- หน้าแรก
- ฉันขอให้คุณตั้งแผงขายของ แต่ทำไมคุณถึงชอบไปตั้งแผงในที่เปลี่ยวๆ เสมอ
- บทที่ 15 พี่ชายคนนี้มันร้ายจริงๆ กินข้าวแล้วยังเดินไปทั่วอีก!
บทที่ 15 พี่ชายคนนี้มันร้ายจริงๆ กินข้าวแล้วยังเดินไปทั่วอีก!
บทที่ 15 พี่ชายคนนี้มันร้ายจริงๆ กินข้าวแล้วยังเดินไปทั่วอีก!
กระทะแรก ผัดให้พี่ชายที่ต่อคิวอยู่เป็นคนแรกก่อน
พี่ชายคนนั้นสวมเสื้อโค้ททหาร
ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
มองปราดเดียวก็รู้ว่าอดหลับอดนอนมาทั้งคืน
"เถ้าแก่ ในที่สุดผมก็รอจนคุณมาสักที!"
พี่ชายตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้
"เวอร์ชันซีฟู้ด! ผมเอาเวอร์ชันซีฟู้ด! ขอเนื้อกุ้งเพิ่มเยอะๆ หน่อยนะ!"
"ได้เลยครับ!"
ซูอวิ๋นขานรับ แล้วหยิบเนื้อกุ้งกำใหญ่ใส่ลงไปอย่างไม่หวงเครื่อง
เห็นแก่ความมุ่งมั่นของพี่ชายคนนี้
วันนี้ยังไงก็ต้องเติมเต็มกระเพาะของเขาให้จงได้!
ตั้งกระทะให้ร้อน เทน้ำมัน ตอกไข่ ทุกขั้นตอนลื่นไหลรวดเดียวจบ
วินาทีที่ไข่ไก่สัมผัสกับกระทะ กลิ่นหอมเข้มข้นของไข่ก็ระเบิดออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า
เนื่องจากเตรียมวัตถุดิบมาเยอะ กลิ่นหอมจึงรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก!
ในแถวบังเกิดเสียงสูดลมหายใจดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในทันที
"แม่เจ้า!"
"รสชาตินี้แหละ!"
"เมื่อวานฉันมาสาย เลยไม่ได้กิน! นอนไม่หลับทั้งคืน มัวแต่คิดถึงไอ้คำนี้นี่แหละ!"
"ฉันก็เหมือนกัน ฉันก็เหมือนกัน! เมื่อวานฉันต่อคิวตั้งชั่วโมงนึง ผลปรากฏว่าเถ้าแก่ขายหมด วันนี้เลยมาตั้งแต่ตี 4 เลย!"
"พี่ชาย นายมาตี 4 น่ะถือว่าช้าไปแล้ว พี่ชายคนนี้เมื่อคืนไม่ได้กลับไปไหนเลย นอนบนสนามหญ้ามาทั้งคืน!"
"โคตรเจ๋ง!"
"......"
ซูอวิ๋นไม่มีเวลาไปสนใจบทสนทนาเรื่อยเปื่อยเหล่านี้ สองมือตวัดตะหลิวไปมา เคาะกระทะเหล็กอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึง 3 นาที
ข้าวผัดไข่สีทองเวอร์ชันซีฟู้ดจานแรกก็ออกจากเตา
เมล็ดข้าวสีเหลืองทองมีไอร้อนคุกรุ่นโชยออกมา เนื้อกุ้งตัวใหญ่สีขาวอมชมพู.
ต้นหอมซอยถูกโรยประดับไว้ตรงกลางอย่างไม่ตระหนี่
กลิ่นหอมพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
พี่ชายเสื้อโค้ททหารรับจานไป กลิ่นหอมทำเอาเขาแทบจะยืนไม่อยู่
เขารีบตักคำใหญ่เข้าปาก เคี้ยวจั๊บๆ กินอย่างตะกละตะกลาม
ภาพนี้ทำเอาคนรอบข้างกลืนน้ำลายเอื้อก
"ฮ่าฮ่า! คุ้มค่าแล้ว ที่ถลึงตารอมาทั้งคืนไม่สูญเปล่าเลย!"
พี่ชายถือจานเดินไปข้างหลัง เดินไปกินไปสูดปากไป สีหน้าดูฟินสุดๆ เท่าที่จะฟินได้
แถวคนที่รออยู่เกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที
"เชี่ย! พี่ชาย จะกินก็เดินไปไกลๆ หน่อยสิ!"
"นั่นสิ! หอมจนฉันจะตายอยู่แล้ว นายได้ประโยชน์อะไรวะ?"
"พี่ชายคนนี้มันร้ายจริงๆ กินข้าวแล้วยังเดินไปทั่วอีก!"
"....."
หวังเจี้ยนกั๋วต่อคิวอยู่ค่อนไปทางท้ายแถว
มองดูคนข้างหน้าที่รับข้าวผัดไปทีละคน แล้วก็กินกันจนวิญญาณหลุดลอย
ความสงสัยในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?
แถวค่อยๆ ขยับไปข้างหน้า กลิ่นหอมก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
กว่าหวังเจี้ยนกั๋วจะมาถึงหน้ารถเข็นขายอาหาร
ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว
"รับรสชาติไหนดีครับ?"
ซูอวิ๋นไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา มือยังคงทำงานต่อไปไม่หยุด
หวังเจี้ยนกั๋วเหลือบมองเมนูบนกระดานดำบานเล็ก
มีแค่ 4 เมนูเองเหรอ?
นี่มันจะน้อยไปหน่อยไหม?
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
"งั้นเอาเวอร์ชันเนื้อวัวให้ฉันจานนึง 18 หยวน สแกนจ่ายไปแล้วนะ!"
"ได้ครับ!"
หวังเจี้ยนกั๋วจ่ายเงินเสร็จ ก็หาตอม่อสะพานสะอาดๆ แถวนั้นนั่งลง
ไม่นานนัก
ข้าวผัดไข่จานหนึ่งก็ถูกยื่นมาให้
เมล็ดข้าวสีเหลืองทองเคลือบด้วยไข่
เนื้อวัวแผ่นบางและนุ่ม รอยหั่นเป็นระเบียบเรียบร้อย
ต้นหอมซอยประดับอยู่บนเนื้อวัว เปล่งประกายมันวาวชุ่มฉ่ำ
"แม่เจ้าโว้ย!"
หวังเจี้ยนกั๋วเบิกตากว้าง
หน้าตาอาหารดูดีจริงๆ!
ครบครันทั้งรูป รส กลิ่น สี!
แต่ก็ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง?
หวังเจี้ยนกั๋วหยิบช้อนขึ้นมา ตักขึ้นมาหนึ่งคำแล้วส่งเข้าปาก
วินาทีต่อมา
เขาก็แข็งทื่ออยู่กับที่!
วินาทีที่ข้าวเข้าปาก กลิ่นหอมของไข่และข้าวก็ระเบิดขึ้นในช่องปาก
ตามมาด้วยความนุ่มลื่นและความเค็มกลมกล่อมของเนื้อวัวที่พรั่งพรูเข้ามา!
รสชาติกลายเป็นหลากหลายมีมิติขึ้นมาในทันที
เนื้อวัวนุ่มมาก นุ่มสุดๆ!
กัดลงไปหนึ่งคำ ดังกร้วมๆ! ราวกับจะกัดน้ำฉ่ำๆ ออกมาได้เลย!
ห่อหุ้มด้วยไข่ ผสมผสานกับความหอมของต้นหอม!
กินคำโตๆ เคี้ยวคำใหญ่ๆ!
หวังเจี้ยนกั๋วรู้สึกว่าทั่วทั้งช่องปากถูกอัดแน่นจนเต็มไปหมด!
"แม่เจ้าโว้ย!"
รสชาติหลายระดับค่อยๆ แทรกซึมเข้ามา ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ไม่มีใครแย่งความโดดเด่นของใคร
การผัดด้วยไฟแรง ทิ้งกลิ่นหอมสดใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้
ทำให้ข้าวผัดทุกเม็ด ล้วนชุ่มฉ่ำไปด้วยความหอมสดใหม่และความนุ่มลื่นของเนื้อวัว
ไม่ใช่ว่าหวังเจี้ยนกั๋วไม่เคยกินของดีๆ มาก่อน
ในฐานะผู้จัดการแผนก เขาต้องออกงานสังคมไม่น้อย
โรงแรมระดับดาวก็เคยไป อาหารรสมือเชฟส่วนตัวก็เคยกิน
งานเลี้ยงอาหารมื้อละหลายพันหยวนยิ่งมีเป็นประจำ
แต่จะพูดยังไงดีล่ะ?
อาหารเลิศรสที่เขาเคยกินมาก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับข้าวผัดไข่ชามที่อยู่ตรงหน้า
มันช่างจืดชืดไปเลยล่ะสิไม่ว่า?!
หวังเจี้ยนกั๋วเคี้ยวไปอีกสองที
น้ำฉ่ำๆ ของเนื้อวัวผสมผสานกับกลิ่นน้ำมันหอมๆ ของข้าวผัดไข่ พุ่งพล่านไปทั่วทั้งช่องปาก
ต้นหอมซอยมอบความสดชื่นกรุบกรอบ ลดความเลี่ยนลงได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
เนื้อวัวนี่ผัดยังไงเนี่ย?
ทำไมถึงได้นุ่มขนาดนี้?
ในใจของหวังเจี้ยนกั๋วเต็มไปด้วยความสงสัย แต่การขยับปากกลับไม่ยอมหยุดลงเลยแม้แต่น้อย
ช้อนราวกับอยู่นอกเหนือการควบคุม ตักเข้าปากคำแล้วคำเล่า
แก้มตุ่ยเป็นหนูแฮมสเตอร์
ที่มุมปากยังมีข้าวติดอยู่หนึ่งเม็ด แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด
"ซี๊ด!"
หวังเจี้ยนกั๋วคีบเนื้อวัวขึ้นมากัดคำโต วินาทีนั้นก็ถูกลวกจนต้องสูดลมหายใจเฮือก
ทว่า......
ตัดใจคายทิ้งไม่ลงจริงๆ!
ถ้าคายออกมาล่ะก็
มันจะเป็นบาปหนาขนาดไหนกันเชียว?
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงกระซิบอย่างระมัดระวังดังมาจากข้างหลัง
"ผู้จัดการหวัง...... เป็นยังไงบ้างครับ?"
จางเหว่ยชะเง้อหน้ามา มองเขาด้วยสีหน้าคาดหวัง
จ้าวเหล่ยและซุนเฮ่าไอ้เด็กสองคนนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกัน
สามคน หกดวงตา จ้องมองใบหน้าของหวังเจี้ยนกั๋วเป็นตาเดียว
หวังเจี้ยนกั๋วชะงักกึก
เขาค่อยๆ หันกลับไป ที่มุมปากยังคงมีข้าวติดอยู่เม็ดหนึ่ง
"อะแฮ่ม......"
"ก็พอใช้ได้แหละ...... พอกินได้"
"พอกินได้?"
จางเหว่ยเบิกตากว้าง มองจานในมือหวังเจี้ยนกั๋วด้วยความเหลือเชื่อ
แม่งเอ๊ย นี่มันแทบจะเกลี้ยงจานอยู่แล้วนะ!
แบบนี้เรียกว่าพอกินได้อย่างนั้นเหรอ?
จ้าวเหล่ยและซุนเฮ่ามองหน้ากัน
อะไรวะเนี่ย?
ผู้จัดการหวังปากแข็งขนาดนี้เลยเหรอ?
"ผู้จัดการหวัง...... ที่มุมปากคุณมีข้าวติดอยู่เม็ดนึงครับ"
ซุนเฮ่าเตือนเสียงเบา
หวังเจี้ยนกั๋วรีบยกมือขึ้นมาเช็ด สีหน้าดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
"คืองี้...... ฉันก็แค่หิวไปหน่อย เลยกินเร็วไปนิดนึง ไม่ได้แปลว่าข้าวผัดนี่มันจะอร่อยอะไรมากมายหรอกนะ!"
"ใช่ๆๆ! ผู้จัดการพูดถูกครับ!"
จางเหว่ยพยักหน้าหงึกหงักอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่มุมปากกลับหุบยิ้มไม่ลงเลยจริงๆ
จ้าวเหล่ยยิ่งแสบกว่านั้น
หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแกล้งทำเป็นดูข้อความ แต่ความจริงแล้วเลนส์กล้องเล็งเป้าไปที่จานเปล่าของหวังเจี้ยนกั๋ว
หวังเจี้ยนกั๋วหน้าดำทะมึน
"นายจะถ่ายอะไร?"
"เปล่าครับ เปล่า! ผมดูสภาพอากาศอยู่!"
จ้าวเหล่ยรีบเก็บโทรศัพท์มือถือ
หวังเจี้ยนกั๋วแค่นเสียงเย็นชา
ถือจานเปล่าหันหลังกลับไป
แกล้งทำเป็นดูวิวทิวทัศน์ แต่ความจริงแล้วลิ้นยังคงตวัดวนอยู่ในช่องปากอย่างบ้าคลั่ง
พยายามซึมซับรสชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นหยาดหยดสุดท้าย...
ความสดใหม่นุ่มละมุนของเนื้อวัว ความหอมเข้มข้นของไข่ ความกรุบกรอบของต้นหอม
ไม่ไหว ยิ่งเลียยิ่งฟินเกินต้าน!!
หวังเจี้ยนกั๋วอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองรถเข็นขายอาหารอีกครั้ง
ซูอวิ๋นยังคงยุ่งวุ่นวาย สะเก็ดไฟพวยพุ่งออกมาเป็นระยะ
คนที่ต่อคิวก็เพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อย มืดฟ้ามัวดินไปหมด
"ผู้จัดการหวัง ให้ผมซื้อให้คุณอีกจานไหมครับ?"
จางเหว่ยลองหยั่งเชิงถาม
"ไม่ต้อง!"
หวังเจี้ยนกั๋วน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
"ฉันบอกแล้วไงว่าก็แค่พอกินได้! ไม่เห็นต้องเอามาอีกจานเลย!!"
สิ้นเสียง
ท้องของเขาก็ดันร้องโครกครากออกมาอย่างไม่รักดี
"จ๊อก~"
จางเหว่ย : ???
เสียงไม่ได้ดังมาก แต่ทั้งสี่คนกลับได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง
บรรยากาศเงียบงันลงไปในฉับพลัน
จางเหว่ย จ้าวเหล่ย และซุนเฮ่า ทั้งสามคนก้มหน้าลงพร้อมกัน ไหล่เริ่มสั่นเทิ้ม
หวังเจี้ยนกั๋วหน้าแดงก่ำ
แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"เอ่อ..... ผู้จัดการหวัง"
จางเหว่ยกลั้นขำ
"ผมซื้อให้คุณอีกจานดีกว่าครับ พอดีผมยังต่อคิวอยู่เลย"
"ฉันบอกว่าไม่ต้องไง!"
"สองจานรวดเลย!"
จางเหว่ยหันขวับกลับไปโดยไม่ให้โอกาสเขาได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
หวังเจี้ยนกั๋วอ้าปากค้าง แต่คำพูดที่มาถึงริมฝีปากก็ถูกกลืนกลับลงไปอีกครั้ง
ช่างเถอะ!
ในเมื่อพูดมาซะขนาดนี้แล้ว!
งั้นก็จะฝืนใจ...... กินอีกสักจานแล้วกัน!
คราวนี้ขอชิมเวอร์ชันซีฟู้ดหน่อยสิ!
ไม่สิ!
เวอร์ชันเนื้อวัวก็อร่อยนะ..... หรือจะเอาอย่างละจานดี?
หวังเจี้ยนกั๋วชักจะลังเล
จ้าวเหล่ยขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบ "ผู้จัดการหวัง ผมจะบอกให้นะครับ เวอร์ชันซีฟู้ดของร้านนี้อร่อยเป็นพิเศษเลยล่ะ!"
"เนื้อกุ้งตัวเบ้อเริ่ม! เด้งสู้ฟันสุดๆ!"
"ฉันไม่ได้บอกว่าจะกินสักหน่อย"
หวังเจี้ยนกั๋วปั้นหน้าขรึม
"ครับๆๆ ผมก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย"
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง ซุนเฮ่าก็ขยับเข้ามาใกล้บ้าง
"ผู้จัดการหวัง เวอร์ชันเนื้อตากแห้งก็ดีนะครับ กลิ่นรมควันหอมมาก"
"......"
"ยังมีรสชาติดั้งเดิมอีก ถึงจะถูก แต่ก็ทดสอบฝีมือที่สุด"
"ผมได้ยินมาว่าเมื่อวานมีเชฟมิชลินมาด้วยนะ กินเสร็จถึงกับอึ้งไปเลย"
"พอแล้วๆ พวกนายจะจบไหมฮะ?"
หวังเจี้ยนกั๋วโบกมืออย่างรำคาญ แต่หูกลับผึ่ง
แอบจดจำทุกรสชาติเอาไว้ในใจเงียบๆ
เดี๋ยวเอาเวอร์ชันซีฟู้ดก่อนจานนึง แล้วตามด้วยเวอร์ชันเนื้อตากแห้ง
เวอร์ชันเนื้อวัวเมื่อกี้กินไปแล้ว แต่ก็เอาอีกจานมาปิดท้ายได้
รสชาติดั้งเดิม...... ก็เอามาชิมด้วยสักจานแล้วกัน......
ไหนๆ ก็มาแล้ว เอาตามนี้แหละ!!