เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - การร่วมมือ

บทที่ 27 - การร่วมมือ

บทที่ 27 - การร่วมมือ


บทที่ 27 - การร่วมมือ

กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่ดักซุ่มอยู่หน้าร้าน เมื่อเห็นมีคนกำลังจะเดินเข้าไป ก็เตรียมจะเข้าไปขับไล่เช่นเคย

ทว่าเมื่อเพ่งมองให้ดีแล้วพบว่าเป็นเซี่ยจื่ออี้ พวกมันก็ชะงักงันไปด้วยความลังเล

และในชั่วขณะที่พวกรอลังเลอยู่นั้น เซี่ยจื่ออี้ก็นำพากลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรมาหยุดอยู่หน้าประตูร้านของสวีชิวเฉี่ยนเป็นที่เรียบร้อย

เซี่ยจื่ออี้ตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

"ผู้จัดการสวี ท่านอยู่หรือไม่?"

สวีชิวเฉี่ยนได้ยินเสียงเรียก จึงเดินลงมาจากชั้นสองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นี่มันกองกำลังหนุนชั้นดีเลยนี่นา!

"อยู่สิ"

"พวกเรามารับสินค้า ไม่ทราบว่าของที่สั่งไว้มาถึงแล้วหรือยัง?"

"ย่อมมาถึงแล้ว"

"เช่นนั้นก็ส่งของมาให้พวกเราเถิด ศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือพวกเราก็เตรียมมาพร้อมแล้ว"

เซี่ยจื่ออี้กล่าวพลางเตรียมจะล้วงศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือออกมา

"พวกเจ้ารีบร้อนเอาของงั้นหรือ?" สวีชิวเฉี่ยนรีบเอ่ยขัด "ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือกับพวกเจ้าสักหน่อย ดังนั้นข้าขอจัดการส่งของให้คนอื่นๆ ก่อน ดีหรือไม่?"

"เหตุใดจึงไม่มอบให้ข้าก่อนเล่า ข้า..." ยังไม่ทันจบประโยค เซี่ยจิ้งอวี้ก็คว้าแขนเขาไว้

เซี่ยจิ้งอวี้หันไปยิ้มให้สวีชิวเฉี่ยน "ไม่เป็นไรหรอก เช่นนั้นก็ส่งของให้ผู้อื่นก่อนเถิด"

สวีชิวเฉี่ยนหันไปหากลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่เหลือ "รบกวนพวกเจ้าเข้ามาทีละคน ข้าจะจัดการแลกเปลี่ยนสินค้าให้พวกเจ้าทีละคน"

อีกด้านหนึ่ง

"จิ้งอวี้ เจ้าห้ามข้าไว้ทำไม?" เซี่ยจื่ออี้กระซิบถามด้วยความไม่พอใจ

"อุตส่าห์รอมาตั้งนาน จะรออีกสักประเดี๋ยวจะเป็นไรไป อีกอย่าง เจอมองไม่เห็นคนพวกนั้นที่ดักซุ่มอยู่ด้านนอกร้านหรือไร?"

"เห็นสิ แล้วมัน..." เมื่อเซี่ยจิ้งอวี้สะกิดเตือน เซี่ยจื่ออี้ก็พลันเข้าใจเรื่องราวทะลุปรุโปร่ง "เจ้าหมายความว่า ผู้จัดการสวีกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากงั้นหรือ?"

"น่าจะเป็นเช่นนั้น และหากข้าดูไม่ผิด คนพวกนั้นน่าจะเป็นคนของตระกูลจ้าว"

เซี่ยจื่ออี้ครุ่นคิดตาม "ผู้จัดการสวีไปล่วงเกินตระกูลจ้าวได้อย่างไร?"

"ข้าเองก็ไม่รู้ รอประเดี๋ยวก็คงรู้เองนั่นแหละ"

ทั้งสองจึงยืนรอให้สวีชิวเฉี่ยนจัดการมอบสินค้าให้คนอื่นๆ จนเสร็จสิ้น

ทางด้านสวีชิวเฉี่ยน กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่มานั้นล้วนมีท่าทีระแวงสงสัย หนำซ้ำยังมีผู้ที่ไม่ได้สั่งจองสินค้าตามมาดูลาดเลาด้วย เพียงเพื่ออยากพิสูจน์ว่าสวีชิวเฉี่ยนจะสามารถหาของที่ต้องการมาให้ได้จริงดังที่คุยโวไว้หรือไม่

"ของที่เจ้าต้องการคือ..."

"ไม้เท้าเก้าเตาอิง"

สวีชิวเฉี่ยนพยักหน้ารับ "จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือมา แล้วข้าจะมอบไม้เท้าเก้าเตาอิงให้"

ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นจำยอมจ่ายศิลาวิญญาณอีกแปดร้อยก้อน สวีชิวเฉี่ยนรับมาแล้วแปลงเป็นคะแนนในทันที ก่อนจะเข้าไปในร้านค้าแดนศูนยตาเพื่อซื้อไม้เท้าเก้าเตาอิง ทุกขั้นตอนใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย

"นี่คือไม้เท้าเก้าเตาอิงของเจ้า รับไปสิ คนต่อไป"

"ของข้าคือดินพุทธะไร้รูป"

"จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือมา..."

ภาพการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างคึกคักเบื้องหน้า ทำให้กลุ่มคนของตระกูลจ้าวที่ดักซุ่มอยู่ภายนอกเริ่มนั่งไม่ติด

"ศิษย์พี่ เอาอย่างไรดี? พวกเราจะเข้าไปขัดขวางหรือไม่?"

"เจ้าไม่เห็นเซี่ยจื่ออี้หรือไร? หรือเจ้าอยากจะไล่ตะเพิดเซี่ยจื่ออี้ไปด้วย?"

"แต่จะปล่อยให้นางขายของต่อไปได้อย่างไร นายท่านรองกำชับนักหนาว่า ห้ามปล่อยให้นางขายของได้แม้แต่ชิ้นเดียว"

"เจ้ากลับไปรายงานนายท่านรอง ถามดูว่าจะให้จัดการอย่างไร"

คนผู้นั้นรับคำสั่งแล้วรีบเร่งรุดไป

หนึ่งเค่อต่อมา นอกเหนือจากสินค้าของเซี่ยจื่ออี้แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ล้วนได้รับสินค้าที่ตนเองสั่งจองไว้จนครบถ้วน

ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนล้วนตกตะลึงอ้าปากค้าง

พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า ภายในเวลาเพียงสามวัน สวีชิวเฉี่ยนจะสามารถเสาะหาสิ่งของที่พวกเขาต้องการมาได้ครบทุกชิ้น!

ต้องรู้ก่อนว่า ของล้ำค่าเหล่านี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ ณ สถานที่แห่งเดียว ทว่ากระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศ ทั้งยันต์ ค่ายกล ของวิเศษ และวัตถุดิบต่างๆ การที่สวีชิวเฉี่ยนสามารถหามาได้ทั้งหมด ย่อมหมายความว่านางต้องมีคลังสินค้าขนาดมหึมา หรือไม่ก็มีเส้นสายกว้างขวาง หรือไม่ก็... ของที่พวกเขาต้องการ นางบังเอิญมีอยู่พอดี

ข้อแรกนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง ในแดนเซียนมีของวิเศษมากมายก่ายกอง คงไม่มีผู้ใดมีปัญญาเก็บสะสมไว้ได้ทุกอย่าง

เช่นนั้นก็เหลือเพียงความเป็นไปได้ข้อเดียว

นั่นคือการที่นางมีเส้นสายกว้างขวาง ซึ่งก็หมายความว่าเบื้องหลังของนางต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน!

ทว่าบุคคลระดับนี้ ไฉนจึงมาเปิดร้านขายของชำเล็กๆ อยู่ที่ถนนหงอันแห่งนี้เล่า?

หรือจะเป็นเพราะของที่พวกเขาต้องการ นางบังเอิญมีอยู่พอดีจริงๆ?

มีคนอดใจไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ผู้จัดการสวี ของเหล่านี้ท่านไปหามาจากที่ใดกัน?"

สวีชิวเฉี่ยนเพียงยิ้มบางๆ ไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหันไปหาเซี่ยจื่ออี้

"รบกวนทั้งสองท่านตามข้าเข้ามาด้านในเถิด ส่วนลูกค้าท่านอื่น เชิญทำตามอัธยาศัย"

เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้เดินตามสวีชิวเฉี่ยนเข้าไปในร้าน

นางผายมือเชิญทั้งสองให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร

"เชิญนั่ง" อวิ๋นอี้ก้าวเข้ามาเสิร์ฟชาอย่างรู้หน้าที่ "ร้านเราไม่มีของล้ำค่าไว้ต้อนรับ เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ใบชาปราณชิงหลิงรสชาติดีมา จึงชงมาให้พวกท่านลองลิ้มชิมรสดู"

เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้สบตากันอย่างมีความหมาย

ก่อนจะหลุบตามองถ้วยชาเบื้องหน้า

มันคือจอกหยกหลิวหลี

ทว่าทั้งสองย่อมดูออกว่า จอกหยกใบนี้ไม่ใช่งานฝีมือของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

"จอกใบนี้..."

"มันคือจอกหลิวหลีเหมันต์ หลอมขึ้นจากศิลาเหมันต์วิญญาณ ผิวสัมผัสเย็นเฉียบ เมื่อรินน้ำเดือดจัดลงไป มันจะช่วยลดอุณหภูมิลงได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งศิลาเหมันต์วิญญาณยังแผ่ซ่านไอพลังปราณบริสุทธิ์ออกมา แม้จะเป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดา เมื่อรินใส่จอกใบนี้ ก็จะกลายเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงปราณได้"

"ข้าย่อมรู้ดีว่ามันคือจอกหลิวหลีเหมันต์ ทว่าของวิเศษชิ้นนี้หาได้เฉพาะในทวีปซีเยว่เท่านั้นมิใช่หรือ?"

สวีชิวเฉี่ยนแย้มยิ้ม ก่อนจะนำม้วนเส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณออกมาวาง เส้นด้ายแต่ละเส้นมีขนาดเล็กจิ๋วจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีเพียงเมื่อมันพันเกลียวรวมกัน จึงจะมองเห็นเป็นรูปร่าง

"ของวิเศษจากทวีปซีเยว่ หาได้ยากเย็นเพียงนั้นเชียวหรือ?"

"หญ้าผสานเซียน!" เซี่ยจื่ออี้ดวงตาเบิกกว้าง เอื้อมมือหมายจะคว้ามาในทันที

สวีชิวเฉี่ยนดึงหญ้าผสานเซียนกลับมาทางตนเล็กน้อย

"อ้อ จริงสิ ข้ายังไม่ได้จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือให้ผู้จัดการสวีเลยนี่นา"

เซี่ยจื่ออี้ล้วงศิลาวิญญาณระดับกลางเจ็ดสิบก้อนออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ

"ไม่ต้องรีบร้อน ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่ามีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือด้วย"

เซี่ยจื่ออี้ดึงสติกลับมา

"ผู้จัดการสวี โปรดชี้แนะ"

สวีชิวเฉี่ยนแย้มยิ้มหวานหยดย้อย "ไฉนจึงไม่ลองชิมชาปราณชิงหลิงก่อนเล่า?"

เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้จึงจำต้องยกจอกหลิวหลีเหมันต์ขึ้นจิบชา

ทันทีที่น้ำชาล่วงพ้นลำคอ กลิ่นหอมกรุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย พลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นปะทุขึ้นในร่างกายราวกับคลื่นคลั่ง

"ไฉนชาปราณชิงหลิงถ้วยนี้ จึงอัดแน่นไปด้วยพลังปราณถึงเพียงนี้!" เซี่ยจิ้งอวี้สัมผัสได้ว่าระดับพลังฝึกตนของตนเองกำลังสั่นคลอน จึงรีบนั่งขัดสมาธิโคจรพลังในทันที ส่วนเซี่ยจื่ออี้นั้นต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่า เขาอุตส่าห์กดทับพลังระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์มาถึงสองปีเต็ม ทว่าเพียงชาปราณชิงหลิงจิบเดียว กลับเกือบจะทำให้เขาทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานไปเสียแล้ว

เขาต้องกัดฟันอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ

"ขออภัยด้วย ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท" สวีชิวเฉี่ยนเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด

เซี่ยจื่ออี้ส่ายหน้า "ไม่เป็นไร ผู้จัดการสวีมีเจตนาดี"

ทว่าการทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานคงต้องร่นระยะเวลาเข้ามาแล้ว บางทีกลับไปคราวนี้ เขาอาจจะต้องทะลวงระดับเลยก็เป็นได้

ครึ่งชั่วยามให้หลัง เซี่ยจิ้งอวี้ก็ลืมตาขึ้น

"ข้าบรรลุระดับกลั่นลมปราณขั้นแปดแล้ว!" เขาเอ่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"ขอแสดงความยินดีด้วย"

"ผู้จัดการสวี ชานี้คือชาอันใด ท่านยังมีอีกหรือไม่? ข้ายินดีทุ่มซื้อ ไม่เกี่ยงราคา!"

ชาปราณชิงหลิงชั้นเลิศถึงเพียงนี้ นับเป็นของวิเศษล้ำค่า สรรพคุณยอดเยี่ยมยิ่งกว่ายาบำรุงปราณเสียอีก!

"ย่อมมี หากเจ้าถูกใจ เดี๋ยวข้าจะให้อวิ๋นอี้ห่อแบ่งให้เจ้านำกลับไปชงดื่ม"

"เช่นนั้นก็ขอบใจผู้จัดการสวีมาก!"

เวลานั้นเอง เซี่ยจื่ออี้ก็เอ่ยแทรกขึ้น "เอาล่ะ ผู้จัดการสวี ตอนนี้ท่านคงบอกได้แล้วกระมัง ว่ามีเรื่องอันใดจะปรึกษาหารือด้วย"

สวีชิวเฉี่ยนพยักหน้ารับ

"ข้าอยากจะร่วมมือกับพวกเจ้า หากจะพูดให้ถูกคือ ข้าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเซี่ย และหากจะให้เจาะจงลงไปอีก ข้าอยากจะร่วมมือกับตระกูลใหญ่ในเมืองโย่วหลิง ยกเว้นตระกูลจ้าว"

ในเมื่อตระกูลจ้าวคิดจะปิดประตูตีแมว นางก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันมีที่ยืนในเมืองโย่วหลิงแห่งนี้อีกต่อไป!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - การร่วมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว