- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดใหม่ปุ๊บ รับระบบเช็คอินโคตรเทพปั๊บ
- บทที่ 19 - อารมณ์ที่ขุ่นมัวของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
บทที่ 19 - อารมณ์ที่ขุ่นมัวของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
บทที่ 19 - อารมณ์ที่ขุ่นมัวของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
บทที่ 19 - อารมณ์ที่ขุ่นมัวของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
แบ่งพลังเวทมนตร์ส่วนหนึ่งไปกดทับไม้กายสิทธิ์เอาไว้ แล้วอาศัยจังหวะช่องโหว่นั้นส่งพลังเวทมนตร์ให้ไหลผ่านไม้กายสิทธิ์ออกไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีนี้ ในความเป็นจริงแล้วเอริกยังไม่ได้ปราบไม้กายสิทธิ์ไม้อะคาเซียอย่างสมบูรณ์
เขาแค่ใช้วิธีนี้หลบเลี่ยงการขัดขวางของไม้กายสิทธิ์ชั่วคราว เพื่อให้ตัวเองสามารถร่ายคาถาได้อย่างราบรื่นเท่านั้น
วิธีแก้ปัญหาที่เอริกคิดขึ้นมานี้ ถ้าพ่อมดคนอื่นมาเห็น คงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
คนที่เคยเรียนรู้หลักการร่ายคาถาขั้นพื้นฐาน ไม่ควรมีใครควบคุมพลังเวทมนตร์ของตัวเองอย่างบุ่มบ่ามแบบนี้
เหตุผลที่ศาสตราจารย์ฮอกวอตส์ทุกคนไม่แนะนำให้นักเรียนปี 1 ฝึกเวทมนตร์ด้วยตัวเอง ก็เพราะทฤษฎีเวทมนตร์นั้นซับซ้อนเกินไปสำหรับนักเรียนทั่วไป
ถ้าปล่อยให้นักเรียนทำอะไรตามใจชอบ ก็อาจจะมีคนแบบเอริกโผล่มาจนได้
แต่เอริกมีสนามพลังจิตและพลังจิตที่แข็งแกร่งมากพอ
เขายังมีความมั่นใจในการควบคุมพลังเวทมนตร์อย่างเต็มเปี่ยม
นี่คือเหตุผลที่เขายังคงดึงดันจะทำตามใจตัวเอง
ความจริงแล้ว วิธีนี้ก็มีแค่เอริกคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
สำหรับคนส่วนใหญ่ แค่การรับรู้ถึงพลังเวทมนตร์ของตัวเองด้วยตัวเองก็ถือเป็นปัญหาใหญ่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงการแบ่งพลังเวทมนตร์ออกเป็นสองส่วนเลย
ในตอนที่พ่อมดร่ายคาถา ก็จำเป็นต้องใช้สมาธิอย่างมากเช่นกัน
ถ้าไม่ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่การร่ายคาถา ก็อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงตามมาได้ง่าย ๆ
ในช่วงไม่กี่วันนี้ เอริกอ่านเรื่องราวทำนองนี้จากหนังสือเรียนไปไม่น้อย
อย่างเช่นการออกเสียงผิดไปหนึ่งพยางค์ แล้วทำให้ไม้กายสิทธิ์ระเบิด อะไรทำนองนี้ เอริกก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
ระบบการร่ายเวทมนตร์ของพ่อมดในมุมมองของเอริกนั้น ถือว่าเข้มงวดมาก ทั้งยังเต็มไปด้วยความสับสนและแนวคิดเชิงจิตนิยม
แค่ท่องศัพท์ผิดไปคำเดียว หรือองศาในการร่ายคาถาไม่ถูกต้อง ก็มักจะทำให้ร่ายคาถาล้มเหลว หรือร้ายแรงถึงขั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
และมุมมองเชิงจิตนิยมก็ถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุดในคาถาที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณอย่างคาถาผู้พิทักษ์
ตอนที่ร่ายคาถาผู้พิทักษ์ พ่อมดจำเป็นต้องใช้อารมณ์ด้านบวกที่มีความสุขเป็นเหมือนสารอาหารในการหล่อเลี้ยงคาถา
ถ้าไม่ใช่แบบนั้น ต่อให้องค์ประกอบอื่น ๆ ของคุณจะไม่มีอะไรผิดพลาดเลย คุณก็ร่ายคาถาผู้พิทักษ์ไม่ออกอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้เอง พ่อมดศาสตร์มืดหลายคนจึงไม่สามารถเรียกผู้พิทักษ์ของตัวเองออกมาได้
จิตใจของพวกเขาถูกบิดเบือนด้วยมนตร์ดำไปอย่างรุนแรง จนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการร่ายคาถาในเชิงบวกได้อีกต่อไป
เอริกมองดูผู้พิทักษ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาโบกไม้กายสิทธิ์ ผู้พิทักษ์ก็สลายตัวกลายเป็นเส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์ไม่กี่เส้นแล้วจางหายไปในอากาศทันที
เมื่อหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง เอริกก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ไม้กายสิทธิ์ไม้อะคาเซียในตอนนี้ ดูเหมือนจะสูญเสียกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่คอยขัดขวางการร่ายเวทมนตร์ของเอริกไปจนหมดสิ้น
ความรุนแรงในการต่อต้านพลังเวทของเอริกลดลงไปมาก
เอริกยกมือขึ้นแล้วลองร่ายคาถาส่องสว่างด้วยวิธีปกติ
ครั้งนี้ ยังคงมีแรงต้านเล็กน้อยส่งมาจากไม้กายสิทธิ์ไม้อะคาเซีย แต่มันก็เป็นเพียงแรงต้านเล็กน้อยที่ทำให้การส่งผ่านพลังเวทของเอริกปั่นป่วนไปเพียงชั่วครู่ และไม่มีผลกระทบอะไรอย่างอื่นอีก
หลังจากที่เอริกดึงพลังเวทกลับคืนจากไม้กายสิทธิ์ ไม้กายสิทธิ์ไม้อะคาเซียทั้งด้ามก็กลับมาอ่อนยวบ แต่ก็ยังคงดื้อดึงอยู่
วิธีที่พ่อมดและไม้กายสิทธิ์จะยอมรับซึ่งกันและกันไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว
การพยายามใช้เวลาเพื่อปราบไม้กายสิทธิ์ให้เชื่องแบบที่เอริกทำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เป็นไปได้
ไม่ว่าตอนแรกไม้ไม้กายสิทธิ์จะไม่ถูกชะตากับพ่อมดแค่ไหน แต่หลังจากถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังเวทมนตร์เป็นเวลานานหลายปี ไม้กายสิทธิ์ก็จะค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหาพ่อมดเอง
มันเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
แน่นอนว่า เงื่อนไขสำคัญคือพ่อมดจะต้องสามารถกดไม้กายสิทธิ์เอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด
แบบโอลิแวนเดอร์นั่นใช้ไม่ได้หรอก พลังเวทของเขายังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่จะขับเคลื่อนไม้กายสิทธิ์ไม้อะคาเซียได้เลยด้วยซ้ำ
และด้วยความเร็วระดับนี้ เอริกคาดว่าอีกไม่นานเขาคงจะทำให้ไม้กายสิทธิ์ด้ามนี้ยอมจำนนได้อย่างราบคาบ
...
คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์กำลังอารมณ์เสียอย่างมากในช่วงนี้
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในโลกเวทมนตร์เมื่อไม่กี่วันก่อน
เรื่องใหญ่ระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเมืองของเขาเลยทีเดียว
ซิเรียส แบล็ก แหกคุกหนีออกจากอัซคาบัน
พอคิดถึงข่าวร้ายนี้ สีหน้าของฟัดจ์ก็ดูไม่จืดเลยทีเดียว
ซิเรียส แบล็ก คือใครน่ะเหรอ เขาคือสมุนมือขวาอันดับต้น ๆ ของโวลเดอมอร์เมื่อหลายปีก่อนเชียวนะ
เป็นจอมโหดที่ฆ่าคนรวดเดียว 13 คนด้วยคาถาเพียงบทเดียว
บุคคลอันตรายขนาดนี้แหกคุกออกไปได้ แถมยังหนีออกมาจากคุกอัซคาบันที่ได้ชื่อว่าเป็นคุกที่ปลอดภัยที่สุดในโลกอีกด้วย
ฟัดจ์อยากจะใช้คาถาผู้พิทักษ์เป่ากบาลพวกผู้คุมวิญญาณที่เฝ้าอัซคาบันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย
ถ้าไม่ติดว่ากระทรวงไม่มีกำลังคนไปทำหน้าที่เฝ้าอัซคาบันแทนพวกผู้คุมวิญญาณ เขาคงสั่งการไปตั้งนานแล้ว
ถึงแม้พวกผู้คุมวิญญาณจะทำงานรับใช้กระทรวงเวทมนตร์ได้ดีมาตลอด แต่แค่เรื่องที่ซิเรียส แบล็ก แหกคุกออกไปได้เรื่องเดียว ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชื่อเสียงของกระทรวงเวทมนตร์ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
บวกกับข่าวล่าสุดที่ได้รับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ข้างกายแฮร์รี่ พอตเตอร์
แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนีออกจากบ้านป้าของเขาไปแล้ว
ตามที่สายข่าวรายงาน แฮร์รี่ใช้เวทมนตร์แก้แค้นป้าของเขา แล้วก็หนีออกจากบ้านไป
นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชัด ๆ
แบล็กแหกคุก แล้วแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ดันมาหนีออกจากบ้านในเวลาแบบนี้พอดี
สองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน ฟัดจ์ปวดหัวจนหัวแทบระเบิด
ฟัดจ์รู้ดีว่าแบล็กคือคนที่ทรยศพ่อแม่ของแฮร์รี่ พอตเตอร์
ถ้าแบล็กเจอแฮร์รี่ พอตเตอร์ก่อนกระทรวงเวทมนตร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฟัดจ์ก็หมดสิทธิ์เป็นรัฐมนตรีต่อแน่ ๆ
แค่ปล่อยให้เด็กชายผู้รอดชีวิตมาเกิดเรื่องในยุคสมัยของเขา ข้อหานี้ข้อหาเดียว ฟัดจ์ก็หมดอนาคตทางการเมืองตลอดกาลแล้ว
เมื่อมองดูรายงานข่าวจากสื่อสำนักใหญ่ประจำวันที่เลขาฯ นำมาวางไว้บนโต๊ะ ฟัดจ์ก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ
ในนั้นมีแต่คำวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอเขาเต็มไปหมด
อะไรนะ การเข้ารับตำแหน่งของฟัดจ์ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในกระทรวงเวทมนตร์รุนแรงขึ้น เลยเป็นต้นเหตุให้แบล็กแหกคุกออกไปได้งั้นเหรอ
ประสาท!
พวกที่เฝ้าอัซคาบันคือผู้คุมวิญญาณนะโว้ย พวกมันรับสินบนจากพ่อมดธรรมดาไม่ได้หรอก ผู้คุมวิญญาณเฝ้ายามหละหลวม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาที่เป็นฟัดจ์ด้วยวะ
แต่มีรายงานข่าวอีกชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่ดึงดูดความสนใจของเขา
'ตรอกไดแอกอนถูกโจมตี ฝีมือใครกันแน่ ข่มขู่หรือแก้แค้น แบล็กต้องสงสัยว่าแอบเข้าไปในตรอกไดแอกอนแล้ว'
ทันทีที่เห็นรายงานข่าวชิ้นนี้ ฟัดจ์ก็เบิกตากว้างอย่างลืมตัว และรีบเปิดอ่านอย่างละเอียด
จากนั้น ฟัดจ์ก็รีบให้เลขาฯ ไปตามตัวหัวหน้ากองอุบัติเหตุและภัยพิบัติทางเวทมนตร์มา ตบโต๊ะแล้วถามขึ้น
"ตรอกไดแอกอนถูกโจมตี ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องนี้"
"อะไรนะครับ" หัวหน้ากองอุบัติเหตุและภัยพิบัติทางเวทมนตร์ทำหน้างงงวย จากนั้นก็หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านแล้วอุทานด้วยความตกใจ "มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ"
ฟัดจ์ถามกลับ
"คุณเป็นหัวหน้ากองอุบัติเหตุและภัยพิบัติทางเวทมนตร์ไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ครับ แต่ไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ให้ผมทราบเลย" หัวหน้ากองผายมือตอบ
"บ้าเอ๊ย คุณรีบไปตามสืบเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้าให้รีบมารายงานฉันทันที ถ้าแบล็กแอบเข้าไปในตรอกไดแอกอนจริง ๆ เราซวยแน่"
หัวหน้ากองยิ้มเจื่อนและตอบรับ
"ผมจะรีบกลับไปสืบที่กองเดี๋ยวนี้เลยครับ แต่ถ้ามีข่าวอะไรท่านรัฐมนตรีก็บอกผมด้วยแล้วกัน หนังสือพิมพ์ส่งมาถึงห้องท่านเร็วกว่าส่งไปที่กองผมอีก"
"ไอ้บ้าเอ๊ย" ฟัดจ์สบถคำหยาบออกมา สะบัดมือแล้วพูดว่า "ช่างเถอะ ฉันจะไปที่ตรอกไดแอกอนด้วยตัวเอง"