- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 233 ตัดสินใจทำตามเสียงหัวใจตัวเอง
233 ตัดสินใจทำตามเสียงหัวใจตัวเอง
233 ตัดสินใจทำตามเสียงหัวใจตัวเอง
“แล้วข้อมูลของพัสดีล่ะ?”
ดันเต้ตัดสินใจตัดความกังวลเรื่องชั้นที่สี่ทิ้งไปก่อน
คิดซะว่ารีบผ่านชั้นนี้ไปให้ไวที่สุดก็พอ ถึงจะพลาดข้อมูลบางอย่างไปบ้าง แต่ถ้าแลกกับเวลาที่ได้คืนมา ก็น่าจะคุ้มกว่าที่จะมานั่งจมปลักอยู่ตรงนี้ ส่วนผลจะออกมาดีหรือร้ายค่อยว่ากันทีหลังอีกที
“จอมเวทหน้าไหนก็ไม่มีทางล้มพัสดีได้หรอก”
หัวหน้าผู้คุมตอบกลับมาสั้นๆ
“...แค่นี้เหรอ?”
ดันเต้ไม่ได้คาดหวังข้อมูลระดับเทพอะไรขนาดนั้น แต่การยอมควัก 2,000 แต้มปีศาจเพื่อแลกกับข้อมูลฉบับย่อสไตล์โคนีเลียนี่มันน่าเจ็บใจชะมัด!
แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าปริศนาคำทายงี่เง่าในชั้นแรก ข้อมูลนี้วิเคราะห์ไม่ยากเลย นั่นคือพัสดีมีความสามารถในการต้านทานเวทมนตร์ได้อย่างสมบูรณ์ หรือไม่ก็สามารถสลายเวทมนตร์ทิ้งได้ทันที เรื่องนี้ทำเอาดันเต้เริ่มรู้สึกปวดหัว เพราะสไตล์การต่อสู้หลักของเขาคือการใช้เวทมนตร์ ถ้าต้องหันไปพึ่งแค่อุปกรณ์กับสัตว์อัญเชิญเพื่อสู้กับปีศาจระดับ 9 เขาเองก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเอาตัวรอดไปได้ยังไง
เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้
หลังจากนั้น ดันเต้ลองถามถึงทรัพยากรที่พอจะหาซื้อได้ในชั้นที่สาม แต่คำตอบที่ได้กลับมีแค่เมนูอาหารพิเศษ นอกนั้นก็แทบไม่ต่างจากของในชั้นแรกเลย ในเมื่อชั้นอื่นๆ ก็น่าจะมีของพวกนี้ขายเหมือนกัน การแบกของพะรุงพะรังลงไปตอนนี้ก็ดูจะเป็นภาระเปล่าๆ
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป หัวหน้าผู้คุมก็ทักขึ้นมาจากด้านหลัง
“มีของบางอย่างที่ไม่ใช่ทรัพยากรและไม่ใช่ข้อมูล...เจ้าสนใจไหม?”
“ว่ามาสิ”
ดันเต้หยุดเดินแล้วหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ
“ข้าสามารถเปิดบริการจัดส่งของชั้นนี้ให้เจ้าได้ โดยต้องใช้ 3,000 แต้มปีศาจ”
หัวหน้าผู้คุมกล่าว
ปกติแล้วบริการนี้แทบจะไม่มีใครสนใจเพราะมันดูไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย แต่หัวหน้าผู้คุมสังเกตเห็นว่าดันเต้มีแต้มปีศาจมหาศาลเกินกว่าที่ผู้คุมชั้นสามทั่วไปจะมีได้ เขาเลยลองเสี่ยงถามดู
“อย่างพวกเมนูพิเศษของชั้นสามเนี่ย ถ้าฉันอยู่ชั้นอื่น ก็ส่งมาให้ได้ด้วยเหรอ?”
ดันเต้รีบเดินกลับไปถามทันที
ถึงฟังก์ชันนี้จะฟังดูแปลกๆ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่าสนใจสุดๆ!
“ได้ เมื่อเจ้าเปิดใช้งานสิทธิ์นี้ เจ้าสามารถสั่งอาหารผ่านกำไลปีศาจจากชั้นไหนก็ได้ แล้วข้าจะส่งของผ่านช่องทางพิเศษไปยังประตูมิติของชั้นที่เจ้าอยู่ทันที”
หัวหน้าผู้คุมพยักหน้ายืนยัน
“ตกลง ซื้อ!”
เรื่องนี้เขาแทบไม่ต้องคิดเลย! ก็คนมันรวยนี่นา! จะไปเที่ยวทั้งทีจะให้เพื่อนพ้องต้องลำบากเรื่องกินได้ยังไง ทุกคนต้องได้กินของดีสิถึงจะถูก!
ตอนแรกเขากะจะซื้อของอร่อยติดตัวไว้บ้าง แต่ถ้าต้องหิ้วของกองโตลงไปด้วยมันก็ลำบาก การมีบริการจัดส่งแบบนี้แหละวิเศษที่สุด! และที่สำคัญ บริการนี้ส่งได้ทุกชั้น แม้แต่ในเขตเนรเทศก็ยังส่งถึง! เขาไม่รู้ว่าชั้นต่อๆ ไปจะมีกฎห้ามค้าขายหรือเปล่า ดังนั้นการมี 'ร้านค้าพกพา' ติดตัวไว้แบบนี้ถือเป็นการวางแผนที่ยอดเยี่ยม
สรุปคือ ดันเต้ยอมจ่ายไปทั้งหมด 5,400 แต้ม เพื่อซื้อข้อมูลสองชุดและฟังก์ชันจัดส่ง ส่วนแต้มที่เหลือยังถือว่าเหลือเฟือ หลังจากหักค่าเคลื่อนย้ายไปชั้นที่สี่อีก 3,000 แต้ม เขาก็ยังมีเหลืออีกถึง 10,965 แต้ม ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้พวกบอสในชั้นนี้ที่ยอมทิปหนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้สบายขนาดนี้
จากนั้น ดันเต้ก็เดินตรงไปยังประตูมิติของชั้นที่สามด้วยอารมณ์เบิกบาน มุ่งหน้าสู่ชั้นที่สี่ทันที หลังจากได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์ เขาก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ทำให้ในตอนนี้เขารู้สึกใจสงบและมองโลกได้กว้างขึ้น
เขาไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง หรือไปทำให้ทาทาต้องลำบากใจอีก บางเรื่องมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ยิ่งเขาพยายามฝืนทำอะไรแผลงๆ ผลลัพธ์ก็ยิ่งออกมาตรงข้ามกับที่คิด ไว้กลับไปค่อยขอโทษทาทาอย่างจริงจังแล้วกัน ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นเอง
ไม่นานนัก ดันเต้ก็มาถึงชั้นที่สี่
จากกฎของสามชั้นแรก เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ต้องย่ำแย่แน่ๆ แต่ผิดคาด...ความรู้สึกที่ชั้นที่สี่มอบให้เขานั้น กลับไม่ได้แย่ไปกว่าชั้นที่สามเลย พื้นที่กว้างขวางตรงหน้าดูเหมือนเขาวงกต แต่กำแพงทุกด้านกลับเต็มไปด้วยหนังสือที่วางเรียงรายสูงลิ่ว ให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุดโบราณที่เงียบสงบ ไม่ว่าจะเป็นพรมหรือโคมไฟ ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านและได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม
ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูกจนเขารู้สึกผ่อนคลาย ราวกับว่าการได้นั่งจิบชาร้อนๆ พร้อมอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มในบ่ายวันที่อากาศดีในสถานที่แห่งนี้จะเป็นเรื่องที่วิเศษมาก แต่ความรู้สึกที่ 'ดีเกินไป' แบบนี้แหละ ที่ทำให้ดันเต้ต้องระวังตัวขึ้นมาทันที ดูเหมือนพัสดีชั้นนี้จะไม่ธรรมดา ถึงขนาดสร้างภาพลวงตาให้เขารู้สึกว่าที่นี่ปลอดภัยสุดๆ
และในตอนนี้ เขาก็เริ่มเห็น 'กฎ' ของชั้นนี้ชัดเจนขึ้น
[คุกแห่งความตะกละ]
[ในชั้นนี้ ผู้คุมห้ามโจมตีนักโทษหรือผู้คุมคนอื่นก่อน และห้ามทำลายสิ่งก่อสร้าง มิฉะนั้นจะถูกหักแต้มปีศาจ 90% ของที่มีอยู่ หรือ 100 แต้ม (ยึดตามค่าที่มากกว่า)]
[หัวหน้าผู้คุมสามารถประหารผู้คุมและนักโทษได้ตามใจชอบโดยไม่มีข้อจำกัด]
[หัวหน้าผู้คุมสามารถมอบหมายงานได้ตามต้องการ เมื่อทำงานสำเร็จจะได้รับแต้มปีศาจ ซึ่งสามารถใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรหรือซื้อขายได้อย่างอิสระ]
[การจะไปยังชั้นที่ห้า ต้องจ่าย 4,000 แต้มปีศาจ หรือได้รับอนุญาตจากหัวหน้าผู้คุมชั้นที่สี่]
“กฎบ้าบออะไรเนี่ย...ทำไมหัวหน้าผู้คุมชั้นนี้ถึงมีอำนาจล้นฟ้าขนาดนี้...”
ดันเต้พึมพำ
ในขณะที่ผู้คุมถูกจำกัดสิทธิ์แทบทุกอย่าง ทั้งห้ามโจมตีและห้ามทำลายข้าวของ แต่หัวหน้าผู้คุมกลับได้รับสิทธิ์ขาดแบบไม่ต้องเกรงใจใครเลย! แม้ผู้คุมจะไม่ต้องถูกหักแต้มทุกวันเหมือนชั้นแรก แต่ถ้าหัวหน้าผู้คุมไม่ยอมมอบงานให้หาแต้มเพิ่มล่ะก็...
ถ้าแต้มไม่พอจ่ายค่าเคลื่อนย้าย เขาก็อาจจะติดแหง็กอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล แถมถ้าทำให้หัวหน้าผู้คุมไม่พอใจขึ้นมา เธอก็อาจจะฆ่าเขาได้ทันทีโดยไม่มีอะไรมาฉุดรั้งเอาไว้!
โชคดีที่ดันเต้พอจะรู้มาบ้างว่าหัวหน้าผู้คุมชั้นนี้ไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ขอแค่เขาไม่ไปกวนประสาทเธอ เธอก็น่าจะไม่ลงมือก่อน
'ลองดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า หาทางเลี่ยงเธอไปให้ถึงชั้นห้าให้ได้'
ดันเต้คิดในใจ
หัวหน้าผู้คุมระดับ 8...เขาไม่อยากบวกเดี่ยวหรอกนะ
ว่าแล้ว ดันเต้ก็เริ่มออกเดินไปตามเขาวงกตที่แสนสงบแห่งนี้ ตอนแรกเขาคิดว่ามันต้องซับซ้อนแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเข้าใจเส้นทางได้ในเวลาไม่นาน
เหตุผลง่ายๆ เลยคือ...บนทางเดินมีป้ายบอกทาง! ป้ายบอกชัดเจนเลยว่าถ้าจะไปชั้นห้าต้องเดินไปทางไหน! และป้ายพวกนี้ไม่ใช่ของปลอม
ดันเต้เดินตามป้ายไปไม่นานก็เจอประตูมิติที่มุ่งสู่ชั้นที่ห้าทันที ดูทรงแล้วป้ายพวกนี้คงเป็นฝีมือของหัวหน้าผู้คุมนั่นแหละ เธอคงแค่อยากจะบอกว่า 'รีบๆ ไสหัวออกไปได้แล้ว จะได้ไม่ต้องมาเกะกะสายตา'
“หัวหน้าผู้คุมชั้นนี้จะสายชิลล์เกินไปไหมเนี่ย...”
ดันเต้ถึงกับหลุดขำ พลางสงสัยว่ากลไกการทำงานของหัวหน้าผู้คุมคนนี้คืออะไรกันแน่
ที่แท้ความรู้สึกปลอดภัยในชั้นนี้ไม่ใช่ภาพลวงตา...
แต่มันปลอดภัยแบบโคตรๆ เลยโว้ย!