- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นจ้าวแห่งความกลัว บันทึกการเลี้ยงอสูรร้ายฉบับท่านเทพมาร
- บทที่ 14 ฟันปีศาจฉับเดียวสะเทือนหมู่บ้าน เด็กสาวตั้งปณิธานตามหาท่านเทพ
บทที่ 14 ฟันปีศาจฉับเดียวสะเทือนหมู่บ้าน เด็กสาวตั้งปณิธานตามหาท่านเทพ
บทที่ 14 ฟันปีศาจฉับเดียวสะเทือนหมู่บ้าน เด็กสาวตั้งปณิธานตามหาท่านเทพ
"เดรัจฉาน!"
สือโถวตวาดลั่น ออกแรงที่เท้า ร่างกายพุ่งทะยานไปราวกับลูกธนู
แม้จะเป็นครั้งแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจตรงๆ แต่ในแววตาของสือโถวกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขามีพลังเทพที่ท่านเทพประทานให้ ทั้งยังมีอาวุธเทพและเกราะเซียน กะอีแค่ปีศาจ จะมีอะไรให้น่าเกรงกลัว!
งูดำได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับกลับมา นัยน์ตาเรียวยาวเต็มไปด้วยประกายดุร้าย
มีของว่างมาเสิร์ฟถึงที่อีกแล้วหรือ? เจ้าหมอนี่ดูท่าทางแข็งแรงกำยำ เนื้อต้องเหนียวนุ่มเคี้ยวเพลินแน่!
งูดำพุ่งเข้าหาสือโถว ปากที่กว้างราวกับอ่างเลือดมีน้ำลายเหม็นคาวหยดติ๋งๆ มองเห็นเขี้ยวแหลมคมเต็มปากได้อย่างชัดเจน
ชาวบ้านตกใจจนร้องอุทานออกมา ชายที่เป็นผู้นำยิ่งกำชายเสื้อไว้แน่น หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะกระดอนออกมานอกคอ
ทว่าวินาทีต่อมา ทุกคนก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
เห็นเพียงสือโถวไม่ถอยแต่กลับรุกคืบ พลิกข้อมือวูบ มีดกระดูกก็ตวัดฟันออกไปพร้อมกับปราณมีดอันหนาวเหน็บ
ไม่มีท่วงท่าส่วนเกินใดๆ กระทั่งมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเขาลงมืออย่างไร
ในชั่วพริบตา ได้ยินเพียงเสียงดังแผ่วเบา หัวของงูดำก็ร่วงหล่นกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้น เลือดสีเขียวเข้มสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ
ลำตัวงูที่ไร้หัวยังคงดิ้นพล่านอยู่บนพื้น แต่เพียงไม่นานก็สิ้นฤทธิ์
สือโถวก้าวฉับๆ เข้าไปตรวจสอบซากของปีศาจงู
เขายังจำคำกำชับของมารดาก่อนออกเดินทางได้
ซากของปีศาจ จะต้องมีความสำคัญต่อท่านเทพมากแน่ๆ!
ทั่วทั้งหมู่บ้านสือเติ้งเงียบกริบ แม้แต่เสียงลมพัดใบไม้ไหวก็ยังได้ยินชัดเจน
ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงมีชาวบ้านเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "นี่... ฆ่าตายแล้วหรือ?"
"นั่นมันปีศาจงูตัวใหญ่กว่าถังน้ำอีกนะ! สือโถว... สือโถวใช้มีดฟันฉับเดียวตายเลยหรือเนี่ย?"
"ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า? ประกายมีดนั่น... เหมือนกับที่ใต้เท้าในเมืองเล่าว่าผู้บำเพ็ญเพียรฟันปีศาจเลย!"
"หรือว่าเขา... จะเป็นท่านเซียนจริงๆ?"
เสียงอุทานดังขึ้นระงม แววตาของชาวบ้านที่มองสือโถว เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงสงสัยและเหินห่างในคราแรก กลายเป็นความยำเกรงอย่างเต็มเปี่ยม
ตอนที่หลี่ต้าจู้และชายหน้าดำแบกซากปีศาจงูเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ผู้คนรอบข้างก็พร้อมใจกันแหวกทางให้ แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
นี่คือคนจริงที่สามารถฟันปีศาจตายได้ในดาบเดียวเชียวนะ!
ท่ามกลางฝูงชน หงหลิงทอดสายตามองไปทางต้นฮวายเฒ่า ประกายแสงสายหนึ่งพาดผ่านนัยน์ตา ความคิดในใจพลันกระจ่างชัดขึ้นมาในทันที
เดิมทีนางและบิดามารดาก็เป็นคนหมู่บ้านต้าเหลียง นับว่าเป็นเพื่อนเล่นในวัยเยาว์ของสือโถว เพียงแต่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านสือเติ้งในภายหลัง
หลายวันมานี้ เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของสือโถว นางก็สงสัยมาตลอดว่าอะไรที่ทำให้สือโถวเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
หมู่บ้านธรรมดาทั่วไป ย่อมเลี้ยงดูคนให้มีร่างกายกำยำล่ำสันเช่นนี้ไม่ได้หรอก
พวกเขาบอกว่าในป่าคนตายมีท่านเทพ หงหลิงไม่เชิงว่าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้เชื่อเสียทั้งหมด
ทว่ายามนี้ได้เห็นสือโถวฟันปีศาจตายด้วยตาตัวเอง ความเชื่อมั่นในท่านเทพก็พุ่งพรวดจากห้าส่วนเป็นเจ็ดแปดส่วนในพริบตา
ดังนั้น หรือว่าท่านผู้นั้นในป่าคนตาย จะเป็นท่านเทพที่แท้จริง?
วิชาฝีมือที่สือโถวมี ล้วนเป็นพลังเทพที่ท่านเทพประทานให้ทั้งสิ้นกระนั้นหรือ?
เช่นนั้นแล้วสิ่งตอบแทนที่จะต้องจ่ายให้กับการศรัทธาท่านเทพองค์นี้คืออะไรกันเล่า...
หงหลิงม้วนปอยผมพลางครุ่นคิด
นางไม่เคยเชื่อว่าจะมีเทพเซียนผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและคอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริง
ในโลกนี้จะมีบุญคุณที่ได้รับมาเปล่าๆ ปลี้ๆ ได้อย่างไร
ต่อให้เป็นการคุ้มครองที่ซ่างเซียนไป๋อวี้มอบให้หมู่บ้านสือเติ้งและหมู่บ้านอื่นๆ นั่นก็เป็นเพียงข้อตกลงแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่ง
หมู่บ้านต้องถวายเสบียงอาหาร ส่งมอบเด็กที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเข้าสู่สำนักกระบี่ไป๋อวี้ จึงจะแลกกับการได้รับการคุ้มครองมาได้
เป็นการแลกเปลี่ยนที่ดูยุติธรรม แต่ก็ไม่ยุติธรรม
อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดล้วนอยู่ในมือของซ่างเซียนไป๋อวี้ ต่อให้ให้การคุ้มครอง ก็คงไม่ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อมนุษย์ธรรมดาทั่วไปหรอก
เพียงแค่ใช้ชื่อเสียงมาข่มขวัญเท่านั้น ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมแทบจะไม่มีเลย
มิเช่นนั้นคงไม่มีหมู่บ้านมากมายถูกปีศาจร้ายรุกราน กระทั่งหมู่บ้านสือเติ้งของพวกเขา ซึ่งอยู่ในการคุ้มครองของซ่างเซียนไป๋อวี้อย่างแท้จริง ก็ยังคงดึงดูดปีศาจงูมาได้
หงหลิงกระตุกแขนเสื้อบิดาเบาๆ ภายใต้สายตาอันเป็นกังวลของบิดา นางยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
หงหลิงต้องการพลัง
นางอยากปกป้องตัวเองในยุคเข็ญนี้ และยิ่งอยากจะปกป้องครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างให้ได้
'ท่านผู้นั้นในป่าคนตาย ข้าจะต้องตามไปเข้าพบให้จงได้!'
หงหลิงพึมพำในใจ
การประทานพรที่มีข้อแลกเปลี่ยนและสามารถจับต้องได้ ย่อมทำให้รู้สึกอุ่นใจกว่าการคุ้มครองอันเลื่อนลอยและพร้อมจะสูญสลายไปได้ทุกเมื่อ
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ในเมื่อเด็กหนุ่มซื่อบื้ออย่างสือโถวยังจ่ายได้ แล้วเหตุใดนางจะทำไม่ได้เล่า?
ใต้ต้นฮวายเฒ่า กลิ่นคาวเลือดของปีศาจงูถูกลมพัดโชยไปไกล
สือโถวสังเกตเห็นว่า ทิศทางที่กลิ่นคาวเลือดลอยไปนั้น แว่วเสียงสวบสาบดังขึ้นมากกว่าเดิม และกำลังมุ่งหน้ามายังหมู่บ้านสือเติ้ง
ไม่ใช่เสียงลมพัดใบไม้ไหว แต่เป็นเสียงเกล็ดเสียดสีกับพื้น เป็นเสียงเลื้อยคลานที่เจือไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
เส้นประสาทที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงของชาวบ้านพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที มีคนเงยหน้ามองไปที่ป่า ใบหน้าซีดเผือด "นั่น... นั่นมันอะไรกัน?"
เห็นเพียงต้นไม้ใบหญ้าในป่าสั่นไหวอย่างรุนแรง งูดำตัวแล้วตัวเล่าทะลักออกมาคล้ายกับเกลียวคลื่นสีดำ ล้อมรอบทั่วทั้งหมู่บ้านเอาไว้ลางๆ
และที่เบื้องหน้าสุดของฝูงงู มีงูยักษ์ที่ขนาดลำตัวใหญ่โตกว่าตัวก่อนหน้าหลายเท่าตัวกำลังเลื้อยออกมาอย่างเชื่องช้า
บางคนตกใจจนแข้งขาอ่อน บางคนทรุดลงไปกองกับพื้น
ใหญ่โตเหลือเกิน...
แค่หัวงูก็ใหญ่กว่าบ้านดินหนึ่งหลังเสียอีก!
งูยักษ์หยุดชะงัก ชูหัวอันใหญ่โตขึ้นเล็กน้อย จ้องเขม็งไปที่สือโถวซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้าน จู่ๆ มันก็เปล่งเสียงพูดของมนุษย์ที่แหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงเกล็ดสองแผ่นเสียดสีกัน "หึ มนุษย์? เจ้าสินะ ที่ฆ่าลูกน้องของข้า?"
"แค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหนึ่งขั้นต้นตัวจ้อย ยังกล้าแส่เรื่องของทิวเขาหูกวางของข้าอีกหรือ?"
สือโถวกำมีดกระดูกไว้แน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมขึ้นมาบนแผ่นหลังทันที
กลิ่นอายของงูยักษ์รุนแรงกว่างูตัวก่อนหน้ามากนัก ราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ที่มองไม่เห็นกดทับลงมาบนร่าง ทำให้เขาหายใจติดขัด
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า พลังปราณเนื้อโลหิตของปีศาจงูตัวนี้มีมากกว่าเขาถึงสิบเท่าเป็นอย่างต่ำ นับว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันเลย
"เนี่ยซื่อสืออี"
งูยักษ์เอ่ยนามของตนอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาเรียวยาวสีแดงก่ำจับจ้องสือโถวเขม็ง แฝงด้วยความโลภที่ไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย
"พลังปราณเนื้อโลหิตเข้มข้นดีนัก ฆ่าคนของข้าแล้วยังกล้าอยู่ที่นี่อีก เช่นนั้นก็ดี กลืนกินเจ้าลงไป จะได้ทั้งแก้แค้นและบำรุงร่างกายในคราวเดียว!"
สิ้นเสียง มันก็สะบัดหางอย่างแรง ฟาดลงบนกำแพงดินริมหมู่บ้านเสียงดังสนั่น กำแพงดินพังทลายลงไปครึ่งหนึ่งในพริบตา เศษหินกระเด็นกระจัดกระจาย
ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปทั่วทิศทาง หงหลิงดึงบิดามารดาหลบเข้ามุมบ้าน จ้องมองไปทางสือโถวอย่างตึงเครียด
สือโถวกัดฟันกรอด ยืดหลังตรง ยกมีดกระดูกขึ้นขวางเบื้องหน้า "ข้ามีท่านเทพคุ้มครอง เจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ?"
เขายืนหยัดอยู่ที่เดิมอย่างแข็งกร้าว ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
เขารู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่เขาไม่อาจถอยได้ หากถอย คนทั้งหมู่บ้านสือเติ้งจะต้องถูกปีศาจงูกินจนหมด
ในขณะเดียวกัน สือโถวก็ยังคงเชื่อมั่นในท่านเทพของตนอย่างแน่วแน่
มีพลังเทพคุ้มครองกาย เหตุใดต้องหวาดกลัว!
"ท่านเทพหรือ?" เนี่ยซื่อสืออีหัวเราะลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน "บนโลกใบนี้มีเทพที่ไหนกัน?"
"ก็แค่พวกภูตผีปีศาจที่ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน แอบซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดก็เท่านั้น!"
"วันนี้ต่อให้เป็นเทพตัวจริงเสด็จมา บิดาก็จะกลืนกินลงไป ถือโอกาสลิ้มรสเสียหน่อยว่าเค็มหรือจืด!"
มันอ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด พายุลมคาวเหม็นรุนแรงม้วนตัวพัดเข้าใส่สือโถว
งูดำนับสิบตัวก็แผดเสียงขู่ฟ่อและพุ่งเข้าหาชาวบ้าน ในขณะที่สือโถวกำลังจะถูกงูยักษ์กลืนลงท้อง จู่ๆ ที่หน้าอกของเขาก็มีสัมผัสอุ่นวาบแผ่ซ่านออกมา