- หน้าแรก
- เพิ่งเป็นราชาโจรสลัด แต่ตัวฉันอีกหลายคนดันอยู่ทั้งโลกนินจา โลกยมทูต และหมื่นจักรวาล
- ตอนที่ 23 พลังเวทธรรมชาติที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
ตอนที่ 23 พลังเวทธรรมชาติที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
ตอนที่ 23 พลังเวทธรรมชาติที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
“ไม้โอ๊กแดง เกล็ดกิเลนเปื้อนเลือด ยาวเก้านิ้ว! ฉันลองให้หลายคนใช้มันแล้ว แต่ไม่มีใครสำเร็จสักคน เจ้าตัวน้อยนี่ช่างเลือกจริงๆ”
ระหว่างที่พูด โอลลิแวนเดอร์ก็สัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ของชูหยาง ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน เขาจึงรีบอธิบายทันทีว่า “เชื่อฉันเถอะ นี่ไม่ใช่เกล็ดที่มนุษย์ทำให้หลุดออกจากตัวกิเลน การทำร้ายกิเลนซึ่งเป็นสัตว์วิเศษศักดิ์สิทธิ์จะต้องได้รับคำสาปแน่!”
ชูหยางจึงเลิกมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง
เขารับกล่องไม้กายสิทธิ์มาจากมือของโอลลิแวนเดอร์ แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา
“คราวนี้ต้องเบามือให้มากนะ!” โอลลิแวนเดอร์รีบเตือนว่า “อย่าทำให้เคาน์เตอร์ของฉันคว่ำเด็ดขาด!”
“วางใจได้ครับ ครั้งนี้ผมจะเบามือแน่นอน!” ชูหยางพยักหน้าอย่างแรง แล้วโบกไม้กายสิทธิ์อย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น ร้านไม้กายสิทธิ์ทั้งหลังก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
โอลลิแวนเดอร์กับสเปราต์มองไปรอบๆ อย่างหวาดหวั่น เกรงว่าร้านไม้กายสิทธิ์จะถล่มลงมา
คาน เสา แม้แต่กรอบประตู ทุกอย่างที่เป็นไม้ในร้านต่างราวกับมีชีวิต เติบโตอย่างบ้าคลั่ง ขยายตัวไม่หยุด และยังลามไปถึงร้านข้างเคียงด้วย
ต้นไม้กลับมาผลิดอกออกใบอีกครั้ง เถาวัลย์สีเขียวและพืชพรรณก็ยังคงแผ่ขยายออกไป
ดอกตูมผุดขึ้นตามมา และผลิบานเป็นทะเลดอกไม้สีสดในพริบตา
ต้นไม้แห้งเหี่ยวพลันเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่เก่าแก่อายุนับร้อยปี เต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
ปรากฏการณ์อันน่าตื่นตะลึงนี้ดึงดูดผู้คนจากสองข้างถนนเข้ามามุงดู เสียงอุทานดังขึ้นเป็นระลอกๆ
สเปราต์เบิกตากว้าง ในฐานะศาสตราจารย์วิชาสมุนไพร เธอแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า “พลังเวทธรรมชาติอันมหาศาลเมื่อครู่นี้ มาจากชูหยางงั้นหรือ?”
ไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากไม้โอ๊กแดงและมีเกล็ดกิเลนเป็นแกนกลางกำลังเปล่งแสงสีแดงอบอุ่นปกคลุมร่างของชูหยาง นี่คือสัญญาณว่าไม้กายสิทธิ์ยอมรับเจ้าของแล้ว
โอลลิแวนเดอร์มองภาพนี้อย่างตกตะลึง เดิมทีเขาเพียงหยิบมันมาลองดู ไม่คิดว่าจะสำเร็จจริงๆ
ชูหยางมองร้านรอบๆ ที่ถูกตัวเองทำเสียหายจนเละเทะ จึงไม่มีแก่ใจจะสนใจเรื่องพลังเวทธรรมชาติอีก เขายิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า “ผมจะชดใช้ความเสียหายทั้งหมดของคุณนะครับ คุณโอลลิแวนเดอร์”
“ไม่ๆๆ! เด็กน้อย!” โอลลิแวนเดอร์ลูบต้นไม้ที่งอกอย่างบ้าคลั่งในร้าน ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา “ต้นไม้พวกนี้มีพลังชีวิตมหาศาล เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับทำไม้กายสิทธิ์ มูลค่าของพวกมันชดเชยความเสียหายในร้านฉันได้เกินพอแล้ว”
โอลลิแวนเดอร์ชี้ไปยังร้านข้างๆ ที่ถูกต้นไม้เบียดจนพัง แล้วหัวเราะว่า “แถมยังพอชดใช้ความเสียหายของร้านข้างๆ ได้ด้วย!”
ชูหยางจึงค่อยโล่งใจ จากนั้นหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วถามว่า “ขอถามหน่อยครับ ไม้กายสิทธิ์ด้ามนี้ราคาเท่าไรครับ”
โอลลิแวนเดอร์ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม้กายสิทธิ์ด้ามนี้ไม่คิดเงินแล้วกัน เธอเอาไปเถอะ หากมันเสียหายก็เอามาหาฉันได้ ฉันซ่อมให้ฟรี”
ชูหยางพยักหน้าอย่างยินดีแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณครับ คุณโอลลิแวนเดอร์”
สเปราต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเดินเข้ามาหาชูหยางด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ พลางกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า พลังเวทเมื่อครู่ทรงพลังกว่าของพ่อมดผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่กลับเกิดจากเด็กชายวัย 11 ปีคนหนึ่ง
แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด!
สิ่งที่ทำให้สเปราต์ตะลึงที่สุดก็คือ เธอไม่เคยเห็นพลังเวทของใครที่แฝงพลังชีวิตอันน่าตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน พลังชีวิตนั้นเข้มข้นเสียจนผู้คนรอบข้างสัมผัสถึงพลังแห่งธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
แม้แต่สวนสมุนไพรที่สเปราต์ดูแลอย่างพิถีพิถันด้วยตัวเอง ก็ยังไม่เคยทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเช่นนี้
ไม่เพียงสเปราต์เท่านั้น แม้แต่ชูหยางเองก็ยังตกตะลึง!
ที่จริงเขาเดาไว้ว่าพลังเวทของตัวเองน่าจะแกร่งกว่าพ่อมดทั่วไปนิดหน่อย เพราะยังไงเขาก็มีของโกง แต่เขาก็ไม่ได้คาดว่าพลังเวทของตัวเองจะมีลักษณะแปลกประหลาดขนาดนี้
คิดไปคิดมา สิ่งเดียวที่อาจเกี่ยวข้องได้ ก็มีแต่วิชาไม้ที่ได้รับมาจากชูหยางอีกคนในโลกนินจา!
สภาพร่างกายของแต่ละคนย่อมทำให้พลังเวทแตกต่างกัน ขีดจำกัดสายเลือดเป็นพลังที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือด เมื่อเทียบกันแล้ว ย่อมส่งผลต่อพลังเวทมากกว่า
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ก็คงอธิบายได้เพียงแบบนี้
สเปราต์มองชูหยางที่มีสีหน้างุนงง เธอมีคำถามมากมายอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะเอ่ยถามอย่างไร
เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง จะไปรู้อะไรได้มากแค่ไหนกัน?
รอกลับโรงเรียนก่อน แล้วค่อยไปถามดัมเบิลดอร์ผู้รอบรู้อีกทีเถอะ!
เมื่อเห็นว่าคนด้านนอกมามุงดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ สเปราต์จึงดึงชูหยางมาไว้ด้านหลัง แล้วรีบพาเขาออกจากร้านไม้กายสิทธิ์
ในฝูงชน เด็กหญิงคนหนึ่งจ้องมองแผ่นหลังของชูหยางที่จากไป ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งผู้ใหญ่ข้างๆ เตือน เธอจึงถอนสายตากลับมาอย่างเสียดาย
สเปราต์พาชูหยางกลับไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่วอย่างรีบร้อน
สเปราต์อยากรีบกลับไปบอกดัมเบิลดอร์เกี่ยวกับความพิเศษของชูหยาง
“ชูหยาง ฉันขอโทษจริงๆ แต่ฉันจำเป็นต้องไปก่อน นี่คือตั๋วรถไฟกับเงินใช้จ่ายของเธอ เธอต้องเก็บไว้ให้ดี!”
“ค่าที่พักฉันจ่ายไว้แล้ว เธอพักได้จนกว่าโรงเรียนจะเปิดเรียน จำไว้ว่า ต้องขึ้นรถไฟก่อน 11 โมงของวันที่ 1 กันยายน”
สเปราต์วางตั๋วรถไฟหนึ่งใบกับถุงเกลเลียนทองลงในมือของชูหยาง จากนั้นก็ร่าย [คาถาหายตัว] อย่างเร่งรีบ หายวับไปต่อหน้าชูหยางในพริบตา
ตลอดเวลานั้น ชูหยางแทบไม่มีโอกาสพูดแม้แต่คำเดียว...
“ศาสตราจารย์สเปราต์นี่ใจร้อนจริงๆ” ชูหยางบ่นอย่างจนปัญญา แล้วก้มมองตั๋วรถไฟ “สถานีคิงส์ครอส ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ ช่างเป็นชื่อสถานที่ที่คุ้นเคยจริงๆ”
“โชคดีที่ฉันรู้ว่าต้องไปยังไง ไม่งั้นคงลำบากแย่” ฉากวิ่งผ่านกำแพงเข้าสู่ชานชาลาเป็นฉากคลาสสิกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชูหยางจำได้อย่างชัดเจน
หลังสเปราต์จากไป ชูหยางก็ไปที่ธนาคารกริงกอตส์
เขาอยากเอาเงินปอนด์ที่ก่อนหน้านี้หาได้จากพวกอันธพาลไปแลกเป็นเกลเลียนทอง
แต่พอไปถึง เขาจึงรู้ว่าการแลกเงินปอนด์เป็นเกลเลียนทองมีข้อจำกัด
ชูหยางที่คิดว่าตัวเองจะได้รวยเละ ทำได้เพียงแลกเกลเลียนทองมา 200 เหรียญอย่างผิดหวัง
“พูดกันตามตรง การปล้นพวกอันธพาลมันไม่เท่เอาเสียเลย เปลี่ยนเป้าหมายเป็นพวกพ่อมดดำดีกว่า” แววตาของชูหยางส่องประกายอันตราย หลังจากเกิดเรื่องเข้าใจผิดครั้งใหญ่ อารมณ์ของเขาแย่ลงถึงขีดสุด
ชูหยางที่วิ่งตะลอนไปทั้งวัน พอกลับถึงห้องก็ขี้เกียจขยับตัว
ชูหยางนั่งลงบนเตียง หยิบหนังสือที่เพิ่งซื้อมาอ่านทันที
ตลอดช่วงก่อนเปิดเทอม เขาตั้งใจจะใช้เวลาทั้งหมดกับหนังสือเหล่านี้
หนังสือเล่มแรกที่ชูหยางเลือกคือ “ประวัติศาสตร์เวทมนตร์” ซึ่งเขียนโดยเอเมอริก สวิตช์
นี่คือหนังสือที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสโลกเวทมนตร์และต้องการทำความเข้าใจโลกใบนี้
เพราะได้รับการแบ่งปันพรสวรรค์จากตัวเขาอีกสามคน ชูหยางจึงมีความจำที่ยอดเยี่ยมมาก แม้จะยังไม่ถึงขั้นอ่านครั้งเดียวแล้วจำได้หมด แต่เพียงอ่านสองสามรอบก็สามารถจำและเข้าใจความรู้ในหนังสือได้ทั้งหมด
บางคนสามารถท่องจำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจไม่เข้าใจเสมอไป
แต่สำหรับชูหยาง เมื่อจำได้ก็แทบจะเข้าใจทั้งหมด
การจดจำและเข้าใจความรู้ในหนังสือได้อย่างรวดเร็วเป็นประสบการณ์ที่รื่นรมย์อย่างยิ่ง ความสุขที่ได้รับยังเหนือกว่าวิธีกระตุ้นสมองแบบใดๆ บนโลกเสียอีก!
(จบตอน)