เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

234 หนทางคับแคบ

234 หนทางคับแคบ

234 หนทางคับแคบ


“อยากจะไปชั้นต่อไปใจจะขาดแล้วสิ”

ดันเต้พึมพำพลางส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ

กฎของชั้นนี้มันประหลาดเกินไป แถมยังทำให้ฝั่งผู้คุมเสียเปรียบสุดๆ ถ้าต้องมาปะทะกับ ‘อัลทิส ผู้รอบรู้’ ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เขาบอกเลยว่าประเมินโอกาสชนะแทบไม่ได้เลย การรีบบึ่งไปชั้นห้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ปัญหาคือเขาต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นยังอยู่ในชั้นนี้ไหม เพราะมีแค่ ‘ผู้คุม’ เท่านั้นที่จะพาทีมข้ามชั้นได้ และเป้าหมายของภารกิจที่ 2 ในโลกเงาก็คือทุกคนต้องออกจากโลกปีศาจให้ได้ครบทุกคน

คุกแห่งนี้เป็นทางลงทางเดียว ไม่มีทางย้อนกลับ ถ้าทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว ภารกิจก็จะล้มเหลวทันที ดันเต้จึงต้องสำรวจชั้นนี้ให้ละเอียดที่สุด ตอนนี้เขามีสมาชิกทีม ‘จิตใจอันงดงาม’ อยู่ในมือ 4 คน แต่จำนวนผู้ท้าทายทั้งหมดมี 6 คน นั่นหมายความว่าเขายังต้องตามหาอีก 2 คนที่เหลือให้เจอ

ดันเต้จึงตัดสินใจหันหลังให้ประตูมิติที่มุ่งสู่ชั้นห้า แล้วเริ่มออกเดินสำรวจในห้องสมุดเขาวงกตอีกครั้ง

...

ภายในโถงกว้างของคุกโลกปีศาจชั้นที่สี่

ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียง ‘คลิก’ ของหมากรุกที่กระทบกระดานดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศของที่นี่ดูเหมือนห้องทำงานกึ่งห้องนั่งเล่นมากกว่าคุก แม้จะให้กลิ่นอายห้องสมุดคลาสสิก แต่ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของหัวหน้าผู้คุมอัลทิส

เธอนั่งอยู่บนโซฟา สายตาจดจ่ออยู่กับกระดานหมากรุก ใบหน้าของเธองดงามไร้ที่ติราวกับรูปสลัก ถ้าไม่สังเกตการเคลื่อนไหวของดวงตา ก็ยากจะบอกว่าเธอนี่คือสิ่งมีชีวิตหรือผลงานศิลปะกันแน่ อัลทิสไม่มีรังสีอำมหิตแบบปีศาจทั่วไป ตรงกันข้าม เธอกลับให้ความรู้สึกเหมือนร่างอวตารแห่งเหตุผลที่เย็นเยียบ และที่ฝั่งตรงข้ามของเธอ มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่

แม้เขาจะอยู่ในชุดนักโทษ แต่อัลทิสกลับไม่ได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนนักโทษทั่วไป ร่างกายของเขาไม่มีรอยขีดข่วน แถมบนโต๊ะยังมีน้ำชาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมวางรอไว้ให้ด้วย

“เดินหมากวางกับดักแบบนี้ เป็นนิสัยปกติของมนุษย์ หรือว่าเป็นรสนิยมส่วนตัวของเจ้ากันแน่?”

“รสนิยมส่วนตัวครับ”

ชายหนุ่มตอบสั้นๆ

บทสนทนาของทั้งคู่มีเพียงประโยคสั้นๆ ที่โต้ตอบกันเป็นพักๆ ส่วนใหญ่จะปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ขณะที่ทั้งคู่จดจ่ออยู่กับการเดินหมาก

แต่แล้ว มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบตัวหมากของอัลทิสก็ชะงักลงกะทันหัน เนื่องจากเธอสัมผัสถึงการมาถึงของใครบางคนได้...

เธอเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วมองผู้มาเยือนที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาในห้องโถง ดูออกชัดเจนว่าเธอไม่ค่อยชอบใจนักที่มีผู้คุมโผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้

“เจ้าชนะพนันแล้วจริงๆ สินะ มีผู้คุมลงมาเร็วขนาดนี้เชียว”

อัลทิสเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่วางเดิมพันกันไว้ว่า ภายในสองสัปดาห์จะมีผู้คุมลงมาที่ชั้นนี้หรือไม่ ถ้าเธอชนะ ชายหนุ่มต้องสอนเวทมนตร์ของมนุษย์ที่เธอไม่เคยรู้จักให้ แต่ถ้าเขาชนะ เธอต้องยอมให้ผู้คุมพาเขาออกไปจากที่นี่

ตามหลักความน่าจะเป็น อัลทิสควรจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะเธอรู้ดีว่าโดยเฉลี่ยแล้ว กว่าจะมีผู้คุมหลุดลงมาถึงชั้นที่สี่มันต้องใช้เวลานานแค่ไหน

แต่กลายเป็นว่าไอ้มนุษย์คนนี้ดันเดาถูกเป๊ะ

“หึหึ”

ชายหนุ่มผมสีไม้พะยูงเอนหลังพิงโซฟาอย่างหมดแรง เขาขี้เกียจแม้แต่จะหันไปมองผู้มาใหม่ การต้องมานั่งเดินหมากกับปีศาจชั้นสูงอายุเป็นพันปีอย่างอัลทิสมันสูบพลังสมองของเขาเกินไปจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับบนหน้าอย่างใจเย็น พลางยกชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในชั้นนี้ เขาก็เจอเข้ากับหัวหน้าผู้คุมทันที แต่เธอกลับไม่มีท่าทีจะจู่โจมเขาเลย มีแค่การชวนคุยเท่านั้น

หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกันสั้นๆ เขาก็พบว่าอัลทิสไม่เหมือนปีศาจในบันทึกที่เขาเคยอ่านมาเลยสักนิด เธอไม่มีความกระหายเลือด แต่กลับมีความกระหายใคร่รู้ในตัวมนุษย์อย่างรุนแรงจนเข้าขั้นหลงใหล

ด้วยทักษะการเจรจาและข้อมูลที่เหนือกว่า มอเรียนจึงใช้ช่องว่างตรงนี้ทำข้อตกลงเดิมพันกับเธอได้อย่างรวดเร็ว เขาเดาไว้อยู่แล้วว่า ‘ผู้ท้าทายพิเศษ’ ในโลกเงาแห่งนี้ จะต้องเป็นผู้คุมที่สามารถพาทุกคนผ่านไปได้

แม้แต่ตัวเขาเอง ในตอนแรกยังงงว่าทำไมตัวเองถึงถูกดึงเข้ามาในโลกเงาระดับ 7 แบบนี้ ซึ่งในตอนนั้นเขากำลังโดนคนที่รับมือยากสุดๆ ไล่ล่าอยู่ และในจังหวะนั้นเองที่มีประตูมิติว่างเปล่าปรากฏขึ้นมา

เขาคุ้นเคยกับประตูมิติแบบนี้ดี มันคือทางเข้าชั่วคราวสำหรับผู้ท้าทายโลกเงา ซึ่งมักจะสุ่มปรากฏขึ้นตามจุดต่างๆ

‘อย่าไปแตะต้องประตูมิติที่โผล่มามั่วๆ’ คือกฎเหล็กที่เขาถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก เพราะการหลุดเข้าไปในโลกเงาที่ไม่รู้จักอาจหมายถึงความตายได้ แต่สำหรับมือโปรอย่างมอเรียนแล้ว โลกเงาไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว อย่างมากก็แค่ได้กำไรมากหรือน้อยเท่านั้น

หลังจากชั่งน้ำหนักแล้ว เขาเลยตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นที่กบดานชั่วคราว ใครจะไปคิดว่าดันหลุดเข้ามาในโลกเงาระดับ 7 ที่ไม่เคยเจอมาก่อน! แต่ก็นะ...ถ้าดูจากเงื่อนไขแล้ว สถานะของเขาไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ยอมตามน้ำไปกับผู้ท้าทายพิเศษที่ถูกเลือกก็พอ มอเรียนไม่ได้กังวลเรื่องต้องสู้กับพวกสาวกฟื้นคืนชีพในระดับ 7 เลย เพราะปกติโลกเงาที่ต้องอาศัยความร่วมมือแบบนี้ จะไม่เลือกผู้ท้าทายที่หัวรุนแรง เพราะมันจะทำให้หาทางออกไม่ได้

สิ่งที่เขากังวลมีอย่างเดียวคือ...ถ้าเจอพวกเพื่อนเก่าในนี้ งานนี้อาจจะยุ่ง

“ท่านหัวหน้าผู้คุมอัลทิสคะ ข้ามีข้อเสนอจะมาคุยด้วยค่ะ”

เสียงใสๆ เหมือนเด็กสาวดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่มอเรียนไม่เคยได้ยินมาก่อน จนทำให้เขารู้สึกเบาใจ

          'ขอแค่ไม่ใช่ไอ้เจ้าคนประหลาดผมเทานั่นก็พอ'

เขานึกในใจ พลางคิดว่าเพื่อนร่วมทีมครั้งนี้คงเป็นพวกมือโปรจากสมาพันธ์หรือจักรวรรดิแน่ๆ การที่เริ่มต้นมาก็ได้อยู่ในคุกที่ปลอดภัยขนาดนี้ ถือว่าเขาดวงดีสุดๆ แล้ว และดูเหมือนตอนนี้จะมีคนมา ‘แบก’ ให้เขาเดินชิลๆ ได้เสียที

“เจ้าต้องการอะไร”

ตอนแรกอัลทิสรู้สึกรำคาญผู้คุมคนใหม่นี้ เพราะเธอไม่ได้สนใจพวกปีศาจพวกนี้เลย ถ้าเป็นเวลาปกติ เธอคงไล่ออกไปจากห้องทำงานนานแล้ว แต่เพราะติดเดิมพันกับมอเรียน เธอจึงต้องคุยด้วย

หากผู้คุมคนนี้ตั้งใจจะพามอเรียนลงไปชั้นล่าง เธอต้องให้โอกาสที่ยุติธรรม เพราะถึงจะมีผู้คุมลงมาถึงชั้นนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะอยากพานักโทษไปด้วยเสมอไป

แต่แล้ว...เรื่องมันก็เริ่มจะวุ่นขึ้นมาทันที

เพราะผู้คุมที่เพิ่งมาถึง...ดันเป็นซัคคิวบัส!

และดูท่าทาง...ยัยนี่อาจจะอยากพามนุษย์คนนี้ไปด้วยจริงๆ เสียด้วย!

จบบทที่ 234 หนทางคับแคบ

คัดลอกลิงก์แล้ว