เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ป้ายชื่อร้านธรรมดา

บทที่ 20 - ป้ายชื่อร้านธรรมดา

บทที่ 20 - ป้ายชื่อร้านธรรมดา


บทที่ 20 - ป้ายชื่อร้านธรรมดา

นึกว่าจะต้องรออีกหลายวันกว่าภารกิจจะสำเร็จ คาดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเปิดลานประลองโส่วหยางเป็นวันที่สองก็สำเร็จเสียแล้ว

"แขวนเลย"

[แขวนป้ายชื่อร้านให้ร้านขายของชำของท่านเรียบร้อยแล้ว]

พอคิดว่าร้านของตนเองเปิดมาตั้งนานกลับไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนแขวนป้ายแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ชักจะตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ

กลุ่มคนเดินตามสวีชิวเฉี่ยนมาจนถึงถนนหงอัน

บางคนเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นถนนหงอันซบเซาเงียบเหงาปานนี้ ก็เอ่ยถามสวีชิวเฉี่ยนด้วยความไม่เข้าใจ "ถนนหงอันไม่มีผู้คนสัญจรเลย เหตุใดท่านจึงมาเปิดร้านที่ถนนหงอันเล่า?"

มีของวิเศษชั้นเลิศเช่นนี้ ต่อให้ไปเช่าร้านเล็กเท่าแมวดิ้นตายที่ถนนจิงหง ก็ยังขายดีกว่าเปิดร้านที่ถนนหงอันแห่งนี้เป็นไหนๆ

สวีชิวเฉี่ยนถอนหายใจในใจ

ใช่ว่านางไม่อยากไปเสียเมื่อไหร่เล่า?

ก็ไอ้ระบบบ้าบอนี่ดันไปผูกมัดกับร้านแห่งนี้เข้าน่ะสิ!

ทว่าภายนอกนางเพียงยิ้มบางๆ ไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้คนอื่นๆ คาดเดากันไปเอง

[คำเตือนด้วยความหวังดี: ระบบนี้ผูกมัดกับโฮสต์สวีชิวเฉี่ยน เพียงแต่อาศัยร้านแห่งนี้เป็นฐานที่ตั้งเท่านั้น]

สวีชิวเฉี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระจ่างแจ้งแก่ใจ

เมื่อทุกคนมาถึงร้านขายของชำของสวีชิวเฉี่ยน ความกังขาในใจก็ยิ่งทวีคูณ

เดิมทีคิดว่าที่สวีชิวเฉี่ยนมาเปิดร้านที่ถนนหงอัน เป็นเพราะร้านของนางบนถนนหงอันแห่งนี้มีขนาดใหญ่โต นางจึงตัดใจขายไม่ลงและเลือกที่จะเปิดร้านเอง

ทว่าพอดูร้านแห่งนี้แล้ว มันก็แค่ร้านค้าเล็กๆ คูหาหนึ่งเท่านั้น

ทว่าเมื่อพวกเขาเหลือบไปเห็นป้ายชื่อร้านที่แขวนอยู่หน้าร้าน ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองตัวอักษร 'ร้านขายของชำ' สามคำนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างลืมตัว

ทั้งๆ ที่มันเป็นเพียงป้ายชื่อร้านธรรมดาๆ แผ่นหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดพิเศษ ทว่าพวกเขากลับไม่อาจละสายตาไปได้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากร้านแห่งนี้อย่างประหลาด คล้ายกับมีอะไรดลใจให้พวกเขาอยากจะก้าวเข้าไปสำรวจให้รู้แจ้ง

สำหรับสวีชิวเฉี่ยนนั้นไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงผู้จัดการร้าน ย่อมไม่ได้รับผลกระทบจากของที่มาจากแดนศูนยตา

ทว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ 'ชั้นวางของธรรมดา' ในคราวก่อน ครั้งนี้นางก็สังเกตเห็นความผิดปกติของทุกคน นางลอบคิดในใจว่า ป้ายชื่อร้านที่เป็นรางวัลจากภารกิจชิ้นนี้ ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

มีคนเอ่ยขึ้นอย่างอดใจรอไม่ไหว "ผู้จัดการสวี รีบพาพวกเราเข้าไปดูข้างในเถอะ อ้อ จริงสิ ในเมื่อเป็นร้านขายของชำ ในร้านของผู้จัดการก็ต้องมีของอย่างอื่นขายด้วยใช่หรือไม่?"

ตอนนี้บนชั้นวางมีเพียงมีดสั้นเงาจันทร์สี่เล่ม ส่วนของอื่นๆ ในช่วงสองวันนี้ยังไม่ได้นำมาเติม ทว่าสินค้าเหล่านั้นจะสั่งเข้ามาเมื่อใดก็ได้ทั้งนั้น

"ย่อมต้องมีสิ พวกเจ้าอยากได้สิ่งใด ข้ามีให้หมดทุกอย่าง"

ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่วน "ดี เช่นนั้นก็ไปดูกันเถอะว่าในร้านของผู้จัดการสวี จะมีของที่พวกเราต้องการจริงๆ หรือไม่!"

ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อน้ำคำของนางเลยแม้แต่น้อย

คนอื่นๆ เองก็เช่นกัน

สวีชิวเฉี่ยนเดินมาถึงหน้าร้าน นางกลอกตาไปมา ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนให้กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรด้านหลัง "เนื่องจากร้านของข้ามีขนาดเล็กเกินไป อีกทั้งชั้นวางของก็ตั้งอยู่ตรงประตู คงไม่อาจเบียดเสียดเข้าไปได้ทุกคน เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ พวกเจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกข้ามา ข้าจะดูให้ว่ามีของหรือไม่ แบบนี้เป็นอย่างไร?"

ทุกคนก็เป็นคนพูดง่าย

"ตกลง ผู้จัดการ ท่านรีบนำมีดสั้นเงาจันทร์ออกมาให้พวกเราชมเป็นขวัญตาก่อนเถิด"

"รอสักประเดี๋ยว"

สวีชิวเฉี่ยนเดินเข้าไปในร้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ ทว่ากลับไม่พบวี่แววของอวิ๋นอี้

ประหลาดนัก หรืออวิ๋นอี้จะอยู่ที่ลานหลังบ้าน?

นางรู้สึกอ่อนใจอยู่บ้าง อุตส่าห์กำชับแล้วว่าตอนที่นางไม่อยู่ให้คอยเฝ้าร้าน รอให้นางกลับมาก่อนค่อยไปจัดการลานหลังบ้าน เหตุใดเด็กคนนี้ถึงดื้อรั้นเช่นนี้นะ

ประเดี๋ยวคงต้องอบรมกันสักหน่อยแล้ว

คิดพลางหยิบมีดสั้นเงาจันทร์ออกมาจากชั้นวางเล่มหนึ่ง

เมื่อเห็นมีดสั้นเงาจันทร์ในมือของนาง สายตาของทุกคนก็ขยับตาม ทว่ากลับยังไม่มีผู้ใดยื่นมือออกไปรับ

เพราะมีดสั้นเงาจันทร์ทั้งสี่เล่มนี้ถูกเซี่ยจื่ออี้จองเอาไว้แล้ว หากพวกเขาอยากจะชม ก็ต้องได้รับความยินยอมจากเขาก่อน

"จื่ออี้ เจ้าทำอันใดอยู่? เหตุใดจึงไปยืนเหม่อมองป้ายชื่อร้านเช่นนั้นเล่า?"

เซี่ยจื่ออี้เพิ่งจะได้สติ เขาส่ายหน้าไปมา ภายในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย

ป้ายชื่อร้านแผ่นนี้ประหลาดเกินไปแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นเพียงป้ายธรรมดา ทว่าเหตุใดเขาจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกฎเกณฑ์บางอย่างจากป้ายแผ่นนั้น กฎเกณฑ์ที่ทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น หากเซี่ยจิ้งอวี้ไม่ส่งเสียงเรียก เขาคงไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเอาแต่จ้องมองป้ายชื่อร้านอยู่นานสองนาน ทั้งๆ ที่เขารู้สึกเหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น

เขามองสวีชิวเฉี่ยนด้วยแววตาซับซ้อน

ผู้จัดการสวีผู้นี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ร้านที่มนุษย์ธรรมดาเปิด ลำพังแค่มีดสั้นเงาจันทร์เพียงเล่มเดียวก็ใช่ว่านางจะมีปัญญาหามาได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงป้ายชื่อร้าน กระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตู และชั้นวางของที่อยู่ด้านในเลย

ของเหล่านี้แม้ภายนอกจะดูธรรมดาสามัญ ทว่าจากสัมผัสเมื่อครู่ เขาตระหนักดีว่าพวกมันไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย

เขารั้งสายตากลับมา แล้วรับมีดสั้นเงาจันทร์ไป

แม้ก่อนหน้านี้จะเห็นอวี๋จวินใช้งานบนลานประลองแล้ว ทว่าเมื่อได้มาสัมผัสใกล้ๆ กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เขามีศิษย์ลุงผู้หนึ่งที่คลั่งไคล้การหลอมศาสตร์ เขามีความสัมพันธ์อันดีกับศิษย์ลุงผู้นั้น จึงพอมีความรู้เรื่องการหลอมศาสตร์อยู่บ้าง

รูปลักษณ์ของมีดสั้นเงาจันทร์เล่มนี้งดงามยิ่งนัก เรียบหรูดูดี ตัวมีดเป็นสีเงินยวงทั้งเล่ม ส่วนคมมีดนั้นก็แหลมคมเหนือจินตนาการ

เขาออกแรงกดปลายนิ้วลงไปเพียงเล็กน้อย คมมีดก็บาดปลายนิ้วของเขาจนเลือดซึม ทว่าบาดแผลนั้นไม่ได้เป็นรูปจันทร์เสี้ยว เนื่องจากมีดสั้นเงาจันทร์ต้องใช้พลังปราณในการกระตุ้น บาดแผลที่มันฝากไว้บนร่างกายจึงไม่ได้เกิดจากการที่คมมีดสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ทว่าเกิดจากปราณดาบที่ตวัดผ่านจนเกิดเป็นแผลรูปจันทร์เสี้ยวต่างหาก และต้องเป็นแผลเช่นนี้เท่านั้น พลังปราณจึงจะโคจรติดขัด

ไม่ว่าจะมองในมุมใดก็ไร้ที่ติ

สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือ มีดสั้นเงาจันทร์เป็นของวิเศษสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณ อย่างมากก็ใช้ได้ถึงแค่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นเท่านั้น พอถึงขั้นกลางก็หมดประโยชน์แล้ว

และอีกไม่นานเขาก็กำลังจะทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานแล้ว ดังนั้นมีดสั้นเงาจันทร์ชุดนี้ มอบให้ศิษย์คนอื่นๆ ในตระกูลนำไปใช้ก็แล้วกัน

คิดได้ดังนั้น เขาก็หยิบศิลาวิญญาณระดับกลางหนึ่งร้อยยี่สิบก้อนออกมาจากถุงเก็บของ

"มีดสั้นเงาจันทร์อีกสามเล่มที่เหลือก็เอามาให้ข้าเถอะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีชิวเฉี่ยนทวีความจริงใจมากยิ่งขึ้น ศิลาวิญญาณในมือถูกนางแปลงเป็นคะแนนจนหมดสิ้น

ในสายตาของคนนอก ภาพที่เห็นก็คือศิลาวิญญาณหายวับไปราวกับนางเก็บพวกมันเข้าไปในถุงเก็บของ

เซี่ยจื่ออี้เห็นดังนั้นก็ชะงักไปอีกครา

เป็นไปได้อย่างไร!

"ท่านไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาหรอกหรือ?"

ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ล้วนงุนงง ผู้จัดการสวีเป็นมนุษย์ธรรมดางั้นหรือ?

สวีชิวเฉี่ยนคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงนัยยะ "สิ่งที่พวกเจ้าเห็น เป็นเพียงสิ่งที่ข้าอยากให้พวกเจ้าเห็นเท่านั้น"

นางคิดตกแล้ว

ในเมื่อนางไม่คิดจะนำร้านขายของชำแห่งนี้ไปพึ่งพิงร่มเงาของขุมอำนาจใด เช่นนั้นนางก็จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปกป้องร้านและปกป้องตนเอง ทว่าตอนนี้นางยังสะสมคะแนนไม่มากพอ ยังไม่สามารถซ่อมแซมเส้นชีพจรวิญญาณได้

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องงัดเอาอุบายเมืองว่างมาใช้แล้วล่ะ

ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ เพียงแค่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่านางไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาก็พอ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น จึงจะทำให้ผู้อื่นเกิดความยำเกรงและไม่กล้าลงมือกับนางสุ่มสี่สุ่มห้า

คำพูดของนางได้ผลชะงัดนัก

เซี่ยจื่ออี้มีสีหน้าตกตะลึง เนิ่นนานกว่าจะเรียกสติกลับมาได้

เพียงแต่ท่าทีของเขาดูนอบน้อมขึ้นหลายส่วนอย่างเห็นได้ชัด

เขานึกถึงคำพูดที่สวีชิวเฉี่ยนกล่าวเมื่อครู่ ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการ นางล้วนมีให้หมด เขาเกิดความสนใจขึ้นมา จึงเอ่ยหยั่งเชิง "เมื่อครู่ผู้จัดการสวีกล่าวว่า สิ่งที่พวกเราต้องการ ท่านล้วนมีให้หมด..."

แม้เขาจะไม่เชื่อ ทว่าหากมันมีอยู่จริงเล่า?

แม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิด เขาก็อยากจะลองเสี่ยงดู

สวีชิวเฉี่ยนพยักหน้า "ขอเพียงเจ้ามีปัญญาจ่ายก็พอ"

"เช่นนั้น... หญ้าผสานเซียน ผู้จัดการสวีมีหรือไม่?"

"หญ้าผสานเซียน?" ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนมีสีหน้างุนงง

มันคือสิ่งใดกัน? พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ

เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้หายากและไม่มีใครรู้จักมากเพียงใด

เซี่ยจื่ออี้อธิบาย "หญ้าผสานเซียนเป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นที่ขึ้นอยู่บนเกาะหวยหลัวในทวีปซีเยว่ หนึ่งร้อยปีจึงจะผลิบานสักครั้ง ผู้จัดการสวีพอจะมีหรือไม่?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - ป้ายชื่อร้านธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว