- หน้าแรก
- ยุคเก้าศูนย์ เริ่มต้นจากการขายผักสู่เส้นทางมหาเศรษฐี
- บทที่ 21 ริเริ่มปลูกผักและหาทำเลทอง
บทที่ 21 ริเริ่มปลูกผักและหาทำเลทอง
บทที่ 21 ริเริ่มปลูกผักและหาทำเลทอง
ฤดูร้อนปีนี้ออกจะยาวนานและร้อนอบอ้าวไปเสียหน่อย
ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงลี่ชิว (ช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง) แล้ว
คำโบราณว่าไว้ ลี่ชิวมาเร็วลมจะเย็นสบาย ลี่ชิวมาช้าจะร้อนจนวัวแทบสุก
อวี้หลิงไม่เข้าใจคำกล่าวนี้หรอก แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้เธอตามคุณย่าออกไปปลูกผัก
คุณย่าทำงานคล่องแคล่วสมเป็นคนงานฝีมือดีจริงๆ
ทางฝั่งตะวันตกของบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่า คุณย่าอาศัยช่วงเวลาพลบค่ำ ถืออีเต้ออกไปขุดพรวนดินในที่ดินรกร้างนั้นอย่างแข็งขันเพียงลำพัง
แกทุบก้อนดินให้แตกละเอียด แล้วใช้คราดอันเล็กเกลี่ยดินให้เรียบ
อวี้หลิงกลัวว่าแกจะเหนื่อย จึงถลกแขนเสื้อขึ้น หมายจะลงไปช่วยทำงาน
แต่คุณย่ากลับรีบไล่เธอไป "ไม่ต้องหรอก หล่อนพาเหมี่ยวเหมี่ยวไปพักผ่อนเถอะ"
"ถุยๆ" แกถ่มน้ำลายใส่มือตัวเองแล้วลงมือทำงานต่อ
"อย่าเห็นว่าตรงนี้เป็นที่รกร้างเชียวนะ สมัยที่แม่สามีของหล่อนยังมีชีวิตอยู่ ตรงนี้เคยเป็นแปลงผักเก่าของบ้านเรามาก่อน"
คุณย่าเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้เธอฟัง
"ตอนนั้นคนในบ้านมีเยอะ ผักก็ปลูกไม่ค่อยพอพอกิน ปู่ของหล่อนก็เลยขุดที่ตรงนี้ทำเป็นแปลงผักเพิ่ม
เพิ่งจะมาช่วงหลายปีหลังนี่แหละ ที่คนในบ้านลดลง แถมผักในสวนก็ปลูกพอกินแล้ว ที่ตรงนี้ก็เลยถูกปล่อยทิ้งร้างไป
พอหล่อนบอกว่าอยากจะปลูกถั่วแปบ ฉันก็นึกถึงที่ตรงนี้ขึ้นมาทันที"
อวี้หลิงมองดูผืนดินที่ตากแดดตากลมมาได้สองวันแล้ว มันไม่เล็กเลยจริงๆ แม้รูปร่างจะดูยาวและแคบ แต่ถ้าลองกะพื้นที่รวมๆ ดูก็น่าจะใหญ่กว่าแปลงผักในสวนเสียอีก
คุณย่าขุดหลุมเป็นแนวยาวอยู่ด้านหน้า
จากนั้นก็สอนวิธีปลูกถั่วแปบให้เธอ
"ถั่วพวกนี้มันต่างจากพวกนั้นหรือจ๊ะ"
อวี้หลิงก้มมองเมล็ดถั่วในมือ
แบบหนึ่งมีสีขาวและดูอวบอ้วน อีกแบบเป็นเมล็ดใหญ่แต่ค่อนข้างแบน และยังมีแบบที่เมล็ดเล็กกว่าด้วย
"ใช่ นั่นมันถั่วแปบ 'ปลา' ถั่วพวกนี้จะโตไปจนถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง ฝักมันจะแบนๆ เอามาหั่นฝอยแล้วผัดกับพริกก็อร่อยดีนะ เสียแต่เปลือกมันมีเสี้ยนเยอะ บางคนก็เลยไม่ค่อยชอบกิน"
อวี้หลิงฟังคำบรรยายแล้ว พยายามนึกหน้าตาของมันอยู่นานแต่นึกไม่ออก
ช่างเถอะ หน้าตาจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่ปลูกแล้วงอกก็พอ
คุณย่าไม่ได้สนใจท่าทีของเธอ แกเริ่มลงมือปลูกถั่วแปบพุ่มก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นแกก็ขุดหลุมเพื่อปลูกถั่วแปบ 'ปลา' ไว้ใกล้ๆ กับต้นไม้ พุ่มไม้ เสาไฟฟ้า และกองหิน
...
อวี้หลิงหิ้วถังน้ำและถือกะบวยเดินตามหลังแกไป
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องไปปลูกตามที่พวกนั้นด้วย
"ทำไมต้องปลูกตรงนี้ด้วยล่ะจ๊ะ"
"พวกมันชอบขึ้นตามที่แบบนี้แหละ แถมไม่เปลืองที่ด้วย ถั่วแปบ 'ปลา' พวกนี้มันชอบเลื้อยพันสิ่งของ"
เอาเถอะ ในเมื่อย่าเป็นคนมีประสบการณ์ จะปลูกตรงไหนก็ปลูกไปเถอะจ้ะ
คนหนึ่งปลูก คนหนึ่งรดน้ำ อาศัยช่วงเวลาเช้าตรู่ที่อากาศยังเย็นสบายและเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ตื่น สองย่าหลานก็ช่วยกันปลูกจนเสร็จสิ้นทั่วทั้งบริเวณ
งานตอนเช้ามักจะเสร็จไว พวกเขาลุกขึ้นมาทำตั้งแต่ตีห้า พอหกโมงนิดๆ ก็เสร็จแล้ว
แต่แค่นั้นยังไม่จบหรอกนะ อวี้หลิงถือตะกร้าเดินไปหลังบ้าน เพื่อหาเก็บแตงกวาตามริมไร่ข้าวโพดและไร่ถั่วลิสง
คุณย่าปลูกแตงกวาไว้ตามริมไร่เยอะทีเดียว แต่แกไม่ได้ทำค้างให้มันเลื้อย แตงกวาก็เลยเลื้อยอยู่บนพื้นดิน ต้องคอยพลิกใบดูถึงจะเจอ
เธอเดินหาไม่ทันไรก็ได้แตงกวามาเต็มตะกร้าใบใหญ่ เธอหิ้วตะกร้ากลับมาวาง แล้วเปลี่ยนไปเอาถังใบใหญ่มาใส่แทน
ถังสีขาวใบนี้แต่เดิมเคยใส่ปุ๋ยน้ำมาก่อน พอปุ๋ยหมด ถังใบนี้ก็เอามาใส่ของได้พอดี นับว่ามีประโยชน์ไม่เบา
คุณย่าเดินเข้าไปในสวน เพื่อไปเก็บถั่วแปบ ตัดมะเขือยาว เด็ดพริกมาถุงเล็กๆ แถมยังเด็ดผักปลังมาอีกครึ่งกระสอบ
ทั้งสองคนทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็กลับมากันพร้อมหน้า
รถสามล้อถูกเข็นออกมา ข้าวของต่างๆ ถูกบรรจุลงถุงหรือใส่ถัง แล้วยกขึ้นไปวางบนท้ายรถ
อวี้หลิงเหลือบดูเวลา ตอนนี้หกโมงครึ่งกว่าแล้ว และเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังไม่ตื่น
"ฉันไม่รอแกตื่นแล้วนะ ฉันจะไปคนเดียว ย่าอยู่เฝ้าเด็กที่บ้านก็แล้วกันจ้ะ"
"เอาเถอะ รีบไปรีบกลับล่ะ ขืนรอแกตื่นเดี๋ยวจะไม่ได้ไปกันพอดี"
จากประสบการณ์การขายผักที่ผ่านมา อวี้หลิงได้เรียนรู้ว่า คนขายผักต้องตื่นแต่เช้า
พวกคนเฒ่าคนแก่ชอบตื่นเช้า โดยเฉพาะพวกคุณย่าคุณยายในเมือง ยิ่งตื่นเช้าเป็นพิเศษ
เธอลืมไปเสียสนิทว่าคนแก่พวกนี้ชอบไปรวมตัวกันที่สวนสาธารณะ
จะไปทำอะไรก็ช่างเถอะ แต่ที่แน่ๆ คือ พวกคุณย่าคุณยายเหล่านี้ชอบของถูกเป็นชีวิตจิตใจ
จากการเดินทางเข้าตัวอำเภอทั้งสองครั้ง เธอได้ไปสอดแนมทำเลมาแล้ว
ถ้าไปตั้งแผงขายผักที่สวนสาธารณะล่ะก็ รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน
พอพวกคุณย่าคุณยายออกกำลังกายเสร็จ ก็แวะซื้อผักติดไม้ติดมือกลับบ้านไปทำกับข้าวได้พอดี
วันนี้เป็นวันแรก เธอเลยไม่ได้เอาของมาเยอะ กะว่าจะลองเชิงดูก่อน ถ้าขายดี วันหลังค่อยเอามาเพิ่ม
อวี้หลิงปั่นรถสามล้อ เร่งความเร็วเต็มที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ
ระยะทางที่ปกติต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมง คราวนี้เธอใช้เวลาเพียงยี่สิบกว่านาทีเท่านั้น
สวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับเขตที่พักอาศัยที่เธอเคยไปสำรวจมา เธอสังเกตว่าพวกคุณย่าคุณยายที่มาที่นี่ น่าจะมาจากหมู่บ้านจัดสรรรอบๆ สักสี่ห้าแห่ง
ยุคนั้นอาจจะยังไม่เรียกว่า 'หมู่บ้านจัดสรร' แต่น่าจะเรียกว่า บ้านพักพนักงาน เสียมากกว่า
บ้านพักพนักงานแถวนี้มีขนาดใหญ่โตทีเดียว เธอเห็นทั้งบ้านพักของเทศบาล การรถไฟ โรงพยาบาล และดูเหมือนจะมีบ้านพักของเหมืองแร่อะไรสักอย่างด้วย
เธอไม่รู้หรอกว่าเป็นเหมืองอะไร และไม่เคยเห็นการทำเหมืองมาก่อนด้วยซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งเดียวที่เธอรู้ก็คือ
ในยุคสมัยนี้ หน่วยงานพวกนี้มีเงินหนา และคนที่มีเงินก็กล้าใช้จ่าย
พออวี้หลิงมาถึงพร้อมกับรถสามล้อคันเก่ง เธอก็พบว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่มาตั้งแผงขายของ มีคนเข็นรถมาขายของกินมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกขนมขบเคี้ยว แถมยังมีคนมาตั้งแผงขายเสื้อผ้ากับรองเท้าอีกด้วย
มีแค่เธอคนเดียวที่มาขายผัก
เธอเดาว่าคนอื่นคงไปตั้งแผงขายที่ตลาดสดกันหมดแล้ว
เธอไม่ได้ตะโกนเรียกลูกค้าให้มากความ เพียงแค่จอดรถแล้วปูกระสอบใบใหญ่ลงบนทางเท้าเหนือขอบถนน
เธอไม่รู้ว่าในยุคนี้มีเทศกิจคอยตรวจตราหรือเปล่า หรือเขาอนุญาตให้ตั้งแผงขายผักตรงนี้ได้ไหม
เธอไม่กล้าไปตั้งแผงกีดขวางเลนรถวิ่งหรอก ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีปัญหาจราจรติดขัด แต่เธอก็คิดว่าควรหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้กับส่วนรวมหรือเจ้าหน้าที่รัฐจะดีกว่า
เมื่อปูกระสอบเสร็จ เธอก็เอาถั่วกับมะเขือยาวออกมาวางเรียงราย
อาศัยจังหวะที่ยังไม่มีลูกค้า เธอจึงหยิบเก้าอี้พับตัวเล็กออกมานั่งเด็ดผักรอ
ส่วนใหญ่เธอจะเด็ดพวกถั่ว
เพราะตอนเก็บถั่วมาไม่ได้คัดแยกเลย จับยัดใส่ถุงมาดื้อๆ เธอเลยต้องมานั่งจัดเรียงให้ดูน่าซื้อ
ขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการเด็ดผัก คุณย่าคนหนึ่งที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จก็เดินออกมาจากสวนสาธารณะ
พอคุณย่าเดินเลี้ยวมาทางฟุตบาท แกก็สังเกตเห็นเธอเข้าพอดี
"อ้าว แม่หนู" คุณย่าทิ้งสามีไว้ข้างหลังแล้วเดินปรี่เข้ามาหา
"หนูนี่เอง! คราวก่อนหนูไปตั้งแผงขายผักที่หน้าบ้านพักพนักงานตรงนู้นใช่ไหม"
อวี้หลิงเงยหน้ามองหล่อน เธอจำหน้าไม่ได้หรอก
"คราวก่อนหนูมากับคุณยายที่ขายไข่ไงล่ะ"
เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ คุณย่าจึงช่วยทบทวนความจำให้
"อ้อ ใช่จ้ะ ฉันเองแหละ"
มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย? หรือว่าไข่จะมีปัญหา?
ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ!
ไข่พวกนั้นคุณย่าของเธอเพิ่งเก็บมาจากเล้าสดๆ ร้อนๆ ทุกวันเลยนะ
ถ้ามีไข่เน่าเสียปะปนไปจริงๆ ตอนนี้เธอก็ไม่มีไข่มาเปลี่ยนให้หล่อนหรอกนะ
"ฉันมารอหนูตั้งหลายวันแล้ว วันนี้มีไข่แบบคราวก่อนมาขายอีกไหม"
อ้อ ที่แท้ก็ไม่ได้มาหาเรื่องนี่เอง
"ป้าใหญ่คะ" เธอเผลอเรียกออกไปตามความเคยชิน ก่อนจะรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ
"เอ่อ วันนี้ฉันไม่ได้เอาไข่มาเลยจ้ะ ป้าอยากได้ไข่หรือจ๊ะ"
"ใช่แล้วล่ะ คราวก่อนฉันซื้อไปน้อยเกิน หลานสาวตัวน้อยของฉันชอบกินมาก แกบอกว่าไข่อร่อยสุดๆ ไปเลย"
"ไข่พวกนั้นไก่ที่บ้านเราไข่เองจ้ะ ตอนนี้ยังเก็บได้ไม่เยอะ คงต้องรออีกสักสองสามวัน
เอาไว้วันหลังนะจ๊ะ วันหลังฉันจะเอามาฝาก"
คุณย่ากวาดสายตามองผักบนแผง ก็เห็นว่าไม่มีไข่มาขายจริงๆ
แต่ถึงผักพวกนี้จะดูรุงรังไปบ้าง แต่มันก็ดูสดใหม่มากทีเดียว