เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 783 มิอาจเชื่อใจได้ทั้งหมด

ตอนที่ 783 มิอาจเชื่อใจได้ทั้งหมด

ตอนที่ 783 มิอาจเชื่อใจได้ทั้งหมด


อวี่ฉางอิงดูเหมือนจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อันแผ่วเบาของเฉิ่นเยียน นางจึงยื่นมือไปกุมมือของเฉิ่นเยียนเอาไว้ แย้มยิ้มงดงามและเอ่ยว่า

"ไปกันเถอะ พวกเราไปต้อนรับแขกเหรื่อกัน"

ภายในใจของเฉิ่นเยียนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย นางพยักหน้ายิ้มรับ

"ข้าต้องไปด้วยหรือเปล่า?"

จูเก๋อโย่วหลินชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

เซียวเจ๋อชวนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

"เจ้าไม่ต้องไปหรอก เจ้าอยู่เฝ้าครัวที่นี่แหละพอแล้ว"

เจียงเสียนเยวี่ยก็เอ่ยสมทบว่า

"เจ้าอยู่ที่นี่เถอะ"

อย่าออกไปก่อเรื่องวุ่นวายเลย!

เมื่อได้ยินดังนั้น ความมั่นใจของจูเก๋อโย่วหลินก็พุ่งทะยาน เขาถือตะหลิวไว้ในมือข้างหนึ่งและพยักหน้ารับด้วยสีหน้าขึงขัง

"ตกลง! รอข้าทำอาหารเสร็จแล้วจะออกไปหาพวกเจ้า เรื่องต้อนรับแขกก็มอบหมายให้พวกเจ้าจัดการไปแล้วกัน!"

เหล่าสหายอสุราต่างก็หัวเราะออกมาและขานรับอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งเจ็ดคนรวมถึงเฉิ่นเยียนเดินออกจากห้องครัวไป

ส่วนจูเก๋อโย่วหลินที่ยังอยู่ภายในห้องครัว ยิ่งทำก็ยิ่งมีไฟ

อันที่จริงจะเรียกว่าต้อนรับก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว เป็นเพียงการทักทายพูดคุยตามมารยาทและทำความรู้จักกันเท่านั้น

เมื่อเหล่ายอดฝีมือแห่งมหานครสวรรค์เห็นการปรากฏตัวของเฉิ่นเยียน พวกเขาก็รีบประสานมือคารวะในทันที

"พวกข้าน้อยขอคารวะท่านประมุขปรโลก!"

"วันนี้คืองานเลี้ยงปีใหม่ ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก"

เฉิ่นเยียนเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ขอรับ ท่านประมุขปรโลก!"

เหล่ายอดฝีมือต่างก็สังเกตเห็นการคงอยู่ของคนจากหน่วยอสูรเช่นกัน สีหน้าของพวกเขาดูซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังเวิ่นอวี่ชูผู้นั้น

คนของเผ่าผู้พิพากษามากันห้าคน ซึ่งรวมถึงมหาจักรพรรดิพ่านกวน นามว่า ไป๋ฝ่าจี้ และผู้พิพากษาระดับราชันสูงสุด (ระดับจื้อจุน) อีกสี่คน ในตอนที่พวกเขามองเห็นเวิ่นอวี่ชู มีเพียงไป๋ฝ่าจี้เท่านั้นที่มีสีหน้าสงบนิ่ง ทว่าผู้พิพากษาระดับราชันสูงสุดอีกสี่คนกลับไม่อาจปกปิดแววตาเคียดแค้นชิงชังเอาไว้ได้

แต่พวกเขากก็ไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด

เพราะพวกเขารู้ดีว่า หากตนเองหุนหันพลันแล่น สิ่งที่จะเดือดร้อนตามมาก็คือเผ่าผู้พิพากษาทั้งเผ่า

เวิ่นอวี่ชูย่อมสัมผัสได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนที่พุ่งตรงมายังตน แต่เขาก็ยังคงรักษารอยยิ้มบางๆ เอาไว้ ท่าทางดูสงบเยือกเย็นเป็นธรรมชาติ

ในเวลานี้ มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวผู้นั้นกลับเดินเข้าไปหาและจ้องมองเวิ่นอวี่ชูด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร มุมปากของเขากระตุกยิ้มเย็นชา

"เปิ่นตี้มีคำถามอยากจะถามเจ้าสักสองสามข้อ"

"มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว เชิญกล่าวมาได้เลย"

เวิ่นอวี่ชูคลี่ยิ้มบางเบา

ผู้คนจำนวนไม่น้อยในงานต่างก็สังเกตเห็นฉากนี้ พวกเขาพากันลอบมองด้วยสายตาคลุมเครือ บางคนก็รอชมเรื่องสนุก

มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวเอ่ยถามขึ้นว่า

"เจ้ารู้เรื่องตำนานคำทำนายเกี่ยวกับครึ่งมารบ้างหรือไม่?"

"พอรู้มาบ้างนิดหน่อย"

"เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"

"มิอาจเชื่อถือได้ทั้งหมด"

"เจ้าคิดว่าในภายภาคหน้า ตัวเจ้าจะเจริญรอยตามครึ่งมารเฉินคุนผู้นั้นหรือไม่?"

"มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าจะเอาเยี่ยงอย่างพฤติกรรมของเขาเล่า?"

"ก็เพราะพวกเจ้าล้วนเป็นครึ่งมารเหมือนกันอย่างไรล่ะ!"

น้ำเสียงของมหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวเยียบเย็นราวกับเคลือบด้วยน้ำแข็ง

เวิ่นอวี่ชูยังคงรักษารอยยิ้มบางๆ เอาไว้

"ถ้าพูดเช่นนั้น ก็แสดงว่าท่านมหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวกำลังมองข้าด้วยอคติที่หยั่งรากลึกเป็นอย่างมาก ข้าไม่อยากจะโต้แย้งสิ่งใด และไม่อยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วย ข้าเพียงอยากจะบอกว่า หากไม่มีท่านประมุขปรโลก หากไม่มีอสุรา พวกท่านก็คงจะบีบคั้นข้าให้จนตรอกอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ข้าตาย ก็ใต้หล้านี้พินาศ! ข้าไม่ใช่เฉินคุน แต่ข้าสามารถทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตได้ยิ่งกว่าเฉินคุนเสียอีก!"

คำพูดนี้ทำเอามหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวเบิกตากว้าง ทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยวระคนกัน

"เจ้ามันช่าง..."

เวิ่นอวี่ชูหุบรอยยิ้มลง น้ำเสียงของเขายังคงหนักแน่นและราบเรียบเฉกเช่นเดิม

"หากพวกท่านไม่บีบบังคับข้าให้เดินไปสู่ทางตัน เรื่องราวทั้งหมดนี้ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น จิตใจของข้านั้นคับแคบนัก ใส่ใจได้แค่เพียงคนรอบข้าง ทว่าหากพวกท่านยังดึงดันที่จะรุกล้ำเข้ามาในโลกของข้า ข้าก็พร้อมที่จะตอบโต้อย่างสาสม"

คำพูดทุกถ้อยคำล้วนตอกย้ำว่า เป็นพวกเขาต่างหากที่บีบบังคับเขา

ซึ่งในความเป็นจริง ก็เป็นพวกเขาเองที่คอยกดดันบีบคั้นพื้นที่ในการมีชีวิตอยู่ของเวิ่นอวี่ชูมาโดยตลอด

หากไม่มีเฉิ่นเยียนและเหล่าสหายอสุรา เกรงว่าเวิ่นอวี่ชูในตอนนี้คงละทิ้งสิ่งที่เรียกว่าคุณธรรมน้ำมิตร ละทิ้งสติสัมปชัญญะ และก้าวเข้าสู่วิถีมารอย่างสมบูรณ์ จมดิ่งสู่เส้นทางแห่งการเข่นฆ่าสังหารไปนานแล้ว

เพียงเพื่อการเข่นฆ่า เพียงเพื่อการแก้แค้น

อวี่ฉางอิงค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามา

"มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว ปากท่านพร่ำบอกแต่เรื่องคุณธรรมน้ำมิตร แต่ท่านเคยทำเพื่อสรรพชีวิตในใต้หล้านี้อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง? แม้เขาจะเป็นครึ่งมาร แต่ในจุดเริ่มต้น เขาทำผิดอันใดเล่า? หากท่านเป็นครึ่งมารเสียเอง ท่านจะเอาตัวรอดอย่างไร? ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่? ใครๆ ต่างก็อยากจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยกันทั้งนั้น แต่ทว่า—"

"ใครขวางทางพวกเรา พวกเราก็จะฆ่ามันผู้นั้นทิ้งเสีย"

นางก้าวไปยืนอยู่เคียงข้างเวิ่นอวี่ชู

มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวถูกตอกกลับจนพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ และในขณะนี้ เซียวเจ๋อชวน เผยซู่ และเจียงเสียนเยวี่ย ต่างก็เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเวิ่นอวี่ชู สายตาเย็นชาจ้องเขม็งไปที่มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว แผ่กลิ่นอายกดดันออกมาเต็มพิกัด จนถึงกับบีบให้มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวต้องถอยร่นไปครึ่งก้าว

เถาวัลย์เส้นหนึ่งเลื้อยขึ้นไปบนศีรษะของเวิ่นอวี่ชู แกว่งไกวไปมา แฝงเจตนายั่วยุอยู่ลึกๆ

ในเวลานี้ มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าก็ออกมากู้สถานการณ์

"เซิ่งฝัว สิ่งที่ท่านอยากจะถามก็ถามไปหมดแล้ว วางใจได้แล้วกระมัง?"

มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัวมีสีหน้าย่ำแย่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพยักหน้าเล็กน้อย

เวิ่นอวี่ชูประดับรอยยิ้มที่มุมปาก

"ชื่อของข้าไม่ได้เรียกว่าครึ่งมาร พวกท่านสามารถเรียกข้าว่า 'เวิ่นอวี่ชู' ได้"

มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความขอโทษเล็กน้อย

"ในเมื่อคุณชายเวิ่นไม่ได้มีความคิดที่จะเจริญรอยตามมารจักรพรรดิเฉินคุน เช่นนั้นก่อนหน้านี้ก็คงเป็นพวกเราที่เข้าใจผิดไปเอง"

"ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียมันก็ผ่านไปแล้ว"

เวิ่นอวี่ชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋ากล่าวเสริมอีกว่า

"ได้ยินมาว่าพวกคุณชายเวิ่นล้วนมาจากภพเบื้องล่างงั้นหรือ?"

"จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่"

เวิ่นอวี่ชูรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการหลอกถามข้อมูล จึงให้คำตอบที่คลุมเครือกลับไป

เมื่อมหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าได้ยินดังนั้น ก็เพียงแค่หัวเราะออกมา

เหล่ายอดฝีมือจำนวนไม่น้อยในงานต่างรู้ดีว่า คนของหน่วยอสูรเหล่านี้คือคนโปรดข้างกายท่านประมุขปรโลก แม้พวกตนจะเข้าถึงท่านประมุขปรโลกได้ยาก ทว่าก็สามารถอาศัยโอกาสนี้เข้าไปพูดคุยกับพวกเขาเพื่อสานสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ยกเว้นฉือเยว่ที่ไม่ชอบสนใจใครแล้ว คนอื่นๆ ล้วนรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไหลลื่นไร้ที่ติ

เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ผู้คนก็เริ่มทยอยเข้าประจำที่นั่ง

หลังจากที่มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งตกตายไป ก็มีคนผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของเขา และกลายมาเป็นมหาจักรพรรดิคนใหม่

ปัจจุบัน ในบรรดามหาจักรพรรดิทั้งสิบสามคน มีเพียงมหาจักรพรรดิเฟิงสิงเท่านั้นที่ไม่ได้มาร่วมงาน

สีหน้าของเหล่ามหาจักรพรรดิดูคลุมเครือยากจะคาดเดา ภายในใจลอบคาดเดากันไปต่างๆ นานา

มหาจักรพรรดิเฟิงสิงยังไม่ออกจากด่านเก็บตัวฝึกฝนอีกหรือ?

หรือว่า... เขาไม่อยากจะไว้หน้าท่านประมุขปรโลกกันแน่?

แต่ว่า ทั้งสองคนไม่ใช่คู่บำเพ็ญเพียรกันหรอกหรือ?

มหาจักรพรรดิเผ่าคุน นามว่า จ๋างซุนอู๋ฮุ่ย อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงถามผู้เฒ่าฉิวที่นั่งอยู่ไม่ไกล

"เหตุใดมหาจักรพรรดิเฟิงสิงจึงไม่มาร่วมงานเล่า?"

ผู้เฒ่าฉิวแย้มยิ้มตอบกลับไปอย่างรัดกุมไร้ช่องโหว่

"นายเหนือหัวของพวกเรายังคงเก็บตัวฝึกฝนอยู่ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทะลวงระดับพลังขั้นใหม่พอดี"

"โอ้? ถ้านั่นคือเหตุผล ก็คงจะช่วยไม่ได้ล่ะนะ"

จ๋างซุนอู๋ฮุ่ยลูบเคราของตนเอง ก่อนจะกล่าวต่อว่า

"นานทีปีหนท่านประมุขปรโลกจะเชิญพวกเรามาร่วมงานเลี้ยง ทว่ากลับขาดเพียงมหาจักรพรรดิเฟิงสิงไปผู้เดียว ดูจะไม่ค่อยสมบูรณ์แบบสักเท่าไหร่นะ"

"เปิ่นตี้ก็ไม่ได้พบหน้ามหาจักรพรรดิเฟิงสิงมานานมากแล้วเหมือนกัน"

ในเวลานี้ เซียวเจ๋อชวนก็คลี่ยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเอ่ยขึ้นว่า

"คืนนี้คืองานเลี้ยงปีใหม่ จะกล่าวว่าไม่สมบูรณ์แบบไม่ได้หรอกนะ มหาจักรพรรดิเผ่าคุน... เชิญท่านดื่มสุราปรับตัวเองหนึ่งจอกเถิด"

เมื่อจ๋างซุนอู๋ฮุ่ยได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็พลันดำทะมึนลงในชั่วพริบตา

เขาจ้องเขม็งไปที่เซียวเจ๋อชวน

"เจ้าเป็นเพียงผู้น้อย กล้าดีอย่างไรถึงมาสั่งให้ผู้อาวุโสลงโทษตัวเองด้วยการดื่มสุรา? นี่จะไม่ไร้มารยาทเกินไปหน่อยหรือ?!"

บรรพชนเผ่าเฉียน นามว่า เซียวหมิง ผู้มีนิสัยปกป้องคนของตน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"จ๋างซุนอู๋ฮุ่ย ข้าขอเตือนให้เจ้ายอมดื่มสุราปรับตัวเองเสียดีๆ จะดีกว่า เผื่อว่าจะได้ไม่ทำให้ท่านประมุขปรโลกขุ่นเคืองใจ"

สีหน้าของจ๋างซุนอู๋ฮุ่ยย่ำแย่ลงไปอีก

เซียวหมิง ไอ้สารเลวนี่ ถึงกับกล้ายกเอาชื่อของ 'ท่านประมุขปรโลก' มาข่มขู่เขาเชียวหรือ!

สมควรตายนัก!

ในขณะที่เขากำลังจะโต้กลับ ทันใดนั้นร่างกายก็สั่นสะท้าน เด็กสาวที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานสูงสุดกำลังทอดสายตามองตรงมาที่เขา

จบบทที่ ตอนที่ 783 มิอาจเชื่อใจได้ทั้งหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว