- หน้าแรก
- ฟาร์มไก่ปราณสะท้านยุทธภพ
- บทที่ 9 - เก็บเกี่ยว! คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สาม!
บทที่ 9 - เก็บเกี่ยว! คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สาม!
บทที่ 9 - เก็บเกี่ยว! คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สาม!
บทที่ 9 - เก็บเกี่ยว! คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สาม!
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน เขาก็ไม่ได้รีบนำไก่จิตวิญญาณไปขายที่ตลาดซีเยวี่ยนในทันที ทว่ากลับอดทนรอต่อไปอีกหลายวัน จวบจนกระทั่งตลาดใกล้จะปิด เขาจึงอุ้มไก่จิตวิญญาณตัวผู้ตัวหนึ่งมุ่งหน้าไปยังร้านธัญพืชสกุลลู่อีกครั้ง เขายังคงสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม ทว่าในครั้งนี้ เถ้าแก่ลู่ที่กำลังจิบชาอยู่กลับจดจำเขาได้ในทันที
"เชิญแขกผู้มีเกียรติเข้ามาด้านในก่อนขอรับ"
แตกต่างจากคราวก่อน เถ้าแก่ลู่เดินอ้อมโต๊ะคิดเงินออกมารอต้อนรับด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง หวังป๋ารู้สึกตื่นตระหนกแกมยินดีอยู่บ้าง ทว่าเขาก็สามารถตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบไก่ตัวผู้ในมือออกมา เถ้าแก่ลู่เพียงปรายตามองก็รับรู้ได้ในทันที
"เป็นไก่จิตวิญญาณระดับหนึ่งขั้นต่ำจริงๆ ด้วย!"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น เขาก็ยังหยิบกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งออกมา หวังป๋าสังเกตเห็นว่าบนกระดาษสีเหลืองแผ่นนั้นมีลวดลายอันลี้ลับบางเบาถูกวาดเอาไว้ ดูแฝงไว้ด้วยความลึกลับของวิถีแห่งเซียนไม่น้อย เพียงเห็นเถ้าแก่ลู่นำกระดาษสีเหลืองเข้าไปใกล้ไก่จิตวิญญาณที่กำลังดิ้นรน กระดาษยันต์แผ่นนั้นกลับลุกไหม้ขึ้นมาเองโดยไร้ซึ่งสายลม ซ้ำยังปรากฏแสงสีเทาสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมา
"ดูท่าข้าจะมองไม่ผิดจริงๆ แสงสีเทานี้... ย่อมหมายถึงขั้นต่ำ"
หวังป๋าพยักหน้ารับ เขาไม่ได้ประหลาดใจกับผลลัพธ์นี้แต่อย่างใด เมื่อเห็นว่าหวังป๋าไม่ได้มีข้อโต้แย้งอันใด เถ้าแก่ลู่ก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า
"น่าเสียดายที่ไม่ใช่ตัวเมีย อิงตามราคาตลาดในวันนี้ ข้าสามารถให้ราคาท่านได้สามก้อนกับอีกสี่เฟินหินวิญญาณระดับต่ำ"
หินวิญญาณนั้นล้ำค่ายิ่งนัก แม้แต่ในตลาดซีเยวี่ยนแห่งนี้ก็ยังไม่มีให้ใช้สอยมากนัก ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามมาตรฐานแล้ว หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนสามารถแบ่งได้เป็นสิบเฟิน สามก้อนกับอีกสี่เฟินหินวิญญาณ นับว่าให้ราคาสูงกว่าร้านอื่นๆ ที่หวังป๋าไปสอบถามมาเมื่อวานอยู่หนึ่งเฟิน หวังป๋าย่อมต้องหมายตาร้านนี้อยู่แล้ว ทว่าเขายังมีแผนการอื่นอยู่ในใจ จึงประสานมือคารวะพร้อมกล่าวว่า
"เถ้าแก่ลู่ ข้าไม่ต้องการหินวิญญาณ ขอเปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าแทนจะได้หรือไม่"
"โอ้ ไม่ต้องการหินวิญญาณรึ"
เถ้าแก่ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่วน
"เช่นนั้นย่อมประเสริฐที่สุด ไม่ปิดบังท่าน หินวิญญาณนั้นขาดแคลนมาแต่ไหนแต่ไร หากท่านต้องการหินวิญญาณ ข้าเองก็คงปวดหัวอยู่ไม่น้อย!"
ทั้งสองสบตากันแล้วส่งยิ้มให้กัน ความสัมพันธ์ดูจะสนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลังจากสนทนากันอย่างออกรส เถ้าแก่ลู่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"ไม่ทราบว่าท่านต้องการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งใดหรือ"
หวังป๋าไม่ลังเลเลยที่จะบอกกล่าวความต้องการที่ตนเองขบคิดมาเนิ่นนานออกไป
"ข้าต้องการแลกเป็นไก่ล้ำค่าสักฝูงหนึ่ง"
"แลกเปลี่ยนเป็นไก่ล้ำค่างั้นรึ"
นัยน์ตาของเถ้าแก่ลู่ทอประกายวูบวาบ เขาลูบเคราพร้อมกล่าวว่า
"ไก่ล้ำค่านั้นร้านเราย่อมมีอยู่แล้ว ท่านต้องการนำหินวิญญาณสามก้อนกับอีกสี่เฟินนี้ไปแลกเป็นไก่ล้ำค่าทั้งหมดเลยงั้นรึ"
"เอ่อ... เก็บหินวิญญาณไว้สี่เฟินก็พอ ส่วนที่เหลือทั้งหมดขอแลกเป็นไก่ล้ำค่า ไม่ทราบว่าจะแลกได้สักกี่ตัวหรือ"
หวังป๋าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็เลือกที่จะเก็บเศษหินวิญญาณเอาไว้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
"หินวิญญาณสามก้อน... เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะคิดราคาตามที่รับซื้อไก่ล้ำค่าก็แล้วกัน"
เถ้าแก่ลู่หยิบลูกคิดออกมา ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ดีดลูกคิดอย่างคล่องแคล่ว
"ไก่ล้ำค่าตัวเมียราคาตัวละสามเฟินสองหลี ส่วนตัวผู้ ข้าตีราคาให้หนึ่งเฟินห้าหลีก็แล้วกัน รวมเป็นคู่ละสี่เฟินเจ็ดหลีหินวิญญาณ ข้ายอมขาดทุนให้ท่านหน่อยก็แล้วกัน ให้ไก่ตัวเมียหกตัว ไก่ตัวผู้เจ็ดตัว ท่านว่าอย่างไร"
หวังป๋าลอบคำนวณอยู่ในใจ สำหรับหมู่บ้านแล้ว ไก่ตัวเมียย่อมยิ่งมากยิ่งดี ไม่เพียงแต่จะสามารถออกไข่ได้เท่านั้น ทว่าตัวมันเองก็ยังมีพลังปราณที่อุดมสมบูรณ์กว่าด้วย ทว่าสำหรับเขาแล้ว ในเวลานี้ไก่ตัวผู้กลับมีประโยชน์ต่อเขามากกว่า เขาเพียงแค่ต้องทำให้ไก่ตัวผู้เหล่านี้ทะลวงขีดจำกัด จากนั้นก็ค่อยๆ ดูดซับอายุขัยทีละตัว เขาก็จะสามารถเก็บเกี่ยวอายุขัยได้เป็นจำนวนมหาศาล แล้วนำอายุขัยเหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็นพลังในการฝึกฝนคัมภีร์เสริมกายา นับว่าพอจะช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมาได้บ้าง รอจนกว่าจะได้รับตำราเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ที่ฝากผู้ดูแลหลี่ซื้อมา เขาค่อยหาวิธีขยับขยายกิจการอย่างช้าๆ และมีเหตุผลรองรับอย่างเหมาะสม ทั้งไม่ดึงดูดความสนใจของผู้คน อีกทั้งยังสามารถยกระดับตนเองขึ้นไปได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะล่าช้าไปสักหน่อย แต่ก็ปลอดภัยไร้กังวล
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเสนอเงื่อนไขของตนเองออกไปตรงๆ หินวิญญาณสามก้อนสามารถแลกไก่ล้ำค่าตัวผู้ได้ยี่สิบตัว เขาขอเพิ่มอีกสองตัว เถ้าแก่ลู่มีสีหน้าหนักใจ
"เช่นนี้... ไก่ตัวผู้สองตัว มีมูลค่าถึงสามเฟินหินวิญญาณเชียวนะ..."
ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับลิงโลดเป็นที่สุด เพราะไก่ล้ำค่าตัวเมียนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังปราณ อีกทั้งยังสามารถออกไข่ได้ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก กำไรที่ได้จากการขายก็สูงกว่าไก่ตัวผู้มากนัก หากไม่ใช่เพราะต้องการรักษาลูกค้าประจำไว้ เขาคงไม่มีทางยอมขายในราคารับซื้อมากถึงเพียงนี้หรอก ทว่าแม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่ใบหน้ากลับยังคงแสร้งทำเป็นลำบากใจ ท้ายที่สุดก็กัดฟันกล่าวว่า
"ตกลง! ข้ากับน้องชายคุยกันถูกคอแต่แรกพบ ขอยกย่องท่านเป็นน้องชายก็แล้วกัน น้องชายเอ๋ย ข้ายอมขาดทุนอีกหน่อยก็ไม่เป็นไร! ทว่าคราวหน้าหากมีไก่จิตวิญญาณมาอีก ก็อย่าลืมนึกถึงพี่ชายคนนี้เป็นคนแรกเล่า!"
"เป็นความโชคดีของข้าต่างหาก หากคราวหน้ามีวาสนาเช่นนี้อีก ข้าย่อมต้องมาหาพี่ชายลู่อย่างแน่นอน"
ทั้งสองสนทนากันอย่างออกรส ไม่นานนัก เถ้าแก่ลู่ก็พาเขาเดินเข้าไปด้านในของร้าน หวังป๋าเพิ่งจะค้นพบว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ ด้านหลังร้านมีเล้าไก่และคอกหมูขนาดเล็กถูกสร้างเอาไว้ด้วย เขาคัดเลือกไก่ล้ำค่าที่มีอายุขัยยืนยาวออกมาทีละตัว ก่อนจะแบกตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่สูงท่วมหัวเดินออกจากตลาดไปด้วยความพึงพอใจ ก่อนจากไป เถ้าแก่ลู่ยังยัดถุงใบเล็กๆ ให้เขาหนึ่งใบ พร้อมบอกให้เขากลับไปเปิดดูที่บ้าน หวังป๋าก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
เถ้าแก่ลู่ยืนมองแผ่นหลังของหวังป๋าที่ค่อยๆ เดินจากไป เขาประคองถ้วยชาขึ้นจิบคำหนึ่ง แล้วหันไปสั่งเด็กรับใช้ข้างกายว่า
"ไก่จิตวิญญาณนั้นหาได้ยากยิ่งนัก ลองไปสืบดูสิว่าช่วงนี้หมู่บ้านอักษรติงมีคนเข้ามาใหม่หรือไม่"
เด็กรับใช้ผู้นี้มีไหวพริบไม่เบา รีบเสนอแผนการทันที
"นายท่าน ให้คนสะกดรอยตามเขาไปดีหรือไม่ขอรับ"
ใครจะไปคาดคิดว่าเถ้าแก่ลู่จะตบฉาดเข้าให้
"เจ้ากินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไร ข้าให้เจ้าไปสืบข่าว ก็เพื่อที่วันหน้าเราจะได้มีช่องทางรับซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ให้เจ้าไปก่อเรื่อง! หากเบื้องหลังของเจ้าหนุ่มนั่นมียอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่ ต่อให้มีเจ้าสิบคนก็ไม่พอให้ตายหรอก! ไป! แค่ไปสืบข่าวมาก็พอ อย่าได้แกว่งเท้าหาเสี้ยน!"
"ขอรับ! ขอรับ!"
เด็กรับใช้ยกมือขึ้นกุมใบหน้า ไม่กล้าปริปากเอ่ยสิ่งใดอีกเลย
...
เขายังคงเดินวกไปวนมาเช่นเดิม เนื่องจากหวังป๋าเลือกเวลาได้ดียิ่งนัก ระหว่างทางเขาจึงแทบไม่พบเจอผู้คนเลย ทว่าต่อให้คัมภีร์เสริมกายาขั้นแรกจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย แต่การแบกไก่ล้ำค่าถึงยี่สิบสองตัวเดินไปตามเส้นทางภูเขาอันแสนยาวไกล ก็ยังคงทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่กอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไก่นั้นมักจะถ่ายมูลบ่อยครั้ง ขี้ไก่จำนวนไม่น้อยจึงซึมออกจากตะกร้าไม้ไผ่มาเปรอะเปื้อนตามร่างกายของเขา กลิ่นเหม็นหึ่งตลบอบอวลไปทั่ว หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงรังเกียจจนแทบอาเจียนออกมาแล้ว ทว่าหวังป๋าในยามนี้กลับไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สายตาที่เขามองไปยังไก่ล้ำค่าเหล่านั้น กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดียิ่งกว่าตอนที่ได้เห็นทรัพย์สมบัติเงินทองเสียอีก ท้ายที่สุดแล้ว ไก่ล้ำค่าเหล่านี้ในสายตาของเขา ก็คืออายุขัยที่สามารถเดินเหินได้นั่นเอง!
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน เขาก็ไม่รอช้า รีบนำไก่ตัวผู้ที่เพิ่งแลกมาเหล่านี้มาฝากอายุขัยให้ตัวละศูนย์จุดหนึ่งปีในทันที จากนั้นก็ทำเครื่องหมายไว้ทีละตัว แล้วปล่อยพวกมันเข้าไปรวมกับฝูงไก่ในหมู่บ้าน ทั้งยังสั่งให้คนส่งอาหารไก่เพิ่มปริมาณอาหารไก่อีกหลายถังในแต่ละวัน
แปดวันต่อมา
"อายุขัยของไก่ล้ำค่าตัวผู้ฝูงนี้ไม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วสินะ"
หวังป๋าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็จับไก่ล้ำค่าตัวผู้เหล่านี้มาทีละตัว เพื่อดูดซับอายุขัย! ทั้งหมดยี่สิบสองตัว ดูดซับอายุขัยมาตัวละห้าสิบห้าปี! เมื่อเปลี่ยนมาเป็นอายุขัยของเขา ก็จะได้ตัวละห้าจุดห้าปี รวมทั้งหมดก็คือหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดปี!
[อายุขัยคงเหลือของร่างต้นในปัจจุบัน: 179.1 ปี]
[รายการที่สามารถเผาผลาญได้: คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่ 2 เมื่อคำนวณจากพรสวรรค์และรากกระดูกโดยรวมแล้ว ต้องใช้อายุขัย 18 ปี]
อย่างไร้สาเหตุ หวังป๋ารู้สึกราวกับว่าตนเองได้ย้อนกลับไปอยู่ในวัยสิบแปดปีอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวา เมื่อมองดูตัวเลขบนหน้าต่างข้อมูล ในใจของเขาก็บังเกิดความพึงพอใจราวกับได้ครอบครองชีวิตอมตะ ทว่าเขาก็สามารถสลัดหลุดจากภาพลวงตาเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว
"ความเป็นอมตะในตอนนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น! มีเพียงการก้าวเข้าสู่วิถีแห่งเซียนอย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะมีความหวังที่จะเป็นอมตะได้!"
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
[อายุขัย -18 ปี!]
คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สอง สำเร็จ!
[อายุขัย -36 ปี!]
คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่สาม สำเร็จ!
[อายุขัยคงเหลือของร่างต้นในปัจจุบัน: 125.1 ปี]
[รายการที่สามารถเผาผลาญได้: คัมภีร์เสริมกายาขั้นที่ 4 เมื่อคำนวณจากพรสวรรค์และรากกระดูกโดยรวมแล้ว ต้องใช้อายุขัย 72 ปี!]
ขณะที่เขากำลังจะกดเผาผลาญเพื่อทะลวงขั้นที่สี่ หวังป๋าก็บังเกิดความลังเลขึ้นมาอย่างกะทันหัน
[จบแล้ว]