เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - กลับคืน!

บทที่ 5 - กลับคืน!

บทที่ 5 - กลับคืน!


บทที่ 5 - กลับคืน!

ในวันเวลาต่อจากนั้น หวังป๋าไม่ได้ดึงดูดหรือฝากอายุขัยเข้าไปอีก เขากำลังรอคอยให้ผู้อาวุโสซุนจากไป มีเพียงรอให้ผู้อาวุโสซุนจากไปแล้วเท่านั้น เขาถึงจะสามารถทำตามแผนการที่วางไว้ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้อย่างสบายใจ เขาพยายามข่มกลั้นความปรารถนาที่จะใช้พลังวิเศษเอาไว้ ทุกวันเอาแต่วุ่นวายอยู่กับการขนย้ายอาหารไก่ หมักอาหารไก่ ให้อาหาร เก็บไข่ ตรวจสอบสุขภาพของไก่ และทำความสะอาดมูลไก่

ขี้ไก่เหล่านี้ก็มีคนมารับซื้อ ราคากิโลละราวๆ สองเฉียนเงิน ทุกวันเขาจะต้องตักขี้ไก่ออกมาหลายสิบกิโลกรัม พวกพ่อค้าหน้าเลือดที่มารับซื้อขี้ไก่มักจะมาร้องเรียกอยู่ที่ตีนเขาตั้งแต่เช้าตรู่ เร่งเร้าอย่างร้อนใจ เงินที่ได้จากการขายขี้ไก่เหล่านี้เขากับผู้อาวุโสซุนแบ่งกันคนละครึ่ง ทว่ามันก็เพียงพอแค่ค่าอาหารในแต่ละวันเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วราคาสินค้าในตลาดนั้นแพงกว่าตีนเขามากนัก ยามค่ำคืน เขาก็จะขลุกอยู่ในห้องพักเพื่อใคร่ครวญและฝึกฝนคัมภีร์เสริมกายาอย่างละเอียด แม้ผลลัพธ์จะไม่ชัดเจนนัก แต่เขาก็มีความเข้าใจในเคล็ดวิชานี้เพิ่มขึ้นไม่น้อย

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปวันแล้ววันเล่า ครึ่งเดือนต่อมา ผู้ดูแลหลี่ก็เดินทางมาตามกำหนดนัดหมาย

"โอ้ ผู้อาวุโสซุนเพาะเลี้ยงไก่จิตวิญญาณขึ้นมาได้อีกแล้วหรือ"

ผู้ดูแลหลี่ผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนมองดูไก่ตัวเมียตัวใหญ่ที่ถูกจับขังไว้ในกรง นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดี

"มิกล้ากล่าวว่าเป็นการเพาะเลี้ยงหรอก ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงดูมันมาได้อย่างไร อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญกระมัง"

ผู้อาวุโสซุนไม่ได้แอบอ้างความดีความชอบแต่อย่างใด กล่าวไปตามความเป็นจริง ทว่าในสถานการณ์ที่หวังป๋าไม่อาจก้าวออกมายอมรับความดีความชอบนี้ได้ ความดีความชอบนี้ย่อมตกเป็นของผู้อาวุโสซุนโดยปริยาย ผู้ดูแลหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจอันใด การถือกำเนิดของไก่จิตวิญญาณนั้นมักเต็มไปด้วยความบังเอิญ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีตัวอย่างคล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นไม่น้อย

"ผู้อาวุโสซุนถ่อมตัวเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่าท่านต้องการจะลงจากเขาหรือ"

"ถูกต้องแล้วขอรับ ข้าน้อยชราภาพมากแล้ว ย่อมอยากจะกลับไปทอดร่างที่บ้านเกิด"

"น่าเสียดายยิ่งนัก ผู้อาวุโสซุนมากด้วยประสบการณ์ ถือเป็นทรัพย์สมบัติอันหาได้ยากยิ่งของหมู่บ้านอักษรติงแห่งนี้"

ผู้ดูแลหลี่กล่าวรั้งไว้พอเป็นพิธี เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากกล่าว

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้เปลี่ยนรางวัลเสียใหม่ ผู้อาวุโสซุนรับใช้สำนักมาหลายสิบปี เหนื่อยยากลำบากมามาก เมื่อรวมกับไก่จิตวิญญาณตัวนี้ บางทีอาจจะสามารถลงจากเขาไปในฐานะผู้ดูแลได้"

"โอ้ สามารถทำเช่นนั้นได้ด้วยหรือขอรับ!"

ผู้อาวุโสซุนได้ยินเช่นนั้นก็สะท้านไปทั้งร่าง นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีเหนือความคาดหมาย

"ฐานะผู้ดูแลนั้นต้องให้ผู้อาวุโสระดับสูงเป็นผู้ตัดสิน ข้าจะไปก้าวก่ายได้อย่างไร จะสำเร็จหรือไม่ ผู้อาวุโสซุนเพียงแค่รอฟังข่าวจากข้าก็พอ"

คำพูดของผู้ดูแลหลี่นั้นรัดกุมไร้ช่องโหว่

"ขอบพระคุณผู้ดูแลหลี่ หากสามารถลงจากเขาไปในฐานะผู้ดูแลได้ ข้าน้อยก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่เกิดมา!"

ผู้อาวุโสซุนซาบซึ้งจนน้ำตาไหลริน หวังป๋าที่ยืนเงียบมาตลอดรีบยื่นกรงไก่ส่งให้ผู้ดูแลหลี่ ทว่าในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสกับไก่ตัวเมียตัวใหญ่ เขากลับต้องชะงักงันไป

[อายุขัยเป้าหมาย: 57.9 ปี]

"เอ๊ะ เหตุใดจึงกลายเป็นห้าสิบเจ็ดจุดเก้าปีไปได้"

นัยน์ตาของหวังป๋าทอประกายความสงสัย เขาจำได้แม่นยำว่าอายุขัยเดิมของไก่ตัวเมียตัวนี้คือสิบเก้าจุดสองปี คืนนั้นเขาทะยอยฝากอายุขัยเข้าไปอีกสองปี ตามปกติแล้วมันควรจะเป็นยี่สิบเอ็ดจุดสองปีสิ ทว่าตัวเลขที่ปรากฏแก่สายตากลับกลายเป็นห้าสิบเจ็ดจุดเก้าปี เพิ่มขึ้นมากว่าเท่าตัวเสียอีก! ทว่าความสงสัยเหล่านี้ยังไม่ทันได้คิดให้ถี่ถ้วน ผู้ดูแลหลี่ก็รับกรงไก่ไปเสียแล้ว เขามองสำรวจผ่านกรงไม้ไปมา พยักหน้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี

"เป็นไก่จิตวิญญาณจริงๆ ด้วย ซ้ำยังอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม! ผู้อาวุโสซุนวางใจได้ มีของวิเศษชิ้นนี้อยู่ เรื่องนี้ต้องสำเร็จอย่างแน่นอน!"

กล่าวจบผู้ดูแลหลี่ก็กำชับหวังป๋าอีกสองสามประโยค แล้วสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

"เจ้าหนุ่มหวัง เจ้าก็อย่าได้โทษข้าเลยที่นำของรางวัลนี้ไปเปลี่ยน สถานการณ์เมื่อครู่นี้เจ้าก็เห็นอยู่ ข้ามิอาจปฏิเสธได้จริงๆ"

ผู้อาวุโสซุนหันหลังกลับมา ใบหน้าที่เคยซาบซึ้งจนน้ำตาไหลรินเมื่อครู่พลันมลายหายไปจนสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือรอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้า ตามกฎระเบียบของสำนัก หากส่งมอบไก่จิตวิญญาณตัวนี้ จะสามารถละเว้นการส่งมอบไปได้หนึ่งปี ซึ่งสำหรับหวังป๋าผู้รับช่วงต่อ ย่อมเป็นการลดภาระความกดดันลงไปได้อย่างมหาศาล ทว่าบัดนี้ผู้ดูแลหลี่กลับเป็นผู้ตัดสินใจ นำของรางวัลไปเปลี่ยนเป็นการยกระดับฐานะของผู้อาวุโสซุนแทน เช่นนั้นก็ย่อมไม่เกี่ยวข้องอันใดกับหมู่บ้านแห่งนี้อีก หวังป๋ายังคงต้องส่งมอบไก่ตามกำหนดในทุกๆ เดือน

หวังป๋าไม่ได้มีความขุ่นเคืองอันใดต่อผู้อาวุโสซุน สถานการณ์เมื่อครู่นี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อาวุโสซุนจะสามารถตัดสินใจได้จริงๆ ในเวลานี้ภายในใจของเขายังคงมีข้อสงสัยประการนั้นหลงเหลืออยู่ เหตุใดอายุขัยของไก่ตัวเมียตัวใหญ่นั้นถึงได้กลายเป็นห้าสิบเจ็ดจุดเก้าปีไปได้ หรือว่าจะเป็นเพราะเขานำอายุขัยฝากเข้าไป หวังป๋าครุ่นคิดอยู่ในใจ ทว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาทดสอบ เขาทำได้เพียงข่มกลั้นความปรารถนาเอาไว้ ยังคงทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดียวกับวันก่อนๆ ขนย้ายอาหารไก่ หมักอาหารไก่ ให้อาหาร เก็บไข่... เหน็ดเหนื่อยจนแทบขาดใจ

เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครึ่งเดือน ผู้ดูแลหลี่ก็ส่งข่าวมาในที่สุด

ฐานะของผู้อาวุโสซุนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้ดูแลจริงๆ และในวันที่สองหลังจากได้รับตำแหน่งผู้ดูแล ผู้อาวุโสซุนก็สวมชุดหรูหรา นำทรัพย์สินเงินทองที่เก็บหอมรอมริบมาหลายปีติดตัวลงจากเขาไป หวังป๋าเดินไปส่งเขาจนถึงหน้าประตูสำนัก และเป็นเพียงคนเดียวที่มาส่ง

ผู้อาวุโสซุนที่ดูราวกับเศรษฐีเฒ่ากลับยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย

"เข้าสำนักมาห้าสิบปี ถึงคราวจากไปกลับมีเพียงเจ้าที่เป็นคนหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานมาส่ง... ชั่วชีวิตนี้ ข้าดิ้นรนไปเพื่อสิ่งใดกันแน่..."

หวังป๋าเองก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวคำใดดี ทุกอย่างล้วนเป็นการตัดสินใจของตนเอง จะไปโทษผู้อื่นได้อย่างไร ทว่าเมื่อนึกถึงตนเอง หากไม่มีพลังวิเศษคู่กาย อีกหลายสิบปีให้หลังก็คงต้องเดินจากไปอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างและเงียบเหงาเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวเหน็บในใจ

"หรือว่า... ควรจะหาสหายรู้ใจสักคน มาคอยคลายหนาวให้แก่กันและกันดี... ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา"

ยากจนเกินไป ซ้ำยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจริงๆ

ผู้อาวุโสซุนเดินลงเขาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็เดินย้อนกลับมาท่ามกลางสายตาอันงุนงงของหวังป๋า เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหยิบชุดจุดไฟทำจากไม้ไผ่ออกมาจากอกเสื้อ แล้วยัดมันใส่มือของหวังป๋า จากนั้นก็รีบเร่งฝีเท้าลงจากเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ราวกับกลัวว่าตนเองจะเปลี่ยนใจ และราวกับไม่อยากหยุดพัก ณ สถานที่ที่ฝากฝังความหวังมาทั้งชีวิตทว่ากลับไม่ได้รับสิ่งใดตอบแทนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน ในเวลานี้ทั่วทั้งหมู่บ้านนอกจากเขาแล้ว ก็มีเพียงฝูงไก่ล้ำค่า สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกสงบใจและเป็นอิสระอย่างบอกไม่ถูก สัญชาตญาณบอกให้เขาเริ่มทำการทดสอบกับเหล่าไก่ล้ำค่าในทันที ทว่าเขาก็ยังคงข่มความปรารถนาเอาไว้ หยิบชุดจุดไฟที่ผู้อาวุโสซุนมอบให้ก่อนจากไปออกมาตรวจสอบ ชุดจุดไฟนี้เป็นสิ่งของที่พบเห็นได้ทั่วไป มนุษย์ธรรมดาที่ต้องเดินทางไกลล้วนต้องพึ่งพาสิ่งนี้ในการก่อไฟ โดยปกติแล้วจะใช้กระดาษหยาบๆ ม้วนเป็นแท่งแล้วยัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก จุดไฟให้ลุกไหม้ก่อนจะดับให้เหลือเพียงเถ้าถ่านที่คุกรุ่น เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ออกแรงเป่าลมเข้าไปติดๆ กัน ไฟก็จะลุกพรึบขึ้นมา ทว่าสิ่งที่หวังป๋าไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดผู้อาวุโสซุนจึงต้องยัดชุดจุดไฟนี้ให้กับเขา ซ้ำยังมีท่าทีราวกับกำลังมอบสมบัติประจำตระกูลให้เสียด้วย

เมื่อครุ่นคิดได้ดังนั้น หวังป๋าจึงตัดสินใจดึงม้วนกระดาษออกจากกระบอกไม้ไผ่ ดับเถ้าถ่านที่คุกรุ่นอยู่จนดับสนิท แล้วคลี่ม้วนกระดาษออก ทันทีที่คลี่ออก เขาก็พบกับความผิดปกติในทันที

"ตรงนี้... มีกระดาษสีทองสอดไส้ไว้นี่!"

หวังป๋าเบิกตากว้าง รีบคลี่กระดาษสีทองออก อาศัยแสงอาทิตย์สาดส่องเพื่อเพ่งพินิจอย่างละเอียด แล้วเขาก็ต้องพบว่าบนกระดาษสีทองนั้น มีตัวอักษรขนาดเล็กจิ๋วเท่าขาแมลงวันสลักเอาไว้อย่างหนาแน่น! เมื่อกะประมาณดูคร่าวๆ น่าจะมีถึงสี่หมื่นกว่าตัวอักษร! เมื่อเทียบกับจำนวนตัวอักษรในคัมภีร์เสริมกายาแล้ว ถือว่ามากกว่าหลายเท่านัก หวังป๋าหรี่ตาลง ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะฝืนอ่านตัวอักษรไม่กี่ตัวที่อยู่ด้านบนสุดออก

คัมภีร์มหามายาเทพหยิน!

"เคล็ดวิชาหรือ"

หวังป๋าชะงักไปเล็กน้อย พลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที นั่นเป็นเพราะเงื่อนไขพื้นฐานที่สุดของเคล็ดวิชาในสำนักเซียนทั้งหลายก็คือ ต้องมีรากปราณ หากไร้ซึ่งรากปราณ ต่อให้เป็นสุนัขก็ยังไม่ชายตามอง เคล็ดวิชาอย่างคัมภีร์เสริมกายานั้นถือว่าหาได้ยากยิ่งนัก ดังนั้นหวังป๋าจึงหมดความสนใจไปโดยปริยาย

"เพียงแต่... ผู้อาวุโสซุนเองก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เหตุใดจึงเก็บสะสมเคล็ดวิชาเอาไว้ได้"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หวังป๋ายังคงหรี่ตาลง พยายามฝืนอ่านตัวอักษรทีละตัวๆ จนจบไปหนึ่งรอบ ลำพังแค่เรื่องนี้ก็กินเวลาไปถึงครึ่งค่อนวันแล้ว ทว่าหลังจากอ่านจบ บนใบหน้าของหวังป๋ากลับปรากฏรอยยิ้มแห่งความปีติยินดี

"เคล็ดวิชานี้กลับไม่ต้องการรากปราณ! ซ้ำยังเหมือนกับคัมภีร์เสริมกายา ที่ต้องอาศัยความเพียรพยายามดั่งน้ำหยดลงหิน เพียงแต่เคล็ดวิชานี้มีปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - กลับคืน!

คัดลอกลิงก์แล้ว