เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 พวกเราเพิ่มเงินให้ได้นะคะ

ตอนที่ 35 พวกเราเพิ่มเงินให้ได้นะคะ

ตอนที่ 35 พวกเราเพิ่มเงินให้ได้นะคะ


ตอนที่ 35 พวกเราเพิ่มเงินให้ได้นะคะ

 

"มีครับ" เฉิงเหล่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงกระเป๋าหยิบมะเขือเทศออกมาอีกลูกหนึ่งทันที

เจิ้งจินเป่าเห็นเฉิงเหล่ยหยิบมะเขือเทศลูกใหญ่ กลมดิิก และแดงก่ำออกมาอีกลูก ก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่

ไอ้เหล่ยเพื่อนรัก แกพกมะเขือเทศออกมาเยอะแยะขนาดนี้ทำไมวะเนี่ย หรือว่าแกกลัวพวกเรากินไม่อิ่ม เลยพกมาเผื่อสองลูก ลูกนึงเอาไว้ให้ฉันกินแก้หิวเหรอ?

พอคิดได้แบบนั้น ในใจของเจิ้งจินเป่าก็เกิดความตื้นตันขึ้นมาวูบหนึ่ง

สมกับเป็นเพื่อนตายจริงๆ คิดถึงฉันตลอด ถึงแม้การพกไอ้ลูกแดงๆ นี่มาในที่แบบนี้มันจะดูตลกไปหน่อย แต่ความปรารถนาดีของแก ฉันรับรู้ได้ว่ะเพื่อน!

สายตาที่เจิ้งจินเป่ามองเฉิงเหล่ยในตอนนี้จึงเริ่มเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ

ส่วนเฉิงเหล่ยน่ะเหรอ... เขาไม่รู้เลยว่าเพื่อนรักกำลังมโนไปไกลขนาดไหน ถ้าเขารู้คงจะบ่นในใจว่า

'เพื่อน... อย่าคิดไปไกล ฉันแค่หยิบออกมาจากคลังมิติกาลเวลา มันไม่เกี่ยวกับแกเล้ย!'

เชฟเถียนเจี๋ยเห็นเฉิงเหล่ยหยิบมะเขือเทศออกมาอีกลูก นอกจากความประหลาดใจแล้ว เขาก็รีบรับมาล้างน้ำสะอาดแล้วหั่นแบ่งเป็นชิ้นๆ ทันที เขาหยิบมะเขือเทศชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาเข้าปาก

ในฐานะเชฟใหญ่ของโรงแรมห้าดาว ทันทีที่เนื้อมะเขือเทศสัมผัสโดนลิ้น เขาก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าใครแพ้ใครชนะ

ฝั่งเขา... แพ้ยับเยินจริงๆ ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้พูดโกหก มะเขือเทศของหมอนี่ดีกว่าของโรงแรมพวกเขาแบบคนละชั้น

ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ......

ไม่มีใครยอมทำลายความเงียบนี้ แม้ทุกคนจะรู้ผลลัพธ์อยู่ในใจแล้วก็ตาม

ส่วนเฉิงเหล่ย เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ความโกรธในใจก็ค่อยๆ มอดดับลง

"คุณผู้ชายคะ ไม่ทราบว่าคุณนามสกุลอะไรคะ?"

ฉินอวี่เฟยทำลายความเงียบด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยถามเฉิงเหล่ยอย่างสุภาพ

"นามสกุลเฉิงครับ"

"คุณเฉิงคะ มะเขือเทศที่พวกเราหยิบมาจากครัวเมื่อกี้มันเป็นการสุ่มหยิบมาอย่างที่คุณก็ได้ยิน ไม่ทราบว่าพอจะสะดวกย้ายไปที่ห้องครัว เพื่อเลือกมะเขือเทศมาลองเทียบกันดูอีกครั้งให้แน่ใจไหมคะ?"

ฉินอวี่เฟยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแกมขอร้อง

ใครที่มองออกย่อมรู้ดีว่า นี่คือการหาทางไปคุยตกลงกันลับๆ ข้างหลังว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ส่วนเรื่องจะไปเปรียบเทียบกันในครัวน่ะ มันก็แค่ข้ออ้างบังหน้าเท่านั้นแหละ

"ได้ครับ"

เฉิงเหล่ยเริ่มใจเย็นลง ความโกรธไม่พลุ่งพล่านเหมือนตอนแรก

ช่วยไม่ได้จริงๆ นี่คือลักษณะนิสัยของคนราศีตุลย์  ที่ไม่ค่อยเจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังลืมความโกรธได้เร็วสุดๆ

"เชิญทางนี้เลยค่ะ" ฉินอวี่เฟยผายมือเชิญ ก่อนจะหันไปบอกแขกคนอื่นๆ ว่า "ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือนะคะ และต้องขออภัยที่รบกวนเวลาอาหารของทุกท่าน ดิฉันในฐานะตัวแทนโรงแรมซิงไห่ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอให้ทุกท่านทานให้อร่อยนะคะ ทางเราจะขอมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กับแขกทุกโต๊ะเพื่อเป็นการขออภัยค่ะ"

พูดจบ ฉินอวี่เฟยก็นำทางเฉิงเหล่ยเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว

แขกที่มุงดูอยู่ก็ค่อยๆ สลายตัวกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ผู้จัดการโรงแรมพูดชัดเจนแล้วว่าเรื่องจบแล้ว พวกเขาควรกลับไปกินไปดื่มต่อ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งอีก แถมยังได้ของขวัญปลอบใจ (และค่าปิดปากกลายๆ) ถือว่าคุ้มค่าที่ได้ดูโชว์เมื่อกี้

เจิ้งจินเป่าเห็นเพื่อนเดินตามผู้จัดการไปที่ครัว ก็รีบตามไปติดๆ

ชินเฉี่ยวหลิงและเซียวไป๋เมิ่งเหยียนยืนปรึกษากันครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตามไปด้วย เพราะยังไงพวกเขาก็มาโต๊ะเดียวกัน อย่างน้อยก็ควรอยู่ดูให้เรื่องมันจบจริงๆ ถึงจะเดินจากไปได้อย่างสบายใจ

ณ ห้องครัว

เมื่อเฉิงเหล่ยเดินตามผู้จัดการฉินอวี่เฟยมาถึงข้างใน ฉินอวี่เฟยก็หันกลับมาถามทันที

"ไม่ทราบว่ามะเขือเทศของคุณเฉิงนี่ได้มาจากไหนคะ?"

"ล้วงออกมาจากกระเป๋าครับ"

"แหม่ คุณเฉิงเนี่ยอารมณ์ดีจังนะคะ ดิฉันหมายถึงคุณซื้อมาจากที่ไหนคะ?" ฉินอวี่เฟยหัวเราะเบาๆ แล้วถามต่อ

"เอามาจากร้านขายผักของผมเองครับ"

เฉิงเหล่ยเข้าใจความหมายที่เธอถามอยู่แล้ว แค่ไม่อยากตอบตรงๆ ในตอนแรกเท่านั้นเอง

"อ้อ คุณเฉิงมีร้านขายผักเป็นของตัวเองด้วยเหรอคะ?" ฉินอวี่เฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"ใช่ครับ"

"จริงๆ เรื่องเมื่อกี้ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะคะ มะเขือเทศของคุณเฉิงน่ะยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนมะเขือเทศของโรงแรมเรา ถึงจะสู้ของคุณไม่ได้ แต่เรื่องคุณภาพเรายืนยันว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เอาเป็นว่า... เรื่องที่เราท้าทายกันข้างนอกถือว่าเจ๊ากันไป คุณเฉิงคิดว่ายังไงคะ?"

เฉิงเหล่ยคิดในใจว่า 'ก็คิดเหมือนคนยืนดูคุณพูดนั่นแหละ'

ผู้จัดการฉินอวี่เฟยคนนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีความจริงใจเท่าไหร่ ในเมื่อมะเขือเทศของคุณสู้ของผมไม่ได้จริงๆ คุณก็รู้แก่ใจอยู่แล้ว จู่ๆ จะมาบอกว่าเจ๊ากันไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก

"ผมว่ารอผลตรวจแล็บออกมาก่อนดีกว่าครับ ใครผิดใครถูกค่อยขอโทษกันตามนั้น"

เฉิงเหล่ยไม่ยอมตกหลุมพราง ล้อเล่นหรือไง ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบอยู่นะ

"งั้นเอาแบบนี้ไหมคะคุณเฉิง มะเขือเทศของคุณมาจากร้านตัวเองและคุณภาพดีมาก ดิฉันในฐานะตัวแทนโรงแรม อยากจะขอปรึกษาว่า... ในอนาคตคุณพอจะส่งมะเขือเทศให้โรงแรมเราทุกวันได้ไหมคะ?"

โรงแรมห้าดาวอยากให้ผมส่งมะเขือเทศให้?

เฉิงเหล่ยได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเหมือนกัน โรงแรมห้าดาวมาขอร่วมมือกับเขาเองเลยเหรอ? นี่ถือเป็นการยอมสยบกลายๆ หรือเปล่านะ?

แต่พอนึกดูอีกที มะเขือเทศของเขาก็มีคุณภาพคู่ควรกับโรงแรมห้าดาวจริงๆ นั่นแหละ ไม่สิ... มันคู่ควรกับทุกโรงแรมบนโลกนี้เลยต่างหาก

"ไอ้เหล่ย ตกลงไปเลยเพื่อน!" เจิ้งจินเป่ารีบปรี่เข้ามาสะกิดกระซิบเบาๆ

ถึงเสียงจะเบา แต่ทุกคนก็ดูออกว่าเขากำลังเร่งให้เพื่อนรีบตอบตกลง ล้อเล่นเหรอ! ได้ร่วมงานกับโรงแรมห้าดาวมันคือหลักประกันระยะยาวเชียวนะ หมายความว่ากำลังจะรวยแล้วเว้ย!

"เอ่อ คือ..."

เฉิงเหล่ยยังลังเล ต่อให้ไม่ร่วมมือกับที่นี่ เขาก็ขายมะเขือเทศหมดอยู่ดีเพราะคุณภาพมันฟ้อง แถมการขายเองที่ร้านยังช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านเขาได้อีก จะมาลำบากร่วมมือกับที่นี่ทำไมนะ?

"ถ้าคุณเฉิงมีเรื่องลำบากใจอะไร บอกมาได้เลยนะคะ" ฉินอวี่เฟยสังเกตเห็นความลังเลของเขาจึงเอ่ยขึ้น

"พูดตามตรงนะครับ ตอนนี้มะเขือเทศของผมขายดีมากเลย"

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณส่งให้เราแค่บางส่วนก็ได้"

"แต่ที่ร้านผมขายหมดทุกวันเลยนะ"

"พวกเราเพิ่มเงินให้ได้ค่ะ"

"ตกลงครับ งั้นเรามาคุยรายละเอียดกัน"

"เยี่ยมค่ะ งั้นขอคอนแทคไว้หน่อยนะคะ ไว้คุยรายละเอียดกันวันหลัง"

"ได้ครับ"

หลังจากการแลกเปลี่ยนสั้นๆ เฉิงเหล่ยและฉินอวี่เฟยก็บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น

เจิ้งจินเป่ามองเพื่อนรักด้วยความทึ่ง ตอนแรกเขานึกว่าไอ้เหล่ยจะยังโกรธจนไม่ยอมทำธุรกิจด้วย ที่ไหนได้... ไอ้หมอนี่มันแกล้งดึงเชิงเพื่อเรียกราคาเพิ่มนี่หว่า!

ความจริงแล้วเฉิงเหล่ยแค่ต้องการให้อีกฝ่ายยอมรับความผิดและขอโทษเท่านั้น แต่พออีกฝ่ายเสนอความร่วมมือ เขาก็แอบหวั่นไหวอยู่บ้าง ติดตรงที่มะเขือเทศเขามันขายดีอยู่แล้ว ถ้าต้องแบ่งมาส่งที่นี่เรื่องราคาจะคุ้มไหม จะปวดหัวหรือเปล่า แต่พอได้ยินคำว่า "เพิ่มเงิน" เขาก็ตัดสินใจได้ทันที เพราะในกระเป๋าเขามันแห้งขอดจนเงินไม่ถึงสามหลักแล้วเนี่ยสิ!

"แล้วเรื่องผลตรวจซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลายล่ะ เรื่องที่ต้องขอโทษกันจะเอายังไง?" เจิ้งจินเป่าถามขึ้นมา หลังจากทั้งคู่ตกลงเรื่องธุรกิจกันได้แล้ว

"เรื่องนั้น... พวกเราถอยกันคนละก้าว ถือว่าเลิกราต่อกันไปดีไหมคะ?" ฉินอวี่เฟยมองเฉิงเหล่ยแล้วมองทุกคนพลางเสนอ

"ไม่มีปัญหาครับ"

เป็นอันว่าความขัดแย้งครั้งนี้จบลงด้วยสันติวิธี

เฉิงเหล่ยแอดวีแชท ของฉินอวี่เฟยไว้เพื่อติดต่อเรื่องงานในอนาคต เพราะเธอก็ต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานเบื้องบนต่อเหมือนกัน


จบตอน 35

จบบทที่ ตอนที่ 35 พวกเราเพิ่มเงินให้ได้นะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว