- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดใหม่ปุ๊บ รับระบบเช็คอินโคตรเทพปั๊บ
- บทที่ 22 - เขาเป็นแค่เด็ก
บทที่ 22 - เขาเป็นแค่เด็ก
บทที่ 22 - เขาเป็นแค่เด็ก
บทที่ 22 - เขาเป็นแค่เด็ก
"ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร"
ผ่านไปเนิ่นนาน ฟัดจ์ถึงได้เอ่ยปากออกมาอย่างช้า ๆ
แต่แม้แต่แฮร์รี่ก็ยังดูออกว่าคำพูดนั้นไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย คาดว่าตัวฟัดจ์เองก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน
สำหรับการปฏิเสธของเขา เอริกไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เพียงแค่มองฟัดจ์ด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าของฟัดจ์เขียวคล้ำ เขาจ้องตากับเอริก มุมปากกระตุกเล็กน้อย ความรู้สึกทำตัวไม่ถูกจู่โจมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฟัดจ์ต้องฝืนรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้
เขาดูเอริกไม่ออกเลยจริง ๆ
หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ฟัดจ์ก็จับทางเอริกไม่ได้จริง ๆ จึงหันไปส่งสายตาให้ทอมเฒ่าที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ
ทอมเฒ่าพยักหน้าอย่างรู้ใจ จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดไปหาเอริกแล้วพูดขึ้น
"ไปเถอะไอ้หนู ฉันรู้ว่าเธอไม่กลัว แต่เธอคงไม่อยากไปเยือนกระทรวงเวทมนตร์เพราะเรื่องนี้หรอก"
"ท่านรัฐมนตรีสามารถจับกุมเธอได้เพราะเรื่องนี้นะ"
"อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย"
เอริกไม่ได้ขัดขืนทอมเฒ่า เพราะเป้าหมายของเขาบรรลุแล้ว
ตั้งแต่แรก เขาก็แค่อยากจะเข้าหาฟัดจ์
คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้สร้างโอกาสให้ตัวเอง ฟัดจ์ก็วิ่งแจ้นมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่วด้วยตัวเองเสียแล้ว
คำพูดที่เอริกพูดออกไปเมื่อครู่ ไม่ว่าจะเป็นประโยคไหน สำหรับฟัดจ์แล้วล้วนยอมรับไม่ได้ทั้งสิ้น
ฟัดจ์เป็นพวกบ้าอำนาจ สำหรับคนที่ไม่สามารถคุกคามตำแหน่งของเขาได้อย่างแท้จริง เขาก็ทำได้เพียงรักษามารยาทจอมปลอมเอาไว้เท่านั้น
ในทางกลับกัน ฟัดจ์ก็ไม่อนุญาตให้คนที่มีสถานะด้อยกว่าเขามากมาชี้หน้าสั่งสอนเขาเช่นกัน
ความกระหายอำนาจของฟัดจ์คนนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้นโรคจิต
จุดนี้เอริกเข้าใจดี
ดังนั้นท่าทีที่ฟัดจ์มีต่อเขาเมื่อครู่จึงถือว่าทำส่ง ๆ ไปอย่างถึงที่สุดแล้ว
และเอริกก็แค่อยากให้ฟัดจ์หันมาสนใจเขาเท่านั้นเอง
แน่นอนว่าเขาก็ทำเกินขอบเขตไม่ได้ ทุกอย่างต้องเล่นไปตามกฎของเกม
ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
ถ้าคิดจะเอาคืนเอริกอย่างจริงจัง ก็ยังมีวิธีอีกมากมาย
เอริกไม่สามารถใช้พลังเวทมนตร์ทำให้ฟัดจ์ยอมจำนนได้เหมือนอย่างที่ดัมเบิลดอร์ทำ จึงเลือกใช้วิธีอื่นแทน
ท่าทีที่จงใจของเอริกที่มีต่อฟัดจ์ แม้แต่ทอมเฒ่าเองก็ยังดูออก
ทอมเฒ่าเดินตามหลังเอริกมา พอเห็นว่าคนที่อยู่ข้างล่างไม่ได้ยินแล้ว จึงกระซิบถาม
"ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย"
เอริกตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ผมก็แค่อยากให้ทุกคนซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วก็คนรอบข้างเท่านั้นเองครับ"
"เหอะ" ทอมเฒ่าแค่นหัวเราะ "เธอคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ"
เอริกหยุดเดิน ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่หันกลับมายิ้มให้ทอมเฒ่า จากนั้นก็หันกลับไปแล้วเดินเข้าห้องไป
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นเอริกเดินจากไปในที่สุด ฟัดจ์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขากดไหล่แฮร์รี่ที่กำลังเหม่อลอยและทำท่าจะเดินตามเอริกไป พาเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ชั้นล่าง แล้วบอกเล่าเรื่องราวที่เตรียมไว้ให้แฮร์รี่ฟังทั้งหมด
รวมถึงเรื่องที่ป้าของเขาที่ถูกเป่าลมใส่จนตัวพองนั้นกลับเป็นปกติแล้วด้วย
อันที่จริงเป้าหมายที่ฟัดจ์มาที่นี่ในคืนนี้ก็เพื่อเรื่องนี้นี่แหละ
ถือโอกาสมาเสี่ยงดวงดูด้วยว่าจะมีร่องรอยของแบล็กในตรอกไดแอกอนหรือไม่
คิดไม่ถึงว่าจะมีเอริกโผล่มาแทรก
ตอนนี้ความสนใจของฟัดจ์พุ่งเป้าไปที่เอริกทั้งหมด เขาแค่อยากจะรีบคุยกับแฮร์รี่ให้จบ ๆ ไป
ช่วยไม่ได้ สถานะของแฮร์รี่นั้นพิเศษเกินไป แม้ฟัดจ์จะไม่อยากทำ แต่เขาก็ต้องออกหน้า
โชคดีที่แฮร์รี่ยังรับมือได้ง่าย
ฟัดจ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถดึงความสนใจของแฮร์รี่กลับมาที่เรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในวันนี้ได้สำเร็จ
เมื่อเห็นสีหน้าโล่งอกของแฮร์รี่ตอนที่รู้ว่าตัวเองจะไม่ถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์ ฟัดจ์ถึงได้รู้สึกว่าโลกใบนี้ยังปกติอยู่
ถูกคำพูดของผู้ใหญ่เกลี้ยกล่อมด้วยคำพูดไม่กี่คำ นี่สิถึงจะเป็นเด็กปกติ
แล้วไอ้ตัวประหลาดอย่างเอริกนั่นมันตัวอะไรกันล่ะ
"ทอมเฒ่าจะจัดห้องให้เธอ ตกลงไหมแฮร์รี่" ฟัดจ์รู้สึกร้อนอบอ้าว จึงสะบัดเสื้อคลุมแล้วพูดต่อ "ช่วงนี้เธอพักอยู่ที่นี่ได้ ทอมเฒ่าจะดูแลเธอเอง ไม่ต้องห่วงครอบครัวเธอหรอก พวกเขาโกรธแน่นอนอยู่แล้ว แต่แค่เธอทำตัวดี ๆ อยู่ที่ฮอกวอตส์ ปีหน้าพวกเขาก็ยังยินดีต้อนรับเธอกลับไป"
"แต่ ผมไม่อยากกลับไปนี่ครับ ท่านรัฐมนตรี" แฮร์รี่พูดอย่างร้อนรน แต่ยังพูดไม่ทันจบฟัดจ์ก็ขัดขึ้นเสียก่อน
โดนเอริกเข้ามาสอดกลางปล้องแบบนี้ ฟัดจ์ไม่มีอารมณ์มานั่งฟังความคิดเห็นของแฮร์รี่หรอก
เขาพูดปัดแฮร์รี่ไปสองสามคำ หันหลังเดินออกจากห้องส่วนตัว เรียกมือปราบมารสองคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูมา สั่งให้คนหนึ่งเฝ้าแฮร์รี่ไว้ แล้วหันไปพูดกับมือปราบมารอีกคน
"ไอ้เด็กที่ชื่อเอริกนั่นมันมีอะไรแปลก ๆ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปถ่วงเวลาเขาก่อน"
"ตอนนี้คุณรีบกลับไปที่กระทรวง แล้วไปสืบประวัติของเอริกมาให้ละเอียด ดูสิว่าเขามาจากไหน มีภูมิหลังยังไง มาจากตระกูลไหน เขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ"
"ถ้าสืบพบว่าเขามีปัญหา ก็ให้รีบพามือปราบมารมาเพิ่ม แล้วคุมตัวเอริกกลับไปสอบสวนที่กระทรวงทันที"
"ถึงแม้จะสืบไม่เจออะไร คุณก็ให้มือปราบมารสองคนตามฉันมา เฝ้าอยู่ที่ชั้นสอง รอสัญญาณจากฉัน"
มือปราบมารคนนั้นเป็นคนสนิทของฟัดจ์ เมื่อได้ยินคำสั่งของฟัดจ์ เขาก็ยังคงลังเล
"แต่ ท่านรัฐมนตรีครับ เขาเป็นแค่เด็ก"
เมื่อเห็นใบหน้าที่บูดบึ้งของฟัดจ์ มือปราบมารก็เลือกที่จะหุบปากอย่างชาญฉลาด ไม่พูดอะไรต่อ แล้วรีบเดินออกไปทันที