- หน้าแรก
- ราชันเร้นลับ กุญแจสีเงิน
- ตอนที่ 7 — หลอกล่อ
ตอนที่ 7 — หลอกล่อ
ตอนที่ 7 — หลอกล่อ
# ตอนที่ 7 — หลอกล่อ
หลังนิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง ซีเรียน ก็เอ่ยหาหัวข้อสนทนาตามบทบาทที่ตนวางเอาไว้
"คุณได้สัมผัสกับโลกเร้นลับที่แท้จริงแล้ว แต่ดูเหมือนยังไม่ได้กลายเป็นผู้วิเศษ กำลังเตรียมโอสถอยู่สินะ"
"คุณรู้ได้ยังไง..." โอเวน มองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่นานก็ทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง
"นั่นสินะ ตั้งแต่แรกคุณก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจอะไรเลยนี่นา"
"แสดงว่าคุณเองก็เข้าถึงโลกเร้นลับที่แท้จริงแล้ว แถมยังอาจกลายเป็นผู้วิเศษไปแล้วด้วย ถึงได้ไม่จัดพิธีกรรมชั่วร้ายที่เวิลช์เอามาแบ่งปันนั่นใช่ไหม"
ซีเรียน เอนหลังพิงโซฟาพลางพยักหน้ารับเบา ๆ "ก็ทำนองนั้น แต่ผมยังไม่ได้เป็นผู้วิเศษหรอกนะ"
โอเวน ไม่ได้แปลกใจกับคำตอบนี้ "เรื่องปกติ วัสดุโอสถราคาสูงเกินไป ถ้าไม่ได้มรดกที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ ผมเองก็คง..."
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "คุณได้สูตรโอสถที่สมบูรณ์มาบ้างไหม"
ซีเรียน พยักหน้า น้ำเสียงแฝงความท้อถอย "แน่นอน น่าเสียดายที่มันไม่เหมาะกับผม"
*ลำพังแค่สูตรโอสถที่สมบูรณ์น่ะหรือ ผมยึดครองเส้นทางผู้วิเศษที่สมบูรณ์ไว้ทั้งเส้นทางเลยต่างหาก รวมถึงกฎการสวมบทบาทด้วย น่าเสียดายที่ต้องเฝ้าภูเขาสมบัติโดยเปล่าประโยชน์ นำมาใช้ไม่ได้สักอย่าง*
*ต้องโทษที่ตอนนั้นอดัมจากไปเร็วเกินไป ไม่เช่นนั้นผมคงขอสมัครเข้าสมาคมฤาษีสนธยาได้แล้ว ในมือของพระองค์มีศิลาเย้ยเทพแผ่นที่สองอยู่แท้ ๆ ถึงแม้พระองค์อาจจะไม่ตกลงก็เถอะ*
ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นซ่านไปถึงขั้วหัวใจ...
ซีเรียน ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอคิดอะไรออกไปถึงกับสีหน้าแข็งค้าง... *ประมาทอีกแล้ว ขออภัยด้วยท่านผู้ยิ่งใหญ่ โปรดเมินผมไปทีเถอะ...*
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกอึดอัด แม้จะไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม ทว่าเขากลับรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าตามซอกมุม ด้านหลัง หน้าต่างกระจก หรือในจุดที่มองไม่เห็น กำลังมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาอยู่
"คุณเป็นอะไรไป"
โอเวน มองปฏิกิริยาแปลกประหลาดของ ซีเรียน แล้วอดไม่ได้ที่จะหันมองรอบตัวตามไปด้วยโดยสัญชาตญาณ ทว่าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดในบ้านของตน
ซีเรียน หัวเราะแห้งพลางส่ายหน้า "ไม่มีอะไร แค่มีอาการพีทีเอสดีนิดหน่อย..."
โอเวนร้อง "หา?"
เพื่อไม่ให้สมองของตนเผลอคิดฟุ้งซ่านไปถึงสิ่งที่ไม่สมควรคิดอีก ซีเรียน จึงรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที
"คุณเริ่มสัมผัสกับโลกเร้นลับตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเตรียมโอสถไปถึงไหนแล้วล่ะ"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประสบการณ์ก่อนหน้านี้ได้ดึงความสัมพันธ์ของทั้งสองให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือเป็นเพราะการอยู่ลำพังมาเนิ่นนานทำให้ โอเวน เกิดความปรารถนาโดยสัญชาตญาณที่อยากมีเพื่อนสักคนที่สามารถเปิดอกคุยด้วยได้ เมื่อ ซีเรียน เอ่ยถาม เขาจึงเล่าเรื่องราวของตนเองให้ฟังโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
"ตอนแรกความเข้าใจเกี่ยวกับโลกเร้นลับของผมมาจากบันทึกที่พ่อทิ้งเอาไว้ ผมเพิ่งมาพบมันในกองมรดกหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว น่าเสียดายที่ข้อมูลข้างในมีไม่มากนัก"
"ด้วยเหตุนี้ ผมเลยต้องใช้เวลาถึงสองปีเต็มกว่าจะสืบเสาะข้อมูลเพิ่มเติมจากแวดวงศาสตร์เร้นลับที่พอจะเข้าถึงได้ พร้อมกับหาซื้อวัสดุวิเศษที่จำเป็นสำหรับการปรุงโอสถ 'ผู้ฝึกหัด' ส่วนสูตรโอสถนี้ก็เป็นสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้เช่นกัน"
"ฮี่ฮี่ แอบบอกคุณตามตรงเลยนะ ได้ยินมาว่าเส้นทางนี้เคยถูกครอบครองโดยตระกูลโบราณในยุคที่สี่ มันจะต้องเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ทรงพลังที่สุดในบรรดายี่สิบสองเส้นทางอย่างแน่นอน"
"ตามความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับที่ผมมี ในคืนพระจันทร์เต็มดวง โลกวิญญาณกับโลกความเป็นจริงจะซ้อนทับกันมากที่สุด นั่นคือช่วงเวลาที่จิตวิญญาณเติบโตและเปี่ยมพลังที่สุด จึงเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการดื่มโอสถเพื่อเลื่อนระดับ"
"ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ ผมจะได้กลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงเสียที"
ซีเรียน จ้องมอง โอเวน นิ่งเงียบ คำพูดของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างรุนแรง ราวกับเคยได้ยินหรือรับรู้จากที่ไหนมาก่อน
*หมอนี่เป็นตัวละครที่เคยปรากฏในเนื้อเรื่องอย่างนั้นหรือ แต่ทำไมผมถึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด*
*ผู้ฝึกหัด พระจันทร์เต็มดวง ตระกูลโบราณ... เหมือนผมจะนึกอะไรบางอย่างออกแล้ว คงไม่ได้บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง หรือว่าจะเป็นกุญแจสารพัดประโยชน์ที่ยังมีชีวิตอยู่กันนะ*
*ตอนนี้คือเดือนสิงหาคม ปี 1349 พอลองคำนวณเวลาดูแล้วก็ดูเหมือนจะตรงกันพอดี แต่... จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีการจัดวางบทไว้เบื้องหลังเลยผมคงไม่เชื่อหรอก ทว่านี่ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการอยู่พอดี*
โอเวน ขยับตัวเบี่ยงข้างเล็กน้อย สายตาของ ซีเรียน ทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้ว
ขณะที่เขาเพิ่งจะเอ่ยเตือนว่าสายตาเช่นนั้นดูเสียมารยาทเกินไป ซีเรียนก็ละสายตากลับไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"คุณเคยคิดที่จะเปลี่ยนเส้นทางผู้วิเศษ หรือเปลี่ยนเวลาดื่มโอสถบ้างไหม"
"ทำไมล่ะ" โอเวนถามด้วยความประหลาดใจ จากนั้นจึงอธิบายต่อเองเสร็จสรรพ
"เส้นทางผู้วิเศษสายผู้ฝึกหัดเป็นสิ่งที่ตระกูลของเรา... เป็นสิ่งที่พ่อถ่ายทอดมาให้ผม มีสูตรโอสถและคลังความรู้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์พร้อม หากเลือกเส้นทางนี้ ความยากในการเลื่อนลำดับขั้นของผมจะลดน้อยลงมาก"
"อีกอย่าง ช่วงเวลาพระจันทร์เต็มดวงก็เป็นเวลาที่เหมาะสมแก่การเลื่อนขั้นที่สุดแล้ว ผมเคยทำการทำนายดูแล้วด้วย"
*มิสเตอร์ดอร์ยังคงกระซิบกระซาบยามพระจันทร์เต็มดวงอยู่อีก คุณจะมีพื้นที่ให้เลื่อนขั้นได้ยังไงกัน สู้เปลี่ยนเส้นทางผู้วิเศษไปเลยยังจะดีเสียกว่า ไม่แน่ว่าเสียงเพ้อคลุ้มคลั่งตอนพระจันทร์เต็มดวงอาจจะเบาลงบ้างก็ได้*
หลังจากบ่นอุบอิบในใจ เขาก็มองไปยังโอเวนด้วยสายตาที่ค่อยๆ จริงจังและเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
เขาตัดสินใจหลอกล่ออีกฝ่ายสักหน่อย ซึ่งนี่ไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตคนโชคร้ายที่คิดจะฆ่าตัวตายในคืนพระจันทร์เต็มดวงได้เท่านั้น แต่ยังทำให้เขาได้รับสูตรโอสถเส้นทางผู้วิเศษสายผู้ฝึกหัดที่ต้องการมาอีกด้วย
สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ตอนนี้เงินเก็บของเขามีเพียง 10 ปอนด์ 13 ซูเอล 2 เพนนี ซึ่งนี่เป็นค่าครองชีพที่เขาเพียรพยายามเก็บหอมรอมริบมาตลอดช่วงที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเบ็คลันด์ ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้มีมรดกตกทอดจากพ่อแม่ให้สืบทอดเหมือนใครเขา
ลำพังเงินแค่นี้ไม่มีทางกลายเป็นผู้วิเศษได้เลย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงสวมบทบาทเป็นนักต้มตุ๋น หลอกเอาเงินทุนก้อนแรกมาจากเพื่อนร่วมชั้นอย่างโอเวน
*ถึงอย่างไรนี่ก็ถือว่าผมได้ช่วยชีวิตอีกฝ่ายเอาไว้ ขอเก็บเงินนิดหน่อยจะเป็นอะไรไปล่ะ*
ภายใต้สายตาที่ทั้งงุนงงและระแวดระวังของโอเวน สีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย เขาจึงหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยปากว่า
"ขั้วอำนาจที่ครอบครองเส้นทางผู้วิเศษสายผู้ฝึกหัดนั้นมีอยู่ไม่มากนัก องค์กรที่พอจะมีชื่อเสียงทั่วทั้งทวีปเหนือและใต้มีอยู่เพียง 4 แห่งเท่านั้น ในจำนวนนั้น สมาคมแสงอุษา คณะปัญญาตื่นรู้ และตระกูลทามารา นับว่าครอบครองเส้นทางผู้วิเศษสายผู้ฝึกหัดไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น"
"ผู้ที่ครอบครองตะกอนพลังและสูตรโอสถของเส้นทางผู้วิเศษสายผู้ฝึกหัดไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์อย่างแท้จริงคือตระกูลอับราฮัม หนึ่งในขุนนางใหญ่แห่งจักรวรรดิทิวเดอร์ในยุคที่สี่"
"แม้แต่ในบรรดาตระกูลเทวทูตมากมายแห่งยุคที่สี่ ตระกูลอับราฮัมก็เป็นตระกูลขุนนางใหญ่อันดับหนึ่งที่ยากจะมีใครเทียบเทียมได้"
โอเวนเชิดคอขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกตเห็น บนใบหน้าเผยสีหน้าราวกับรู้สึกเป็นเกียรติไปด้วย
"ประวัติศาสตร์ส่วนนี้ผมรู้ อย่าลืมสิว่าผมก็เป็นนักศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์เหมือนกันนะ"
ถึงแม้จะโดดเรียนอยู่บ่อยครั้ง ทว่านั่นก็เพื่อไปสัมผัสกับโลกเร้นลับ และก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในแวดวงของผู้วิเศษเหล่านั้น
ซีเรียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เลิกคิ้วถามว่า "ดังนั้น คุณจึงไม่ปฏิเสธว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลอับราฮัมใช่ไหม"
โอเวนที่เมื่อครู่ยังเชิดคอด้วยสีหน้ารู้สึกเป็นเกียรติ พลันเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนแข็งทื่ออยู่กับที่
"เอ่อ อาจจะมั้ง จากยุคที่สี่มาจนถึงตอนนี้ก็นับพันปีแล้ว จะมีสูตรโอสถบางส่วนหลุดรอดออกมาบ้างก็คงเป็นเรื่องปกติ"
"ถึงแม้บางครั้งผมจะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองจะเป็นทายาทของตระกูลโบราณแบบนั้น แบกรับภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ แล้วสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา แต่ความจริงก็คือ บรรพบุรุษของผมตั้งรกรากอยู่ในเบ็คลันด์มาตั้งแต่แรก และนามสกุลของผมก็คือการ์เซีย"
ซีเรียนปรายตามองเขาด้วยสีหน้าราบเรียบ "คุณอธิบายเยอะเกินไปหน่อยนะ อีกอย่าง ผมจำได้ว่าตอนที่เจอพ่อของคุณครั้งล่าสุด เขาก็บอกกับผมเองว่า ยอมจากบ้านเกิดเมืองนอนมาดิ้นรนในเบ็คลันด์ก็เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นไม่ใช่หรือ"
"..."
สีหน้าของโอเวนแข็งค้างไปอีกครั้ง เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆ หวังจะกลบเกลื่อนให้ผ่านพ้นไป "ความจำของคุณดีจังนะ... เรื่องตั้งหลายปีมาแล้วแท้ๆ"
ซีเรียนพยักหน้าเบาๆ "ก็พอได้ ท้ายที่สุดแล้วในตอนนั้นพวกเราก็ยังไม่ได้ห่างเหินกันขนาดนี้นี่นา"
"ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอก ก็แค่เป็นทายาทของตระกูลอับราฮัมไม่ใช่หรือไง หากใช้คำพูดของคุณเมื่อกี้ จากยุคที่สี่มาจนถึงตอนนี้ก็นับพันปีผ่านไปแล้ว ใครบ้างจะไม่มีบรรพบุรุษที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนล่ะ"
เขาหยุดไปชั่วครู่ รอจนกระทั่งสีหน้าของโอเวนผ่อนคลายลงบ้างแล้ว จึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"คุณรู้จักตระกูลแอนทิโกนัสกับอาณาจักรแห่งราตรีไหม"
โอเวนพยักหน้าเบาๆ "ย่อมรู้แน่นอน เฉกเช่นเดียวกับตระกูลอับราฮัม ตระกูลแอนทิโกนัสก็เป็นหนึ่งในขุนนางใหญ่แห่งจักรวรรดิทิวเดอร์ในยุคที่สี่ นอกจากนี้ยังมีตระกูลอมอน ตระกูลเจค็อบ และตระกูลทามารา"
"ส่วนอาณาจักรแห่งราตรีนั้น เป็นแคว้นโบราณซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาฮอร์นาคิส ดูเหมือนว่าจะล่มสลายไปตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายยุคที่สี่แล้ว"
ซีเรียนพยักหน้า ก่อนจะกล่าวประโยคหนึ่งที่ฟังดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย "คุณรู้ไหม ชื่อซีเรียนนี้... ในบ้านเกิดของผมมีความหมายว่าราตรีอันเงียบสงบ"
"ราตรีอันเงียบสงบ?" โอเวนชะงักไปครู่หนึ่ง ยังคงตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้าง
ชั่วครู่ต่อมา ใบหน้าของเขาก็พลันบังเกิดความตื่นตะลึง "ว่ากันว่าผู้นำของตระกูลแอนทิโกนัสร่วมกับมารดาแห่งท้องนภาเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งราตรีขึ้นมา พวกเขาเทิดทูนความมืดมิดและความเงียบสงบ ทั้งยังศรัทธาในมารดาแห่งท้องนภาผู้โบราณกาล"
"หรือว่าคุณคือทายาทของตระกูลแอนทิโกนัสแห่งอาณาจักรแห่งราตรี?"