- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 787 เข้าสู่ลานสังหาร
ตอนที่ 787 เข้าสู่ลานสังหาร
ตอนที่ 787 เข้าสู่ลานสังหาร
"ยามนี้พวกเรากลายเป็นสัตว์ในกรงขังไปแล้วใช่หรือไม่?" สีหน้าของเวิ่นอวี่ชูแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาอีกระดับ
เผยซู่พลิกฝ่ามือเรียกกระบี่คู่ออกมา
"สัตว์ยักษ์เหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งนัก เกรงว่าพวกเราคงรับมือได้ยาก"
"แข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก!" แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากสัตว์ยักษ์เหล่านี้ทำให้ใบหน้าของจูเก๋อโย่วหลินซีดเผือด เขาขบกรามแน่นพลางแค่นยิ้มออกมา
เจียงเสียนเยวี่ยหรี่ตาลง น้ำเสียงจริงจังขึ้นมา
"พวกเราเข้ามาถึงเขตชั้นนอกของดินแดนเถื่อนแล้ว ทว่ากลับถูกส่งตัวมายังลานสังหารของเขตชั้นนอก ที่นี่เป็นสถานที่หย่อนใจของเหล่าชนชั้นสูงในเขตนี้ พวกเราไม่อาจลงมือจัดการสัตว์ยักษ์เหล่านี้ได้ มิเช่นนั้นจะชักนำปัญหาใหญ่หลวงตามมา"
พวกของเฉิ่นเยียนต่างหันไปมองนาง
เจียงเสียนเยวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น
เหล่าสหายต่างฟังออกว่าเจียงเสียนเยวี่ยคุ้นเคยกับดินแดนเถื่อนเป็นอย่างดี
แท้จริงแล้ว พวกเขาต่างระแคะระคายเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว
เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะเอ่ยปากถามให้มากความ
และยามนี้พวกเขาก็ยังไม่คิดจะซักไซ้ให้กระจ่างเช่นกัน
แม้แต่คนที่ไม่คิดเล็กคิดน้อยอย่างจูเก๋อโย่วหลินก็ยังสัมผัสได้ เขาจ้องมองเจียงเสียนเยวี่ยเขม็ง ทว่ามิได้มีท่าทีเหลาะแหละเหมือนอย่างเคย
เฉิ่นเยียนพลันแย้มยิ้ม
"เช่นนั้นก็จงทุ่มเทสุดกำลังเพื่อหลบหนีออกจากลานสังหารแห่งนี้ให้จงได้!"
เวิ่นอวี่ชูยกมือขึ้น พิณเชียนซุ่ยก็มาปรากฏอยู่แนบอก
"น้องเยวี่ยเยวี่ย หนีไปทางใดจึงจะดีที่สุด?"
เมื่อเจียงเสียนเยวี่ยได้ยินดังนั้น ก็ชี้ไปยังทิศทางของหอสังเกตการณ์บนกำแพงเมือง
"ทางนั้น"
เพราะแท้จริงแล้ว ลานสังหารแห่งนี้สร้างอยู่ริมหน้าผา รอบด้านมีเพียงทิศทางที่มุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองเท่านั้นจึงจะเป็นทางรอด
"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ!"
เฉิ่นเยียนเรียกกระบี่เทวะเทียนโจวออกมาไว้ในมือ นางค่อยๆ ช้อนตาขึ้น ทอดสายตามองไกลไปยังแท่นยกพื้นสูงบนหอสังเกตการณ์
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง...
สตรีชุดเหลืองที่กำลังนั่งอยู่บนแท่นยกพื้นสูง เมื่อประสานสายตากับเฉิ่นเยียน ร่างของนางก็สั่นสะท้าน สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
นางคือ...
เวลานั้นเอง มีคนเอ่ยขึ้นด้วยความสนใจ
"คนเหล่านั้นกำลังมองมาทางพวกเรา หรือว่าพวกเขาจะรู้แล้วว่ามีเพียงทางฝั่งกำแพงเมืองเท่านั้นที่สามารถหลบหนีออกไปได้?"
อีกคนกล่าวแย้ง
"จะเป็นไปได้อย่างไร? คนพวกนี้เพิ่งมาจากโลกภายนอก จะล่วงรู้ความลับของลานสังหารได้อย่างไรกัน?"
"ฮ่าๆๆ นั่นสิ!"
"ข้าพนันได้เลยว่าพวกมันต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!"
"เผ่ามนุษย์ไม่กี่คนนี้หน้าตาใช้ได้เลยทีเดียว น่าเสียดายนัก" ปีศาจหมูที่มีใบหน้าหื่นกามลูบเคราพลางถอนหายใจออกมา
"หากเจ้าต้องการพวกมัน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ตามกฎของลานสังหาร หากต้องการเผ่ามนุษย์หนึ่งคน จะต้องจ่ายมุกแดนเถื่อนยี่สิบเม็ด ที่นี่มีแปดคน เจ้าต้องการสักกี่คนล่ะ?"
"ช่วงนี้ข้าค่อนข้างขัดสน" เมื่อปีศาจหมูได้ยิน สีหน้าก็เผยความหนักใจ "แม้เผ่ามนุษย์พวกนี้จะหน้าตาดีจริงๆ แต่ข้าต้องการแค่..."
"ใครบอกว่าพวกมันทั้งหมดคือเผ่ามนุษย์กัน?"
จังหวะนั้นเอง ปีศาจจิ้งจอกรูปงามผู้หนึ่งก็หัวเราะเบาๆ เขาอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตา บนศีรษะมีหูจิ้งจอกสีแดงคู่หนึ่ง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย มือข้างหนึ่งถือพัดขนนกขยับพัดไปมา
ผู้คนที่อยู่รอบๆ พอได้ยินดังนั้นต่างก็ประหลาดใจ รีบเอ่ยถามทันที
"คุณชายจิ้งจอก ในหมู่พวกมันใครมิใช่เผ่ามนุษย์หรือ?"
คุณชายจิ้งจอกหรี่ตากลมโตลงเล็กน้อย แย้มยิ้มบางๆ
"ย่อมเป็นแม่นางร่างเล็กผู้นั้น"
กลิ่นอายปีศาจบนร่างของแม่นางร่างเล็กผู้นี้ถูกซ่อนเร้นเอาไว้อย่างมิดชิด ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายปีศาจนี้อย่างน่าประหลาด
"นางงั้นหรือ?"
ทุกคนตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า
"นางมิใช่เผ่ามนุษย์จริงๆ หรือ แล้วนางเป็นคนเผ่าใดกัน?"
"ย่อมต้องเป็นเผ่ามาร" คุณชายจิ้งจอกยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มเย้ายวนมีเสน่ห์
ทำเอาสิ่งมีชีวิตมากมายในที่นั้นถึงกับตาพร่ามัวไปกับรอยยิ้มของเขา
ไม่นานนัก ทุกคนก็ดึงสติกลับมาได้ สายตาละโมบจ้องเขม็งไปยังทิศทางของเจียงเสียนเยวี่ย
"บนตัวนางจะต้องมีของวิเศษอย่างแน่นอน!"
อีกทั้งระดับคงไม่ต่ำต้อยเป็นแน่ มิเช่นนั้น นางจะตบตาพวกเขาทุกคนได้อย่างไร?
ปีศาจหมูตนนั้นตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
"ข้าให้มุกแดนเถื่อนสามสิบเม็ด ข้าต้องการปีศาจสาวผู้นี้!"
คนอื่นๆ ที่ได้ยินคำพูดนี้ ต่างเผยสีหน้าเสียดาย ช้าไปเพียงนิดเดียว! มิเช่นนั้นพวกเขาก็จะได้ของวิเศษบนตัวนางมาครองแล้ว!
ปีศาจหมูเผยรอยยิ้มกระหยิ่มใจ เขารีบยกมือขึ้นเรียกผู้ดูแลของลานสังหารมา ก่อนจะหยิบถุงใส่มุกแดนเถื่อนออกมาวางลงบนถาดที่ผู้ดูแลถืออยู่
มันเอ่ยด้วยสายตาหื่นกระหาย
"นอกจากปีศาจสาวร่างเล็กผู้นั้นแล้ว ข้ายังต้องการเผ่ามนุษย์สตรีที่สวมชุดสีม่วง และเผ่ามนุษย์บุรุษที่สวมชุดสีดำนั่นด้วย ในถุงนี้มีมุกแดนเถื่อนทั้งหมดเจ็ดสิบเม็ด"
ผู้ดูแลใช้สัมผัสวิญญาณกวาดสำรวจมุกแดนเถื่อนในถุงเพียงครู่เดียว
เมื่อยืนยันว่าถูกต้องครบถ้วน เขาก็รับคำอย่างนอบน้อมทันที
"ขอรับ นายท่าน โปรดรอสักครู่"
หลังจากที่ปีศาจหมูเจาะจงเลือกทั้งสามคนไปแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็มีความคิดอยู่ในใจ
ปีศาจหมูตนนี้ช่างร่ำรวยเสียจริง!
มุกแดนเถื่อนเจ็ดสิบเม็ด นึกจะจ่ายก็จ่ายออกมาได้อย่างง่ายดาย
ต้องรู้ก่อนว่า สกุลเงินที่ใช้ในดินแดนเถื่อนก็คือมุกแดนเถื่อน
และภายในมุกแดนเถื่อนยังอัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนมากมายใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง
การใช้มุกแดนเถื่อนยี่สิบเม็ดเพื่อแลกกับเผ่ามนุษย์รูปงามสักคน นับว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ท้ายที่สุดแล้ว ที่ลานทาสข้างๆ ทาสเผ่ามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งมีราคาเพียงแค่สามมุกแดนเถื่อนเท่านั้น
ทว่าเผ่ามนุษย์กลุ่มนี้มีหน้าตางดงามโดดเด่นจริงๆ
สำหรับปีศาจหมูจอมลามกตนนั้นแล้ว การจ่ายเช่นนี้ย่อมคุ้มค่ายิ่งนัก
หลังจากที่ลานสังหารได้รับคำสั่งซื้อ ก็ได้ส่งผู้สังหารหลายคนมุ่งหน้าไปยังทิศทางของพวกเฉิ่นเยียน เพราะพวกเขาต้องไปช่วยเฉิ่นเยียน เจียงเสียนเยวี่ย และเผยซู่ทั้งสามคนให้พ้นจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย จากนั้นค่อยมัดตัวพวกเขาส่งมอบให้กับปีศาจหมู
ทว่ายังไม่ทันที่ผู้สังหารเหล่านั้นจะเข้าใกล้พวกเฉิ่นเยียน ก็เห็นว่าคนทั้งแปดได้หลบหลีกสัตว์ยักษ์ในลานประลองอย่างรวดเร็ว และกำลังมุ่งหน้าตรงมายังฝั่งกำแพงเมืองนี้อย่างว่องไว
"พวกเจ้าดูเร็วเข้า พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว!" บนแท่นยกพื้นสูงของหอสังเกตการณ์พลันมีคนส่งเสียงร้องด้วยความตกตะลึง
"หรือว่าพวกมันจะรู้แล้วว่ามีเพียงฝั่งกำแพงเมืองนี้เท่านั้นที่เป็นทางออก?"
"ต่อให้พวกมันรู้แล้วจะทำไมล่ะ? คิดว่าพวกมันจะสามารถหนีรอดออกไปได้อย่างปลอดภัยงั้นหรือ?"
"ที่พูดมาก็ถูก ต่อให้พวกมันหนีมาถึงใต้กำแพงเมืองได้ หากนายแห่งลานสังหารไม่ส่งคนไปเปิดประตูเมือง พวกมันก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้อยู่ดี!"
ในเวลานี้ เมื่อสตรีชุดเหลืองมองเห็นกระบี่เทวะเทียนโจวในมือของเฉิ่นเยียนได้อย่างชัดเจน สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นไม่อาจเชื่อสายตา นางกำหมัดแน่นในทันที
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ขอเพียงคนของลานสังหารสังหารสตรีชุดม่วงผู้นั้นได้ ข้าจะยอมจ่ายมุกแดนเถื่อนหนึ่งร้อยเม็ด!"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็หันไปมองสตรีชุดเหลืองด้วยความตื่นตะลึง
แม้แต่คุณชายจิ้งจอกเองก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจ
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร ปีศาจหมูตนนั้นก็มีใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง ดวงตากลมโตราวกับกระดิ่งทองแดงเบิกกว้าง คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด
"หวงเนี่ยนเนี่ยน นี่เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?! ถึงได้กล้ามาแย่งคนจากมือข้า?!"
หวงเนี่ยนเนี่ยนเงยหน้าขึ้นมองมันด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"พี่จู ท่านจะโมโหโกรธาไปไย? ดังคำกล่าวที่ว่า ทั่วหล้าหาได้ไร้ซึ่งบุปผางาม บนโลกใบนี้ยังมีหญิงงามอีกมากมายนับไม่ถ้วน ข้าหวงเนี่ยนเนี่ยนมองสตรีชุดม่วงผู้นั้นแล้วรู้สึกขัดตานัก จึงอยากจะเอาชีวิตนาง ท่านก็ถือว่าเห็นแก่หน้าข้า ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเลือกนางเสียเถอะ ส่วนมุกแดนเถื่อนที่ท่านสูญเสียไป ข้าจะชดใช้คืนให้เป็นสองเท่า ท่านเห็นว่าอย่างไร?"
"เหตุใดเจ้าจึงมองนางขัดตานัก?" ปีศาจหมูหรี่ตาลงอย่างจับผิด
ปีศาจหมูหาใช่คนโง่เขลา มันสามารถจับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
หวงเนี่ยนเนี่ยนเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ
"ข้าก็แค่มองนางไม่ค่อยถูกชะตา พี่จู เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อพวกมันมีเผ่ามนุษย์ที่เป็นสตรีอยู่ถึงสามคน? นอกจากสตรีชุดม่วงและสตรีเผ่ามารผู้นั้นแล้ว มิใช่ว่ายังมีสตรีชุดขาวอยู่อีกคนหรือ? นางเองก็งดงามมากเช่นกัน เปลี่ยนตัวกันสักหน่อยจะไม่ดีกว่าหรือ? ข้าจะมอบมุกแดนเถื่อนยี่สิบเม็ดให้ท่านเพื่อเป็นการชดเชยด้วย"