- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 222 พยายามกู้ชื่อเสียงตัวเองอีกครั้ง
222 พยายามกู้ชื่อเสียงตัวเองอีกครั้ง
222 พยายามกู้ชื่อเสียงตัวเองอีกครั้ง
สำหรับผู้คุมทั่วไปแล้ว การเอาชีวิตรอดในเขตเนรเทศชั้นที่สองให้ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากแล้ว ดังนั้นการปักหลักอยู่ชั้นนี้จึงไม่เพียงแต่จะไม่โดนหักแต้มปีศาจ แต่ยังสามารถเอาชีวิตรอดเพื่อรับแต้มปีศาจเพิ่มได้อีกด้วย แต่ดันเต้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เขามองข้าม 200 แต้มปีศาจนั่นไปเลยด้วยซ้ำ! ถ้าให้สักวันละ 2,000 แต้มก็ว่าไปอย่าง บางทีเขาอาจจะพอเก็บไปพิจารณาดูบ้าง!
สภาพแวดล้อมในชั้นนี้ดูโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แทบไม่มีสิ่งปลูกสร้างอะไรเลย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ...พื้นที่ทั้งชั้นนี้มันก็คือลูกกรงขนาดยักษ์ดีๆ นี่เอง หากต้องถูกขังอยู่ที่นี่นานๆ เข้า มีหวังคงได้เฉาตายเพราะความโดดเดี่ยวจนสติแตกแน่ๆ
ดันเต้มองทอดสายตาออกไปไกลๆ จนเห็นประตูมิติที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของเรือนจำชั้นที่สอง ซึ่งเป็นทางเชื่อมลงไปสู่ชั้นที่สาม ขอเพียงแค่รอดไปถึงตรงนั้นได้ก็ถือว่าผ่านชั้นที่สองแล้ว แต่ทว่า...ดันเต้ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกจากประตูมิติ เพียงแค่ชะโงกหน้ามองออกไป เขาก็เห็นร่างที่แสนจะคุ้นตาร่างหนึ่ง— โอลีฟนั่นเอง
เธอกำลังนั่งอยู่บนกองภูเขากระดูกขนาดย่อมๆ นอกประตูมิติ แววตาของเธอดูว่างเปล่าและเหม่อมองไปยังทิศทางที่ไม่รู้จุดหมาย เป้าหมายของเธอชัดเจนมาก...นั่นก็คือการมาดักรออยู่ที่หน้าประตู!
โอลีฟไม่อยากปล่อยให้ผู้คุมหรือนักโทษหน้าไหนที่หลงเข้ามาในชั้นนี้ มีโอกาสรอดพ้นเงื้อมมือของเธอเพื่อหนีลงไปชั้นที่สามได้ สำหรับคนที่ถูกจองจำอยู่ที่นี่ ความบันเทิงเพียงหนึ่งเดียวของเธอคงหนีไม่พ้นการจับผู้คุมและนักโทษมาทรมานเล่นเท่านั้น หากเทียบกับเรือนร่างอันเย้ายวนและทรงเสน่ห์ของโอลีฟสมัยที่ยังอยู่ในโรงเรียนปีศาจแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ทำไม เธอกลับดูสงบเสงี่ยมขึ้นมาก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูหญิงงามที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเลยทีเดียว แม้ว่าผิวพรรณของเธอจะไม่ผุดผ่องไร้ที่ติเหมือนแต่ก่อน และมีร่องรอยบาดแผลจากขุมนรกประทับอยู่ราวกับรอยสัก แต่ก็เห็นได้ชัดเลยว่าตัวเธอในสภาพปัจจุบันนี้...หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างแสนสาหัสมาแล้วนั้น กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมตั้งไม่รู้กี่เท่า เกรงว่า ต่อให้เป็นปีศาจระดับ 7 ทั่วไปก็คงรับมือเธอไม่ไหวแน่
แต่ก็ยังถือว่าโชคดีอยู่นิดหน่อย ที่บนตัวโอลีฟดูไม่มีคราบเลือดหรือร่องรอยของการต่อสู้ใดๆ แสดงว่าคงไม่มีเพื่อนร่วมทีมของเขาคนไหนโชคร้ายสุ่มเกิดมาโผล่ที่ชั้นสองตั้งแต่เริ่ม ไม่อย่างนั้นคงได้เปิดศึกปะทะกับโอลีฟไปแล้วแน่นอน
ดันเต้ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าออกจากเซฟโซนที่กางข่ายเวทมนตร์ครอบประตูมิติเอาไว้อย่างไม่ลังเล เป็นการก้าวเข้าสู่พื้นที่ชั้นสองอย่างเป็นทางการ
[หัวหน้าผู้คุม & นักโทษ — โอลีฟแห่งขุมนรก]
[หากเอาชนะหัวหน้าผู้คุมประจำชั้นนี้ได้ จะได้รับแต้มปีศาจ 2,000 แต้ม]
พอเห็นสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบโล่งกว้างแบบนี้ บวกกับเป้าหมายที่เเขาต้องวิ่งฝ่าไปให้ถึงประตูมิติชั้นที่สาม แถมยังมีผู้คุมตัวฉกาจที่จ้องจะตะครุบเหยื่อตาเป็นมัน...ทั้งหมดนี้มันทำให้ดันเต้รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศมันช่างคล้ายคลึงกับการสอบเข้าสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธของเขาเมื่อตอนนั้นไม่มีผิด...เกมไล่ล่ายังไงล่ะ!
ขอเพียงแค่ดันเต้สามารถหลบการไล่ล่าของโอลีฟ แล้ววิ่งไปให้ถึงประตูมิติชั้นที่สามได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่าเขาทำสำเร็จ หรือจะเลือกพลิกบทบาทไป 'ล่า' ผู้คุมสอบแทนก็ยังได้! ใครจะไปคิดล่ะว่าสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธจะเก็งข้อสอบมาได้ตรงเป๊ะซะขนาดนี้! ดันเต้เชื่อมั่นสุดหัวใจเลยว่า หลังจากจบศึกครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเขาเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของสถาบันก็จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ถึงแม้จะบอกว่าแผนการรับมือกับผู้คุมระดับ 7 คนนี้ การพุ่งเข้าไปเผชิญหน้าตรงๆ จะเป็นแผนการชั้นเลว การใช้ลูกเล่นวิ่งล่อรักษาระยะห่างจะเป็นแผนชั้นกลาง ส่วนการเล่นสงครามจิตวิทยาปั่นประสาทจะเป็นแผนชั้นยอดก็เถอะ
...
ทว่าตัวเลือกที่ดันเต้จะใช้ในครั้งนี้ก็คือการเผชิญหน้าตรงๆ เขาตั้งมั่นว่าจะเป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผยให้ได้อย่างโคนีเลีย การบุกทะลวงพุ่งเข้าฟาดฟันกับปีศาจด้วยความเลือดร้อนต่างหากล่ะ ถึงจะสมกับศักดิ์ศรีของนักสู้เผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้ทรงเกียรติ! เขาไม่สามารถเล่นกับจิตใจของปีศาจได้อีกต่อไปแล้ว ขืนทำเรื่องพรรค์นั้นบ่อยๆ ในสายตาของคนปกติมันคงดูโรคจิตเกินรับไหวแน่ๆ!
'คราวก่อนที่หลอกโอลีฟไป มันทำให้ผมดูเป็นไอ้คนสารเลวไปเลย ครั้งนี้ผมจะไม่มีทางใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ อีกเป็นอันขาด!'
ดันเต้ลอบสาบานในใจ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะพอกู้คืนภาพลักษณ์แสนดีของเขากลับมาได้บ้าง
ก็นะ คราวก่อนมันเป็นการเอาระดับ 2 ไปสู้กับระดับ 6 นี่นา แถมตอนนั้นดันเต้ก็มีช่องใส่การ์ดน้อยเกินไป แถมยังขาดการ์ดโจมตีที่สำคัญอย่าง ชำระล้างโลหิต อีก ดังนั้นการโจมตีทางจิตใจจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพียงทางเดียวในตอนนั้น
แต่ทว่าตอนนี้...
เขาเพิ่มระดับของตัวเองเป็นยอดฝีมือระดับ 4 แล้ว! ระดับ 4 สู้กับระดับ 7 ยังไงซะแต้มต่อก็อยู่ที่ฝั่งเขาอยู่แล้ว! ต่อให้จะยังเผชิญหน้าตรงๆ กับบิชอป หรือพวกระดับ 8 ไม่ไหว แต่จะจัดการกับน้องสาวปีศาจระดับ 7 อย่างเธอไม่ได้เชียวเหรอ? ดันเต้ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องสั่งสอนให้โอลีฟได้ลิ้มรสซึ้งถึงคำว่า 'อย่าได้ริอ่านดูถูกวัยรุ่นสร้างตัว!' ให้จงได้!
……
ตัดภาพมาที่บนกองภูเขากระดูกขนาดย่อม ซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยหมอกพิษและเงามืดทึม
“……”
โอลีฟดูเหมือนกำลังพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกจองจำอยู่ในคุกแห่งนี้มานานแค่ไหนแล้ว เวลาทุกวินาที ทุกนาทีที่ผ่านพ้นไป มันคือความทรมานแสนสาหัสสำหรับเธอ ในช่วงแรกๆ เธอก็เคยพยายามหาทางระบายความเบื่อหน่าย ด้วยการจับเอาพวกของเล่นมีชีวิตที่หลงเข้ามาในชั้นที่สองมาทรมานเล่นเพื่อฆ่าเวลา แต่ไม่นาน เธอก็ได้ตระหนักความจริงข้อหนึ่งว่า...ต่อให้จะมีของเล่นพวกนี้โผล่มาให้เชือดทิ้งมากแค่ไหน มันก็ไม่อาจเติมเต็มช่องโหว่ในหัวใจของเธอได้เลย...
“มีคนมารนหาที่ตายอีกแล้วงั้นเหรอ?”
โอลีฟสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวบริเวณประตูมิติมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว แต่เธอคร้านจะใส่ใจ เพราะที่ผ่านมาเธอเคยคาดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายความหวังเหล่านั้นก็ต้องพังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า การวาดหวังอะไรที่มากเกินไป สำหรับเธอแล้ว...มันก็เป็นแค่การทรมานตัวเองรูปแบบหนึ่งก็เท่านั้น
แต่ทว่า...
ในวินาทีที่เธอปรายตามองเห็นดันเต้ก้าวเท้าเข้ามาในเขตชั้นสอง
“...!”
ม่านตาของเธอพลันเบิกกว้างและสั่นระริกอย่างรุนแรง! คล้ายกับว่าเรือนผมสีเทาและเผ่าพันธุ์ของดันเต้ จะไปสะกิดโดนเส้นประสาทส่วนลึกบางอย่างในตัวของเธอเข้าอย่างจัง ทำให้แววตาที่เคยเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวาของเธอพลันเปลี่ยนเป็นจับจ้องเขม็งไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า ประกายความหวังในดวงตาของโอลีฟก็แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังอย่างรวดเร็ว
“ไม่ใช่เขา...ไม่ใช่เขาอีกแล้ว...ทำไมแกต้องเกิดมาเป็นซัคคิวบัส แล้วยังมีผมสีเทาเหมือนเขาด้วย!”
โอลีฟดูเหมือนจะเริ่มโกรธจัดและสูญเสียการควบคุม เธอกระโดดลงมาจากภูเขากระดูก และพุ่งเข้าใส่ดันเต้อย่างเกรี้ยวกราด! เธอต้องการระบายความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่เต็มอกนี้ออกไปให้หมด!
“ทำไมล่ะ!! ทำไมท่านถึงไม่ยอมลงมาอยู่เป็นเพื่อนข้าในคุกระยำนี่กันล่ะ!!!”
เสียงตะโกนของโอลีฟที่ไม่รู้ว่าตะโกนไปที่ไหนนั้นแฝงไปด้วยความสั่นเครือ ราวกับกำลังร้องไห้คร่ำครวญและโศกเศร้า
ดันเต้ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างสงบ ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าโอลีฟแกกำลังผีเข้าหรือสติแตกเรื่องอะไรอยู่ก็เถอะ แต่การที่โอลีฟอยู่ในสภาพแบบนี้แหละ...ถือว่าดีมาก! เมื่อกี้เธอพูดถึง 'ผมสีเทา' กับ 'ซัคคิวบัส' สินะ มีความเป็นไปได้สูงมากที่เนื้อเรื่องของโลกเงาแห่งนี้จะเชื่อมโยงกับโรงเรียนปีศาจจริงๆ!
ถ้าหากว่าโอลีฟยังจำเขาได้จริงๆ และในใจของเธอมีความแค้นฝังลึกจากการกระทำในอดีตของเขาในตอนนั้นล่ะก็...แสดงว่าสิ่งที่เธอจำได้แม่นและกำลังเคียดแค้นสุดขีด ก็คือรูปลักษณ์ดั้งเดิมของเขานั่นเอง!
และถ้าเป็นแบบนั้นจริง เขาก็สามารถใช้กัปตันดันเต้น้อยเพื่อควบคุมเธอ และจัดการเธอได้อย่างง่ายดายเลยสิ! เมื่อคิดได้ดังนั้น ดันเต้ก็ไม่รอช้า เขาปากัปตันดันเต้น้อยออกไปข้างหน้าทันที และทันทีที่โอลีฟเหลือบไปเห็นตุ๊กตาดันเต้เวอร์ชันจิบิหัวโตสุดน่ารัก เธอก็ชะงักฝีเท้าลงตามที่ดันเต้คาดการณ์ไว้
“?”
ความสนใจทั้งหมดของโอลีฟถูกกัปตันดันเต้น้อยดึงดูดไปซะอยู่หมัด จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาตุ๊กตาตัวนั้นด้วยสีหน้าเหม่อลอยคล้ายคนตกอยู่ในภวังค์
'หึๆๆ การฆ่าโอลีฟสองครั้งซ้อนอยู่แค่เอื้อมแล้ว...'
ดันเต้หัวเราะร่าในใจ ตอนนี้สมองของเขาเริ่มวิเคราะห์ข้ามช็อตไปถึงศัตรูในชั้นถัดไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ทว่า...
ท่ามกลางสายตาของดันเต้ที่จับจ้องอยู่ โอลีฟกลับค่อยๆ เอื้อมมือออกไปหากัปตันดันเต้น้อย แล้วหยิบมัน...ขึ้นมาสวมกอดซะงั้น?!
โอลีฟโอบกอดตุ๊กตาน้อยเอาไว้ในอ้อมอกแน่นราวกับสมบัติล้ำค่า เธอเอาพวงแก้มถูกไถไปกับตัวตุ๊กตาอย่างทะนุถนอม น้ำตาแห่งความปีติและโศกเศร้าไหลพรากอาบสองแก้ม พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้พึมพำว่า
“ที่รักของข้า...ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน...”
ดันเต้: “?????”
ดันเต้ถึงกับยืนเอ๋อแดก อึ้งจนแทบจะตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองไปชั่วขณะ ในตอนแรกเขามั่นใจว่าสามารถควบคุมโอลีฟได้แล้ว แต่ไปๆ มาๆ เขาชักจะรู้สึกทะแม่งๆ ซะแล้วสิ...
ไอ้เวรเอ๊ย! สภาพแบบนี้มันไม่ได้ถูกควบคุมเลยสักนิด!
และในจังหวะนี้เอง ดันเต้ก็เพิ่งจะตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ตรงหน้า จริงอยู่ที่โอลีฟจำเขาได้แม่น ซึ่งตามหลักตรรกะแล้วมันควรจะเป็นข่าวดีสุดๆ แต่...ข่าวร้ายก็คือ โอลีฟไม่เพียงแต่จะไม่มีความแค้นต่อเขา แต่ดูเหมือนมันจะตรงกันข้ามเลยเนี่ยสิ?!