- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 6 ลูกแมวป่าที่ได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 6 ลูกแมวป่าที่ได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 6 ลูกแมวป่าที่ได้รับบาดเจ็บ
"เกิดอะไรขึ้น? แค่ให้เธอไปเลือกเสื้อผ้ามาสองชุด มันยากลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ? มัวมาร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม? เลือกเสื้อผ้าเสร็จหรือยัง?"
ฉินหลางปั้นหน้าตึง ตวาดถามเสียงเย็นชา
"คุณชายฉิน ขอฉันเปลี่ยนไปเลือกซื้อร้านอื่นได้ไหมคะ? ร้านที่คุณชายเลือก ราคามันแพงเกินไป ฉันซื้อไม่ไหวจริงๆ ค่ะ" ซู่เสี่ยวเสี่ยวสะอื้นไห้ พูดจาติดขัดขาดตอน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดน้ำตา ส่วนมืออีกข้างกุมไว้ตรงหน้าท้องอย่างทำตัวไม่ถูก ราวกับว่าการใช้มือปัดป้องไว้ตรงนั้น จะช่วยมอบความรู้สึกปลอดภัยให้แก่เธอได้
ฉินหลางขมวดคิ้วด้วยความเย็นชา "เปลี่ยนร้าน? ถ้าอย่างนั้นมันจะไปต่างอะไรกับเสื้อผ้าแบบเดิมที่เธอเคยใส่ล่ะ? ต้องเป็นร้านนี้เท่านั้น เข้าไปเดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดแน่วแน่ ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
ซู่เสี่ยวเสี่ยวก้มหน้าลงไม่กล้าเอ่ยค้าน เดินตามหลังฉินหลางต็อกแต็กราวกับเป็นลูกน้องตัวน้อย ก้าวเท้าเดินกลับเข้าไปภายในร้านอีกครั้ง
"แหม่ๆๆ นี่มันพวกไร้ตาที่ไหนกันเนี่ย เพิ่งจะสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ไม่ทันไร ก็ทำเอาบรรยากาศเหม็นหึ่งขึ้นมาอีกแล้วเหรอ?" หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาด ประดับประดาด้วยทองคำและเพชรพลอยเดินกรีดกรายเข้ามา เธอยกนิ้วกรีดกรายบีบปลายจมูกของตัวเอง ราวกับได้กลิ่นเหม็นเน่าอะไรบางอย่าง พร้อมทั้งทำท่าทางสะอิดสะเอียนเหมือนอยากจะอาเจียน
เธอปรายตามองซู่เสี่ยวเสี่ยวที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยหางตา พร้อมเอ่ยปากจิกกัดด้วยความรังเกียจ "เมื่อกี้พูดขนาดนั้นยังไม่รู้ตัวว่าเป็นเธอยังไงล่ะ? เป็นแค่พนักงานทำความสะอาด คิดจะมาซื้อเสื้อผ้าที่ช็อปของเฟนดิเนี่ยนะ? ที่นี่ใช่สถานที่ที่คนอย่างเธอจะเข้ามาเดินเหรอ? คนทำความสะอาดอย่างเธอ ต่อให้ทำงานเหนื่อยตายไปสองเดือน ก็ยังไม่มีปัญญาซื้อกระเป๋าของที่นี่ได้แม้แต่ใบเดียวด้วยซ้ำ!"
"ฉัน... ฉันมีปัญญาซื้อค่ะ!" ซู่เสี่ยวเสี่ยวเดินเชิดหน้าอย่างดื้อดึงเข้าไปที่ตู้โชว์สินค้า แต่พอเหลือบไปเห็นป้ายราคากระเป๋า ตัวเลขยาวเหยียดที่เรียงกันเป็นพรืดก็ทำเอาเธอตาเฝื่อนตาวายไปชั่วขณะ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอกลัวจับใจว่าหากทำให้คุณชายต้องเสียหน้า เธอจะต้องถูกไล่ออก!
และถ้าเป็นแบบนั้น เธอจะต้องถูกจับส่งให้ตำรวจ อนาคตทั้งชีวิตของเธอคงต้องดับวูบลงแน่ๆ!
"ฉัน... ฉันไม่ซื้อกระเป๋าหรอกค่ะ ฉันจะซื้อเสื้อผ้า!" ซู่เสี่ยวเสี่ยวเดินตรงไปที่ราวแขวนเสื้อผ้า เดินวนดูตั้งแต่ต้นราวจนสุดปลายราว วนไปวนมาอยู่หลายรอบ ก็ยังไม่ยอมบอกเสียทีว่าจะเลือกชุดไหน
เก้าพันแปดร้อยแปดสิบแปด แปดพันแปดร้อยแปดสิบแปด หนึ่งหมื่นหนึ่งพันแปดร้อย...
ลองพลิกดูป้ายราคาเสื้อผ้าไปหลายสิบตัว ตัวที่ราคาถูกที่สุด ยังแพงกว่าแปดพันหยวนเสียอีก!
เงินแปดพันหยวน ความจริงแล้วซู่เสี่ยวเสี่ยวก็เคยมีอยู่หรอก!
เธอออกมาทำงานได้ปีกว่าแล้ว ยอมกระเบียดกระเสียนประหยัดมัธยัสถ์ จนเก็บเงินก้อนได้ถึงห้าหมื่นหยวน!
แต่เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ผู้นำสถานสงเคราะห์ต้องการจัดซื้อเตียงนอนใหม่ให้กับเด็กๆ ทุกคนพร้อมกัน จึงได้เปิดรับบริจาคระดมทุนจากศิษย์เก่า ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็ทุ่มบริจาคเงินรวดเดียวไปถึงสี่หมื่นห้าพันหยวน!
ตอนนี้เนื้อตัวของเธอ จึงเหลือเงินติดตัวอยู่แค่ห้าพันหยวนเท่านั้น หากหักค่าเช่าห้องที่ต้องจ่ายล่วงหน้าออกไป เงินจำนวนนี้ก็เพียงพอสำหรับค่ากินค่าใช้อย่างประหยัดในชีวิตประจำวันไปได้เกือบสี่เดือน!
แต่ถ้าจะให้นำมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมสุดหรู อย่าว่าแต่กระเป๋าราคาหลักหมื่นเลย แม้แต่เสื้อผ้าของเฟนดิเพียงแค่ตัวเดียว ในตอนนี้เธอก็ไม่มีปัญญาซื้อ และไม่กล้าตัดใจซื้ออย่างแน่นอน!
หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดยืนกอดอกอยู่หน้าราวเสื้อผ้า ยกมือขึ้นพัดไล่อากาศตรงหน้า พร้อมเอ่ยจิกกัดด้วยสีหน้าเย้ยหยัน "เป็นอะไรไปล่ะ ไหนบอกว่ามีปัญญาซื้อยังไงล่ะ? มัวรออะไรอยู่ รีบหยิบสักตัวแล้วไปจ่ายเงินสิ มัวเดินวนไปวนมาหาพระแสงอะไรตรงนี้? ถ้ามีปัญญาซื้อจริงก็ซื้อให้ดูหน่อยสิ!"
"มังกรคลอดลูกเป็นมังกร หงส์คลอดลูกเป็นหงส์ ลูกหนูเกิดมาก็ทำเป็นแค่ขุดรู คนระดับล่างในสังคมอย่างเธอน่ะ ก็ควรจะซุกหัวอยู่ในกองขยะของตัวเองไปสิ อย่าเสนอหน้าเข้ามาในสถานที่จับจ่ายใช้สอยระดับไฮเอนด์แบบนี้เลย มันทำให้อากาศเป็นมลพิษ แถมยังเป็นเสนียดสายตาฉันด้วย"
"อาชีพทำความสะอาดแล้วมันทำไมคะ? เงินที่ฉันหามาได้ด้วยตัวเองมันก็สะอาดบริสุทธิ์ ทำไมฉันถึงจะเดินเข้ามาที่นี่ไม่ได้? ร้านนี้เป็นบ้านของเธอเปิดหรือยังไงคะ?" ร่างผอมบางของซู่เสี่ยวเสี่ยวสั่นสะท้านไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ "อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอมองฉันเสียหน่อย เธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันแบบนี้? ถึงฉันจะใส่ชุดพนักงานทำความสะอาด แต่ฉันก็ซักมาอย่างสะอาดสะอ้าน ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอะไรเลยสักนิด ทำไมเธอต้องมารด่าทอฉันขนาดนี้ด้วย? ฉันไม่เคยไปหาเรื่องอะไรเธอเลย ทำไมต้องมารังแกกันขนาดนี้ด้วยล่ะคะ?"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่ถูกด่าทอจนไม่เหลือชิ้นดี ในเวลานี้เธอเปรียบเสมือนลูกแมวป่าที่กำลังพองขนสู้ พยายามโต้เถียงและตั้งคำถามใส่หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดอย่างไม่ลดละ
ทว่า เธอนั้นขี้ขลาดเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะเนื้อแท้ของนิสัยที่เป็นคนแบบนั้น
แม้จะอยู่ในสภาวะที่โกรธจัดเพียงใด แต่ถ้อยคำที่ใช้โต้เถียงเมื่อถึงช่วงท้าย กลับยิ่งฟังดูแผ่วเบาและไร้เรี่ยวแรง ราวกับลูกแมวป่าที่สู้ใครเขาก็ไม่ได้ ด่าใครเขาก็ไม่ชนะ ทำได้เพียงคุดคู้ตัวหลบอยู่ในมุมมืดเพียงลำพัง เพื่อเลียแผลและรอยเลือดทั่วตัวอย่างเงียบงันเท่านั้น
"คุณพระช่วย! ช่วยหยุดร้องไห้ตรงนี้ทีได้ไหม? ถ้าอยากร้องไห้ก็ไสหัวกลับไปร้องที่กองขยะของเธอโน่น! หนวกหูจะตายอยู่แล้ว ไม่มีคนมาจัดการเลยหรือยังไง? พนักงานขายล่ะ พนักงานขายหายหัวไปไหนกันหมด?! ลูกค้าอย่างพวกเราคือพระเจ้าของพวกเธอนะ ช่วยกรุณาอย่าปล่อยให้พนักงานทำความสะอาดชั้นต่ำแบบนี้เข้ามาในร้านได้ไหม? การเอาคนมีรสนิยมอย่างฉันไปปะปนกับพวกทำความสะอาด มันคือการดูถูกเกียรติของฉันนะ!"
ท่ามกลางเสียงดัดจริตโวยวายของหญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาด ฉินหลางได้ย่อตัวลงนั่งข้างๆ ซู่เสี่ยวเสี่ยว พร้อมกับยื่นผ้าพันคอผืนหนึ่งส่งให้ "เลิกร้องไห้ได้แล้ว เช็ดน้ำตาซะ"
"ขอบคุณค่ะ" ซู่เสี่ยวเสี่ยวรับมาโดยสัญชาตญาณ เอามาซับน้ำตา แล้วยังเผลอสั่งน้ำมูกใส่เบาๆ ไปทีหนึ่ง
เธอยืนขึ้น ในมือยังคงกำผ้าพันคอเอาไว้แน่น มองไปยังฉินหลางด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ผ้าพันคอของคุณชายต้องเปื้อน กลับไปแล้วฉันจะซักให้สะอาดแล้วนำมาคืนให้นะคะ"
"ผ้าพันคอผืนนี้ไม่ใช่ของฉันหรอก" ฉินหลางชี้มือไปยังตู้โชว์สินค้าที่อยู่ข้างๆ "ฉันดึงลงมาจากตรงนั้นน่ะ"
"หา?" ซู่เสี่ยวเสี่ยวถึงกับอึ้งกิมกี่ ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหินไปในทันที
"นี่! พวกแก!"
หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดเห็นภาพตรงหน้าถึงกับลมจับแทบจะล้มพับไปทั้งยืน
ผ้าพันคอผืนนั้นเป็นรุ่นที่เธอเล็งมานานแล้ว คอยออดอ้อนออเซาะแฟนหนุ่มอยู่นานสองนานก็ยังเสียดายเงินไม่กล้าซื้อ แต่ตอนนี้มันกลับถูกซู่เสี่ยวเสี่ยวเอาไปใช้เช็ดน้ำมูกหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?!
"แกจบสิ้นแล้ว แกซวยหนักแน่! แค่เสื้อผ้าตัวเดียวยังไม่มีปัญญาซื้อ แต่แกกลับกล้าเอาผ้าพันคอรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันของเฟนดิไปปู้ยี่ปู้ยำ แกรู้ไหมว่าผ้าผืนนี้ราคามันเท่าไหร่? สี่หมื่นสองพันหยวนเชียวนะ! ขนาดฉันเองยังตัดใจซื้อไม่ลง แต่แกกลับเอาผ้าพันคอผืนนี้ไปทำจนสกปรกเละเทะแบบนี้!!!"