เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ลูกเป็ดขี้เหร่เปลี่ยนเป็นหงส์ดำ

บทที่ 7 ลูกเป็ดขี้เหร่เปลี่ยนเป็นหงส์ดำ

บทที่ 7 ลูกเป็ดขี้เหร่เปลี่ยนเป็นหงส์ดำ


ภายใต้เสียงดัดจริตโวยวายของหญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาด พนักงานขายสาวที่พยายามหลบเลี่ยงมาตลอดในที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องเดินเข้ามา เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ" ซู่เสี่ยวเสี่ยวขยำผ้าพันคอแน่นด้วยความประหม่า ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว "ผ้าพันคอผืนนี้ไม่ได้สกปรกเลยนะคะ ฉันจะเอากลับไปซัก... ซักให้สะอาดแล้วจะเอามาคืนให้ค่ะ"

พนักงานขายสาวส่ายหน้าอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะคุณลูกค้า ตามกฎของทางร้านเรา ผ้าพันคอผืนนี้ไม่เหลือคุณสมบัติที่จะนำกลับขึ้นวางจำหน่ายบนเคาน์เตอร์ได้อีกแล้วค่ะ"

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของสามสาว ฉินหลางหยิบผ้าพันคอผืนนั้นมาเช็ดที่ปลายจมูกของซู่เสี่ยวเสี่ยวอย่างเบามือ ราวกับคนย้ำคิดย้ำทำเรื่องความสะอาด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายใจ "เอาล่ะ ในที่สุดก็สะอาดสะอ้านหมดจดสักที"

เขาพิจารณาดูผ้าพันคออีกรอบ "น่าเสียดายจัง คราวนี้ผ้าพันคอเลยเปื้อนนิดหน่อย ใช้ไม่ได้ซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันซื้อแล้วเอาไปมอบให้เธอดีไหม?"

ผ้าพันคอถูกยื่นส่งไปทางหญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาด

หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดถึงกับชะงักอึ้งไปชั่วขณะ เอ่ยถามกลับตามสัญชาตญาณ "ทำไมต้องมอบให้ฉันด้วยล่ะ?"

ฉินหลางเผยรอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ "ก็ในเมื่อของโสโครก มันก็ย่อมเหมาะสมคู่ควรกับของโสโครกไม่ใช่เหรอครับ?"

"นี่แกกล้าด่าฉันเหรอ?!" หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดยอมรับเลยว่า ตั้งแต่ซู่เสี่ยวเสี่ยวเดินเข้ามาในร้านครั้งแรก เหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอถากถางด่าทออีกฝ่ายอย่างรุนแรงขนาดนี้ ก็เป็นเพราะมีฉินหลางยืนอยู่ข้างๆ ซู่เสี่ยวเสี่ยวนั่นเอง

เธออิจฉา เธอหึงหวง

มีสิทธิ์อะไรที่พนักงานทำความสะอาดชั้นต่ำแบบนั้น จะได้ยืนเคียงคู่กับหนุ่มหล่อขนาดนี้?

แต่ตอนนี้ แทบจะถูกฉินหลางชี้หน้าด่าตรงๆ ว่าเป็นรองเท้าเน่าใช้แล้วอยู่รอมร่อ หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดจึงสติแตกทันที เธอแยกเขี้ยวแผดเสียงกรีดร้อง "แกรู้ไหมว่าสามีฉันเป็นใคร?!"

ฉินหลางส่ายหน้าด้วยสีหน้าใสซื่อ "ไม่รู้สิ ลองเรียกเขามาให้ฉันรู้จักหน่อยเอาไหมล่ะ?"

"พวกแกคอยดูเถอะ วันนี้ถ้าไม่ทำให้พวกแกจำใส่กะโหลกไว้ วันหลังฉันจะยอมเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับแกเลย!" หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดสะบัดก้นเดินบิดเอวหนีไป ราวกับสุนัขพุดเดิ้ลที่กำลังโมโห

"คุณชายฉินคะ! ผ้าพันคอผืนนี้..." ซู่เสี่ยวเสี่ยวยกผ้าพันคอในมือขึ้นมาอย่างทำตัวไม่ถูก ภายในใจรู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย

เมื่อครู่นี้ คุณชายฉินกำลังออกหน้าปกป้องเธออยู่อย่างนั้นเหรอ?

ไม่จริงน่า?

ไม่มีทางหรอก!

คุณชายฉินเป็นบุคคลระดับไหน จะมาออกหน้าเพื่อคนอย่างเธอได้อย่างไรกัน?

เธอมีคุณสมบัติอะไรไปเทียบ?

คุณชายฉินคงแค่รำคาญเสียงโวยวายของผู้หญิงคนนั้น ก็เลยตั้งใจไล่เธอไปให้พ้นๆ ทางก็เท่านั้นเอง

ฉินหลางหัวเราะเบาๆ ทักษะติดตัวความน่าคบหาเลเวลหกทำงานจนเกิดผลลัพธ์ขั้นสุดยอด รอยยิ้มอันอบอุ่นเสมือนสายลมเย็นสบายในฤดูร้อนที่พัดผ่านเข้ามาในหัวใจอันว้าวุ่นของซู่เสี่ยวเสี่ยว ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายขึ้นมาทันที ในเสี้ยววินาทีนั้นก็ทำเอาซู่เสี่ยวเสี่ยวหน้าแดงก่ำ ราวกับลูกแอปเปิลที่สุกงอมเต็มที่

"ติ๊ง! นางเอกซู่เสี่ยวเสี่ยวเกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +800"

"ผ้าพันคอผืนนี้ถ้าเธอชอบก็เก็บเอาไว้เถอะ ยังไงก็ใช้ไปแล้วนี่นา แต่ถ้าไม่ชอบ ก็คิดเสียว่าเป็นขยะแล้วโยนทิ้งไปได้เลย"

ซู่เสี่ยวเสี่ยวกำผ้าพันคอเอาไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความเสียดาย "ไม่ทิ้งค่ะ แต่ว่า... ฉันไม่มีเงินซื้อหรอกนะคะ"

ฉินหลางเอ่ยตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผล "การให้เธอซื้อเสื้อผ้าใหม่ไม่กี่ชุด มันเป็นข้อเรียกร้องของฉัน เป็นอุปกรณ์เสริมความพร้อมที่พี่เลี้ยงจำเป็นต้องมี ผ้าพันคอผืนนี้ก็เหมือนกัน ฉันเป็นคนยกให้เธอเอง"

เขาชี้มือไปยังเสื้อผ้าหลายตัวที่แขวนโชว์แยกเอาไว้เดี่ยวๆ ในร้าน พร้อมตบไหล่บอบบางของซู่เสี่ยวเสี่ยวเบาๆ "ตัวนี้ ตัวนั้น แล้วก็โซนตรงนั้นทั้งหมด เอาไปลองใส่ดูให้หมดนะ"

ในเวลานี้ ซู่เสี่ยวเสี่ยวไม่สามารถปฏิเสธข้อเรียกร้องของฉินหลางได้เลย เธอจึงเดินถือเสื้อผ้าที่พนักงานขายส่งให้อย่างว่าง่าย แล้วก้าวเข้าไปในห้องลองชุด

ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็เดินออกมาในรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูแปลกตากับชุดเดรสยาว

โทนสีดำสนิท ดีไซน์เน้นกระชับช่วงเอวสูง

จีบระบายช่วงบนเข้ากันได้อย่างลงตัวกับสรีระ และโดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าอกที่เป็นจุดดึงดูดสายตาที่สุดของผู้หญิง บริเวณนั้นถูกตกแต่งด้วยลูกไม้กึ่งโปร่งแสง แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่กลับให้ความรู้สึกชวนมองและน่าค้นหาอย่างประหลาด

เรียวขาสวยทั้งสองข้างที่ตรงและสมส่วน เมื่อสวมรองเท้าส้นสูงแบบรัดข้อเท้า ก็ยิ่งช่วยเสริมให้ความสูงของเธอดูโดดเด่นขึ้นมาอีกหลายส่วน

ผนวกกับใบหน้างดงามสดใสตามธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งของซู่เสี่ยวเสี่ยว ทำให้เธอดูสดชื่นและน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ

พนักงานขายสาวถึงกับตาโต เอ่ยอุทานออกมาจากใจจริง "สวยจังเลยค่ะ!"

เธอทำงานอยู่ในวงการเสื้อผ้าแฟชั่น ย่อมเข้าใจสุภาษิตที่ว่า ไก่ส่องามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เป็นอย่างดี

ทว่าซู่เสี่ยวเสี่ยวหลังจากเปลี่ยนชุดแล้ว ราวกับลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายร่างเป็นหงส์ดำในพริบตา

ความแตกต่างมันช่างมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนจริงๆ!

เมื่อเทียบกันแล้ว ฉินหลางกลับดูนิ่งสงบกว่ามาก ในฐานะนางเอกของเรื่อง หน้าตาของซู่เสี่ยวเสี่ยวจะไม่ดีได้อย่างไร?

เพียงแต่ในช่วงก่อนหน้านี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอฝืดเคืองเกินไป กินอยู่ไม่ดี เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เก่าซ่อมซ่อ จึงทำให้เธอดูธรรมดาไม่สะดุดตาเท่านั้นเอง

หากให้เธอใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์ของเขาต่อไปอีกสักระยะ แล้วได้รับการขัดสีฉวีวรรณอีกสักเล็กน้อย ต่อให้ต้องนำไปประชันความงามกับมู่หยูเยียนแห่งมู่เหรินอินเตอร์เนชันแนล ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็มีศักยภาพมากพอที่จะต่อกรได้อย่างแน่นอน

"ตัวนี้ไม่เลวเลย ห่อเอาไว้ได้เลย ไปลองชุดต่อไปต่อสิ" ฉินหลางตัดสินใจอย่างง่ายดาย

ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่เปลี่ยนชุดเสร็จอีกรอบ เดินออกมาจากห้องลองชุดด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

เสื้อสายเดี่ยวสีขาว ช่วยเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าอันงดงามของซู่เสี่ยวเสี่ยว ส่วนโค้งเว้าที่เรียบเนียนล้วนบ่งบอกถึงความบอบบางน่าทะนุถนอม จับคู่กับกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อนที่ยาวเหนือเข่าขึ้นมาเพียงหนึ่งนิ้ว ซึ่งสำหรับซู่เสี่ยวเสี่ยวแล้ว นี่ถือเป็นระดับความสั้นที่เธอไม่เคยกล้าลองใส่มาก่อนเลยในชีวิต

เธอบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย แต่ก็ยังใจกล้าหันไปมองทางฉินหลาง พร้อมเอ่ยถามด้วยเสียงเบาหวิวราวยุงบิน "คุณชายฉิน... สวยไหมคะ?"

"สวย ห่อชุดนี้ด้วย ไปลองตัวต่อไป"

"..."

เสื้อผ้ารวดเดียวสิบกว่าชุด เมื่อมาอยู่บนเรือนร่างของซู่เสี่ยวเสี่ยว กลับเหมาะสมเข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะลุคใสซื่อบริสุทธิ์ ลุคน่ารักซุกซน หรือลุคเซ็กซี่เบาๆ...

รูปร่างของซู่เสี่ยวเสี่ยวนั้น ราวกับไม้แขวนเสื้อที่สวรรค์ประทานมาให้ เหมาะกับการสวมใส่เสื้อผ้าที่เน้นสัดส่วนเช่นนี้เหลือเกิน

"คุณฉินตาถึงจังเลยนะคะ เลือกเสื้อผ้าได้เข้ากับคุณซู่มากๆ เลยค่ะ" พนักงานขายเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มหวาน

เธอพบว่าการได้คุยกับฉินหลางนั้นน่าสนุกมาก ต่อให้เป็นหัวข้อสนทนาที่แสนจะธรรมดา ก็ยังทำให้คนรู้สึกอยากจะคุยกับเขาต่อไปเรื่อยๆ

"ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอน้อมรับคำชมจากคนสวยอย่างไม่เกรงใจแล้วกันนะครับ" ฉินหลางยักไหล่ ตอบรับอย่างไม่ยี่หระ "เอาเสื้อผ้าที่ลองไปเมื่อกี้ห่อให้หมดเลยครับ ใส่แล้วสวยทุกตัวเลย อ้อ แล้วก็อย่าลืมผ้าพันคอผืนนั้นด้วยนะครับ"

ซู่เสี่ยวเสี่ยวแอบบ่นอุบอิบ "มันเยอะเกินไปแล้วนะคะ เสื้อผ้าพวกนี้แพงมากๆ ทั้งนั้นเลย"

ฉินหลางหันไปมอง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แพงกว่าแจกันลายครามใบที่เธอล้มจนแตกไหมล่ะ?"

จบข่าว!

ประโยคเดียวเล่นเอาสะอึกจนต่อไม่ติด

ซู่เสี่ยวเสี่ยวถูกเถียงกลับจนพูดไม่ออก ได้แต่ยอมทำหน้าที่เป็นคนถือถุงเสื้อผ้าอย่างว่าง่าย

"รูดบัตรเลยครับ"

พนักงานขายจัดการคิดเงินอย่างคล่องแคล่วว่องไว จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนยอดเงินสี่แสนกว่าหยวนเข้าบัญชีดังขึ้นข้างหู เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา

เมื่อกี้เธอโดนมนต์สะกดอะไรเข้าไปเนี่ย?

ตะกี้เธอกำลังปิดยอดขายบิลใหญ่มูลค่าสี่แสนกว่าหยวนเลยนะ ลำพังแค่ค่าคอมมิชชันเธอก็ได้เงินตั้งเป็นหมื่นแล้ว!

ทำไมก่อนหน้านี้ เธอถึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลยสักนิด แถมยังไม่มีความคิดระแวงสงสัยเลยด้วยซ้ำว่าฉินหลางจะมีเงินจ่ายหรือเปล่า?

ในจังหวะที่ฉินหลางและซู่เสี่ยวเสี่ยวกำลังเดินก้าวพ้นประตูร้านออกไปนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงดัดจริตดัดเสียงหวานแหววที่คุ้นเคยและน่ารำคาญดังลอยเข้ามา

"ที่รัก ตรงนี้แหละค่ะ อยู่ตรงนี้เลย เมื่อกี้มีคู่ชายหญิงสารเลวมันด่าว่าเค้าเป็นรองเท้าเน่า ที่รักต้องให้ความเป็นธรรมกับเค้านะคะ!"

จบบทที่ บทที่ 7 ลูกเป็ดขี้เหร่เปลี่ยนเป็นหงส์ดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว