- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 105 เวทมนตร์ต้องห้าม
บทที่ 105 เวทมนตร์ต้องห้าม
บทที่ 105 เวทมนตร์ต้องห้าม
"คุณคงจะเป็นคุณทาน่าใช่ไหมคะ? สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออีไล ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่วันนี้มารบกวนกะทันหัน คุณเบ็คกี้น่าจะบอกคุณไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหมคะ?"
อีไลเขย่งเท้ากระโดดข้ามแอ่งโคลน พลางกล่าวทักทายทาน่าด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
เธอกลอกดวงตาสีเขียวมรกต ลอบสังเกตอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
การแต่งตัวของทาน่าดูเรียบง่ายมาก เธอสวมเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ สีเทาหม่นที่ปกปิดผิวหนังส่วนใหญ่ของร่างกาย เผยให้เห็นเพียงใบหน้าที่ติดสีเขียวเล็กน้อยกับเส้นผมสีน้ำตาลเท่านั้น
เพียงแต่เธอดูมีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย จนกระทั่งได้ยินชื่อของอีไลชัดเจน เธอถึงได้สติกลับมา ริมฝีปากพึมพำว่า
"อีไล ชาร์ลอตต์..." เธอพยักหน้าและเผยรอยยิ้มบางๆ "เมื่อวานนี้คุณเบ็คกี้ส่งจดหมายมากำชับให้ฉันต้อนรับพวกคุณให้ดี เชิญทั้งสองคนเข้ามาข้างในเลยค่ะ"
พูดจบเธอก็นำพาทั้งสองคนเดินเข้าไปในกระท่อมไม้
กระท่อมไม้ดูมีอายุพอสมควร แต่กลับถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดสะอ้าน
อีไลรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แม้สถานที่แห่งนี้จะสะอาด แต่กลับทำให้คนรู้สึกว่ามันขาดกลิ่นอายความอบอุ่นของการใช้ชีวิตไปบ้าง
"กระท่อมหลังนี้เพื่อนของคุณเบ็คกี้ให้ฉันยืมชั่วคราวน่ะค่ะ เขาบอกว่ามันสามารถช่วยรักษาอาการป่วยทางจิตใจของฉันได้"
อีไลเดินสำรวจไปรอบๆ กระท่อมตามอำเภอใจ เธอพบว่าโครงสร้างของกระท่อมไม้หลังนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก มองจากภายนอกเป็นเพียงโครงสร้างไม้ธรรมดาๆ แต่ผนังด้านในกลับดูเหมือนทำจากหิน แถมยังมีลวดลายคล้ายพืชพรรณกระจายอยู่เต็มไปหมด
เธอยื่นมือออกไปลูบคลำลวดลายเหล่านั้น รู้สึกว่าการออกแบบนี้ช่างแปลกประหลาดและมหัศจรรย์จริงๆ
"ทั้งสองคนคะ" ทาน่ายกน้ำชามาเสิร์ฟ ก่อนจะนั่งตัวตรงอยู่ริมโต๊ะยาว แล้วเอ่ยถาม "มาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"
อีไลนั่งลงริมโต๊ะเช่นกัน พร้อมกับอธิบายจุดประสงค์ที่มาด้วยรอยยิ้ม "คุณทาน่าคะ เรื่องมันเป็นแบบนี้ พวกเรากำลังตามหาเพื่อนร่วมทีมสำหรับการแข่งขันประลองเวทอยู่น่ะค่ะ..."
เธอแนะนำสถานการณ์เกี่ยวกับการคัดเลือกของตระกูลเฟรย์อย่างคร่าวๆ และรับปากว่าจะมอบค่าตอบแทนอย่างงามให้กับผู้ที่มาช่วยเหลือ
"ได้ยินคุณเบ็คกี้บอกว่า คุณเชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับผู้ร่ายเวทระดับขั้นต้นแล้วเหรอคะ?"
ทาน่าพยักหน้าอย่างเลื่อนลอยเล็กน้อย "ใช่ค่ะ มันคือเวทมนตร์วงแหวนที่สอง แต่มันทรงพลังยิ่งกว่าเวทมนตร์วงแหวนที่สามหลายๆ บทเสียอีก อันที่จริง ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเชี่ยวชาญมันจริงๆ แล้วหรือยัง ดังนั้นก็เลยยังไม่ได้ไปยื่นเรื่องขอรับรองคุณสมบัติจอมเวทขั้นต้นที่สมาคมเวทมนตร์น่ะค่ะ"
"ได้ยินมาว่า นั่นเป็นเวทมนตร์ธรรมชาติที่หาได้ยากงั้นเหรอ?" ในฐานะดรูอิดของหอคอยเขียว ชาร์ลอตต์เต็มไปด้วยความสนใจในเวทมนตร์ธรรมชาติ เธอจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
เมื่อเห็นทาน่าพยักหน้า อีไลก็พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น "ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยสาธิตเวทมนตร์บทนั้นให้พวกเราดูหน่อยได้ไหมคะ?"
ทาน่าเงียบไปในทันที ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคิดว่าเธอจะปฏิเสธ โนมป่าก็ส่งยิ้มให้ชาร์ลอตต์
"ดูเหมือนคุณจะเป็นดรูอิดที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะคะ รบกวนช่วยจับนกกระจอกวสันต์มาให้ฉันสักตัวได้ไหมคะ?
"แค่ตัวเดียว แค่ตัวเดียวก็พอ..." เธอพึมพำซ้ำๆ อย่างไร้สาเหตุ ท่าทางดูผิดปกติทางจิตเล็กน้อย
แต่รายละเอียดที่ผิดปกติเหล่านี้กลับถูกทั้งสองคนมองข้ามไป หรืออาจถูกพลังบางอย่างลบเลือนความไม่สมเหตุสมผลนี้ทิ้งไป
นับตั้งแต่เมื่อวานที่อีไลได้ยินคำพูดชื่นชมทาน่าจากปากของเบ็คกี้ เธอก็เกิดความคาดหวังอันดีงามต่อทาน่าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
และเมื่อเธอถ่ายทอดความคาดหวังนี้ให้ชาร์ลอตต์ฟัง อีกฝ่ายก็หลงระเริงไปกับความคาดหวังนี้เฉกเช่นเดียวกับเธอ
พวกเธอต่างก็เชื่อมั่นอย่างไม่ได้นัดหมายว่า ทาน่า ทูรัน คือจอมเวทผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอจะยังเป็นแค่โร้กก็ตาม
ชาร์ลอตต์มองออกไปนอกหน้าต่าง ต้นไม้มากมายกำลังเติบโตอย่างงอกงาม และท่ามกลางกิ่งก้านใบไม้เหล่านั้น ก็มีนกกระจอกวสันต์ขนสีน้ำตาลหลายตัวกำลังกระโดดไปมาเพื่อหาอาหาร
เธออ้าปากเปล่งเสียงที่คนทั่วไปยากจะสังเกตเห็นออกมา จากนั้นก็ยื่นแขนออกไป
เพียงไม่นาน นกกระจอกวสันต์ตัวอ้วนกลมขนฟูก็บินมาเกาะบนหลังมือของเธอ
ชาร์ลอตต์ส่งนกตัวนี้ให้กับทาน่า
"ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่น่ารักอะไรอย่างนี้..." บนใบหน้าของทาน่าปรากฏร่องรอยของความปีติยินดี
ทว่าวินาทีต่อมา เธอกลับกำมือแน่น สิ่งมีชีวิตที่เธอเพิ่งเอ่ยชมถูกบีบจนแหลกเหลวกลายเป็นก้อนเนื้อ เลือดและเครื่องในสาดกระเซ็นไปทั่ว
อีไลเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ส่วนชาร์ลอตต์ขมวดคิ้วแน่น พวกเธอไม่เข้าใจการกระทำของทาน่าเลยแม้แต่น้อย
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ทั้งสองคน..."
ทาน่ากำซากนกกระจอกวสันต์ที่แหลกเหลวไว้ในมือ พลางเริ่มร่ายมนตร์คาถาในปาก
ครู่ต่อมา เมื่อบทร่ายเวทใกล้จะสิ้นสุดลง ก้อนเลือดและเนื้อในมือของเธอก็เริ่มรวมตัว ขยุกขยิก และก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่
"หรือว่าเธอกำลังชุบชีวิตนกตัวนี้งั้นเหรอ?" ในฐานะจอมเวทรักษา อีไลมองออกว่ารูปแบบการไหลเวียนพลังเวทของเวทมนตร์บทนี้กลับคล้ายคลึงกับเวทมนตร์แห่งชีวิตของเธออยู่บ้าง
ทว่าแม้เวทมนตร์รักษาและเวทมนตร์ชุบชีวิตจะมาจากรากฐานเดียวกัน แต่ระดับความยากกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ต่อให้เป็นเวทชุบชีวิตที่เรียบง่ายที่สุด ก็ไม่มีทางที่ผู้ร่ายเวทระดับขั้นต้นจะสามารถเชี่ยวชาญได้!
ในที่สุด หยาดเลือดก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทาน่าแบมือออก ภายใต้สายตาอันร้อนแรงของทั้งสองคน สิ่งที่คลานออกมาจากมือของเธอกลับเป็นกิ้งก่าสีเขียวมรกตขนาดเท่านิ้วมือตัวหนึ่ง
"นี่มัน..." อีไลไม่เคยเห็นเวทมนตร์ที่มหัศจรรย์ขนาดนี้มาก่อน มันถึงกับสามารถเปลี่ยนแปลงชนิดของสิ่งมีชีวิตได้เลย
เธออยากรู้อยากเห็นจนทนไม่ไหว โน้มตัวไปข้างหน้า และถึงขั้นอยากจะลองสัมผัสสิ่งมีชีวิตเกิดใหม่ตัวนั้นดู
แต่ชาร์ลอตต์ที่อยู่ข้างๆ กลับคว้าแขนเธอจากใต้โต๊ะอย่างกะทันหัน แล้วออกแรงบีบอย่างแรง
ในขณะเดียวกัน อีไลก็ได้ยินข้อความเสียงของเธอส่งตรงเข้ามาในหัว
"พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! เวทมนตร์ที่เธอใช้ล่วงล้ำข้อห้ามของหอคอยเขียว ยัยนี่อันตรายมาก!"
สีหน้าของอีไลเปลี่ยนไปทันที เธอกระชับไม้กายสิทธิ์ในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ เตรียมพร้อมที่จะหนี
ทว่ากลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของทาน่า แววตาของเธอเลื่อนลอย น้ำเสียงแหบพร่าและแผ่วเบา ราวกับคนกำลังละเมอ
"ช่างเป็นพลังที่มหัศจรรย์อะไรอย่างนี้ ดูสิ เจ้าตัวเล็กนี่ เมื่อกี้มันยังเป็นนกปากแหลมมีปีกอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับทำได้แค่อาศัยคลานเตาะแตะไปตามพื้นอย่างน่าสงสาร... ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ..."
"โอ๊ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน มองดูคนทั้งสองที่กำลังถอยร่นออกไปนอกกระท่อมพลางจ้องมองเธออย่างระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ "พวกคุณเป็นอะไรไป ทำไมถึงจ้องฉันอย่างตึงเครียดขนาดนั้นล่ะ?"
ไร้ซึ่งคำพูดไร้สาระใดๆ ชาร์ลอตต์ตวัดไม้กายสิทธิ์เถาวัลย์พันเกลียวไปแล้ว ขวากหนามนับไม่ถ้วนงอกเงยขึ้นจากพื้นดิน พุ่งเข้าจู่โจมทาน่า
ในขณะเดียวกัน อีไลก็เสกแสงสว่างวาบขึ้นมา สาดส่องจนทาน่าลืมตาไม่ขึ้น
ทั้งสองคนรีบวิ่งออกไปทางประตูทันที แต่กลับได้ยินเสียงกรีดร้องบาดแก้วหูดังมาจากเบื้องหลัง
ตามมาติดๆ ด้วยกระท่อมไม้ทั้งหลังที่สั่นสะเทือนขึ้นมา ราวกับยักษ์ป่าที่หลับใหลอยู่ได้ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ผนังหินที่เต็มไปด้วยลวดลายพืชพรรณซึ่งดึงดูดความสนใจของอีไลก่อนหน้านี้ ก็เริ่มปริแตกและขยุกขยิกไปตามแรงสั่นสะเทือนและเสียงกรีดร้องของทาน่า!
กระท่อมทั้งหลังนี้ แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นจากมอนสเตอร์พืชชนิดหนึ่ง!
ประตูที่เปิดอ้าอยู่ปิดดังปังในชั่วพริบตา จากนั้นก็บิดเบี้ยวผิดรูป แล้วหลอมรวมเข้ากับผนังโดยรอบจนเป็นเนื้อเดียวกัน
ทันใดนั้น หนวดเถาวัลย์เรียวยาวนับไม่ถ้วนก็ยื่นออกมาจากภายในกระท่อม พกพาสีเขียวเข้มอันน่าสยดสยองและกลิ่นอายเสื่อมสลายชวนคลื่นเหียนตามติดมาด้วย
ชาร์ลอตต์แทบจะถูกกลิ่นเหม็นนี้รมจนหน้ามืด
เธอเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ที่แท้มอนสเตอร์เสื่อมสลายเหล่านี้เคยถูกตรึงเอาไว้ด้วยเวทมนตร์ที่คล้ายคลึงกับเวทกลายเป็นหิน ทำให้พวกมันดูเหมือนสิ่งของที่ตายแล้ว ถึงได้ปกปิดกลิ่นอายไปจนหมดสิ้น
ทว่าตอนนี้กลับเป็นเพราะการคลุ้มคลั่งของทาน่า พวกมันจึงพากันตื่นขึ้นมา
ทั้งสองคนหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าโนมป่าไม่มีเค้าโครงของมนุษย์หลงเหลืออยู่อีกเลย
ทั่วทั้งร่างของเธอเปื่อยยุ่ย ราวกับเลือดเนื้อกำลังหลอมละลาย และหลอมรวมเข้ากับมอนสเตอร์รอบตัวอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่กิ้งก่าตัวนั้นที่ถูกเธอชุบชีวิตขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ต้องห้าม ก็ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอไปแล้ว