เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

220 พลังทรัพย์ปีศาจ

220 พลังทรัพย์ปีศาจ

220 พลังทรัพย์ปีศาจ


“สมกับเป็นบิชอปแห่งความเจ็บ...เอ้ย ดันเต้!”

“เมื่อกี้แกกะจะพูดว่าบิชอปแห่งความเจ็บปวดใช่มั้ยล่ะ?”

“เปล่านะ! ฉันไม่ได้พูด! อย่ามาพูดมั่วๆ นะ!”

ผู้ชมต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่ง เมื่อได้เห็นการแสดงอันยอดเยี่ยมของดันเต้ในคุกชั้นแรก มันคือรสชาติที่คุ้นเคยเหมือนตอนอยู่โรงเรียนปีศาจไม่มีผิด! ท้ายที่สุดแล้ว ลาร์สก็เดินตามรอยรับช่วงต่อความซวยแทนแบเชลไปจนได้ พวกปีศาจที่บังเอิญมาเจอกับดันเต้เข้า นอกจากผู้โชคดีเพียงไม่กี่คนแล้ว ที่เหลือล้วนตกเป็นเหยื่อความโหดเหี้ยมทารุณแทบทั้งสิ้น มองในมุมหนึ่ง การได้ตายด้วยน้ำมือของดันเต้อย่างรวดเร็ว สำหรับพวกปีศาจแล้วถือเป็นความสุขที่ยากจะจินตนาการเลยทีเดียว

ทันทีที่ฟลอร่าเห็นสภาพของดันเต้ เธอก็รีบไปลากตัวทาทาให้มาดูไลฟ์สดด้วยกันทันที

“ทาทา พอพี่ชายของเธอเปลี่ยนเป็นพี่สาวแล้ว ดูเหมือนจะยิ่งทำตัวพิลึกพิลั่นไม่สมกับเป็นคนยิ่งกว่าเดิมอีกนะ!”

ฟลอร่าหัวเราะร่วนอย่างไม่คิดอะไร พลางชี้ไปที่ดันเต้บนหน้าจอ

“ฮือๆ...”

ทาทามองดูพฤติกรรมของดันเต้ที่ทั้งทรมานปีศาจและทำให้นักโทษมนุษย์ยอมสยบจนน้ำตาคลอเบ้า นอกจากจะโดนดันเต้ทำให้กลัวจนตกใจแล้ว เธอยังรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก

“เขาเอาหน้าฉันไปทำเรื่องพรรค์นี้...แล้วต่อไปฉันจะใช้ชีวิตในเมืองหลวงยังไงล่ะ ฮือออ”

ทาท่าพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

รูปลักษณ์ของดันเต้ในตอนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือหน้าตาของเธอในอนาคตชัดๆ แม้เธอจะรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ไม่ใช่คนปกติ และเคยได้ยินวีรกรรมของเขามาบ้าง แต่พอมาเห็นธาตุแท้ความเป็นปีศาจของเขาด้วยตาตัวเองแบบนี้ มันก็ยังน่ากลัวกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้มาก! มันน่ากลัวกว่านิทานปีศาจที่ดันเต้เคยเล่าให้ฟังซะอีก!

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ทาทาก็ยังดูไม่ออกเลยว่าการแสดงที่เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวทำหน้าตายของดันเต้นั้น อันไหนคือเรื่องจริงอันไหนตอแหล โคตรจะเหมือนบอสตัวร้ายที่อารมณ์แปรปรวนสุดคาดเดาไม่มีผิด

“...ทาทา มองในแง่ดีเข้าไว้นะ”

ฟลอร่าลูบหัวปลอบใจทาทา ตัวเธอเองก็มีพี่ชายที่ชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้เหมือนกัน เลยเข้าใจความรู้สึกของทาทาเป็นอย่างดี

“อืม?”

ทาทาปาดน้ำตา ก่อนจะหันไปถามฟลอร่าว่า

“เขา...เขาจะเพลาๆ ลงบ้างใช่มั้ย?”

ฟลอร่าส่ายหน้า พร้อมส่งยิ้มแห้งๆ เชิงเห็นใจ

“เขาเพิ่งจะเริ่มเองจ้ะ”

ทาทา: “...???”

ฟลอร่า: “แต่ถ้าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เธอเลิกสนใจเรื่องภาพลักษณ์เมื่อไหร่ เธอก็คือจอมมารน้อยแห่งเมืองหลวงแล้ว! วันข้างหน้าอย่าลืมคุ้มครองพี่สาวคนนี้ด้วยนะ! พี่จะขอติดตามเธอไปทุกที่เลย!”

“แงงงงง...”

ในที่สุดทาทาก็ปล่อยโฮออกมา เธอยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ อายุไม่กี่ขวบเองนะ จะทนรับเรื่องพรรค์นี้ไหวได้ยังไงกัน

เนื่องจากท่าทางตอนร้องไห้ของทาทาที่ดูน่าสงสารนั้น เหมือนกับตอนที่ดันเต้บีบน้ำตาบนหน้าจอเมื่อครู่นี้เป๊ะ ผู้ชมรอบข้างเลยพากันตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นึกว่าความสยองขวัญได้มาเยือนอยู่ข้างกายของพวกเขาแล้ว อยากหนีก็ไม่กล้าหนี ทำได้เพียงแค่นั่งตัวแข็งทื่อและแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นทาทา

...

  ในขณะเดียวกัน ภายในห้องสอบสวน

ดันเต้กำลังกุมขมับตัวเองแน่น

“อ๊ากกก ภาพพจน์ของผมมม!”

เขาอุตส่าห์คิดว่าคราวนี้ตัวเองทำตัวเรียบร้อยและเพลาลงมากแล้วนะ! สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อสะสมแต้มคุณงามความดีทั้งนั้น แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า การยอมจำนนของนักวิชาการชราคนนี้ จะทำให้แต้มคุณงามความดีของเขาจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี! เขาดูเหมือนเป็นปีศาจขนาดนั้นเลยเหรอ? สิ่งที่เขาทำลงไป มันคืองานของนักบุญหญิงผู้ขับไล่ปีศาจชัดๆ!

ในใจของดันเต้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เขาเดินออกจากห้องสอบสวนด้วยท่าทางหดหู่ เขาอยากจะไปให้พ้นจากคุกโลกปีศาจชั้นที่หนึ่งเฮงซวยแห่งนี้ ที่สร้างรอยแผลในใจให้เขาเต็มทนแล้ว ถึงแม้ว่าดันเต้จะยังสามารถหาปีศาจมาทรมานเล่นต่อได้อีก แต่ร่างกายเขาก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน นอกจากเรื่องการใช้มานาแล้ว หลังจากใช้เวทสะท้อนความเจ็บปวดทางใจและปะทะทางจิตไปสิบกว่ารอบ สภาพร่างกายของเขาก็เริ่มมึนงงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะมันก็สร้างภาระหนักอึ้งให้กับหัวใจและสมองของเขาไม่ใช่น้อย

อย่างน้อยเขาก็ต้องพักสักวันถึงจะทำต่อได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาฝืนทำต่อ ร่างกายของเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บ หรือต่อให้ผ่านไปชั้นถัดไปได้ เขาก็จะไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ถึงแม้ว่าการปักหลักปั๊มคะแนนอยู่ที่ชั้นหนึ่งต่ออีกสักสองสามวันจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าเพื่อนร่วมทีมของเขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น โคลอิกซ์น่าจะเอาตัวรอดได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าโคนีเลียกับอาจารย์แมวถูกจับแยกกันล่ะก็ ก็น่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตรายอยู่ไม่น้อย เขาต้องรีบหาตัวพวกนั้นให้เจอโดยเร็วที่สุด

และมีอีกเรื่องที่ดันเต้กังวลมากก็คือ เขาไม่มีแผนที่ของโลกปีศาจทั้งหมด ภารกิจนอกจากจะช่วยเหลือนักบุญหญิงแห่งความมืดและหนีออกจากคุกแล้ว ความยากอีกอย่างก็คือ หลังจากแหกคุกออกมาได้แล้ว พวกเขาจะสามารถหนีออกจากโลกปีศาจได้ทันเวลาที่กำหนดหรือไม่ เพราะงั้นเขาจำเป็นต้องเหลือเวลาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น ดันเต้จึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปชั้นสองให้เร็วที่สุด ทว่าก่อนที่จะใช้ประตูมิติของชั้นที่หนึ่งเพื่อไปยังชั้นที่สอง ดันเต้ตัดสินใจแวะไปซื้อของบางอย่างก่อน เขาเดินกลับไปที่ห้องทำงานของหัวหน้าผู้คุมชั้นหนึ่งเพื่อตามหาปีศาจนำทาง ดูเหมือนว่าปีศาจนำทางยังคงยุ่งอยู่กับการจัดการธุระที่รัดตัว และไม่อยากจะสนใจดันเต้เท่าไหร่

“สามารถใช้แต้มปีศาจซื้อของจากเจ้าได้มั้ย?”

ดันเต้เดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วยิงคำถามตรงประเด็นทันที เขาสัมผัสได้ว่าปีศาจตรงหน้าแข็งแกร่งมาก น่าจะอยู่ระดับ 8 ลำพังตัวเขาคนเดียวเอาชนะไม่ได้แน่นอน ต่อให้พาเพื่อนร่วมทีมมาด้วย ก็คงต้องวางแผนกันอยู่นานกว่าจะหาทางจัดการเจ้าหมอนี่ได้ ตอนนี้จึไม่มีความจำเป็นต้องหาเรื่องพังร้านอัดเจ้าของร้านหรอก รีบซื้อของให้เสร็จแล้วลงไปชั้นต่อไปดีกว่า

“ได้สิ”

ปีศาจนำทางปรายตามองดันเต้แวบหนึ่งแล้วตอบกลับ

ดูเหมือนว่าเจ้าปีศาจหน้าใหม่ตัวนี้จะหาแต้มปีศาจมาได้นิดหน่อย เลยจะเอามาซื้อของสินะ เรื่องแบบนี้เขาย่อมยินดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เจ้าปีศาจน้อยตัวนี้เพิ่งจะไปทำงานได้นานแค่ไหนกันเชียว? ในตัวคงมีแต้มปีศาจแค่สองสามร้อยแต้มเท่านั้นแหละมั้ง พอคิดได้แบบนั้น ปีศาจนำทางก็แสยะยิ้มเหยียดออกมานิดๆ

“ข้าอยากได้แผนที่โลกปีศาจสักแผ่น แล้วก็พวกข้อมูลของชั้นอื่นๆ ด้วย”

ดันเต้บอกความต้องการของตนออกไป

ในที่สุด ปีศาจนำทางก็วางปากกาในมือลง แล้วขมวดคิ้วจ้องหน้าดันเต้

“แผนที่โลกปีศาจราคา 100 แต้มปีศาจ ส่วนข้อมูลชั้นอื่นน่ะ แกไม่มีปัญญาซื้อหรอก”

ถึงเขาจะเข้าใจว่าเป้าหมายของผู้คุมที่ต้องการซื้อข้อมูลชั้นล่างๆ คืออะไร เพราะสำหรับพวกผู้คุมที่มีความทะเยอทะยานแล้ว คุกโลกปีศาจแห่งนี้ก็ถือเป็นบททดสอบอย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา ถ้าหากสามารถลงไปจนถึงชั้นล่างสุด และเอาชีวิตรอดมาได้ ก็จะกลายเป็นบุคลากรชั้นยอดที่แม้แต่จอมมารยังต้องให้ความสำคัญ แต่เรื่องนี้ สำหรับปีศาจหน้าใหม่แล้วมันยังเร็วเกินไป

“อย่างน้อยก็ช่วยบอกราคามาก่อนสิ! เผื่อข้าจะซื้อไหว!”

ดันเต้พูดพลางทำแก้มป่อง ดูเหมือนพนักงานใหม่ที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

“หึๆ”

ปีศาจนำทางแค่นหัวเราะพร้อมส่ายหน้า ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันสุดขีดว่า

“ข้อมูลที่ข้ามี มีแค่ข้อมูลเล็กน้อยของหัวหน้าผู้คุมชั้นที่สองกับข้อมูลของพัสดีเรือนจำ ถ้าแกสามารถซื้อตอนนี้ได้ ข้าจะลดราคาพิเศษให้ไปเลย 200 แต้มปีศาจ กับ 1,000 แต้มปีศาจ แกจะเอาไหมล่ะ?”

ปีศาจนำทางมั่นใจอย่างมากว่า ดันเต้ที่เพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน ไม่มีทางควัก 1,000 แต้มปีศาจออกมาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นต่อให้ข้อมูลนี้มีมูลค่ามากกว่า 1,000 แต้มปีศาจก็ตาม แต่เขาก็ยังจงใจบอกราคาบอกส่งๆ ไปว่า 1,000 แต้มปีศาจ

“เอาทั้งหมดนี่แหละ”

ดันเต้พูดพร้อมรอยยิ้ม แล้วยื่นกำไลปีศาจไปตรงหน้าโต๊ะทำงาน

ปีศาจนำทาง : “???”

  นี่แกเพิ่งมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง แกไปเอาแต้มปีศาจเป็นพันมาจากไหน? แกไปปล้นใครเขามาหรือไง?!

จบบทที่ 220 พลังทรัพย์ปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว