- หน้าแรก
- เพิ่งเป็นราชาโจรสลัด แต่ตัวฉันอีกหลายคนดันอยู่ทั้งโลกนินจา โลกยมทูต และหมื่นจักรวาล
- ตอนที่ 24 วันเคราะห์ร้ายของพ่อมดดำ
ตอนที่ 24 วันเคราะห์ร้ายของพ่อมดดำ
ตอนที่ 24 วันเคราะห์ร้ายของพ่อมดดำ
ไม่ใช่แค่ความสุขทางกายเท่านั้น แต่ยังเป็นความสุขทางใจด้วย
เมื่อเทียบกับตัวเองก่อนเข้าสู่พระราชวังวิญญาณ ซึ่งยังเป็นเพียงคนธรรมดา ชูหยางยิ่งตระหนักว่าความสุขเช่นนี้ยากจะบรรยายเป็นคำพูด
ก็เหมือนตอนเล่นเกม เมื่อไปตีมอนสเตอร์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่การโจมตีกลับเบาราวกับขูดเกา พอเปิดโกงแล้วฟันทีเดียว ดาเมจ 999 ก็ทำให้มันตายคาที่ ความรู้สึกแบบนั้นมันฟินสุดๆ ไปเลย
ตอนนี้ชูหยางกำลังรู้สึกเช่นนั้น เขาไม่อยากหยุด จึงหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าทีละเล่มแล้วอ่านต่อ จนถึงเวลาอาหารเย็น ท้องร้องโครกครากจึงยอมวางหนังสือลงอย่างเสียดาย
แค่อึดใจเดียว ชูหยางก็อ่านหนังสือความรู้ทั่วไปไปแล้วสามเล่ม ได้แก่ “ประวัติศาสตร์เวทมนตร์”, “พืชสมุนไพรและเห็ดมหัศจรรย์นับพันชนิด”, “สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ของมัน”
ชูหยางยืดเส้นยืดสาย รู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว เขาพึมพำว่า “ถ้าชาติก่อนฉันอ่านหนังสือแบบนี้ได้ คงสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกได้ภายในหนึ่งถึงสองปีแล้วมั้ง?”
หลังจากรีบกินมื้อเย็นจนเสร็จ ชูหยางก็รีบกลับไปที่ห้อง
“เฮ้ ช้าหน่อย ช้าหน่อย พ่อมดน้อยที่กำลังจะเข้าเรียน จะรีบไปไหนกัน?” เฒ่าทอมเงยหน้าขึ้นเตือนชูหยางที่กำลังเดินอยู่บนบันได
“ขอโทษครับ คุณทอม ผมรีบกลับไปอ่านหนังสือ!” ชูหยางตอบกลับไป แล้วชะลอฝีเท้าลง ก่อนจะเดินเร็วๆ กลับห้อง
“ขยันจริงๆ ...” ทอมอึ้งไปพักหนึ่ง ในความทรงจำของเขา พ่อมดน้อยที่เพิ่งมาถึงตรอกไดแอกอนแทบทุกคนจะหลงใหลไปกับโลกเวทมนตร์อันน่าตื่นตาตื่นใจข้างนอก มีน้อยคนนักที่จะนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบที่นี่ได้
เมื่อกลับถึงห้อง ชูหยางปล่อยนกฮูกออกมาให้อาหารก่อน จากนั้นก็หยิบ “ทฤษฎีเวทมนตร์” ขึ้นมาอ่านอย่างอดใจไม่ไหว
เมื่อเทียบกับหนังสือความรู้ทั่วไปแล้ว “ทฤษฎีเวทมนตร์” อ่านยากกว่ามาก ชูหยางจึงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและจดจำมากขึ้น
จนกระทั่งฟ้ามืดลง ชูหยางที่เริ่มเหนื่อยล้าทางจิตใจจึงวางหนังสือลง แล้วหลับไปอย่างสนิท
วันรุ่งขึ้น ชูหยางยังคงขลุกอยู่ในห้อง อ่านทบทวน “ทฤษฎีเวทมนตร์” กับ “คู่มือป้องกันตนเองจากพลังมืด” ซึ่งเป็นตำราวิชา “การป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” มากกว่าสิบรอบ
พอถึงตอนเย็น ชูหยางสวมฮู้ดดี้ไว้ด้านใน แล้วคลุมทับด้วยเสื้อคลุมพ่อมด ก่อนจะออกจากร้านหม้อใหญ่รั่ว
คืนนี้เขาจะไปล่าที่ตรอกน็อกเทิร์น
...
ตรอกน็อกเทิร์นกับตรอกไดแอกอนเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินลับเส้นหนึ่ง แทบไม่มีใครใช้เส้นทางนี้ไปมา เพราะตลอดทางเต็มไปด้วยสายตาไม่หวังดีที่คอยจับจ้อง
ในครอบครัวพ่อมด พ่อแม่จะเตือนลูกตั้งแต่ยังเล็กว่าอย่าไปที่ตรอกน็อกเทิร์น ที่นั่นคือแหล่งรวมตัวของพวกพ่อมดดำ
หากมีเรื่องฉุกเฉิน พ่อมดผู้ใหญ่โดยทั่วไปจะใช้ผงฟลูเดินทางเข้าออกตรอกน็อกเทิร์นอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เก่งกว่าหน่อยจะเลือกใช้ [คาถาหายตัว]
ถ้าชูหยางแค่ไปทำธุระ เขาก็จะเลือกใช้ผงฟลูเหมือนกัน แต่วันนี้เขามาที่นี่เพื่อล่า
ยิ่งมีคนโลภจับจ้องเขามากเท่าไรก็ยิ่งดี!
จากหนังสือ “วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” ชูหยางได้เรียนรู้คาถา ท่วงท่า และสัญญาณก่อนที่พวกพ่อมดดำจะใช้เวทมนตร์มืด หรือก็คือ “ช่วงเตรียมร่ายเวท”
ฮาคิสังเกตช่วยให้ชูหยางคาดเดาการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้ จึงสามารถหลบได้ล่วงหน้า
ด้วยสมรรถภาพร่างกายของชูหยางในตอนนี้ ต่อให้ไม่ใช้วิชาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจากโลกนินจา พ่อมดดำส่วนใหญ่ก็แทบโจมตีเขาไม่โดน
นี่คือความมั่นใจที่ทำให้ชูหยางกล้าล่าพวกพ่อมดดำ
เด็กวัย 11 ปีอย่างชูหยางเดินอาดๆ ผ่านถนนที่เชื่อมไปยังตรอกน็อกเทิร์นอย่างเปิดเผย จึงไม่แปลกที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก
ชูหยางแสร้งทำถุงเงินหล่นลงพื้น เกลเลียนทองหลายเหรียญกลิ้งกรุ๋งกริ๋งออกมาจากถุง
พ่อมดดำรูปร่างผอมแห้งหน้าซีดหลายคนถึงกับตาแทบถลนออกมา
ชูหยางรีบก้มลงเก็บเกลเลียนทองขึ้นมา
ท่ามกลางสายตาโลภจากรอบด้าน เขาก็ “ลนลาน” แล้วมุดเข้าไปในตรอกแคบๆ
พ่อมดดำหลายคนรีบสะกดรอยตามชูหยางเข้าไปในตรอกมืดสนิท พร้อมส่งเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์
ชูหยางร้องลั่น แล้ววิ่งเร็วขึ้นไปอีก!
“พ่อมดน้อย ผู้ใหญ่ที่บ้านนายไม่ได้บอกเหรอว่าที่ตรอกไดแอกอนตรงไหนห้ามไปบ้าง?” พ่อมดหัวล้านหน้าตาดุร้าย ดวงตาลึกโหลคนหนึ่งไล่ตามหลังชูหยางไปพลางหัวเราะเสียงดัง
ที่ปากทางเข้าตรอก มีพวกพ่อมดดำกลุ่มหนึ่งเฝ้าอยู่ด้านนอก พอได้ยินเสียงหัวเราะอย่างลำพองของพ่อมดหัวล้าน ก็พากันยิ้มตาม
แต่ไม่นานภายในตรอกก็กลับมาเงียบสงัด ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่มีเสียงใดๆ ราวกับไม่เคยมีใครเข้าไป
เหล่าพ่อมดดำมองไปยังปากทางมืดทึบ ก่อนจะสบตากันไปมา
ตามปกติแล้ว การจัดการเด็กคนหนึ่งไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนี้
“ใครเข้าไปดูหน่อย?”
“ยอร์ก นายไม่เข้าไปดูหน่อยเหรอ? หรือว่านายกลัวความมืด?”
“ฮ่าๆๆๆ”
ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยของพวกพ่อมดดำ ยอร์กผู้มีสีหน้าซีดเซียวเหมือนคนป่วยก็โกรธจนหน้าแดง “จะไปก็ไป พวกแกหุบปากไปเลย!”
พูดจบ เขาก็ใช้มือยันกำแพงไว้ พลางเดินเข้าไปด้วยร่างสั่นเทา
หลังจากเสียงหัวเราะด้านหลังเงียบลงชั่วครู่ ก็พลันระเบิดออกมาอีกครั้ง
“ฮ่าๆๆๆ ยอร์ก ท่าทางเดินของนายเหมือนผู้หญิงชะมัด!”
ยอร์กร่ายคาถาส่องสว่าง ขับไล่ความมืดรอบตัว แล้วเดินลึกเข้าไป ทว่าจู่ๆ เท้ากลับเหมือนสะดุดอะไรบางอย่าง ทำให้เขาโซซัดโซเซล้มลงนั่งกับพื้น
เขารู้สึกเหมือนนั่งทับเบาะนุ่มๆ เมื่อก้มลงก็เห็นพ่อมดหัวล้านที่เพิ่งไล่ตามชูหยางเมื่อครู่
รูม่านตาของยอร์กหดวูบ!
เขากวาดตามองไปรอบๆ แล้วเห็นพ่อมดหลายคนนอนอยู่บนพื้น
พวกพ่อมดดำที่นอนอยู่บนพื้นไม่ได้ตาย แต่อยู่ในสภาพถูกปล้นจนเหลือเพียงเสื้อคลุมพ่อมดติดตัว
ยอร์กตกใจจนแข้งขาอ่อน ร้องโหยหวนลั่น พวกพ่อมดดำด้านนอกกรูกันเข้ามาในตรอกที่มืดแคบ ต่างก็สะดุ้งกับภาพตรงหน้า
ขณะนั้นชูหยางออกจากตรอกน็อกเทิร์นและกลับมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่วแล้ว
เขาเทของที่ได้มาทั้งหมดลงบนเตียง เสียงเหรียญกระทบกันดังราวกับการบรรเลงออร์เคสตราสุดไพเราะ
มีทั้งเกลเลียนทอง ซิกเกิลเงิน และคนุตทองแดง เป็นสกุลเงินสามชนิดที่มีมูลค่าแตกต่างกัน
ครั้งนี้เขาหาเงินได้เกือบหนึ่งพันเกลเลียนทอง
“ฐานะของพวกพ่อมดดำก็ไม่ได้ดีนัก ยุคที่พวกเขาร่ำรวยที่สุด น่าจะเป็นตอนที่อิทธิพลของโวลเดอมอร์กำลังแผ่ขยายมากที่สุด เสียดายที่ยุคนั้นผ่านไปแล้ว” ชูหยางรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับยกขึ้นเรื่อยๆ
ตลอดทั้งกระบวนการเขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลย จึงไม่ดึงดูดความสนใจของใคร
พอมีช่องทางหาเงิน ชูหยางก็ใช้เงินได้อย่างสบายใจ เขาเริ่มด้วยการไปที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกเพื่อซื้อแบบเรียนระดับสูงบางเล่ม แล้วก็ขลุกอยู่ในห้องอ่านหนังสือ
ตลอดหนึ่งเดือนถัดมา ชีวิตของชูหยางเป็นระเบียบมาก ตอนกลางวันอ่านหนังสือ ตอนกลางคืนก็ปลอมตัวหลากหลายรูปแบบออกไป “ทำงาน”
เรียกได้ว่าเป็นแบทแมนที่โลดแล่นอยู่ในความมืดของตรอกน็อกเทิร์น
วันคืนที่ไร้กังวลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงวันที่ 1 กันยายน ชูหยางเก็บสัมภาระเรียบร้อย ออกจากร้านหม้อใหญ่รั่ว มุ่งหน้าไปยังสถานีคิงส์ครอส
บริเวณใกล้ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ถูกสะกดไว้ ทำให้มักเกิ้ลไม่อาจสังเกตเห็น และจะอ้อมผ่านตรงนั้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับร้านหม้อใหญ่รั่วเช่นกัน
(จบตอน)