- หน้าแรก
- เกิดเป็นคนธรรมดา ขอใช้หมัดมดมารตบหน้าเซียน
- บทที่ 19 - ร้านขายของชำเป็นที่รู้จักของคนหนึ่งร้อยคนแล้ว
บทที่ 19 - ร้านขายของชำเป็นที่รู้จักของคนหนึ่งร้อยคนแล้ว
บทที่ 19 - ร้านขายของชำเป็นที่รู้จักของคนหนึ่งร้อยคนแล้ว
บทที่ 19 - ร้านขายของชำเป็นที่รู้จักของคนหนึ่งร้อยคนแล้ว
"วางเดิมพันข้างอวี๋จวินหนึ่งพันศิลาวิญญาณ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?"
ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนมองสวีชิวเฉี่ยนด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
การที่ศิษย์ตระกูลเซี่ยจะเป็นฝ่ายชนะนั้นเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว สวีชิวเฉี่ยนวางเดิมพันข้างอวี๋จวินหนึ่งพันศิลาวิญญาณก็เท่ากับเอาเงินไปทิ้งเปล่า!
หากผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดสามารถเทียบชั้นกับศิษย์สายในของตระกูลใหญ่ที่มีทรัพยากรล้นเหลือได้ ก็คงไม่มีผู้คนมากมายยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อหาทางเข้าสู่สำนักหรือตระกูลใหญ่หรอก
"ข้าไม่ได้บ้า"
นางมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดี
ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นมีสีหน้าซับซ้อน "เจ้ามีความสัมพันธ์อันใดกับอวี๋จวินกันแน่?"
การที่กล้าวางเดิมพันข้างอวี๋จวินโดยไม่ลังเล ย่อมต้องเชื่อใจเขาเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของอวี๋จวิน
เหมือนเช่นเมื่อวาน
พอคิดถึงเรื่องเมื่อวาน ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ สถานการณ์ตรงหน้ามันต่างจากเมื่อวานตรงไหนกัน?
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบศิลาวิญญาณที่วางเดิมพันข้างศิษย์ตระกูลเซี่ย ย้ายไปวางเดิมพันที่ชื่อของอวี๋จวิน
"ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง"
ใครจะสนว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ อยากเชื่อก็เชื่อ ไม่อยากเชื่อก็ตามใจ
สวีชิวเฉี่ยนรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ไม่ใช่เพราะผู้บำเพ็ญเพียรผู้นี้แสดงท่าทีกังขาในตัวนาง แต่เป็นเพราะเขาดันมาลงพนันข้างอวี๋จวินด้วยเช่นกัน แบบนี้นางก็จะได้กำไรศิลาวิญญาณน้อยลงน่ะสิ!
เฮ้อ ช่างเถอะ ได้กำไรก็พอแล้ว
ที่นางเลือกอวี๋จวินก็เพราะเชื่อมั่นในมีดสั้นเงาจันทร์ซึ่งเป็นสินค้าจากแดนศูนยตา และเชื่อว่าในเมื่ออวี๋จวินตั้งเป้าหมายไว้ที่ตำแหน่งชนะเลิศ เขาย่อมต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
เนื่องจากการวางเดิมพันของผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นและสวีชิวเฉี่ยน อัตราต่อรองระหว่างอวี๋จวินกับศิษย์ตระกูลเซี่ยจึงเปลี่ยนเป็นสองต่อแปด
การประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว
ศิษย์ตระกูลเซี่ยสมกับที่เป็นศิษย์ตระกูลใหญ่ เขามีท่าทีสงบนิ่ง ไม่ตื่นตระหนก ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย พลางเอ่ยทักทายอวี๋จวิน
"สหายนักพรตโปรดวางใจ แม้ข้าจะเป็นศิษย์ตระกูลเซี่ย แต่ข้าจะไม่ใช้ของวิเศษภายนอกมาช่วยให้ชนะ ข้าเพียงอยากใช้โอกาสในลานประลองโส่วหยางครั้งนี้เพื่อยกระดับทักษะการต่อสู้ ดังนั้นข้าจึงหวังว่าสหายนักพรตจะไม่ออมมือ จงงัดเอาความแข็งแกร่งทั้งหมดของเจ้าออกมา มิเช่นนั้นเจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอกนะ"
แม้ในใจเขาจะคิดว่า ต่อให้อวี๋จวินงัดเอาความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีออกมา หรือแม้กระทั่งรีดเร้นพลังได้เกินขีดจำกัด ก็ใช่ว่าจะเอาชนะเขาได้ก็ตาม
ในระดับพลังที่เท่าเทียมกัน เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดต้องเผชิญหน้ากับศิษย์สายในของตระกูลใหญ่ โอกาสชนะนั้นมีน้อยนิดเสียเหลือเกิน
อวี๋จวินพยักหน้าให้ศิษย์ตระกูลเซี่ย ก่อนจะแปะยันต์ตัวเบาลงบนร่างของตนทันที
ผู้ชมด้านล่างลานประลองพากันส่งเสียงฮือฮา
"มันคงไม่คิดว่าคราวที่แล้วใช้วิธีนี้ชนะ แล้วคราวนี้จะชนะได้อีกหรอกกระมัง?"
"มันแพ้แน่ๆ!"
"ทว่า ยันต์ที่มันแปะในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นยันต์ตัวเบาระดับกลางนะ..."
"ยันต์ตัวเบาระดับกลางแล้วอย่างไรเล่า? ก็แค่ช่วยให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น ศิษย์ตระกูลเซี่ยที่ประลองกับมันข้ารู้จักดี เขามีนามว่าเซี่ยจิ้งอวี้ ครอบครองรากวิญญาณคู่ธาตุไม้และธาตุไฟ ถนัดการสยบความเคลื่อนไหวด้วยความสงบนิ่ง ต่อให้อวี๋จวินจะวิ่งเร็วแค่ไหน ก็เป็นเพียงการเผาผลาญพละกำลังไปอย่างเปล่าประโยชน์ เซี่ยจิ้งอวี้เพียงแค่คอยระวังไม่ให้ถูกมีดสั้นเงาจันทร์ของมันทำร้าย รอบนี้เขาก็ชนะใสสะอาดแล้ว"
จู่ๆ ก็มีคนด้านล่างเวทีฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "เดี๋ยวก่อน เซี่ยจิ้งอวี้รู้จักมีดสั้นเงาจันทร์หรือไม่?"
ทุกคนชะงักงันไปในทันที
จริงด้วยสิ เซี่ยจิ้งอวี้รู้จักมีดสั้นเงาจันทร์งั้นหรือ?
ดูเหมือนจะไม่รู้จักกระมัง...
"ขออภัยรบกวนสักครู่ มีดสั้นเงาจันทร์คือของวิเศษงั้นหรือ?"
เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาดั่งหยกแกะสลักอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีผู้หนึ่ง เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้
มีคนจำเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ "คุณชายสิบสามตระกูลเซี่ย!"
เด็กหนุ่มผู้นี้คือคุณชายแห่งสายเลือดหลักตระกูลเซี่ย นามว่าเซี่ยจื่ออี้ เป็นบุตรคนที่สิบสาม ผู้คนมักเรียกขานเขาว่าคุณชายสิบสามตระกูลเซี่ย เขาครอบครองรากวิญญาณเดี่ยวธาตุดิน อายุเพียงสิบหกปีก็บรรลุถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์แล้ว เล่าลือกันว่าหากตระกูลเซี่ยไม่เห็นว่าเขาฝึกฝนรวดเร็วเกินไปจนเกรงว่ารากฐานพลังจะไม่มั่นคง จึงสั่งให้เขากดทับระดับพลังเอาไว้ เขาก็คงทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานไปตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว
แม้ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการประลองโส่วหยางจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดและศิษย์สายรองของตระกูลต่างๆ ทว่าก็ยังมีศิษย์สายในจำนวนหยิบมือหนึ่ง อย่างเช่นเซี่ยจิ้งอวี้ ที่ลงประลองเพื่อยกระดับทักษะการต่อสู้
ทรัพยากรและพรสวรรค์ของผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดย่อมมิอาจเทียบชั้นกับศิษย์ตระกูลใหญ่ ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนร่างและพลังฝึกตนทุกหยาดหยดของผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัด ล้วนแลกมาด้วยชีวิตของตนเองทั้งสิ้น
ทักษะการต่อสู้ของพวกเขาไม่มีกระบวนท่าที่สวยงามฉูดฉาด มีเพียงกระบวนท่าสยบศัตรูที่เรียบง่ายทว่าดุดันที่สุด
"มีดสั้นเงาจันทร์ร้ายกาจมากงั้นหรือ?" เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดตอบคำถาม เซี่ยจื่ออี้จึงเอ่ยถามซ้ำอีกครา
"ร้ายกาจยิ่งนัก" มีคนอธิบายสรรพคุณของมีดสั้นเงาจันทร์ให้เขาฟัง
เซี่ยจื่ออี้เบิกตากว้าง "ระดับกลั่นลมปราณกลับมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?"
สิ้นคำ เขาก็ตวัดสายตามองไปยังของวิเศษในมืออวี๋จวินบนลานประลอง จู่ๆ ก็อุทานออกมา "จิ้งอวี้บาดเจ็บแล้ว"
ทุกคนมองตามไป ก็เห็นบาดแผลรูปจันทร์เสี้ยวที่มีเลือดซึมออกมาบริเวณด้านข้างลำคอของเซี่ยจิ้งอวี้อย่างที่ว่าจริงๆ
ทว่าเซี่ยจิ้งอวี้ไม่ล่วงรู้สรรพคุณของมีดสั้นเงาจันทร์ จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขายังคงตั้งหน้าตั้งตารับมือกับอวี๋จวินอย่างจริงจัง เมื่ออวี๋จวินโจมตีสำเร็จหนึ่งคราก็ไม่ได้วิ่งหนีเหมือนครั้งก่อน หนำซ้ำการโจมตียังทวีความดุดันมากยิ่งขึ้น
ครึ่งเค่อต่อมา เซี่ยจิ้งอวี้ก็เบิกตาโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ จ้องมองมีดโค้งที่พาดอยู่บนลำคอของตน
เขาพ่ายแพ้งั้นหรือ?
เขาแพ้ได้อย่างไร?
เหตุใดเขาจึงแพ้?
เขามองไปยังอวี๋จวิน สภาพของอวี๋จวินก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันนัก เห็นอยู่ชัดๆ ว่าอวี๋จวินกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ ทว่าเหตุใดผู้ที่พ่ายแพ้กลับกลายเป็นเขา? เหตุใดจู่ๆ พลังปราณของเขาจึงใช้งานไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ เล่า?
เซี่ยจิ้งอวี้ขมวดคิ้วแน่น
"เจ้าใช้อะไรกันแน่ ถึงทำให้พลังปราณของข้าใช้งานไม่ได้?"
อวี๋จวินหัวเราะออกมา สังเกตได้ว่าเขากำลังตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก "เห็นมีดโค้งเล่มนี้หรือไม่? เป็นเพราะมันนี่แหละ"
"ของวิเศษชิ้นนี้ทำให้พลังปราณของข้าใช้งานไม่ได้งั้นหรือ?"
"ถูกต้อง"
อวี๋จวินเก็บมีดสั้นเงาจันทร์ ทว่าสายตาของเซี่ยจิ้งอวี้ยังคงจับจ้องอยู่ที่มีดสั้นเล่มนั้นไม่วางตา
หลังจากลงจากลานประลอง เซี่ยจิ้งอวี้ก็เห็นเซี่ยจื่ออี้ เขาเอ่ยด้วยใบหน้าหดหู่ "ข้าทำให้ตระกูลเซี่ยต้องอับอายแล้ว"
คาดไม่ถึงว่าตนเองในฐานะศิษย์สายใน กลับต้องมาพ่ายแพ้ตั้งแต่วันที่สองของการเปิดลานประลองโส่วหยาง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มิเพียงแต่จะถูกผู้คนหัวเราะเยาะเย้ยจนฟันร่วง ทว่ายังจะทำให้ผู้อื่นมองว่าศิษย์สายในของตระกูลเซี่ยก็มีดีเพียงเท่านี้
"โทษเจ้าไม่ได้หรอก" เซี่ยจื่ออี้ที่เห็นได้ชัดว่าอายุน้อยกว่าเซี่ยจิ้งอวี้ กลับทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เขาตบไหล่เซี่ยจิ้งอวี้เบาๆ "พวกเราคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าในระดับกลั่นลมปราณจะมีของวิเศษที่ส่งผลต่อพลังปราณอยู่ด้วย"
สิ้นคำ เขาก็ตวัดสายตามองไปยังอวี๋จวิน
"ของวิเศษชิ้นนี้ขายให้ข้าได้หรือไม่? เจ้าซื้อมาเท่าใด ข้าให้ราคาเป็นสองเท่า"
อวี๋จวินปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
แม้การตอบตกลงจะเท่ากับได้มีดสั้นเงาจันทร์มาใช้ฟรีๆ เล่มหนึ่ง ทว่าเขาเริ่มคุ้นชินกับมีดสั้นเงาจันทร์เล่มนี้แล้ว หากซื้อเล่มใหม่มา ต่อให้หน้าตาเหมือนกันทุกประการ ก็อาจจะไม่เข้ามือเหมือนเล่มนี้
เซี่ยจื่ออี้เบ้ปาก
"เอาเถอะ เช่นนั้นเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าซื้อมาจากที่ใด?"
เรื่องนี้ย่อมได้
"ร้านขายของชำแห่งหนึ่งบนถนนหงอัน"
"ถนนหงอันงั้นหรือ?" ใช่ถนนหงอันที่เขาคิดไว้หรือไม่?
ขณะที่อวี๋จวินกำลังจะอธิบาย เขาก็เหลือบไปเห็นสวีชิวเฉี่ยนที่รับศิลาวิญญาณแล้วกำลังจะเดินจากไปในระยะไม่ไกลนัก
"ผู้จัดการสวี!" เขาชี้ไปยังสวีชิวเฉี่ยนแล้วกล่าวว่า "นั่นคือผู้จัดการสวีที่ขายมีดสั้นเงาจันทร์ให้ข้า"
เซี่ยจื่ออี้มองตามไปที่สวีชิวเฉี่ยนพลางชะงักไปเล็กน้อย
แม้เขาจะอยู่เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์ ทว่าพลังที่แท้จริงของเขานั้นบรรลุถึงระดับสร้างรากฐานแล้ว ย่อมต้องมองออกว่าบนร่างของสวีชิวเฉี่ยนไม่มีร่องรอยของพลังปราณแม้แต่น้อย
มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังปราณกลับขายของวิเศษเนี่ยนะ?
เขากดข่มความสงสัยในใจไว้ แล้วเดินเข้าไปหาอย่างมีมารยาท
"คารวะผู้จัดการสวี ข้าคือศิษย์ตระกูลเซี่ย นามว่าเซี่ยจื่ออี้"
สวีชิวเฉี่ยนเห็นอวี๋จวินเดินตามมาด้านหลังก็เข้าใจสถานการณ์ทะลุปรุโปร่ง
"คารวะ"
"คือเช่นนี้ มีดสั้นเงาจันทร์ที่สหายนักพรตอวี๋ผู้นี้ซื้อไปจากร้านของท่าน ไม่ทราบว่าท่านยังมีอยู่อีกหรือไม่?"
"มีสิ"
"มีอีกเท่าใด?"
"สี่เล่ม"
"ข้าเหมาหมด"
สวีชิวเฉี่ยนตาเป็นประกาย "พูดจริงงั้นหรือ?!"
"ย่อมเป็นความจริง"
"ข้าจะพาเจ้าไปรับของเดี๋ยวนี้เลย!"
"รบกวนด้วย"
[ติ๊ง! ร้านขายของชำเป็นที่รู้จักของคนหนึ่งร้อยคนแล้ว ภารกิจเสร็จสิ้น! รางวัล: ป้ายชื่อร้านสินค้าจากแดนศูนยตาหนึ่งอัน ต้องการแขวนขึ้นทันทีหรือไม่?]
[จบแล้ว]