- หน้าแรก
- ให้ไปสร้างหมู่บ้านมือใหม่แต่ไหงจับเทพมารมาแบกหาม
- บทที่ 13: ข้าเซียวหั่วหั่ว พลัดหลงเข้ามาในอารามเซียนอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 13: ข้าเซียวหั่วหั่ว พลัดหลงเข้ามาในอารามเซียนอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 13: ข้าเซียวหั่วหั่ว พลัดหลงเข้ามาในอารามเซียนอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 13: ข้าเซียวหั่วหั่ว พลัดหลงเข้ามาในอารามเซียนอย่างนั้นหรือ?
ยามวิกาลมาเยือน เงาร่างทะมึนของเมืองหลวงถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว เงาของเซียวหั่วหั่วทอดยาวพาดผ่านป่าเขาลำเนาไพร
"ใครว่าข้าเอาแต่หาทางลัด? นี่เขาเรียกว่าการร่วมลงทุน เป็นความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก! พวกเขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย?"
เขาบ่นอุบอิบอย่างหัวเสียขณะวิ่งตะบึง พลางลูบบั้นท้ายที่ยังคงปวดหนึบ
สำหรับเขาแล้ว เมืองหลวงที่ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเบื้องหลัง ในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับกรงขังที่เหนี่ยวรั้งความก้าวหน้า
"มีแต่จะพร่ำสอนด้วยการลงโทษ มิน่าเล่าราชวงศ์ต้าเซียวถึงได้เป็นแค่ราชวงศ์มาตั้งหลายปี วิสัยทัศน์... วิสัยทัศน์ช่างคับแคบนัก!"
"พวกเขาเอาแต่เปรียบเทียบข้ากับน้องสาว นางเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เชียว? จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับแก่นแท้ของการบ่มเพาะ? นั่นมันก็แค่ช่วงคุ้มครองมือใหม่ เป็นความเมตตาจากเต๋าแห่งสวรรค์เท่านั้นแหละ"
"ข้าต่างหากที่กำลังสะสมพลังเพื่อเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในภายหลัง พวกตาเฒ่าหัวโบราณ ไม่มีวิสัยทัศน์ในการวางกลยุทธ์เอาเสียเลย"
"แถมพี่ใหญ่ของข้าก็เป็นพวกบ้าพลัง ส่วนพี่รองก็เป็นพวกเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน"
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งโมโห ในที่สุดเมื่อทนไม่ไหว เขาก็หันกลับไปทางเมืองหลวงแล้วชูนิ้วกลางให้จังๆ หนึ่งที
"คอยดูเถอะตาเฒ่า ทันทีที่ข้าตามหาเฒ่ามารหานพบ หลอกล่อเอาวาสนาของเขามา และปลุกกายาเทพของข้าได้เมื่อไหร่ ข้าจะทำให้ตาหมาๆ ของเจ้าบอดไปเลย!"
"ยกบัลลังก์ให้ข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าคงต้องขอดูตารางงานก่อนว่าพอจะมีคิวว่างบ้างไหม!"
ถึงแม้ปากจะเก่ง ทว่าสองเท้าของเขากลับซื่อตรงยิ่งกว่าใคร
เซียวหั่วหั่ววิ่งหน้าตั้งหนีตายไปตามเส้นทางอันทุรกันดารรกร้าง หวาดกลัวว่าบรรดาบรรพชนจากเมืองหลวงจะลากคอเขากลับไปทรมานหูอีกครั้ง
เขาวิ่งแล้ววิ่งเล่า
เขาไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมานานเท่าไหร่แล้ว พระอาทิตย์ขึ้นและพระจันทร์ตกผ่านไปไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง
ในวันนี้ จู่ๆ ลำแสงสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ราวกับกระบี่คมกริบแหวกอากาศ พุ่งตรงดิ่งไปยังหมู่บ้านเล็กๆ อันเงียบสงบที่อยู่ไม่ไกลนัก
เซียวหั่วหั่วสัมผัสได้อย่างฉับไวว่าลำแสงนั้นแฝงไปด้วยปราณกระบี่อันยิ่งใหญ่และมหาศาล
"บุคคลสำคัญจากสำนักเฮ่าหรานอย่างนั้นหรือ? เขามาทำอะไรในหมู่บ้านกันดารแบบนี้ล่ะ?"
เซียวหั่วหั่วลูบคางเกลี้ยงเกลาของตน ประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็นวาบผ่านนัยน์ตา
"หรือว่า... เขาแอบซุกภรรยาน้อยไว้ที่ไหนสักแห่ง? จุ๊ๆ ข่าวซุบซิบคนดังสมัยนี้มันขายได้ราคาดีนักเชียว!"
เขาพึมพำกับตัวเอง รีบสะกดกลิ่นอายของตนเองทันที และเคลื่อนไหววูบวาบราวกับภูตผีเพื่อไปซ่อนตัวหลังก้อนหินยักษ์บนภูเขาหลังหมู่บ้าน
เพื่อความปลอดภัย เขาไม่กล้าแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป ทำเพียงแค่อาศัยสายตาเปล่าๆ ลอบมองเท่านั้น
ภายในหมู่บ้าน ชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายไม่ธรรมดากำลังไต่ถามชาวบ้านเกี่ยวกับบางสิ่ง ใบหน้าของเขาซีดเซียวเล็กน้อย และความวิตกกังวลที่ยากจะสังเกตเห็นได้ก็ปรากฏขึ้นลางๆ ระหว่างคิ้ว
เมื่อเซียวหั่วหั่วเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดเจน หัวใจของเขาก็พลันกระตุกวูบ
"ให้ตายเถอะ นั่นมันหลี่ฮ่าวฉุน ปรมาจารย์กระบี่อันดับหนึ่งแห่งสำนักเฮ่าหรานไม่ใช่หรือ?"
"เขามาตามหาอะไรที่นี่กัน?"
ก่อนที่ความคิดจะทันได้ตกตะกอน หลี่ฮ่าวฉุนก็กลายเป็นเงาเลือนลาง ทะยานออกจากหมู่บ้านและพุ่งตรงไปยังหมู่บ้านถัดไปอย่างกะทันหัน
เซียวหั่วหั่วขมวดคิ้ว
"ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องซุกภรรยาน้อยเสียแล้ว... หรือว่าเขามากำลังตามหาสมบัติกันแน่?"
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เขาก็แทบหยุดหายใจ
วินาทีต่อมา เขาก็หยิบยันต์ความเร็วเทพขั้นห้าออกมาจากเสื้อคลุมอย่างไม่ลังเล และแปะมันลงบนฝ่าเท้า เขากลายเป็นลูกศรที่พุ่งหลุดจากแล่ง พุ่งทะยานตามไปติดๆ
ตลอดหลายวันต่อมา เซียวหั่วหั่วสะกดรอยตามหลี่ฮ่าวฉุนไปราวกับเงาตามตัว
เขาเฝ้ามองปรมาจารย์กระบี่ผู้เลื่องชื่อไปทั่วทั้งตงโจวผู้นี้ไต่ถามตามหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เพียงเพื่อจะจากไปพร้อมกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
ความสงสัยของเซียวหั่วหั่วยิ่งทวีความแน่ชัด
นี่ต้องเป็นการตามหาสมบัติอย่างแน่นอน
หากเขากำลังตามหาใครสักคน ด้วยกำลังของศิษย์นับล้านแห่งสำนักเฮ่าหราน เหตุใดเขาจึงต้องลงมือมาด้วยตัวเองเล่า?
สิ่งใดก็ตามที่ทำให้ปรมาจารย์กระบี่ต้องวิ่งวุ่นขนาดนี้ได้ ย่อมต้องเป็นสมบัติที่สะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดินเป็นแน่
"ไม่ได้การล่ะ... ของดีขนาดนี้ ข้า เซียวหั่วหั่ว จะต้องช่วยเขาสักหน่อยแล้ว"
ประกายแสงสว่างจ้าฉายชัดในดวงตาของเซียวหั่วหั่ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
เขาเปลี่ยนทิศทางในทันที ใช้เส้นทางอื่นที่ไม่ใช่เส้นทางของหลี่ฮ่าวฉุน เพื่อเริ่มต้นการเดินทาง "ตามหาสมบัติ" ของตนเอง
ทว่า ความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่าที่ชั่งตนาการไว้นัก
เขาค้นหาหมู่บ้านติดต่อกันหลายสิบแห่ง แต่อย่าว่าแต่สมบัติเลย แม้แต่เงาของยอดฝีมือเร้นกายเขาก็ยังไม่เห็น
แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ด้วยประสบการณ์หลายปีในการต้มตุ๋น... เอ้อ ไม่ใช่สิ ในการตามหาสมบัติและผจญภัย เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการตัดสินใจของตนนั้นถูกต้อง
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน... หลังจากผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ เซียวหั่วหั่วก็อยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้ามอมแมม ดูไม่ต่างจากผู้ลี้ภัยที่หนีความอดอยาก
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ วันนี้เขาหลงทางเข้าอย่างจัง
"บ้าเอ๊ย! นี่ข้าโผล่มาอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?"
เขามองไปรอบๆ อย่างงุนงง ทันใดนั้น ควันไฟจากการทำอาหารที่ลอยขึ้นมาจากโพรงเขาเบื้องหน้าก็ดึงดูดความสนใจของเขา
รอดตายแล้ว!
กำลังใจของเขาฟื้นคืน และเขาก็พุ่งทะยานตรงไปยังทิศทางนั้นในพริบตา
ที่ทางเข้าหมู่บ้านมีป้ายไม้เบี้ยวๆ ปักอยู่ บนนั้นมีอักษรสามคำที่เขียนด้วยลายเส้นเรียบง่ายและดูบ้านๆ—"หมู่บ้านลั่วพั่ว"
อักษรสามคำนี้นี่เองที่ทำให้เซียวหั่วหั่วสั่นสะท้าน ความรู้สึกยำเกรงที่อธิบายไม่ถูกพลันก่อตัวขึ้นในใจ
"มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!"
เขาเดินโซเซเข้าไปในหมู่บ้าน สัญชาตญาณสั่งให้เขาลองโคจรพลังวิญญาณเพื่อตรวจสอบดู
ตุ้บ เข่าของเขาทรุดฮวบ และล้มลงกองกับพื้นทันที
พลังวิญญาณในร่างของเขามลายหายไปจนสิ้น!
"อะไรกันเนี่ย?!" เขาตบจุดตันเถียนของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง "พลังบ่มเพาะของข้าหายไปไหน? ชั่งตันขนาดใหญ่ของข้าหายไปไหน?!"
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจต้านทานได้ก็ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
เขารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ดังแผละ เขาหน้าคะมำคว่ำลงไปในคูน้ำริมทาง ได้กินโคลนที่ปะปนกับเศษผักเน่าๆ เข้าไปเต็มคำ
"ถุย—!" เขาเพิ่งจะบ้วนน้ำโคลนออกมาได้คำเดียว ทันใดนั้น พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์อย่างเหลือเชื่อก็พุ่งทะลวงไปตามแขนขาและกระดูก ราวกับว่าเขาได้กลืนกินยาวิเศษที่หาที่เปรียบมิได้เข้าไป
"นี่มัน..." เขามองดูคูน้ำเหม็นๆ เบื้องล่างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "หรือว่าจะเป็นน้ำในคูนี้?"
เซียวหั่วหั่วไม่สนใจกลิ่นเหม็นเน่า เขาลองดื่มน้ำเข้าไปอีกอึกหนึ่ง
วิ้ง—!
ชั่งตันในร่างของเขาหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้การขับเคลื่อนของจังหวะเต๋าอันลี้ลับ มันได้ทะลวงผ่านคอขวด กระโดดข้ามจากขั้นต้นเข้าสู่ชั่งตันขั้นกลางได้โดยตรง!
"แม่... ร่วง! นี่มันน้ำพุวิญญาณต้นกำเนิดปฐพีงั้นหรือ?!"
เซียวหั่วหั่วรีบเงยหน้าขึ้นและกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ เสียงกบร้อง เสียงแมลงหริ่งหรีดเรไร—ฉากทิวทัศน์ชนบทอันแสนสงบและร่มรื่น
ไม่ไกลนัก เด็กน้อยผมจุกชี้ฟ้าคนหนึ่งกำลังแกว่งมีดตัดฟืน ผ่าฟืนอย่างขะมักเขม้น
มีดตัดฟืนเล่มนั้น... ใบมีดแผ่ซ่านปราณเกิงชั่งแต่กำเนิดที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน มันคือสุดยอดสมบัติวิเศษแต่กำเนิดอย่างเห็นได้ชัด! ใช้สุดยอดสมบัติวิเศษมาผ่าฟืนเนี่ยนะ?!
มองเลยไปด้านข้าง เด็กวัยเตาะแตะในชุดกางเกงผ่าเป้ากำลังถือเปลาะหลิวธรรมดาๆ วิ่งไล่ตี "วัวเหลือง" ตัวอ้วนท้วน
"เดินสิ เจ้าวัวขี้เกียจ! ถ้าไม่ไปไถนา เย็นนี้ก็ไม่มีหญ้าให้กินหรอกนะ"
รูม่านตาของเซียวหั่วหั่วหดเล็กลงเท่าปลายเข็มในทันที
นั่นไม่ใช่วัวเหลืองธรรมดา
ขนของมันแฝงไว้ด้วยจังหวะเต๋าแห่งสายฟ้า และกฎแห่งการทำลายล้างก็ไหลเวียนอยู่จางๆ ระหว่างเขาของมัน ทุกครั้งที่มันหายใจ มันได้กระตุ้นพลานุภาพแห่งฟ้าดิน
นี่คือสัตว์อสูรบรรพกาลที่มีสายเลือดของสัตว์เทพโบราณ—"วัวกุย" อย่างไม่ต้องสงสัย
ใช้เปลาะหลิวเฆี่ยนตีวัวกุยบรรพกาลให้ไปไถนาเนี่ยนะ?!
ตราบเท่าที่สายตาของเขามองเห็น ไม่ว่าจะเป็นแม่ไก่ที่กำลังส่งเสียงกะต๊ากๆ หรือเป็ดอ้วนที่กำลังร้องก้าบๆ ทุกตัวล้วนแผ่กลิ่นอายของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณหรือแม้กระทั่งบรรพกาลออกมาทั้งสิ้น
แม้แต่วัชพืชริมทางที่ดูไร้ค่า ก็ยังเป็นสมุนไพรวิญญาณอายุอย่างน้อยร้อยปี!
ในวินาทีนี้ โลกทัศน์ของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ แหลกละเอียดเป็นผุยผง
"เข้าใจแล้ว... ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว!" เซียวหั่วหั่วนอนอยู่ข้างคูน้ำเหม็นเน่า ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
"นี่ไม่ใช่หมู่บ้านเลยแม้แต่น้อย นี่คืออารามสำหรับกลุ่มเซียนต่างหาก คนพวกนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานที่หวนคืนสู่ความเป็นสามัญทั้งสิ้น!"
"พลังบ่มเพาะของข้าไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกสะกดให้กลายเป็นมนุษย์ปุถุชนด้วย 'เขตแดนมหาระดับมหาเต๋า' ในตำนานต่างหาก!"
"เจ้าทึ่มหลี่ฮ่าวฉุนตามหามาตั้งนานก็ยังไม่พบ ในขณะที่ข้า บุตรแห่งโชคชะตาเซียวหั่วหั่ว ผู้มีพรสวรรค์ในการตามหาสมบัติที่ไม่มีใครเทียบได้ กลับเป็นคนแรกที่ค้นพบสถานที่แห่งนี้!"
ข้าทำสำเร็จแล้ว! ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จแล้ว!
สิ่งที่หลี่ฮ่าวฉุนกำลังตามหา จะต้องเป็นสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
เซียวหั่วหั่วทั้งตกตะลึงและดีใจ ทั้งหิวกระหาย เมื่อมองดูน้ำขุ่นคลั่กในคูน้ำเหม็นๆ อีกครั้ง มันกลับดูเหมือนเปล่งประกายด้วยแสงแห่งวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์
"นี่คือต้นกำเนิดปฐพี จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้ ข้าขอแอบดื่มให้เต็มกระเพาะก่อนล่ะ!"
ดังนั้น เขาจึงไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองอีกต่อไป มุดหัวลงไปและเริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
ในตอนนั้นเอง ป้าหวังที่เพิ่งจะพรวนดินในแปลงผักเสร็จ ก็เดินผ่านมาพร้อมกับจอบ เมื่อได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมจากการดื่ม นางจึงหันไปมองด้วยความประหลาดใจ
ภาพที่เห็นทำเอานางตกใจสุดขีด
"ว้ายตายแล้ว! คุณพระช่วย เด็กคนนี้... ทำไมถึงได้หิวโซยิ่งกว่าคนก่อนหน้านี้อีกเนี่ย? ถึงขั้นดื่มน้ำในคูเลยเชียวรึ?"