เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ปราบปีศาจที่เกาเหล่าจวง (3)

บทที่ 8 ปราบปีศาจที่เกาเหล่าจวง (3)

บทที่ 8 ปราบปีศาจที่เกาเหล่าจวง (3)


เมื่อกล่าวถึงปีศาจหมู เขาออกมาตรวจดูรอบนอกเรือน เพียงกวาดตามองคร่าวๆ ก็เห็นอ้าวถูที่โดดเด่นท่ามกลางผู้คนในทันที

อ้าวถูสวมจีวรแพรล้ำค่า ถือไม้เท้าเก้าห่วง รูปโฉมสง่างาม สีหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา ทั่วร่างราวกับมีพุทธรัศมีโอบล้อม ดูประหนึ่งพุทธบุตรที่จุติลงมายังโลกมนุษย์

ปีศาจหมูเชื่อไปแล้ว ว่าคนผู้นี้คงเป็นผู้ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่พระโพธิสัตว์กวนอิมให้เขารอคอยอยู่ที่นี่

แต่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เขาจึงยังคิดจะยืนยันให้แน่ใจเสียก่อน จึงประสานมือคารวะแล้วถามด้วยความนอบน้อม

“ขอถามใต้ซือว่า ท่านเป็นผู้ใด มาจากแห่งหนใด จะไปที่ใด และเหตุใดจึงรู้นามของข้าได้?”

อ้าวถูตอบว่า

“อาตมาเป็นพระภิกษุจากแผ่นดินต้าถัง เดินทางไปยังชมพูทวีปตะวันตกเพื่อกราบพระพุทธองค์และอัญเชิญพระไตรปิฎก ระหว่างทางได้รับคำชี้แนะจากพระโพธิสัตว์กวนอิม นางบอกอาตมาว่า ณ ที่แห่งนี้ มีแม่ทัพเทียนเผิงที่ลงมาเกิดในโลกมนุษย์ มีนามธรรมว่า ‘อู้เหนิง’ และสมัครใจจะเป็นศิษย์ของอาตมา ร่วมเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก เพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์แห่งธรรม... เจ้าปีศาจหมู เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ทัพเทียนเผิงผู้นั้นอยู่ที่ใด?”

เมื่อปีศาจหมูได้ยิน ก็รีบเดินเข้ามา คุกเข่าลงทั้งสองข้าง โขกศีรษะคำนับแล้วกล่าวว่า

“ท่านอาจารย์ คนโบราณกล่าวไว้ว่า ผู้บวชไม่กล่าววาจาร้าย เหตุใดท่านจึงพูดให้ข้าเจ็บช้ำนัก? ข้าน้อยผู้นี้ก็คือแม่ทัพเทียนเผิงที่ลงมาเกิด เพียงแต่ไปเกิดผิดครรภ์ จึงกลายเป็นรูปลักษณ์เช่นนี้ โชคดีที่พระโพธิสัตว์กวนอิมชี้แนะให้กลับตัว รับศีลแล้ว ละเว้นของคาวห้าประการและของต้องห้ามสามอย่าง จึงเฝ้ารอท่านอาจารย์อยู่ที่นี่โดยเฉพาะ”

อ้าวถูพยักหน้า

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ อย่าได้ถือสาที่อาตมาตัดสินคนจากรูปลักษณ์เลย เพียงแต่หน้าตาของเจ้าช่างแปลกประหลาดเหนือผู้ใดจริง ๆ”

กล่าวจบ เขาก็ให้เกาไท่กงจัดโต๊ะบูชามา

เมื่อเกาไท่กงเห็นว่าปีศาจตนนั้นกลับกลายเป็นศิษย์ของอ้าวถูในพริบตา ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบให้บ่าวนำโต๊ะบูชามาจัดวาง

อ้าวถูล้างมือ จุดธูป รับการคำนับจากปีศาจหมู แล้วกล่าวว่า

“อู้เหนิง ในเมื่อเจ้าละเว้นของคาวห้าประการและของต้องห้ามสามอย่างแล้ว อาตมาจะตั้งชื่อรองให้เจ้า เรียกว่า ‘ปาจี้’ ต่อไปจะได้เรียกขานได้สะดวก”

ปีศาจหมูยิ้มกว้างด้วยความยินดี

“ศิษย์น้อมรับคำสั่งขอรับอาจารย์”

หลังจากนั้น ตามคำสั่งของอ้าวถู ปีศาจหมูก็ปล่อยเกาชุ่ยหลาน ทำให้ครอบครัวของเกาไท่กงได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

คืนนั้น อ้าวถูพาปีศาจหมูพักค้างคืนที่บ้านเกาไท่กง

รุ่งเช้าวันต่อมา เกาไท่กงจัดสำรับอาหารเจเพื่อเลี้ยงส่งทั้งสอง

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เกาไท่กงก็สั่งให้คนนำถาดไม้เคลือบสีแดงออกมา บนถาดมีทองและเงินรวมมูลค่าสองร้อยตำลึง ตั้งใจมอบเป็นค่าตอบแทนในการปราบปีศาจ

แต่อ้าวถูปฏิเสธอย่างหนักแน่น

“ปาจี้เป็นศิษย์ของอาตมา การช่วยให้เขากลับสู่หนทางที่ถูกต้องเป็นหน้าที่ของอาตมา อาตมาไมอาจรับเงินทองเหล่านี้ได้? หากอาตมารับทรัพย์สินเหล่านี้ ต่อให้ต้องเวียนว่ายผ่านมหันตภัยนับพันชาติ ก็ยากจะบรรลุผลสัมฤทธิ์แห่งธรรม”

เมื่อเกาไท่กงได้ฟัง ก็ไม่กล้าคะยั้นคะยออีก

แต่ปีศาจหมูกลับบ่นพึมพำอยู่ข้าง ๆ

“อาจารย์ ท่านหัวแข็งเกินไปแล้ว ระหว่างทางพวกเราต้องกินลมกินฝน ไม่รู้เมื่อไรจะถึงชมพูทวีปตะวันตก รับค่าเดินทางไว้บ้างก็ยังดีนี่นา”

อ้าวถูยกมือเคาะศีรษะปีศาจหมูหนึ่งที

ปีศาจหมูรีบกุมหัว พลางร้องโอดโอย

“โอ๊ย! อาจารย์ แรงมือของท่านหนักจริง ๆ!”

อ้าวถูกล่าวว่า

“เจ้าคนโง่ พวกเราชาวพุทธออกจาริกไปทั่วสารทิศ ย่อมมีวิธีหาเลี้ยงชีพและหาเงินได้เอง จะไปรับเงินจากผู้อื่นเปล่า ๆ ได้อย่างไร?”

ปีศาจหมูตอบ

“อาจารย์ คนบวชจะหาเลี้ยงชีพได้ก็แค่รับทำพิธี สวดส่งวิญญาณ หรือประกอบพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย จะได้เงินสักเท่าไรกัน? ยังไม่พอค่าข้าวมื้อเดียวของข้าเลย!”

อ้าวถูยิ้ม

“ไม่ต้องพูดมากมาย อย่างน้อยก็หาได้หลักร้อยหลักพันตำลึง”

ปีศาจหมูอุทานด้วยความตกใจ

“มากขนาดนั้นเชียว! คนโบราณยังพูดว่า ‘บาตรใบเดียวขอข้าวจากพันบ้าน เดินทางตัวคนเดียวหมื่นลี้’ อาจารย์ไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน? อย่าบอกนะว่าขโมยหรือปล้นเขามา! ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราต้องเก็บงานให้เรียบร้อย อย่าให้พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้เข้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแน่!”

อ้าวถูได้ยินก็เคาะหัวปีศาจหมูอีกครั้ง

“เจ้าคนทึ่ม! ศิษย์พุทธจะไปทำเรื่องลักขโมยปล้นชิงได้อย่างไร?”

ปีศาจหมูลูบหัวป้อย ๆ

“ถ้าอย่างนั้นเงินมาจากไหน?”

อ้าวถูตอบ

“เงินของอาตมา ไม่ต้องขโมย ไม่ต้องปล้น แต่ผู้คนต่างแย่งกันเอามาให้ ยิ่งกว่านั้นยังได้บุญกุศลเพิ่มอีก”

ปีศาจหมูตาโต

“มีเรื่องดีแบบนั้นด้วยหรือ? อาจารย์ รีบสอนข้าเร็ว!”

อ้าวถูยิ้มแล้วกล่าว

“ง่ายมาก เจ้าไปบอกเกาไท่กง ให้เชิญชาวบ้านทุกคนในเกาเหล่าจวงไปรวมตัวกันที่ทุ่งรกร้างด้านตะวันตกของหมู่บ้าน”

ปีศาจหมูถามอย่างสงสัย

“ที่นั่นเป็นป่ารก จะไปทำอะไรกัน?”

อ้าวถูยกมือเคาะหัวเขาอีกที

“เจ้าคนโง่! ให้ไปก็รีบไป อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”

ปีศาจหมูจึงไม่มีทางเลือก นำคำสั่งของอ้าวถูไปบอกเกาไท่กง

แม้เกาไท่กงจะสงสัย แต่ก็กลัวว่าปีศาจหมูจะไม่ยอมจากไป จึงไม่กล้าขัด รีบทำตามทันที

ไม่นานนัก ชาวบ้านทั้งเกาเหล่าจวงก็มารวมตัวกัน แล้วพากันไปยังสถานที่ที่อ้าวถูระบุไว้

ที่นั่นเป็นทุ่งรกร้าง เต็มไปด้วยวัชพืชและพุ่มไม้ พื้นดินเต็มไปด้วยก้อนหิน

อ้าวถูหันไปถามปีศาจหมู

“ปาจี้ หากให้เจ้าพลิกดินสักหนึ่งหมู่ ( 2 งาน) จะใช้เวลานานเท่าใด?”

ปีศาจหมูตบอกอย่างมั่นใจ

“อาจารย์ ที่ดินแปลงนี้เต็มไปด้วยรากไม้กับก้อนหิน ถ้าเป็นคนธรรมดา ต่อให้ตรากตรำทั้งวันก็ยังเปิดที่ดินได้ไม่ถึงหนึ่งหมู่ แต่ข้าผู้เป็นแม่ทัพเทียนเผิงลงมาเกิด เพียงลงมือครั้งเดียว ก็พลิกดินดี ๆ ได้หนึ่งหมู่แล้ว!”

ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามอย่างระแวง

“อาจารย์... ท่านไม่ได้จะให้ข้าเป็นกรรมกรไถดินให้พวกเขาหรอกนะ?”

อ้าวถูรีบโบกมือ

“ไม่ใช่ ๆ อาตมาจะยอมให้ศิษย์รักของอาตมาต้องไปเป็นกรรมกรได้อย่างไร? อาตมาเพียงอยากให้เจ้าพลิกดินหนึ่งหมู่ ใช้พลังสักเล็กน้อย ทำให้เสร็จในพริบตา ถือเสียว่าแสดงฝีมือให้อาตมาดู เมื่อได้เงินมาแล้ว อาตมาจะแบ่งเพิ่มให้เจ้าอีกสองส่วน”

เมื่อปีศาจหมูได้ยิน ก็ก้มหน้าคิดคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าคุ้มค่า จึงยิ้มกว้าง

“ได้เลยอาจารย์ คอยดูฝีมือข้า!”

พูดจบ เขาก็ยื่นมือออกไป เรียก คราดเก้าฟันประดับทอง ออกมา

เพียงสะบัดครั้งเดียว คราดก็ขยายใหญ่ ยาวกว่ายี่สิบจั้ง  ส่วนหัวคราดกว้างกว่าสิบจั้ง( 1 จั้งเท่ากับ 3.33เมตร =  20 จั้งราวๆ 66.7 เมตร)

เมื่อกวาดลงสู่พื้น วัชพืช รากไม้ และก้อนหินทั้งหลายต่างถูกบดเป็นผุยผง

เพียงชั่วอึดใจเดียว ก็กลายเป็นผืนนาอันอุดมสมบูรณ์

ชาวบ้านที่ยืนมุงดูต่างตะลึงพรึงเพริด

อ้าวถูพยักหน้าชื่นชม

“ศิษย์ข้อ ช่างมีฝีมือหาใครเปรียบได้”

จากนั้นเขาก็เรียกปาจี้เข้ามาใกล้ๆ ก่อนกระซิบเบา ๆ

“ปาจี้ อีกเดี๋ยว ไม่ว่าอาตมาจะพูดอะไร เจ้าห้ามพูดแม้แต่คำเดียว เพียงแค่พยักหน้าก็พอ หลังจากนั้นอาตมาจะอธิบายให้เจ้าฟัง เข้าใจไหม?”

ปีศาจหมูพยักหน้าทันที

“เข้าใจแล้วขอรับอาจารย์”

อ้าวถูจึงหันไปกล่าวกับชาวบ้าน

“ทุกท่าน คิดว่าศิษย์ของอาตมามีฝีมือเป็นอย่างไร?”

ชาวบ้านต่างตอบพร้อมกัน

“ยอดเยี่ยม! ช่างมีฝีมือจริง ๆขอรับ!”

“ยินดีกับพระคุณเจ้าด้วยที่ได้ศิษย์ดีๆขอรับ!”

“หากทำเช่นนี้ได้ วันเดียวก็คงเปิดที่นาได้เป็นพันหมู่เลย!”

“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!”

อ้าวถูจึงกล่าวต่อ

“อาตมาเป็นพระธุดงค์ ไม่สะดวกครอบครองที่ดิน ที่นาเหล่านี้จึงไม่มีประโยชน์กับอาตมา วันนี้เห็นว่าชาวเกาเหล่าจวงล้วนมีน้ำใจ ซื่อสัตย์และอยู่ร่วมกันอย่างสงบ อาตมาจึงอยากสร้างกุศล ขายที่ดินเหล่านี้ให้ทุกท่านในราคาถูก ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร?”

ชาวบ้านต่างกล่าวว่า

“พระคุณเจ้ามีน้ำใจดุจพระโพธิสัตว์ นับว่าเป็นเรื่องดี เพียงแต่พวกเราชาวไร่ชาวนาไม่มีเงินทองมากนัก ไม่ทราบว่าพระคุณเจ้าจะคิดราคาที่ดินเท่าไรหรือขอรับ?”

อ้าวถูยิ้มอย่างเมตตา

“อาตมาไม่ได้หวังเงินทอง เพียงหวังสร้างกุศลเท่านั้น... หนึ่งหมู่ คิดเพียง หนึ่งเฉียนเงิน ก็พอ” (1/10 ตำลึงเงิน)

ทันทีที่ชาวบ้านได้ยิน ต่างพากันดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้น

เพราะที่ดินดีหนึ่งหมู่ภายนอก อย่างน้อยก็มีมูลค่าถึงสิบตำลึงเงิน แม้แต่ที่ดินกันดารยังมีราคาหลายตำลึง

แต่บัดนี้กลับขายเพียงหนึ่งเฉียนเงิน

แทบไม่ต่างอะไรกับการยกให้ฟรี!

ช่างเป็นพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมโดยแท้

จบบทที่ 8

จบบทที่ บทที่ 8 ปราบปีศาจที่เกาเหล่าจวง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว