- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นนายน้อยผู้มีจักรพรรดิหนุนหลัง
- บทที่ 2 - ห่วงใยราษฎร ทว่าคล้ายคนคุ้นเคย
บทที่ 2 - ห่วงใยราษฎร ทว่าคล้ายคนคุ้นเคย
บทที่ 2 - ห่วงใยราษฎร ทว่าคล้ายคนคุ้นเคย
บทที่ 2 - ห่วงใยราษฎร ทว่าคล้ายคนคุ้นเคย
ผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึงเขตแดนรอยต่อระหว่างสองหมู่บ้าน พวกเขามองดูร่องน้ำที่ถูกระเบิดจนเปิดกว้าง
"นี่คืออะไร" หลี่เยวียนชี้ไปที่ร่องน้ำด้วยความไม่เข้าใจ
"นี่คือร่องรอยที่เกิดจากอสนีบาตเมื่อคืนพ่ะย่ะค่ะ" เผยจี้ตอบ
"อานุภาพช่างรุนแรงนัก" หลี่เยวียนรำพึง "นี่คือพลังแห่งสวรรค์แท้ๆ"
ไม่นานนัก บ่าวรับใช้ก็นำแผ่นหินขึ้นมาจากหลุมและนำมาถวายตรงหน้าหลี่เยวียน
"พยัคฆ์มังกรสู้รบชิงจงหยวน การเมืองราบรื่นราษฎรเปรมปรีดิ์สร้างความเป็นใหญ่" หลี่เยวียนค่อยๆ อ่านข้อความสองประโยคบนแผ่นหิน
"ฝ่าบาท นี่คือลางดีจากสวรรค์พ่ะย่ะค่ะ" เผยจี้ยิ้ม
"หมายความว่าอย่างไร"
"ฝ่าบาท พระนามเดิมของปฐมกษัตริย์จิ่งคืออะไรพ่ะย่ะค่ะ" เผยจี้ถาม
"พยัคฆ์" หลี่เยวียนตอบ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเข้าใจอย่างถ่องแท้
พยัคฆ์มังกรสู้รบ สุดท้ายแล้วใต้หล้านี้ก็ตกอยู่ในมือของลูกหลานพยัคฆ์ จากนั้นความเป็นใหญ่ก็จะบังเกิด ต้าถังก็จะรุ่งเรือง
หลี่เยวียนลูบเครามองดูอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก
หลี่ฝูมองการณ์ไกลไปถึงอนาคตแล้ว เขาต้องการให้หลักประกันแก่ชาวบ้านในหมู่บ้าน
ในบ้านมีเสบียง ในใจก็ไม่หวั่นผวา
ดูเหมือนว่าเวลาที่เหลือให้เขาจะไม่มากแล้ว
ในใจของหลี่ฝูมักจะมีความรู้สึกกดดันอยู่เสมอ
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยังคงเป็นหลี่เยวียน รอจนถึงเหตุการณ์ประตูเสวียนอู่เปลี่ยนตัวฮ่องเต้เมื่อไหร่ พวกทูเจวี๋ยทางเหนือก็จะฉวยโอกาสตอนที่จงหยวนเปลี่ยนแผ่นดิน บุกมาปล้นชิงที่ฉางอัน
หลี่ฝูลืมอะไรก็ลืมได้ แต่เหตุการณ์สนธิสัญญาพันธมิตรแม่น้ำเว่ยเขาไม่มีทางลืมเด็ดขาด
อะไรที่ทำได้ก็ต้องรีบทำไปก่อน จากนั้นเรื่องสำคัญคือต้องหอบข้าวของหนีไปหลบภัยในเมืองฉางอัน ส่วนเรื่องที่นาหรือหมู่บ้าน รอให้พวกทูเจวี๋ยกลับไปก่อนค่อยว่ากัน
สนธิสัญญาพันธมิตรแม่น้ำเว่ยไปเซ็นกันที่ไหนล่ะ ก็แม่น้ำเว่ยไง! แม่น้ำเว่ยอยู่ทางเหนือของหมู่บ้าน พวกนั้นบุกมาปล้นถึงหน้าบ้านแล้ว
"คุณชายท่านนี้ กำลังเขียนอะไรอยู่หรือ" หลี่เยวียนเมื่อเห็นหลี่ฝูก็เดินเข้าไปถาม
พอเดินเข้าไปใกล้ หลี่เยวียนเห็นหน้าหลี่ฝูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น
รู้สึกอยู่ตลอดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าช่างเหมือนคนคุ้นเคย
"กำลังวาดแผนที่อยู่" หลี่ฝูไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา มือยังคงขีดเขียนเส้นต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีมารยาท แต่ถ้ายังวาดเส้นนี้ไม่เสร็จก็หยุดไม่ได้
"เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ช่างบังอาจนัก" เผยจี้เห็นหลี่ฝูไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ช่างไม่เคารพต่อฝ่าบาทเอาเสียเลย
หลี่เยวียนยกมือขึ้นห้ามเผยจี้ ส่ายหน้าเบาๆ เป็นการบอกใบ้ว่าอย่าเปิดเผยตัวตน
[จบแล้ว]