- หน้าแรก
- เกิดเป็นคนธรรมดา ขอใช้หมัดมดมารตบหน้าเซียน
- บทที่ 27 - การร่วมมือ
บทที่ 27 - การร่วมมือ
บทที่ 27 - การร่วมมือ
บทที่ 27 - การร่วมมือ
กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่ดักซุ่มอยู่หน้าร้าน เมื่อเห็นมีคนกำลังจะเดินเข้าไป ก็เตรียมจะเข้าไปขับไล่เช่นเคย
ทว่าเมื่อเพ่งมองให้ดีแล้วพบว่าเป็นเซี่ยจื่ออี้ พวกมันก็ชะงักงันไปด้วยความลังเล
และในชั่วขณะที่พวกรอลังเลอยู่นั้น เซี่ยจื่ออี้ก็นำพากลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรมาหยุดอยู่หน้าประตูร้านของสวีชิวเฉี่ยนเป็นที่เรียบร้อย
เซี่ยจื่ออี้ตะโกนเรียกเสียงดังลั่น
"ผู้จัดการสวี ท่านอยู่หรือไม่?"
สวีชิวเฉี่ยนได้ยินเสียงเรียก จึงเดินลงมาจากชั้นสองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นี่มันกองกำลังหนุนชั้นดีเลยนี่นา!
"อยู่สิ"
"พวกเรามารับสินค้า ไม่ทราบว่าของที่สั่งไว้มาถึงแล้วหรือยัง?"
"ย่อมมาถึงแล้ว"
"เช่นนั้นก็ส่งของมาให้พวกเราเถิด ศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือพวกเราก็เตรียมมาพร้อมแล้ว"
เซี่ยจื่ออี้กล่าวพลางเตรียมจะล้วงศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือออกมา
"พวกเจ้ารีบร้อนเอาของงั้นหรือ?" สวีชิวเฉี่ยนรีบเอ่ยขัด "ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือกับพวกเจ้าสักหน่อย ดังนั้นข้าขอจัดการส่งของให้คนอื่นๆ ก่อน ดีหรือไม่?"
"เหตุใดจึงไม่มอบให้ข้าก่อนเล่า ข้า..." ยังไม่ทันจบประโยค เซี่ยจิ้งอวี้ก็คว้าแขนเขาไว้
เซี่ยจิ้งอวี้หันไปยิ้มให้สวีชิวเฉี่ยน "ไม่เป็นไรหรอก เช่นนั้นก็ส่งของให้ผู้อื่นก่อนเถิด"
สวีชิวเฉี่ยนหันไปหากลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่เหลือ "รบกวนพวกเจ้าเข้ามาทีละคน ข้าจะจัดการแลกเปลี่ยนสินค้าให้พวกเจ้าทีละคน"
อีกด้านหนึ่ง
"จิ้งอวี้ เจ้าห้ามข้าไว้ทำไม?" เซี่ยจื่ออี้กระซิบถามด้วยความไม่พอใจ
"อุตส่าห์รอมาตั้งนาน จะรออีกสักประเดี๋ยวจะเป็นไรไป อีกอย่าง เจอมองไม่เห็นคนพวกนั้นที่ดักซุ่มอยู่ด้านนอกร้านหรือไร?"
"เห็นสิ แล้วมัน..." เมื่อเซี่ยจิ้งอวี้สะกิดเตือน เซี่ยจื่ออี้ก็พลันเข้าใจเรื่องราวทะลุปรุโปร่ง "เจ้าหมายความว่า ผู้จัดการสวีกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากงั้นหรือ?"
"น่าจะเป็นเช่นนั้น และหากข้าดูไม่ผิด คนพวกนั้นน่าจะเป็นคนของตระกูลจ้าว"
เซี่ยจื่ออี้ครุ่นคิดตาม "ผู้จัดการสวีไปล่วงเกินตระกูลจ้าวได้อย่างไร?"
"ข้าเองก็ไม่รู้ รอประเดี๋ยวก็คงรู้เองนั่นแหละ"
ทั้งสองจึงยืนรอให้สวีชิวเฉี่ยนจัดการมอบสินค้าให้คนอื่นๆ จนเสร็จสิ้น
ทางด้านสวีชิวเฉี่ยน กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่มานั้นล้วนมีท่าทีระแวงสงสัย หนำซ้ำยังมีผู้ที่ไม่ได้สั่งจองสินค้าตามมาดูลาดเลาด้วย เพียงเพื่ออยากพิสูจน์ว่าสวีชิวเฉี่ยนจะสามารถหาของที่ต้องการมาให้ได้จริงดังที่คุยโวไว้หรือไม่
"ของที่เจ้าต้องการคือ..."
"ไม้เท้าเก้าเตาอิง"
สวีชิวเฉี่ยนพยักหน้ารับ "จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือมา แล้วข้าจะมอบไม้เท้าเก้าเตาอิงให้"
ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นจำยอมจ่ายศิลาวิญญาณอีกแปดร้อยก้อน สวีชิวเฉี่ยนรับมาแล้วแปลงเป็นคะแนนในทันที ก่อนจะเข้าไปในร้านค้าแดนศูนยตาเพื่อซื้อไม้เท้าเก้าเตาอิง ทุกขั้นตอนใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
"นี่คือไม้เท้าเก้าเตาอิงของเจ้า รับไปสิ คนต่อไป"
"ของข้าคือดินพุทธะไร้รูป"
"จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือมา..."
ภาพการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างคึกคักเบื้องหน้า ทำให้กลุ่มคนของตระกูลจ้าวที่ดักซุ่มอยู่ภายนอกเริ่มนั่งไม่ติด
"ศิษย์พี่ เอาอย่างไรดี? พวกเราจะเข้าไปขัดขวางหรือไม่?"
"เจ้าไม่เห็นเซี่ยจื่ออี้หรือไร? หรือเจ้าอยากจะไล่ตะเพิดเซี่ยจื่ออี้ไปด้วย?"
"แต่จะปล่อยให้นางขายของต่อไปได้อย่างไร นายท่านรองกำชับนักหนาว่า ห้ามปล่อยให้นางขายของได้แม้แต่ชิ้นเดียว"
"เจ้ากลับไปรายงานนายท่านรอง ถามดูว่าจะให้จัดการอย่างไร"
คนผู้นั้นรับคำสั่งแล้วรีบเร่งรุดไป
หนึ่งเค่อต่อมา นอกเหนือจากสินค้าของเซี่ยจื่ออี้แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ล้วนได้รับสินค้าที่ตนเองสั่งจองไว้จนครบถ้วน
ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนล้วนตกตะลึงอ้าปากค้าง
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า ภายในเวลาเพียงสามวัน สวีชิวเฉี่ยนจะสามารถเสาะหาสิ่งของที่พวกเขาต้องการมาได้ครบทุกชิ้น!
ต้องรู้ก่อนว่า ของล้ำค่าเหล่านี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ ณ สถานที่แห่งเดียว ทว่ากระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศ ทั้งยันต์ ค่ายกล ของวิเศษ และวัตถุดิบต่างๆ การที่สวีชิวเฉี่ยนสามารถหามาได้ทั้งหมด ย่อมหมายความว่านางต้องมีคลังสินค้าขนาดมหึมา หรือไม่ก็มีเส้นสายกว้างขวาง หรือไม่ก็... ของที่พวกเขาต้องการ นางบังเอิญมีอยู่พอดี
ข้อแรกนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง ในแดนเซียนมีของวิเศษมากมายก่ายกอง คงไม่มีผู้ใดมีปัญญาเก็บสะสมไว้ได้ทุกอย่าง
เช่นนั้นก็เหลือเพียงความเป็นไปได้ข้อเดียว
นั่นคือการที่นางมีเส้นสายกว้างขวาง ซึ่งก็หมายความว่าเบื้องหลังของนางต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน!
ทว่าบุคคลระดับนี้ ไฉนจึงมาเปิดร้านขายของชำเล็กๆ อยู่ที่ถนนหงอันแห่งนี้เล่า?
หรือจะเป็นเพราะของที่พวกเขาต้องการ นางบังเอิญมีอยู่พอดีจริงๆ?
มีคนอดใจไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ผู้จัดการสวี ของเหล่านี้ท่านไปหามาจากที่ใดกัน?"
สวีชิวเฉี่ยนเพียงยิ้มบางๆ ไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหันไปหาเซี่ยจื่ออี้
"รบกวนทั้งสองท่านตามข้าเข้ามาด้านในเถิด ส่วนลูกค้าท่านอื่น เชิญทำตามอัธยาศัย"
เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้เดินตามสวีชิวเฉี่ยนเข้าไปในร้าน
นางผายมือเชิญทั้งสองให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร
"เชิญนั่ง" อวิ๋นอี้ก้าวเข้ามาเสิร์ฟชาอย่างรู้หน้าที่ "ร้านเราไม่มีของล้ำค่าไว้ต้อนรับ เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ใบชาปราณชิงหลิงรสชาติดีมา จึงชงมาให้พวกท่านลองลิ้มชิมรสดู"
เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้สบตากันอย่างมีความหมาย
ก่อนจะหลุบตามองถ้วยชาเบื้องหน้า
มันคือจอกหยกหลิวหลี
ทว่าทั้งสองย่อมดูออกว่า จอกหยกใบนี้ไม่ใช่งานฝีมือของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
"จอกใบนี้..."
"มันคือจอกหลิวหลีเหมันต์ หลอมขึ้นจากศิลาเหมันต์วิญญาณ ผิวสัมผัสเย็นเฉียบ เมื่อรินน้ำเดือดจัดลงไป มันจะช่วยลดอุณหภูมิลงได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งศิลาเหมันต์วิญญาณยังแผ่ซ่านไอพลังปราณบริสุทธิ์ออกมา แม้จะเป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดา เมื่อรินใส่จอกใบนี้ ก็จะกลายเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงปราณได้"
"ข้าย่อมรู้ดีว่ามันคือจอกหลิวหลีเหมันต์ ทว่าของวิเศษชิ้นนี้หาได้เฉพาะในทวีปซีเยว่เท่านั้นมิใช่หรือ?"
สวีชิวเฉี่ยนแย้มยิ้ม ก่อนจะนำม้วนเส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณออกมาวาง เส้นด้ายแต่ละเส้นมีขนาดเล็กจิ๋วจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีเพียงเมื่อมันพันเกลียวรวมกัน จึงจะมองเห็นเป็นรูปร่าง
"ของวิเศษจากทวีปซีเยว่ หาได้ยากเย็นเพียงนั้นเชียวหรือ?"
"หญ้าผสานเซียน!" เซี่ยจื่ออี้ดวงตาเบิกกว้าง เอื้อมมือหมายจะคว้ามาในทันที
สวีชิวเฉี่ยนดึงหญ้าผสานเซียนกลับมาทางตนเล็กน้อย
"อ้อ จริงสิ ข้ายังไม่ได้จ่ายศิลาวิญญาณส่วนที่เหลือให้ผู้จัดการสวีเลยนี่นา"
เซี่ยจื่ออี้ล้วงศิลาวิญญาณระดับกลางเจ็ดสิบก้อนออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ
"ไม่ต้องรีบร้อน ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่ามีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือด้วย"
เซี่ยจื่ออี้ดึงสติกลับมา
"ผู้จัดการสวี โปรดชี้แนะ"
สวีชิวเฉี่ยนแย้มยิ้มหวานหยดย้อย "ไฉนจึงไม่ลองชิมชาปราณชิงหลิงก่อนเล่า?"
เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยจิ้งอวี้จึงจำต้องยกจอกหลิวหลีเหมันต์ขึ้นจิบชา
ทันทีที่น้ำชาล่วงพ้นลำคอ กลิ่นหอมกรุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย พลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นปะทุขึ้นในร่างกายราวกับคลื่นคลั่ง
"ไฉนชาปราณชิงหลิงถ้วยนี้ จึงอัดแน่นไปด้วยพลังปราณถึงเพียงนี้!" เซี่ยจิ้งอวี้สัมผัสได้ว่าระดับพลังฝึกตนของตนเองกำลังสั่นคลอน จึงรีบนั่งขัดสมาธิโคจรพลังในทันที ส่วนเซี่ยจื่ออี้นั้นต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่า เขาอุตส่าห์กดทับพลังระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์มาถึงสองปีเต็ม ทว่าเพียงชาปราณชิงหลิงจิบเดียว กลับเกือบจะทำให้เขาทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานไปเสียแล้ว
เขาต้องกัดฟันอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ
"ขออภัยด้วย ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท" สวีชิวเฉี่ยนเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด
เซี่ยจื่ออี้ส่ายหน้า "ไม่เป็นไร ผู้จัดการสวีมีเจตนาดี"
ทว่าการทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานคงต้องร่นระยะเวลาเข้ามาแล้ว บางทีกลับไปคราวนี้ เขาอาจจะต้องทะลวงระดับเลยก็เป็นได้
ครึ่งชั่วยามให้หลัง เซี่ยจิ้งอวี้ก็ลืมตาขึ้น
"ข้าบรรลุระดับกลั่นลมปราณขั้นแปดแล้ว!" เขาเอ่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"ขอแสดงความยินดีด้วย"
"ผู้จัดการสวี ชานี้คือชาอันใด ท่านยังมีอีกหรือไม่? ข้ายินดีทุ่มซื้อ ไม่เกี่ยงราคา!"
ชาปราณชิงหลิงชั้นเลิศถึงเพียงนี้ นับเป็นของวิเศษล้ำค่า สรรพคุณยอดเยี่ยมยิ่งกว่ายาบำรุงปราณเสียอีก!
"ย่อมมี หากเจ้าถูกใจ เดี๋ยวข้าจะให้อวิ๋นอี้ห่อแบ่งให้เจ้านำกลับไปชงดื่ม"
"เช่นนั้นก็ขอบใจผู้จัดการสวีมาก!"
เวลานั้นเอง เซี่ยจื่ออี้ก็เอ่ยแทรกขึ้น "เอาล่ะ ผู้จัดการสวี ตอนนี้ท่านคงบอกได้แล้วกระมัง ว่ามีเรื่องอันใดจะปรึกษาหารือด้วย"
สวีชิวเฉี่ยนพยักหน้ารับ
"ข้าอยากจะร่วมมือกับพวกเจ้า หากจะพูดให้ถูกคือ ข้าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเซี่ย และหากจะให้เจาะจงลงไปอีก ข้าอยากจะร่วมมือกับตระกูลใหญ่ในเมืองโย่วหลิง ยกเว้นตระกูลจ้าว"
ในเมื่อตระกูลจ้าวคิดจะปิดประตูตีแมว นางก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันมีที่ยืนในเมืองโย่วหลิงแห่งนี้อีกต่อไป!
[จบแล้ว]