค์ชายที่มีขุมกำลังในการชิงตำแหน่งรัชทายาทมากที่สุดก็คือทั้งสามพระองค์นี้! การมีตระกูลขุนนางพันปีและสำนักใหญ่คอยสนับสนุน ทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดูสูสีคู่คี่กันอย่างน่าประหลาด!
ทว่าโดยรวมแล้ว องค์ชายห้าย่อมได้เปรียบกว่าก้าวหนึ่ง! ท้ายที่สุดแล้ว ตำแหน่งของอัครเสนาบดีซ้ายฉางเหยียนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าอยู่ใต้คนผู้เดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น ทว่าเพราะการก่อกวนของโจวหลิงเฟิง งานแต่งงานระหว่างฉางหนิงซวงกับโจวเจินจึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ
ฮ่องเต้หยวนอู๋ไม่ทรงเอ่ยถึงเรื่องอื้อฉาวนี้ ย่อมไม่อยากให้เถี่ยเสวียนสร้างความวุ่นวายที่ชายแดน ส่วนผู้อื่นยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเรื่องนี้...
ฉางหนิงซวงยังคงมีฐานะเป็นพระชายาขององค์ชายห้าในนาม เพียงแต่โจวเจินยังไม่อาจเข้าหอร่วมหอลงโรงกับนางได้
ทว่าองค์ชายรองและองค์ชายสี่ก็ยังมีข้อได้เปรียบอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือพวกเขายังไม่ได้เข้าพิธีเสกสมรส! ในต้าโจวมีสองเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ คือเถี่ยเสวียนและฮั่วเอิน คนแรกคือท่านลุงของโจวหลิงเฟิง ส่วนคนหลังคือขุนนางโดดเดี่ยวที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้หยวนอู๋เพียงผู้เดียว
และนอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ต้าโจวยังมีผู้มีอิทธิพลอำนาจล้นฟ้าอยู่อีกหนึ่งคน! หนิงอ๋อง! เขาคือตัวตนระดับบิ๊กบอสที่มีพลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเถี่ยเสวียนและฮั่วเอิน ที่สำคัญกว่านั้น เขาคือขุนพลคู่พระทัยที่ฮ่องเต้หยวนอู๋ทรงไว้วางพระทัยมากที่สุด
บุตรสาวของหนิงอ๋อง หนิงชิงเสวี่ย คือธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่ฮ่าวหราน! ทว่านางกลับมีสัญญาหมั้นหมายกับโจวหลิงเฟิง นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้องค์ชายรองและองค์ชายสี่ต้องการสังหารโจวหลิงเฟิงให้จงได้! หากโจวหลิงเฟิงตกตาย หนิงชิงเสวี่ยก็จะไม่มีสัญญาหมั้นหมายมาผูกมัดอีกต่อไป การได้ครอบครองหนิงชิงเสวี่ย ก็เท่ากับได้รับการสนับสนุนจากสำนักกระบี่ฮ่าวหรานและหนิงอ๋อง! หากเป็นเช่นนั้น ตำแหน่งรัชทายาทย่อมอยู่ในกำมืออย่างง่ายดาย
เพียงแต่พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า โจวหลิงเฟิงที่เคยเป็นถึงรัชทายาท จะมีองค์ประกอบทุกอย่างที่พวกเขาปรารถนา! บุตรชายสายเลือดแท้ของฮองเฮา การสนับสนุนจากตระกูลเถี่ย คู่หมั้นของหนิงชิงเสวี่ย และว่าที่บุตรเขยของหนิงอ๋อง!
แต่แล้วอย่างไรเล่า? เพียงแค่แผนการตื้นเขินแผนการเดียว ก็สามารถฉุดรั้งโจวหลิงเฟิงลงสู่ขุมนรกอันมืดมิดได้แล้ว นี่พิสูจน์ให้เห็นว่า องค์ประกอบเหล่านั้น เมื่ออยู่เบื้องพระพักตร์ของฮ่องเต้หยวนอู๋แล้ว ล้วนไร้ความหมายทั้งสิ้น ทุกสิ่งล้วนผันแปรไปตามพระทัยของฮ่องเต้ และอาจกลายเป็นสิ่งไร้ค่าได้ทุกเมื่อ
"หึหึ! เจาหยางหรูเยว่ เจ้ายังคงไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเจิ้นอยู่ดีสินะ! ในเมื่อเจ้าไม่ยินยอม เจิ้นก็จะไม่บีบบังคับเจ้า"
"ทว่าต่อให้เจ้าพยายามหยั่งเชิงเจิ้นเพียงใด ท้ายที่สุดเจ้าก็ไม่มีทางค้นพบจุดอ่อนของเจิ้นได้หรอก!" ภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้หยวนอู๋ลูบคลำหยกหรูอี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลางแค่นเสียงหัวเราะเยาะอย่างต่อเนื่อง
จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องทรงอักษรไป! ขันทีชุดแดงนามว่าขันทีผู้คุมตราอัน หรืออันจ่างอิ๋น รีบเดินตามหลังไปคอยปรนนิบัติอย่างระมัดระวัง
ลึกลงไปในพื้นที่หวงห้ามของพระราชวัง มีวังใต้ดินแห่งหนึ่งตั้งอยู่ นั่นคือชีพจรมังกรของราชวงศ์! เป็นที่ทราบกันดีว่า นิกายหลวงของต้าโจวตั้งอยู่ที่นั่น อดีตราชครูแห่งต้าโจว นักพรตชิงเวย ใช้ชีวิตบำเพ็ญเพียรและสวดมนต์ขอพรอยู่ในวังใต้ดินทั้งวันทั้งคืน เพื่อปกป้องชีพจรมังกรแห่งต้าโจว เบื้องหลังของนักพรตชิงเวยนั้นลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาได้พาเจาหยางหรูเยว่ในวัยเด็กหลบหนีจากการลอบสังหารของปรมาจารย์ชาวทูเจวี๋ยหลายคน และเดินทางมาลี้ภัยที่ต้าโจว
"เจิ้นจะเข้าไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรกับนักพรตชิงเวยในวังใต้ดินเป็นเวลาครึ่งปี! ราชกิจในราชสำนัก ให้มอบหมายให้อัครเสนาบดีซ้ายขวาและราชครูเจาหยางเป็นผู้สำเร็จราชการแทน! ไม่ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ห้ามผู้ใดมารบกวนเจิ้นเด็ดขาด!" ฮ่องเต้หยวนอู๋สั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ทาสเฒ่ารับพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ!" อันจ่างอิ๋นโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"ราชโองการที่เกี่ยวข้องวางอยู่บนโต๊ะทรงอักษรแล้ว เจ้านำไปประกาศในท้องพระโรงได้เลย!" เมื่อฮ่องเต้หยวนอู๋กล่าวจบ ก็เดินมุ่งหน้าไปยังวังใต้ดิน ประตูวังใต้ดินเปิดออกเองอย่างน่าอัศจรรย์ ฮ่องเต้หยวนอู๋เดินเข้าไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
อันจ่างอิ๋นยืดตัวขึ้นตรง สายตาจ้องมองประตูวังใต้ดินที่ปิดลงด้วยแววตาซับซ้อน! ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
[จบแล้ว]