- หน้าแรก
- มหาเวทอัสนีพลิกชะตาวิถีเอาตัวรอดฉบับพนักงานออฟฟิศ
- บทที่ 8 - เปิดอก
บทที่ 8 - เปิดอก
บทที่ 8 - เปิดอก
บทที่ 8 - เปิดอก
เวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเลิกเรียนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตอนกลางวันต้องเรียนวิชาความรู้ต่างๆ มากมาย จึงไม่มีเวลาให้นักเรียนได้ฝึกฝนเลย
ดังนั้น นักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งจึงไม่มีการจัดคาบเรียนทบทวนวิชาในตอนค่ำ
โรงเรียนให้นักเรียนกลับไปฝึกฝนและทำการบ้านเองที่บ้าน จะไม่บังคับให้นักเรียนอยู่ฝึกฝนที่โรงเรียน
เหตุผลก็คือโลกใบนี้มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมจากโลกก่อนของเจียงหลินอยู่บ้าง นั่นก็คือในความเข้าใจของผู้คนบนโลกนี้ การฝึกฝนถือเป็นเรื่องค่อนข้างส่วนตัว การมานั่งฝึกฝนท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายถือเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทเอามากๆ
ถึงเจียงหลินจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าความจริงแล้วประเพณีหลายอย่างบนโลกนี้ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลเหมือนกัน เขาก็เลยยอมรับมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ธรรมเนียมปฏิบัติทางวัฒนธรรมแบบนี้ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากมายนัก
ส่วนนักเรียนที่พักอยู่ในหอพักของโรงเรียน ก็สามารถขอใช้ห้องเล็กๆ ส่วนตัวสำหรับฝึกฝนได้
ครอบครัวที่มีฐานะหน่อยก็จะซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกฝนให้ลูกใช้เองที่บ้าน ทางโรงเรียนก็ไม่สามารถบังคับให้พวกเขาอยู่ฝึกที่โรงเรียนได้
โดยปกติแล้ว การจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของขั้นหนึ่งได้ มักจะต้องใช้เวลาประมาณสามถึงสี่สัปดาห์ แต่นั่นก็คือความเร็วในอุดมคติของคนธรรมดาที่ไม่เคยละเลยการฝึกฝนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
สำหรับผู้คนบนโลกใบนี้ เวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร มันเป็นส่วนประกอบทางธรรมชาติของโลก ต่อให้รู้ว่าเวทมนตร์สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้ ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถอดทนขยันหมั่นเพียรได้ราวกับนักบวชผู้เคร่งครัด ก็เหมือนกับในโลกก่อนของเจียงหลิน ที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าการเรียนหนังสือนั้นมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถตั้งใจเรียนได้ตลอดรอดฝั่ง
ทรัพยากร ความมีวินัยในตนเอง อุปสรรคที่มองไม่เห็นของการฝึกฝนได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคนอย่างเงียบๆ เพื่อคัดกรองผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง
เจียงหลินไม่ได้กลับบ้านในทันที ตอนกินข้าวเที่ยง เฉียนเทียนเยว่บอกว่าเห็นน้องสาวของเขาไปทำงานพาร์ตไทม์ เขาเลยกะว่าจะไปดูสักหน่อย
เขาไม่ได้ถามเฉียนเทียนเยว่ว่าเห็นที่ไหน เพราะตอนที่ทะเลาะกับเจียงซู่ก่อนหน้านี้ เธอเคยพูดถึงคุณน้าหลิวขึ้นมา เจียงหลินก็พอจะเดาได้แล้วว่าเธอไปทำที่ไหน
เมื่อมาถึงร้านผลไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก เจียงหลินก็เห็นเจียงซู่อยู่ที่นั่นจริงๆ
เจียงซู่มัดผมเป็นหางม้าสั้นๆ สวมผ้ากันเปื้อนที่มีชื่อร้านสกรีนทับชุดนักเรียนมัธยมหนิงเจียง เธอถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่อง ดูทะมัดทะแมงราวกับเป็นคนขายผลไม้มืออาชีพ
แต่เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูทะมัดทะแมงแล้ว ทักษะการทำงานของเธอกลับดูมือสมัครเล่นสุดๆ ตอนนี้เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการตอบคำถามลูกค้าคนหนึ่ง ไปพร้อมๆ กับการช่วยแพ็กผลไม้ชั่งน้ำหนักให้ลูกค้าอีกคน แถมยังมีลูกค้ายืนรอให้เธอหั่นและแพ็กผลไม้อีกคิวหนึ่งด้วย
ตอนนี้มีเธออยู่ในร้านแค่คนเดียว คุณน้าหลิวน่าจะเพิ่งออกไปทำธุระข้างนอกพอดี
ร่างเล็กๆ ของเธอวิ่งวุ่นไปทั่วร้านจนแทบจะไม่มีเวลาหยุดพัก เหงื่อท่วมหัวไปหมด
เจียงหลินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่ตอนที่เห็นเธอหิ้วถุงพลาสติกพร้อมกับยัดผลไม้ใส่ลงไปในถุงไม่หยุดแล้ว และมันก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
วินาทีต่อมา หูหิ้วของถุงพลาสติกก็รับน้ำหนักไม่ไหวจนขาดผึง เนื่องจากถุงเบาหวิวขึ้นมากะทันหัน มือของเจียงซู่ที่หิ้วถุงผลไม้อยู่ก็เลยกระตุกขึ้นข้างบนอย่างควบคุมไม่ได้ ในมือเหลือแค่หูหิ้วของถุงพลาสติก ส่วนผลไม้ก็ร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
เธอพร่ำบอก "ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ" พร้อมกับรีบก้มลงเก็บผลไม้
มือข้างหนึ่งยื่นเข้ามาในสายตาของเธอที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้น แล้วช่วยเก็บผลไม้
"ขอบคุณค่ะ... ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" เจียงซู่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าคนที่กำลังช่วยเก็บผลไม้คือเจียงหลิน
"ไม่ต้องมาช่วยเลย" น้องสาวทำปากยื่นใส่ แต่ก็ไม่ได้ห้ามเจียงหลิน
เจียงหลินเก็บผลไม้ส่งให้น้องสาว แล้วหันไปตอบคำถามของลูกค้าคนอื่น
"คุณน้าครับ มะม่วงไถหนงพันธุ์นี้หวานมากแต่เส้นใยละเอียด เอาไปทำมะม่วงปั่นกำลังดีเลยครับ"
"แล้วก็มีมะม่วงสุ่ยเซียนที่เพิ่งมาเมื่อวานด้วย คุณน้าลองจับดูที่ขั้วสิครับ สดมากเลยใช่ไหมล่ะ?" เจียงหลินใช้นิ้วกดเบาๆ ที่ขั้วสีเขียว "ถ้าเด้งกลับเร็วแสดงว่าสุกกำลังดีเลยครับ จะลองชิมดูก่อนไหมครับ?" เจียงหลินพูดพร้อมกับฉีกยิ้มการค้า
อีกด้านหนึ่ง เจียงซู่เก็บผลไม้ขึ้นมาใส่ถุงใหม่เสร็จสรรพ พลางกล่าวขอโทษขอโพยแล้วยื่นถุงให้ลูกค้า แต่กลับถูกลูกค้าต่อว่าเข้าให้
"นี่หนู แอปเปิลสองสามลูกนี้ช้ำหมดแล้ว ทำไมยังเอาใส่ถุงมาให้อีกล่ะ ทำงานสะเพร่าจริงๆ"
"ขะ... ขอโทษค่ะ เดี๋ยวหนูจะรีบเอาออกให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
"ซ้อนถุงพลาสติกสองชั้นด้วยนะ มันหนักขนาดนี้ เดี๋ยวฉันถือกลับไปแล้วมันก็ขาดร่วงลงมาอีกหรอก ถุงร้านพวกเธอคุณภาพแย่จริงๆ!"
"ได้ค่ะ ได้ค่ะ"
"ทำให้ฉันเสียเวลาไปตั้งเยอะ ลดราคาให้หน่อยสิ ไม่งั้นฉันไม่เอาแล้วนะ!"
"เอ่อ เรื่องนี้หนูก็ตัดสินใจไม่ได้ค่ะ หรือว่าคุณป้าจะรอคุณน้าหลิวกลับมาก่อนดีคะ"
เจียงซู่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ ยังไงซะเด็กสาววัยสิบหกปีก็เคยได้รับการทะนุถนอมจากพ่อแม่เป็นอย่างดีมาโดยตลอด
เจียงหลินถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปหา
"คุณน้าครับ ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ ขายแต่ลูกค้าละแวกนี้ ไม่ได้กำไรอะไรมากมายหรอกครับ แอปเปิลสองสามลูกที่หล่นพื้นเมื่อกี้ก็แค่เปื้อนฝุ่นนิดหน่อย เอาไปล้างน้ำก็กินได้แล้ว ถือซะว่าแถมให้คุณน้าก็แล้วกัน ไม่คิดเงินลูกที่หล่น แบบนี้ตกลงไหมครับ?"
"เฮ้อ เอาเถอะๆ 18 หยวนใช่ไหม?" คุณป้าเห็นเจียงหลินดูท่าทางเอาเรื่อง รู้ว่าขืนพูดต่อไปก็คงไม่ได้เปรียบอะไรอีกแล้ว เลยยอมตกลง
เจียงหลินหันไปพูดกับเจียงซู่ว่า "เธอไปจัดผลไม้เถอะ เดี๋ยวฉันไปช่วยลูกค้าหั่นผลไม้เอง"
"นายจะไหวเหรอ" เจียงซู่บ่นพึมพำ ปากก็บอกว่าไหวเหรอ แต่ร่างกายกลับซื่อสัตย์ รีบเดินไปเติมผลไม้ที่ชั้นวางของทันที
"สวัสดีครับ รอนานเลยนะครับ ใช่ผลไม้พวกนี้ที่ให้หั่นหรือเปล่าครับ? อยากได้ชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กดีครับ?"
เจียงหลินหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ข้างๆ มาใส่ สวมถุงมือ หยิบมีดขึ้นมา แล้วก็เริ่มหั่นผลไม้ฉับๆๆ ตอนแรกอาจจะยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่พอหั่นไปได้สองสามทีก็สับผลไม้ลอยขึ้นลงอย่างคล่องแคล่ว ดูไม่ออกเลยว่าเป็นมือใหม่
ตบท้ายด้วยการหั่นผลไม้เป็นรูปกระต่ายชิ้นเล็กๆ แถมให้ลูกของลูกค้า ทำให้สีหน้าของลูกค้าที่รอนานดูดีขึ้นมานิดหน่อย
หลังจากง่วนอยู่พักใหญ่ คุณน้าหลิวก็กลับมา เจียงหลินทักทายเธอไปคำหนึ่ง บางครั้งก็เข้าไปช่วยงานนิดหน่อย จนในที่สุดก็รอจนเจียงซู่เลิกงาน
หลังจากบอกลาคุณน้าหลิว สองพี่น้องเจียงหลินกับเจียงซู่ก็เดินกลับบ้านด้วยกัน ในมือของเจียงหลินยังมีผลไม้ที่ขายไม่หมดหิ้วติดมาด้วยถุงหนึ่ง
"อย่าลืมขอบคุณคุณน้าหลิวด้วยล่ะ ถ้าไม่จ้างเธอ น้าเขาก็ทำเองคนเดียวไหว เธอไปช่วยให้มันวุ่นวายซะมากกว่า"
"รู้แล้วน่า ก็เพิ่งเริ่มทำงานนี่นา พอชินแล้วก็จะไม่เป็นแบบนี้หรอก" เจียงซู่พูดด้วยน้ำเสียงหงอยๆ
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ไฟริมถนนสว่างขึ้น ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มๆ
เจียงซู่เดินตามหลังเจียงหลิน คอยเหยียบเงาของเขาเล่นไปพลางๆ
"ทำไมนายถึงหั่นผลไม้เก่งขนาดนั้นล่ะ?"
"เรียนมาตั้งแต่ชาติที่แล้วน่ะ"
"ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก" เด็กสาวแอบทำหน้าตาทะเล้นใส่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินอยู่ข้างหน้า
"เรื่องเรียนกับเรื่องฝึกพลังยังตามทันหรือเปล่า? กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้วนะ"
"ไม่ต้องมายุ่ง" อาจจะเป็นเพราะรู้สึกว่าเมื่อกี้เจียงหลินอุตส่าห์ช่วยงานตั้งเยอะ แต่ตัวเองกลับทำตัวไม่น่ารักใส่เขาเท่าไหร่ เจียงซู่เลยพูดเสริมว่า "กลับไปฉันจะฝึกพลังให้ครบสี่ชั่วโมงเลย ส่วนการบ้านฉันก็ทำเสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้ว"
"แล้วพรุ่งนี้ก็ไปสัปหงกในห้องเรียน แล้วก็นอนหลับไปเลยงั้นสิ?" เจียงหลินพูดอย่างไม่ไว้หน้า "นี่น่ะเหรอที่บอกว่าจะควบทั้งสองอย่าง?"
"...ก็ถ้านายยอมมาช่วยกันตั้งแต่แรกมันก็..." เจียงซู่พึมพำเสียงเบา ในจินตนาการของน้องสาว คือภาพที่สองพี่น้องช่วยกันทำงานหาเงินใช้หนี้ และคอยช่วยเหลือเรื่องเรียนซึ่งกันและกันต่างหาก
เจียงหลินกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงซู่ก็วิ่งปรู๊ดแซงหน้าเขาไปไกลลิบแล้ว เธอวิ่งกลับบ้านรวดเดียว เพราะไม่อยากฟังเจียงหลินบ่นอีก
"เฮ้อ เด็กหนอเด็ก" เจียงหลินมองแผ่นหลังเล็กๆ ของน้องสาว แต่ทิฐิกลับไม่เล็กตามตัว พลางถอนหายใจ
...
เจียงหลินกลับมาถึงบ้าน ก็เอาผลไม้ไปแช่ตู้เย็น ใช้เวลาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันสิบนาที พอกลับเข้าห้องก็เปิดหนังสือ เริ่มทบทวนเนื้อหาที่วางแผนไว้ว่าจะต้องเรียนให้จบภายในคืนนี้
อาหารเย็นพวกเขาฝากท้องไว้ที่โรงอาหารของโรงเรียน จะมีก็แค่วันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้นที่เจียงซู่จะเป็นคนทำกับข้าว ส่วนเจียงหลินมีหน้าที่ล้างจาน
กว่าจะอ่านหนังสือเสร็จก็ปาเข้าไปตีหนึ่งตีสอง
"บ้าเอ๊ย ล้มเหลวอีกแล้วเหรอ?" เจียงหลินมองประกายไฟฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่บนมือ เหมือนกับแรงดันไฟฟ้าไม่พอ เดี๋ยวก็สว่างวาบ เดี๋ยวก็มืดหม่น สุดท้ายก็หายวับไปพร้อมกับเสียง "เปรี๊ยะๆ"
อุตส่าห์ตั้งใจเรียนมาทั้งคืน นึกว่าจะสามารถปล่อยเวทมนตร์บทแรกในชีวิตออกมาได้ซะอีก เจียงหลินเป่าปากเบาๆ
"รู้สึกว่ายังขาดอีกนิดเดียวนะ ขั้นตอนอะไรก็เข้าใจหมดแล้ว ติดตรงที่ยังควบคุมธาตุได้ไม่คล่องเท่าไหร่ สู้ๆ สู้โว้ย! ฉันจะต้องเป็นราชาโจรสลัด เอ้ย จอมเวทให้ได้เลย!"
เจียงหลินเรียกความมั่นใจกลับคืนมา เตรียมตัวจะลองใหม่อีกครั้ง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"เจียงหลิน นายหลับหรือยัง?"
(จบแล้ว)