เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 — ผู้ฝึกหัด

ตอนที่ 9 — ผู้ฝึกหัด

ตอนที่ 9 — ผู้ฝึกหัด


# ตอนที่ 9 — ผู้ฝึกหัด

เมื่อเก็บสมุดบันทึกที่จดสูตรโอสถเส้นทางผู้ฝึกหัดในมือเข้าที่เรียบร้อย พร้อมทั้งอธิบายถึงการมีอยู่ของกฎการสวมบทบาทให้ฟังแล้ว ซีเรียนจึงเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามอีกฝ่าย

"หากคุณเลือกเส้นทางนักทำนาย ผมขอรับซื้อวัตถุดิบโอสถผู้ฝึกหัดที่คุณมีอยู่ได้ไหม"

โอเวนพยักหน้ารับอย่างยินดี "แน่นอน คุณเอาไปใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสูตรโอสถของคนไร้หน้ากับผู้เชิดหุ่น หรือแม้แต่กฎการสวมบทบาท มูลค่าของสิ่งเหล่านี้ก็สูงเกินกว่าวัตถุดิบชุดนี้ไปมากแล้ว"

"รอสักครู่นะ ผมจะไปหยิบวัตถุดิบมาให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ"

ซีเรียนยกมือขึ้นห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ "คุณจะไม่ตรวจสอบความถูกต้องของสูตรโอสถที่ผมให้ไปก่อนหรือ"

โอเวนตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ เมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ "จริงสิ มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย แต่ยังไงผมก็เชื่อใจคุณนะ"

แม้ปากจะบอกว่าเชื่อใจ แต่โอเวนก็ยังล้วงเอาลูกแก้วคริสตัลที่มีขนาดเล็กกว่ากำปั้นของผู้ใหญ่เล็กน้อยออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตฝั่งซ้าย

มันคือลูกแก้วคริสตัลที่บริสุทธิ์หมดจด ทอประกายสีฟ้าครามโปร่งใส ภายในคลับคล้ายมีละอองแสงดาวกะพริบไหวอยู่ระยิบระยับ

ซีเรียนมองดูด้วยความสนใจ ตอนที่ไปขอลาหยุดกับศาสตราจารย์ชราเฟียร์สในมหาวิทยาลัยเบ็คลันด์ เขาก็สังเกตเห็นประกายแสงแห่งจิตวิญญาณอันเข้มข้นในกระเป๋าเสื้อของโอเวนแล้ว จึงรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีวัตถุวิเศษพกติดตัวอยู่ชิ้นหนึ่ง

ระดับพลังของมันน่าจะอยู่ในช่วงลำดับ 8 ถึงลำดับ 7 ทว่าในเมื่อมีรูปลักษณ์เป็นลูกแก้วคริสตัล เช่นนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะสอดคล้องกับตะกอนพลังของนักโหราศาสตร์

ราวกับจะสังเกตเห็นความสงสัยบนใบหน้าของเขา โอเวนจึงเอียงคออธิบายว่า

"นี่คือวัตถุวิเศษที่พ่อทิ้งไว้ให้ผม ผมเรียกมันว่าลูกแก้วคริสตัลแห่งโชคชะตา เพียงแค่พกติดตัวไว้ก็จะได้รับผลลัพธ์ในการรบกวนการทำนายและสัญชาตญาณแห่งจิตวิญญาณของผู้วิเศษ นอกเหนือจากนั้นยังสามารถใช้วิธีการทำนายเชิงรุกเพื่อรับวิวรณ์จากโชคชะตา ซึ่งช่วยให้หลบเลี่ยงอันตรายและใช้เสาะหาโอกาสได้"

"แต่ถึงอย่างนั้น วิวรณ์แห่งโชคชะตาก็ไม่ใช่ทางลัด หลังจากการทำนายทุกครั้ง ผู้ใช้จะต้องเผชิญกับอันตรายที่แตกต่างกันไปตามระดับของวิวรณ์ที่ได้รับมา"

"ทว่าส่วนใหญ่แล้วก็เป็นแค่อาการทำเงินหล่นหาย สะดุดล้มบนพื้นราบ โดนขโมยของ หรือถูกพวกอันธพาลดักปล้น ไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตหรอก"

ซีเรียนปรายตามมองหัวไหล่ที่บาดเจ็บของตนเอง คลับคล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"ดังนั้นที่พวกเราเผชิญหน้ากับกลุ่มชาวที่ราบสูงพวกนั้นก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะก่อนหน้านั้นคุณใช้มันทำนายงั้นหรือ"

"เอ่อ... คงจะเป็นแบบนั้นแหละ"

โอเวนยกมือขึ้นเกาหลังหัวอย่างเก้อเขินอยู่ครู่หนึ่ง อันตรายเป็นสิ่งที่เขานำพามา ทว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกลับเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างกาย

ตัวซีเรียนเองกลับไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้ บาดแผลเพียงเล็กน้อยแลกมากับสูตรโอสถถึงสามฉบับและวัตถุดิบครบชุดอีกหนึ่งชุด ไม่ว่าจะมองมุมใดเขาก็เป็นฝ่ายได้คุ้มค่าอย่างยิ่ง

เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามอีกคำถามขึ้นมา "ก่อนหน้านี้ที่คุณคิดจะดื่มโอสถในคืนจันทร์เต็มดวง ก็เป็นเพราะได้รับวิวรณ์จากลูกแก้วคริสตัลลูกนี้ด้วยใช่ไหม"

"ใช่แล้ว" กิริยาพยักหน้าของโอเวนชะงักงันไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็เพิ่งจะตระหนักขึ้นมาได้ในที่สุด

"มิน่าล่ะ หลังจากการทำนายครั้งนั้นผมถึงไม่เจออันตรายอะไรเลย ที่แท้อันตรายก็ซ่อนอยู่ในวิวรณ์แห่งโชคชะตานั่นเอง!"

ซีเรียนพยักหน้าเบา ๆ "นี่น่าจะเป็นผลกระทบด้านลบที่แฝงอยู่ของวัตถุวิเศษชิ้นนี้ หลังจากนี้คุณอย่าได้ใช้มันทำนายซุ่มซ่ามอีกเลย"

"อืม... ดูเหมือนว่าหลังจากนี้คุณก็คงไม่จำเป็นต้องใช้มันสักเท่าไรแล้วด้วย เส้นทางลำดับ 9 ที่ผมมอบให้คุณไปก็คือนักทำนาย"

มือของโอเวนที่ถือลูกแก้วคริสตัลแห่งโชคชะตาเตรียมจะทำนายชะงักค้างอยู่กลางอากาศ พลันรู้สึกว่าวัตถุวิเศษที่ใช้งานได้ดีมาตลอดชิ้นนี้เริ่มร้อนลวกมือขึ้นมาเสียแล้ว การซุกซ่อนอันตรายเอาไว้ในวิวรณ์ที่ได้จากการทำนาย เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยากยิ่งจริง ๆ

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็วางลูกแก้วคริสตัลแห่งโชคชะตาลงบนสมุดบันทึกที่เขียนสูตรโอสถเส้นทางนักทำนายเอาไว้ เปลือกตาปิดลง พร้อมกับขยับริมฝีปากพึมพำถ้อยคำทำนายแผ่วเบา

*แค่ทำนายดูว่าสูตรโอสถเหล่านี้ถูกต้องและใช้งานได้จริงหรือไม่ คงไม่น่าจะมีอันตรายร้ายแรงอะไรนัก อย่างมากวันนี้ก็แค่ไม่ออกจากบ้านก็สิ้นเรื่อง*

ไม่กี่วินาทีต่อมา ประกายแสงสีน้ำเงินเข้มก็วาบผ่านลูกแก้วคริสตัลแห่งโชคชะตา

ผลการทำนายสัมฤทธิ์ผล สูตรโอสถทั้งหมดล้วนเป็นของจริง

เมื่อความกังวลสายสุดท้ายในใจมลายสิ้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมองซีเรียน "คุณอยากลองทำนายดูไหม การใช้ลูกแก้วคริสตัลแห่งโชคชะตานั้นง่ายมาก เพียงแค่ทำขั้นตอนการทำนายให้ครบถ้วนตามรูปแบบ ก็สามารถรับการตอบสนองได้แล้ว"

ซีเรียนส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก ผมไม่อยากบังเอิญไปเจอชาวที่ราบสูงที่คิดจะปล้นกันอีกเป็นรอบที่สอง"

โอเวนเกาหัวแกรกอย่างเก้อเขินอีกครั้ง "อันที่จริง ส่วนใหญ่ก็แค่เดินสะดุดล้ม ทำเงินหล่น หรือไม่ก็ลืมกุญแจบ้านอะไรทำนองนั้นเอง"

"เดี๋ยวผมไปเอาส่วนผสมมาให้ จะได้ถือโอกาสเป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดของผู้วิเศษด้วยเลย"

.....

ไม่กี่นาทีต่อมา ภายในห้องรับแขกที่ปิดประตูหน้าต่างสนิทและดึงผ้าม่านปิดทึบ ซีเรียนถือถ้วยแก้วไว้ในมือ บรรจงหยิบส่วนผสมแต่ละอย่างใส่ลงไปอย่างประณีตระมัดระวัง

น้ำจากบ่อโบราณ หยาดน้ำค้างบริสุทธิ์จากหญ้าเคราแพะ ดอกไม้ที่งอกเงยจากซากศพ ดินที่ถูกปนเปื้อนโดยสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณ และสุดท้ายคือส่วนผสมหลักอย่างหนอนกินอัญมณีกับคริสตัลภาพลวงตา

ทันทีที่ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในถ้วยแก้ว พวกมันก็หลอมละลายเข้าด้วยกันอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกกระตุ้นด้วยปฏิกิริยาลี้ลับบางประการ

เมื่อซีเรียนเขย่าถ้วยแก้วเบา ๆ ส่วนผสมที่หลอมละลายก็ค่อย ๆ ผสมกลมกลืนกลายเป็นเนื้อเดียว สีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำและเหนียวข้น ดูคล้ายกับยาต้มสมุนไพรโบราณทว่าก็เหมือนยาพิษร้ายแรงในเวลาเดียวกัน

"ดูท่าทางน่าจะดื่มยากพิลึก"

ซีเรียนยกมือขึ้นลูบหน้าท้อง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าโอสถนี้จะถูกร่างกายดูดซึมไปจนหมดสิ้นตั้งแต่ยังไม่ทันตกถึงกระเพาะ ทว่ารูปลักษณ์ของมันช่างดูเหมือนอาหารสยดสยองชวนขย้อนเสียเหลือเกิน เพียงแค่มองดู กระเพาะของเขาก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาทันที

โอเวนเอ่ยปลอบใจขึ้นมาว่า "ถึงแม้มันจะดูดื่มยาก และรสชาติจริง ๆ ก็คงกลืนลำบากสุด ๆ แต่ตราบใดที่ดื่มลงไปแล้วทำให้คุณกลายเป็นผู้วิเศษได้ ต่อให้มันเป็นโคลนตมจากท่อระบายน้ำ คุณก็ต้องฝืนใจกลืนมันลงไปให้ได้"

"คุณนี่ไม่เหมาะกับการปลอบใจคนอื่นเอาเสียเลย"

หลังจากบ่นกระปอดกระแปดออกไปหนึ่งประโยค ซีเรียนก็ยกถ้วยแก้วบรรจุโอสถขึ้นจรดริมฝีปาก แล้วกระดกรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง

ความขมขื่นและเผ็ดร้อนตีตื้นขึ้นมา ราวกับกัดเคี้ยวส่วนผสมของกระเทียม ขิง มัสตาร์ด และมะนาวสดเข้าด้วยกันเต็มคำ รสชาติอันรุนแรงแทรกซึมขึ้นสมองจนทำให้เขาลืมกระทั่งวิธีการหายใจ

สัมผัสอันกระตุ้นเร้าบนต่อมรับรสคงอยู่ได้ไม่ถึงสองวินาที โอสถสีดำข้นเหนียวก็อันตรธานหายไปทันทีที่ไหลผ่านลำคอ มันถูกร่างกายของเขาดูดซึมกลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น

ในเวลาเดียวกัน จิตวิญญาณของเขาก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทัศนวิสัยเบิกกว้างขวางไกล ราวกับได้หลุดพ้นจากความเป็นจริงก้าวเข้าสู่มิติที่สูงส่งยิ่งกว่า

ภายใต้สภาวะนี้ เขารู้สึกราวกับมัจฉาที่ได้หวนคืนสู่สายน้ำ ไม่สิ... ไม่ใช่มัจฉา ทว่าเป็นพญามังกร เป็นผู้ปกครองสูงสุดที่ได้หวนคืนสู่อาณาเขตของตนเอง

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดื่มด่ำกับสภาวะอันน่าอัศจรรย์นี้อย่างถี่ถ้วน เจตจำนงอันยิ่งใหญ่ไพศาลที่เปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งก็จุติลงมา

"เจ้าหัวขโมย!"

ซีเรียนเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ มองเห็นเงามืดอันยากจะเอื้อมถึงสายหนึ่งปรากฏขึ้น ณ เบื้องสูงอันไร้ที่สิ้นสุด พระองค์กำลังก้มมองลงมายังเขา จับจ้องมองมาด้วยสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความโทสะและความโลภโมโทสัน

ทว่าพระองค์ทำได้เพียงจับจ้องมองดูเท่านั้น ปราการไร้รูปร่างที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าของทั้งสอง ฝ่ายใดก็ไม่อาจสัมผัสถูกตัวอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำได้เพียงยืนมองเขาจากอีกฝั่งของม่านปราการ ในที่สุดซีเรียนก็วางใจลงได้ เขาเริ่มหันมาสำรวจและซึมซับความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเองอย่างละเอียด

สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก่อนหน้านี้ก็คือ การยกระดับแก่นแท้ของชีวิตที่ได้รับจากการดื่มโอสถ อาจทำให้สายใยเชื่อมโยงระหว่างตัวเขากับผู้มองลงมาจากมิติสูงลึกล้ำยิ่งขึ้น จนทำให้อีกฝ่ายสามารถส่งอิทธิพลข้ามมิติมาคุกคามเขาได้

ทว่าดูจากตอนนี้แล้ว แม้การเชื่อมโยงระหว่างพวกเขาสองคนจะลึกล้ำขึ้นจริง แต่ม่านปราการก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่ง ผู้มองลงมาจากมิติสูงมองเห็นแต่ไม่อาจแตะต้องตัวเขาได้ เว้นเสียแต่ว่าตัวเขาจะเลื่อนระดับขึ้นไปอีกสักสองสามลำดับ

เมื่อความเปลี่ยนแปลงที่โอสถนำพามาหยั่งรากลึกลงไป ซีเรียนก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า มีบางสิ่งที่ดูเลื่อนลอยจับต้องไม่ได้ทว่ากลับมีอยู่จริงบางส่วน ได้ถ่ายโอนจากร่างของผู้มองลงมาจากมิติสูงย้ายมาอยู่กับตัวเขาแล้ว

จากนั้น เขาก็พบว่าตนเองสามารถควบคุมมิติรอบด้านได้ในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งมองเห็นและกระทั่งสัมผัสถึงพวกมันได้ แม้แต่ดวงวิญญาณที่เคยรู้สึกว่างโหวงมาตลอดก็ยังได้รับการเติมเต็ม ราวกับวิมานในอากาศอันเลื่อนลอยได้มีเสาค้ำจุนขึ้นมาหนึ่งต้น ในที่สุดก็สามารถแตะลงบนพื้นดินและหยัดยืนได้อย่างมั่นคงเสียที

*นี่คือสิทธิ์อำนาจ หรือว่าเป็นสัญลักษณ์กันนะ?*

"เจ้าผู้ก้าวล่วงอันต่ำช้า!"

"หัวขโมยผู้ริอ่านแตะต้องมิติ ม่านปราการที่ปฐมกาลหลงเหลือไว้คุ้มครองเจ้าได้อีกไม่นานหรอก..."

ขณะที่เสียงกระซิบพร่ำเพ้อราวกับคนละเมอดังเข้ามาในโสตประสาท ซีเรียนก็มองเห็นดวงตาข้างหนึ่งเบิกกว้างขึ้น ท่ามกลางเงามืดอันยากจะเอื้อมถึง ณ ห้วงความสูงอันไร้ที่สิ้นสุด

วินาทีต่อมา จิตของเขาก็พลันหนักอึ้งและดิ่งวูบลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งกลับคืนสู่ร่างกายของตนเอง

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ปรับตัวให้เข้ากับจิตวิญญาณที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ร่างอันคุ้นเคยในชุดคลุมสีขาวเรือนผมสีทองก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุอย่างเงียบเชียบ พระองค์ราวกับเพิ่งจะปรากฏตัวขึ้นมา ทว่าก็คล้ายกับยืนอยู่ที่นี่มานานแสนนานแล้ว เพียงแต่สมองของเขาคอยเพิกเฉยต่อพระองค์ไปเองโดยจิตใต้สำนึก

"อดัม..."

ซีเรียนเผยสีหน้าซับซ้อนขณะเผยอริมฝีปาก เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้แปลกใจเท่าใดนัก

จบบทที่ ตอนที่ 9 — ผู้ฝึกหัด

คัดลอกลิงก์แล้ว