เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 788 ยินดีด้วยพวกเจ้าหลงกลแล้ว

ตอนที่ 788 ยินดีด้วยพวกเจ้าหลงกลแล้ว

ตอนที่ 788 ยินดีด้วยพวกเจ้าหลงกลแล้ว


เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ความคิดของปีศาจหมูพลันโลดแล่น ดวงตาของมันกลิ้งกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแค่นยิ้มออกมาด้วยท่าทีหื่นกามเล็กน้อย

"เช่นนั้นข้าก็จะยอมไว้หน้าน้องหวงสักครั้งก็แล้วกัน"

ทั้งสองต่างมีความคิดแอบแฝงซ่อนอยู่ในใจ

ไม่นานนัก เหล่าผู้สังหารที่เข้าไปในลานสังหารก่อนหน้านี้ก็ได้รับคำสั่งใหม่ทันที คำสั่งนี้แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่การช่วยชีวิตเฉิ่นเยียนอีกต่อไป ทว่าเป็นการหมายเอาชีวิตนาง!

พวกเขาสบตากันเพียงแวบเดียว ก่อนจะแยกย้ายกันลงมือ

ผู้สังหารคนหนึ่งเรียกดาบใหญ่ออกมา พุ่งทะยานเข้าจู่โจมไปทางทิศที่เฉิ่นเยียนอยู่ทันที

ส่วนสัตว์ยักษ์ในลานประลอง เมื่อเห็นการปรากฏตัวของเหล่าผู้สังหารก็พากันหลบหลีกให้พ้นทาง

เฉิ่นเยียนและเหล่าสหายต่างสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของผู้สังหารเหล่านี้

สีหน้าของเจียงเสียนเยวี่ยแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางรีบส่งเสียงผ่านกระแสจิตบอกสหายทันที

"พวกมันไม่ได้มาจับตัวพวกเรา แต่มาเพื่อสังหารพวกเราเป็นแน่ จะปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาด!"

"ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! รังแกกันเกินไปแล้ว!"

จูเก๋อโย่วหลินได้ยินดังนั้นก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้น

พริบตาต่อมา เขาก็ล้วงเอาทองคำออกมาจากมิติเก็บของ แล้วสวาปามเข้าไปคำโต

ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้คนบนหอสังเกตการณ์ต่างพากันตื่นตะลึง

"นั่นมันเผ่ากลืนทองหรอกหรือ?!"

"ช่างหาดูได้ยากยิ่งนัก!"

"ข้าให้มุกแดนเถื่อนยี่สิบเม็ด ข้าต้องการเผ่ากลืนทองผู้นี้!"

ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าปลาบปลื้ม

"เพียงแค่หลอมรวมเผ่ากลืนทองผู้นี้ ตบะของข้าจะต้องเพิ่มพูนขึ้นอย่างแน่นอน!"

"ข้าให้มุกแดนเถื่อนสามสิบเม็ด ข้าต้องการเผ่ากลืนทองผู้นี้!"

"ข้าให้สี่สิบเม็ด!"

ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันเสนอราคาแย่งชิง

นั่นเป็นเพราะในปัจจุบัน เผ่ากลืนทองนับวันยิ่งหาตัวจับยากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญที่สุดคือ หากสามารถหลอมรวมพลังของเผ่ากลืนทองได้ พละกำลังของพวกเขาย่อมต้องเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล

ทว่าในตอนนั้นเอง...

"พวกเจ้าดูนั่นสิ!"

มีคนร้องอุทานขึ้นมา

ทุกคนมองตามเสียงนั้นไป ก็เห็นเพียงเด็กสาวชุดม่วงตวัดกระบี่ขึ้นต้านรับการโจมตีของผู้สังหารผู้นั้น ในชั่วพริบตาเดียวนางก็พลิ้วกายอ้อมผ่านผู้สังหาร พุ่งตรงไปยังทิศทางของหอสังเกตการณ์ทันที

"เป็นไปได้อย่างไรกัน?! คนจากโลกภายนอกที่มีตบะต่ำต้อยผู้นี้ จะสามารถต้านทานการโจมตีของผู้สังหารได้เชียวหรือ?!"

"น่าสนใจดีนี่"

"ยิ่งนางดิ้นรนมากเท่าใด ฉากการสังหารนี้ก็ยิ่งน่าดูชมมากเท่านั้น"

ขณะเดียวกัน เฉิ่นเยียนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา นางกำกระบี่เทวะเทียนโจวไว้แน่น เสี้ยววินาทีที่กลิ่นอายพลังสายนั้นพุ่งประชิดแผ่นหลัง นางก็หันขวับกลับไปตวัดกระบี่ฟันออกทันที!

เคร้ง!

พลังสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง

ทว่าพลังของอีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งกว่ามาก มันพุ่งทะลวงคมกระบี่ของเฉิ่นเยียนและกวาดม้วนเข้าหาตำแหน่งที่นางยืนอยู่ทันที

ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน เถาวัลย์หลายเส้นก็พุ่งเข้ามาพันรอบเอวของเฉิ่นเยียน ก่อนจะดึงร่างนางลอยขึ้นไปกลางอากาศ รอดพ้นจากการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิด

เฉิ่นเยียนตอบสนองอย่างฉับไว นางรวบรวมพลังวิญญาณไว้ในมือ แล้วตวัดกระบี่ฟันไปยังทิศทางของผู้สังหารผู้นั้น

"กระบี่ที่หนึ่งแห่งราชวงศ์เทียนโจว—"

"อสุราสะบั้น!"

ชั่วพริบตา ปราณกระบี่อันบ้าคลั่งก็บิดเบือนกระแสอากาศในห้วงมิติ ก่อเกิดเป็นภาพลวงตา พุ่งเข้าจู่โจมผู้สังหารผู้นั้นอย่างดุดันและทรงพลัง!

ผู้สังหารผู้นั้นยกดาบขึ้นต้านรับ!

ตูม!

การโจมตีสายนี้กลับถูกเขาปัดป้องเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

เฉิ่นเยียนตกตะลึงในใจ สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นมาอีกระดับ

สถานที่แห่งนี้เป็นดั่งที่ไป๋ฝ่าจี้และคนอื่นๆ เคยกล่าวไว้จริงๆ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแดนบน เมื่อมาถึงดินแดนเถื่อนก็ดูอ่อนแอและธรรมดาสามัญไปถนัดตา ไม่อาจก่อกวนคลื่นลมใดๆ ในที่แห่งนี้ได้เลย

นี่คือเหตุผลที่ไป๋ฝ่าจี้อยู่ในดินแดนเถื่อนได้เพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น

ผู้สังหารผู้นั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเฉิ่นเยียนเหนือกว่าเผ่ามนุษย์คนอื่นๆ ที่เพิ่งเข้ามาในดินแดนเถื่อนก่อนหน้านี้มากนัก

ทว่าต่อให้นางจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็คงได้แค่นี้

เพียงขยับกายวูบเดียว เขาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเฉิ่นเยียน พร้อมกับตวัดดาบใหญ่ในมือหมายจะบั่นคอของนางให้ขาดสะบั้น

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย...

เคร้ง!

เฉิ่นเยียนยกกระบี่ขึ้นต้านรับเอาไว้ได้ ทว่าวินาทีต่อมา นางกลับถูกแรงปะทะอันมหาศาลกระแทกจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว สองมือชาหนึบจนปวดร้าว

สีหน้าของนางซีดเผือดลง

เดิมทีนางคิดจะหาโอกาสหลบหนี ทว่าผู้สังหารผู้นี้กลับตามติดไม่ยอมปล่อย

ทันใดนั้นเอง ด้ายวิญญาณนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าล้อมกรอบจู่โจมผู้สังหารผู้นั้นด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง!

สีหน้าของผู้สังหารเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารีบตวัดดาบฟันด้ายวิญญาณเหล่านั้นขาดสะบั้นทันที

แต่เสี้ยววินาทีนั้นก็เปิดโอกาสให้เฉิ่นเยียนพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า มุ่งตรงไปยังทิศทางของหอสังเกตการณ์อย่างรวดเร็ว

เมื่อผู้สังหารเห็นเช่นนั้น แววตาก็เต็มไปด้วยโทสะ

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะไล่ตามไป ก็พลันได้ยินเสียงร้องโหยหวนของสหายร่วมทีมดังขึ้น

เขามองตามเสียงไป ก็เห็นเพียงเด็กสาวผมเปียคู่ถือตรีศูลแทงทะลุร่างของผู้สังหารที่ถูกล้อมด้วยด้ายวิญญาณอย่างแรง!

'ฉับ' เสียงหนึ่งดังขึ้น ตรีศูลไม่ได้แทงทะลุร่างของผู้สังหาร แต่กลับเป็นด้ายวิญญาณบ้าๆ นั่นที่ตัดนิ้วของเขาทิ้งไปสองนิ้วต่างหาก

ตอนนั้นเองเฉิ่นเยียนก็ตะโกนขึ้นมา

"ฉือเยว่!"

ฉือเยว่เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายกระจ่างใส เขายกมือทั้งสองข้างขึ้น แสงสีเขียวอ่อนก็แผ่กระจายออกไป พืชวิญญาณทั้งหมดภายในลานสังหารพลันเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในพริบตา เถาวัลย์นับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากพื้นดิน และเติบโตพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง

เพียงชั่วครู่ เถาวัลย์สีเขียวนับไม่ถ้วนเหล่านี้ก็สูงตระหง่านยิ่งกว่ากำแพงหอสังเกตการณ์เสียอีก

ขณะนี้ ผู้คนที่อยู่บนแท่นยกพื้นสูงของหอสังเกตการณ์ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

พวกเขาลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว จ้องมองภาพอันน่าตื่นตะลึงเบื้องหน้า

ลานสังหารทั้งหมดถูกเถาวัลย์สีเขียวปกคลุมจนมิด ทำให้พวกเขาไม่สามารถค้นหาตัวตนของพวกเฉิ่นเยียนทั้งแปดคนพบได้ในทันที

"เผ่ามนุษย์ผู้นั้นเป็นผู้ควบคุมพืชวิญญาณหรือนี่!"

"เร็วเข้า รีบจัดการเถาวัลย์พวกนี้ซะ!"

ทว่ายังไม่ทันที่คนของลานสังหารจะเข้าไปด้านใน เสียงพิณอันแสนวังเวงก็ดังก้องกังวานขึ้นไปถึงชั้นเมฆ

ทำเอาผู้ที่ได้ยินรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านใจ

"รีบฆ่าพวกมันซะ! อย่าปล่อยให้มันดีดพิณต่อไปได้!"

"โฮก——"

ทันใดนั้น เสียงคำรามของสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนก็ดังสนั่นมาจากป่าเถาวัลย์พร้อมๆ กัน

"นี่มัน..."

ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะพวกเขามองเห็นเงาร่างของสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นลางๆ ท่ามกลางป่าเถาวัลย์สีเขียวขจี พวกมันพุ่งทะยานไปมาและคำรามอย่างบ้าคลั่ง

"นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดในลานสังหารจึงมีสัตว์ร้ายเพิ่มขึ้นมามากมายถึงเพียงนี้?"

"หรือว่าเผ่าอสูรในลานสังหารจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา?"

"ไม่ถูก นั่นมันสัตว์อสูรกลายพันธุ์!"

คุณชายจิ้งจอกหรี่ตาลงทันที

เมื่อหวงเนี่ยนเนี่ยนเห็นดังนั้น แววตาก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด นางเอ่ยขึ้น

"ห้ามปล่อยให้สตรีชุดม่วงผู้นั้นหนีรอดไปได้เด็ดขาด!"

ปีศาจหมูได้ยินดังนั้นก็ตบพุงใหญ่ๆ ของตน พลางหัวเราะลั่นออกมาอย่างอดไม่อยู่

"หวงเนี่ยนเนี่ยน เจ้าประเมินพวกมันสูงเกินไปหรือไม่? ลำพังแค่พวกมัน คิดจะหนีออกไปจากลานสังหารงั้นหรือ? ฮ่าๆๆ เจ้าคิดว่าคนของลานสังหารกินเจหรืออย่างไร?"

ทว่าเมื่อมันกล่าวจบ พื้นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"เกิดอันใดขึ้น?"

"ดูนั่นเร็ว พวกเผ่ามนุษย์เหล่านั้น! พวกมันหนีไปถึงใต้กำแพงเมืองแล้ว! พวกมันกำลังโจมตีประตูเมือง!"

ทุกคนรีบมองลงไปด้านล่างทันที และก็เป็นดังคาด เผ่ามนุษย์เหล่านั้นได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ใต้กำแพงเมืองแล้ว!

มีคนเอ่ยด้วยความตกใจ

"เป็นไปได้อย่างไร? พวกมันจะไปถึงใต้กำแพงเมืองเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?"

สีหน้าของปีศาจหมูดูไม่ได้เอาเสียเลย มันเอ่ยด้วยความโกรธจัด

"พวกคนของลานสังหารมัวทำอะไรกันอยู่?! ยังไม่รีบไปจับตัวพวกมันมาอีก!"

เหล่าผู้สังหารของลานสังหารเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน พวกเขาไม่มีเวลาให้คิดหรือพูดให้มากความ รีบพุ่งทะยานไปยังใต้กำแพงเมืองเพื่อจัดการกับพวกของเฉิ่นเยียนทันที

แต่ในวินาทีที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นรอบๆ พวกเฉิ่นเยียน...

"ฮ่าๆๆ ยินดีด้วยที่พวกเจ้าหลงกลแล้ว!"

จบบทที่ ตอนที่ 788 ยินดีด้วยพวกเจ้าหลงกลแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว