- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 221 ถูกปลุกความทรงจำอันแสนงดงาม
221 ถูกปลุกความทรงจำอันแสนงดงาม
221 ถูกปลุกความทรงจำอันแสนงดงาม
ปีศาจนำทางหยิบอุปกรณ์เวทมนตร์ออกมาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ก่อนจะสแกนผ่านกำไลปีศาจของดันเต้
หักเงินสำเร็จ!
เจ้านี่มีแต้มปีศาจตั้งพันกว่าแต้มจริงๆ ด้วย!
ปีศาจนำทางมองดูอุปกรณ์ในมือด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยากราวกับกำลังสงสัยในชีวิตของตัวเอง ก่อนจะเก็บมันไปอย่างยอมจำนน เขาเดินออกจากห้องทำงานไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับแผนที่โลกปีศาจม้วนหนึ่งส่งให้ดันเต้ จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"คุกชั้นที่สองคือ คุกแห่งตัณหา และชั้นที่สองก็ไม่ได้มีกฎห้ามโจมตีผู้คุมด้วยกันเอง อ้อ บอกไว้ก่อนเลยว่าในคุกแห่งนี้มีหลายชั้นที่เป็น เขตเนรเทศ เนื่องจากตัวของหัวหน้าผู้คุมเองก็เป็นปีศาจที่ก่อกรรมทำเข็ญอย่างหนักในโลกปีศาจเช่นกัน"
น้ำเสียงของปีศาจนำทางดูเป็นมิตรขึ้นเยอะ ดูเหมือนเขาจะมั่นใจแล้วว่าดันเต้มีศักยภาพที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ ดังนั้นกับปีศาจที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัดแบบนี้ เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปสร้างความลำบากให้ สู้ยื่นมือเข้าช่วยสักหน่อยน่าจะดีกว่า ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีโอกาสได้พึ่งพาบารมีของยัยนี่บ้างก็ได้
"เขตเนรเทศเหรอ?"
ดันเต้ถามกลับ
ปีศาจนำทางจึงอธิบายต่อว่า
"ปีศาจบางตนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จะฆ่าทิ้งก็เสียดายแต่ก็จำเป็นต้องลงโทษ ก็เลยถูกส่งไปเป็นผู้คุมในบางชั้น พวกนี้เป็นทั้งหัวหน้าผู้คุมและนักโทษไปในตัว ในขณะที่กักขังพวกมันไว้ ก็บังคับให้พวกมันจัดการกับนักโทษคนอื่นไปด้วย แล้วก็ใช้พลังของพวกมันมาฝึกฝนเหล่าผู้คุมไปพร้อมๆ กัน"
"แล้วหัวหน้าผู้คุมชั้นสองมีลักษณะเฉพาะยังไงล่ะ?"
ดันเต้ซักต่อ
ปีศาจนำทางส่ายหัว ตอบว่า
"ข้าไม่รู้ ข้ารู้แค่ว่าหัวหน้าผู้คุมชื่อ โอลีฟแห่งขุมนรก เป็นปีศาจที่บ้าคลั่งเอามากๆ แต่โชคดีที่ระดับพลังอยู่แค่ระดับ 7"
"โอลีฟ?"
ดันเต้คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินชื่อที่แสนคุ้นเคยนี้ที่นี่
บอสใหญ่ของโรงเรียนปีศาจตนนั้น ที่ถูกดันเต้หลอกต้มตุ๋นจนสลบเหมือด แล้วถูกโคนีเลียโยนทิ้งลงขุมนรก...ปีศาจแมงป่องตนนั้นน่ะนะ! ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะแค่ชื่อเหมือนกันก็เถอะ แต่นิสัยบ้าคลั่งเนี่ยมันตรงเผงเลยนี่หว่า!
"แกรู้จักยัยนั่นด้วยเหรอ?"
ปีศาจนำทางเลิกคิ้วถาม
"อา เธอเคยเป็นอาจารย์ของข้าสมัยอยู่โรงเรียนปีศาจน่ะ...แต่ตอนนั้นข้าได้ยินมาว่าเธอประสบอุบัติเหตุ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่?"
ดันเต้พยายามตะล่อมถามข้อมูลจากปีศาจนำทาง
"เธอตกลงไปในขุมนรกไร้จุดจบจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็รอดมาได้ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วย เนื่องจากถูกตรวจสอบพบว่ามีการทำผิดกฎอย่างร้ายแรงในโรงเรียนปีศาจ เลยถูกลงโทษด้วยการส่งมาเป็นหัวหน้าผู้คุมที่ชั้นสองของคุกโลกปีศาจแทนไงล่ะ"
ปีศาจนำทางตอบ ในขณะเดียวกันเขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า ดันเต้ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนจบมาจากโรงเรียนปีศาจแห่งนั้นแน่ เพราะเรื่องราวที่พวกเขารู้นั้นมันดันตรงกันเป๊ะ
ดันเต้ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกซาบซึ้งจนอยากจะร้องไห้ออกมา
อาจารย์โอลีฟ ที่แท้ก็ยังไม่ตายนี่เอง!
ดันเต้แทบจะอดใจรอฉากการพบกันใหม่ระหว่างศิษย์อาจารย์อันแสนประทับใจนี้ไม่ไหวแล้ว แต่เขาต้องคุมอารมณ์ตัวเองเอาไว้! ตอนนี้เขากลายเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว ต้องควบคุมขอบเขตในการกระทำของตัวเองให้ดี!
"แล้วข้อมูลเกี่ยวกับพัสดีเรือนจำล่ะ?"
ดันเต้ตัดสินใจทวงถามข้อมูลที่ตัวเองยอมจ่ายไปตั้งแพงเพื่อให้ได้มา ตามหลักแล้ว ราคาของข้อมูลชิ้นนี้มันเป็นการบ่งบอกอยู่แล้วว่า ในเส้นทางการพิชิตแบบปกติ ไม่มีทางที่จะหาซื้อข้อมูลนี้ได้ตั้งแต่ชั้นแรกอย่างแน่นอน
"พัสดีเรือนจำอยู่ชั้นที่เก้า ข้อมูลก็คือ...ตาของนางไม่ได้บอดจริงๆ หรอก แต่นางเป็นคนผนึกมันเอาไว้เองต่างหาก"
ปีศาจนำทางลดเสียงลงเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอก
"แค่นี้เนี่ยนะ?"
ดันเต้รู้สึกว่าข้อมูลบ้าๆ นี่มันไม่เห็นจะคุ้มกับ 1,000 แต้มปีศาจตรงไหนเลย
"อืม"
ปีศาจนำทางพยักหน้ายืนยันหนักแน่น
หลังจากตอบเสร็จ ต่อให้ดันเต้จะซักไซ้อะไรเพิ่มอีก ปีศาจนำทางก็ยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่าจะไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีกแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเองก็ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้เหมือนกัน อย่างมากก็แค่บอกดันเต้ว่า ให้ไปสัมผัสเอาเอง
ดันเต้ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ข้อมูลบ้าบอนี่ก็แค่บอกอ้อมๆ ว่าจุดอ่อนของพัสดีเรือนจำคือดวงตาของเธอแค่นั้นแหละ แต่มันก็ดูเป็นนามธรรมเกินไปจริงๆ แต่ช่างเถอะ เขาค่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปทีละสเต็ปก็แล้วกัน เผื่อว่าไอ้ประโยคนี้มันจะมีประโยชน์ขึ้นมาจริงๆ
...
ระหว่างที่เดินมุ่งหน้าไปยังประตูมิติเพื่อลงไปสู่ชั้นสอง ดันเต้ก็พร่ำรำพันถึงสัจธรรมชีวิต โชคชะตานี่มัน...ช่างเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ
"ครั้งที่แล้วทำร้ายโอลิฟไป ครั้งนี้ผมต้องดูแลเธอให้ดีซะแล้ว"
โอลีฟเป็นอาจารย์ที่ดีและแสนจะไร้เดียงสาขนาดนั้น ดันเต้ยอมรับเลยว่า ครั้งที่แล้วที่เขาหลอกลวงโอลิฟเพื่อทำร้ายเธอนั้น มันส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของเขาจริงๆ เพราะงั้นในครั้งนี้ ดันเต้เลยตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษแสนดีต่อหน้าคนดูในช่องสตรีมให้จงได้ เขาปั่นหัวหลอกลวงความรู้สึกของโอลีฟแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว!
บริเวณรอบๆ ประตูมิติมีข่ายเวทมนตร์คุ้มกันคุกกางเอาไว้อยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้โดยตรง แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ รัศมีของข่ายเวทมนตร์ เขาก็รับรู้ได้ถึงข้อความแจ้งเตือนจากกำไลปีศาจทันที
[จ่าย 1,000 แต้มปีศาจ เพื่อไปยังชั้นที่สอง ผู้คุมสามารถพานักโทษร่วมเดินทางไปด้วยได้]
ดันเต้เข้าใจถึงความสำคัญของการมีสถานะเป็นผู้คุมอย่างถ่องแท้แล้ว ต่อให้พวกพ้องจะอยู่ในชั้นที่ลึกลงไปแค่ไหน ก็ไม่สามารถมุ่งหน้าลงไปต่อได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยสถานะผู้คุมของเขาเป็นคนพาพวกพ้องลงไปในส่วนลึกของนรกแทน จนกว่าจะตามหานักบุญหญิงแห่งความมืดพบ และหาทางหนีเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของพัสดีเรือนจำให้สำเร็จ
ก่อนจะก้าวลงไปยังชั้นที่สอง ดันเต้ก็สวมหน้ากากหงจงเอาไว้ ตามหลักแล้ว โลกเงาก็คือภาพฉายของประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาหนึ่งของโลกใบใดใบหนึ่ง ต่อให้ในประวัติศาสตร์ที่แท้จริง โอลีฟจะถูกหักหลังในโรงเรียนปีศาจจนต้องร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกก็ตาม แต่คนที่ทำเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะใช่เขา! เพราะงั้นโอลีฟก็ไม่น่าจะจำเขาได้หรอก แต่เพื่อความไม่ประมาท ดันเต้ก็ยังคงตัดสินใจปลอมแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองสักหน่อย เพราะยังไงซะประสบการณ์ที่โอลีฟเจอ มันทำให้ดันเต้รู้สึกว่าเรื่องราวมันบังเอิญจนเกินไป บังเอิญจนรู้สึกขัดแย้งชอบกล หรือว่าในประวัติศาสตร์ดั้งเดิม จะมีอัจฉริยะที่คิดเหมือนกับเขา หลอกลวงโอลีฟจนสลบเหมือดแล้วจับเธอโยนลงไปในขุมนรกเหมือนกัน?
นอกจากนี้ ดันเต้ยังแอบกังวลอยู่นิดๆ ว่า อาจมีความเป็นไปได้ว่าไอ้โลกเงาประเภทเลือกคนแบบนี้มันจะมีความพิเศษแฝงอยู่ อย่างเช่นโลกเงาแบบนี้อาจจะมีเงื่อนไขพิเศษ ที่จะเชื่อมต่อไทม์ไลน์ของโรงเรียนปีศาจกับคุกโลกปีศาจเข้าด้วยกัน ถ้าเป็นแบบนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่โอลีฟอาจจะยังจำหน้าของดันเต้ได้ ขืนโอลีฟจำเขาได้ขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ ต่อให้ตอนนี้ดันเต้จะปลอมตัวมาในร่างของเด็กสาวเวอร์ชั่นทาทาก็เถอะ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับถอดแบบกันมาแบบนี้ ก็ย่อมทำให้โอลิฟจำเขาได้ง่ายๆ อยู่ดี!
...
ชั้นที่สอง บริเวณทางออกของประตูมิติ
กลิ่นเหม็นคาวที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศมันช่างฉุนกึกซะยิ่งกว่าตอนที่ดันเต้เคยได้กลิ่นในห้องทดลองของโอลีฟตั้งหลายเท่าตัว เห็นได้ชัดว่านอกจากกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในชั้นนี้แล้ว มันก็คงหนีไม่พ้นการสังหารหมู่แบบไร้ความปรานีของโอลีฟนั่นแหละ
[คุกชั้นนี้เป็นเขตเนรเทศ ผู้คุมสามารถเข่นฆ่ากันเองได้ หากแต้มปีศาจติดลบ จะถูกนับว่ามีสถานะเป็นนักโทษ หากก้าวออกจากพื้นที่คุ้มกันของข่ายเวทมนตร์ประตูมิติ จะถือว่าเข้าสู่ชั้นที่สองเต็มรูปแบบ หากมีชีวิตรอดในคุกชั้นที่สองได้ในแต่ละวัน จะได้รับแต้มปีศาจเพิ่มโดยอัตโนมัติ 200 แต้ม การไปยังชั้นที่สาม ไม่จำเป็นต้องจ่ายแต้มปีศาจ]
เพิ่งจะมาเหยียบชั้นสองได้ไม่ทันไร ดันเต้ก็รับรู้ถึงกฎของชั้นนี้ได้ทันทีผ่านทางกำไลปีศาจ สำหรับเหล่านักโทษแล้ว ที่นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับลานประหารชัดๆ แต่สำหรับผู้คุมแล้ว ที่นี่มันก็เหมือนกับสนามฝึกฝนชั้นยอด หากอยากจะลงไปยังคุกชั้นที่ลึกกว่านี้ ก็จำเป็นต้องผ่านการทดสอบที่โหดร้ายยิ่งขึ้น