- หน้าแรก
- พลิกชะตาร้านผักผลาญทรัพย์
- ตอนที่ 34 ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแดงก่ำ
ตอนที่ 34 ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแดงก่ำ
ตอนที่ 34 ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแดงก่ำ
ตอนที่ 34 ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแดงก่ำ
"ไม่ต้องพูดมาก ผมจะเอาหลักฐานให้พวกคุณดูเดี๋ยวนี้"
พูดจบ เฉิงเหล่ยก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าชุดลำลองแล้วหยิบมะเขือเทศออกมาลูกหนึ่ง ซึ่งมะเขือเทศลูกนี้เขาหยิบออกมาจากคลังมิติกาลเวลานั่นเอง
ทุกคนที่เห็นเฉิงเหล่ยหยิบมะเขือเทศลูกใหญ่ กลมดิิก และแดงก่ำออกมาจากกระเป๋า ต่างก็พากันเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
ไอ้หมอนี่... พกมะเขือเทศติดตัวด้วยเหรอวะ?
"เหล่ย แกไม่ได้พกมะเขือเทศติดตัวตลอดเวลาใช่ไหมเนี่ย?"
เจิ้งจินเป่าโน้มตัวมากระซิบข้างหูเฉิงเหล่ยอีกรอบ เขาจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเฉิงเหล่ยถึงพกของแบบนี้ติดตัว หรือว่าพกไว้เผื่อหิวกลางทางจะได้เอามากินแก้หิว?
"เรื่องนี้แกไม่ต้องยุ่ง" เฉิงเหล่ยกระซิบตอบเจิ้งจินเป่าเบาๆ ก่อนจะตะโกนบอกทุกคนเสียงดัง "ที่อยู่ในมือผมเนี่ย คือมะเขือเทศที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณไม่เชื่อ ก็ลองเอามะเขือเทศของพวกคุณออกมาเทียบกันดูได้เลย"
วินาทีนี้ ฉินอวี่เฟยถึงกับอึ้งไปเลย คนปกติที่ไหนจะพกมะเขือเทศมาในสถานที่แบบนี้ หรือว่าเขาตั้งใจมาหาเรื่องจริงๆ?
"ผู้จัดการคะ ฉันว่าหมอนี่ตั้งใจมาหาเรื่องชัดๆ ให้เรียก รปภ. มาลากตัวออกไปเลยไหมคะ?" พนักงานเสิร์ฟข้างๆ กระซิบถามเพื่อขอคำสั่ง
"ไม่ต้อง ฉันอยากจะรู้นักว่าเขาจะมาไม้ไหน"
ถูกต้องแล้ว ถ้าตอนนี้โรงแรมซิงไห่เรียก รปภ. มาลากคนออกไป มันจะดูเหมือนพวกเขาร้อนตัวและขี้ขลาด จนอาจทำให้คนอื่นคาดเดาไปต่างๆ นานา สู้แก้ปัญหาให้จบตรงหน้าเพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงแรมไปเลยดีกว่า จะได้ไม่มีใครเอาไปนินทาลับหลังได้อีก
"คุณผู้ชายคะ ดิฉันไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงพกมะเขือเทศมาด้วย แต่โรงแรมซิงไห่ของเรามั่นใจว่าใช้แต่วัตถุดิบที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน ในเมื่อคุณบอกว่าอยากจะลองเทียบดู งั้นเรามาเทียบกันค่ะ"
ฉินอวี่เฟยฉลาดมาก เธอเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนไปที่ประเด็น "ทำไมเฉิงเหล่ยถึงพกมะเขือเทศมา" ก่อนจะตอบรับคำท้าของเขา
และแน่นอน ทุกคนเริ่มเกิดคำถามในใจขึ้นมาจริงๆ ว่า... ไอ้หมอนี่พกมะเขือเทศมาทำซากอะไร? หรือว่าจะจงใจมาป่วนโรงแรมซิงไห่จริงๆ?
เหล่าบรรดานักกินที่มามุงดูเหตุการณ์ (รวมถึงพวกเจิ้งจินเป่าด้วย) ต่างก็สงสัยไม่แพ้กัน
ไม่นานนัก เถียนเจี๋ย เชฟใหญ่ประจำห้องครัวก็เดินถือมะเขือเทศของโรงแรมออกมาด้วยตัวเอง
ขณะที่เขากำลังวุ่นอยู่ในครัว พอได้ยินว่าไอ้หนุ่มที่บอกว่ามะเขือเทศมีปัญหาเดินย้อนกลับมาหาเรื่องอีกรอบ เขาก็ยอมวางมือจากงานแล้วถือมะเขือเทศเดินออกมาทันที เขาไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กนั่นจะกล้ามาลูบคมโรงแรมซิงไห่ได้ ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
"ผู้จัดการฉิน ผมเอามะเขือเทศมาแล้วครับ สุ่มเลือกมาจากกองเลยนะเนี่ย"
เชฟเถียนเจี๋ยเดินเข้ามาถลึงตาใส่เฉิงเหล่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมะเขือเทศในมือให้ฉินอวี่เฟย
คำพูดที่ดูเหมือนพูดเล่นๆ ของเขา จริงๆ แล้วแฝงไปด้วยศิลปะการข่มขวัญ
'ผมแค่สุ่มหยิบมาลูกเดียว ก็มั่นใจว่าตบคุณร่วงได้สบายๆ ต่อให้คุณเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ถ้าเราแพ้ เราก็ยังมีข้ออ้างว่าแค่สุ่มหยิบมา'
"คุณผู้ชายคะ มะเขือเทศของเรามาแล้ว ไม่ทราบว่าคุณอยากจะเทียบยังไง?" ฉินอวี่เฟยถือมะเขือเทศพลางถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก
"ง่ายๆ ครับ แค่หั่นแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ช่วยกันชิมแล้วแสดงความเห็นออกมา"
"ตกลงค่ะ เพื่อความยุติธรรม คนที่ชิมต้องไม่ใช่คนของฝั่งคุณหรือฝั่งฉัน"
"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
หลังจากตกลงกติกากันเสร็จ พนักงานก็นำมะเขือเทศไปล้างน้ำสะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ วางใส่จานแยกกันไว้
ฉินอวี่เฟยเชิญแขกหลายท่านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์มาทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสิน มีทั้งหมด 5 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนคี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ผลออกมาเสมอกัน
เหล่าแขกผู้โชคดี (และอยากรู้อยากเห็น) ต่างก็ยินดีเข้าร่วม พวกเขาเริ่มชิมมะเขือเทศของทางโรงแรมก่อน ทันทีที่มะเขือเทศเข้าปากและเคี้ยวไปได้ไม่กี่ครั้ง ทุกคนต่างก็พยักหน้าชื่นชม
"อื้ม มะเขือเทศนี่รสชาติดีนะ"
ทุกคนส่งสายตาสื่อสารกันว่า มะเขือเทศของโรงแรมนั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ลำดับต่อมา พวกเขาเริ่มชิมมะเขือเทศที่เฉิงเหล่ยนำมา
ในตอนแรก หลังจากชิมของโรงแรมไปแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับมะเขือเทศของเฉิงเหล่ยมากนัก ก็แค่ของที่ล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จะไปดีเด่มาจากไหน จะไปสู้ของโรงแรมหรูได้ยังไง? ต่อให้ดีกว่า ก็คงดีกว่าไม่เท่าไหร่หรอก
แต่แล้ว... ความคิดเหล่านั้นก็พังทลายลงทันทีที่เนื้อมะเขือเทศของเฉิงเหล่ยสัมผัสโดนลิ้น!
"นี่... มะเขือเทศนี่มัน..."
ชายสวมสูทสีดำคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ
จากนั้น กรรมการคนอื่นๆ ก็พากันอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน ราวกับไม่อยากจะเชื่อในรสสัมผัสที่ได้รับ
คนที่มุงดูเห็นอาการของกรรมการก็อดถามไม่ได้ "เป็นยังไงบ้าง?"
"มะเขือเทศนี่มัน... มันเกินไปแล้ว รสมะเขือเทศมันเข้มข้นจนน่าตกใจเลย!" ชายสูทดำตอบกลับหลังจากมีคนถาม
คำตอบนี้ทำให้คนที่เหลือยิ่งงงเข้าไปใหญ่
นี่มันพูดจาไร้สาระอะไรวะ? มะเขือเทศไม่มีรสมะเขือเทศ แล้วจะให้มีรสแตงกวาหรือไง?
"อร่อยมาก! รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ยิ่งกว่ามะเขือเทศลูกไหนๆ ที่ฉันเคยทานมาในชีวิตเลยค่ะ" คราวนี้แขกสุภาพสตรีคนหนึ่งให้คะแนนอย่างสูง
มะเขือเทศเนี่ย จริงๆ แล้วมันก็ก้ำกึ่งกับผลไม้ แถมวิตามินยังสูงมาก ผู้หญิงหลายคนเลยชอบกินเล่นเป็นผลไม้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมแขกสาวคนนี้ถึงให้คำชมที่ดูจะโอเวอร์ขนาดนี้
จากนั้น กรรมการที่เหลืออีก 3 ท่าน ต่างก็ให้การยอมรับและชื่นชมมะเขือเทศของเฉิงเหล่ยอย่างท่วมท้น
เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้ บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่แปลกประหลาด
ผู้จัดการฉินอวี่เฟยเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ตั้งแต่ตอนที่ชายสูทดำแสดงความเห็นแล้ว และคำพูดของคนอื่นๆ ต่อมาก็ยืนยันข้อสงสัยของเธอได้เป็นอย่างดี
เป็นไปได้ยังไง? เธอรู้ดีว่าวัตถุดิบของโรงแรมเธอน่ะยอดเยี่ยมแค่ไหน ส่งตรงมาจากทุกมุมโลกด้วยเครื่องบินวันต่อวัน ทั้งสดและดีที่สุดที่คัดมาจากแหล่งผลิต
แต่ตอนนี้ คนที่ได้ชิมทั้งของโรงแรมและของชายคนนี้ กลับเทใจไปให้ของชายแปลกหน้าคนนี้กันหมดทุกคนแบบไม่มีข้อยกเว้น!
"ฉันขอชิมบ้าง"
เธอไม่รอฟังคำบอกเล่าของคนอื่นอีกต่อไป เธอต้องพิสูจน์ด้วยลิ้นของตัวเองให้รู้ดำรู้แดง
ฉินอวี่เฟยเดินตรงเข้าไป แล้วหยิบมะเขือเทศชิ้นสุดท้ายของเฉิงเหล่ยเข้าปาก
เธอยังไม่ทันจะได้เคี้ยวด้วยซ้ำ เธอก็รู้คำตอบทันที...
พวกเขาทุกคนพูดถูก... มะเขือเทศนี่มันอร่อยกว่าจริงๆ
ในฐานะผู้จัดการโรงแรม เธอคุ้นเคยกับรสชาติมะเขือเทศในครัวดีเพราะชิมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าครั้งไหนๆ รสชาติก็ไม่เคยเทียบเท่ากับสิ่งที่เธอเพิ่งทานเข้าไปเมื่อกี้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ผู้จัดการครับ เป็นยังไงบ้าง?" เชฟเถียนเจี๋ยเห็นฉินอวี่เฟยยืนนิ่งอึ้งไม่พูดไม่จา เลยเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
"มะเขือเทศของเรา... สู้ของเขาไม่ได้จริงๆ"
ฉินอวี่เฟยยังคงไม่อยากเชื่อในความจริงข้อนี้ และจินตนาการไม่ออกเลยว่าทำไมมะเขือเทศของคนธรรมดาๆ ถึงได้ชนะวัตถุดิบเกรดพรีเมียมของโรงแรมเธอได้แบบขาดลอยขนาดนี้
"คุณยังมีมะเขือเทศเหลืออีกไหม ผมขอชิมหน่อย!"
เชฟเถียนเจี๋ยเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เขาอยากจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง เพราะในฐานะเชฟมืออาชีพ การตัดสินของเขาจะเที่ยงตรงและเป็นทางการมากกว่าแขกพวกนี้แน่นอน!
จบตอน 34