เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ไอ โรบอต

บทที่ 23 ไอ โรบอต

บทที่ 23 ไอ โรบอต


บทที่ 23 ไอ โรบอต

นับตั้งแต่ที่เขาได้ฝันถึงปรมาจารย์ช่างประดิษฐ์โอเวอร์สปาร์ก คราฟต์ก็เริ่มจมดิ่งลงสู่การศึกษาด้านวิศวกรรมของพวกโนมที่เขาได้พบเห็นในความฝัน ตัดสิ่งของที่ต้องใช้พันธุกรรมทางเวทมนตร์ออกไป แค่เพียงกระรอกกลที่ใช้สำหรับผู้เริ่มต้นฝึกฝนเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้คราฟต์มีความสุขเป็นล้นพ้นแล้ว

สลักเกลียว แท่งทองแดง มรกตมาลาไคต์

ภายใต้วิชาด้านวิศวกรรมอันน่าอัศจรรย์นั้น วัสดุพื้นๆ เหล่านี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระรอกกลที่สามารถเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวเพื่อติดตามเขาไปรอบๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานเพิ่มเติมใดๆ เลย ซึ่งนี่มันไม่ต่างอะไรกับการจับกฎทรงพลังงานมากดลงกับพื้นแล้วบดขยี้อย่างสิ้นเชิง

ทว่าความฝันของเขานั้นไม่เคยอิงตามหลักวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่ได้ทำให้คราฟต์รู้สึกยินดีมากจนเกินไปนัก ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า กระรอกกลตัวนี้สามารถสร้างเลียนแบบขึ้นมาได้ซ้ำๆ ต่างหาก

แม้ว่ากระรอกกลที่สร้างขึ้นโดยอลิซจะกลับมาอยู่ภายใต้กฎทรงพลังงานอีกครั้ง และไม่สามารถติดตามผู้เป็นนายได้เองโดยอัตโนมัติ แต่การติดตั้งกล่องแบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงานลานนาฬิกาให้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เจ้ากระรอกน้อยตัวนี้จะยังคงความคล่องแคล่วว่องไวได้เหมือนเดิม และตราบใดที่เขาออกแบบระบบสั่งการด้วยเสียงหรือระบบตรวจจับแสงให้มัน การนำไปวางขายในฐานะของเล่นระดับหรูหราก็จะไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด

ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถเพิ่มพูนพลังในการต่อสู้ให้กับเขาได้ แต่มันสามารถเพิ่มพูนรายได้ ทำให้คราฟต์มีเงินทองมากขึ้นในการวิจัยสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ เพราะอย่างไรเสียการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินทองมหาศาล และการที่มีช่องทางในการสร้างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง ย่อมทำให้คราฟต์มีความสุขเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์เลี้ยงกลไกยังมีรูปแบบการออกแบบที่แตกต่างกันอีกหลายชนิด และเมื่อคราฟต์สามารถทำความเข้าใจเทคโนโลยีภายในได้อย่างถ่องแท้แล้ว เขาก็จะสามารถออกแบบรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าความฝันของเขาได้วิวัฒนาการขึ้น หรือเป็นเพราะช่วงนี้คราฟต์ดวงดีมากจริงๆ กันแน่ เพราะเมื่อเขาเริ่มจมดิ่งลงสู่โลกของวิศวกรรม เขาก็ฝันถึงตัวละครที่มีความเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมในโลกแห่งนั้นที่เรียกว่าอาซีรอธติดต่อกันหลายครั้ง บางตัวละครไม่ได้เป็นถึงระดับปรมาจารย์ช่างประดิษฐ์ เป็นเพียงแค่เด็กฝึกงานวิศวกรรมธรรมดาๆ เท่านั้น

แต่คราฟต์กลับรู้สึกพึงพอใจกับสิ่งนี้ยิ่งกว่าเดิม เพราะการที่มีเด็กฝึกงานเหล่านี้มาคอยชี้นำให้เขาเข้าใจพื้นฐานของวิศวกรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ได้ช่วยเร่งความก้าวหน้าในการเรียนรู้ทั้งหมดของเขาให้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ คราฟต์ยังได้ฝันถึงตัวละครที่เดินตามเส้นทางวิศวกรรมของพวกกอบลินอีกด้วย เมื่อปราศจากอิทธิพลที่มีอคติของพวกโนม คราฟต์จึงได้รับความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิศวกรรมของพวกกอบลินมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเทคโนโลยีอาวุธที่ค่อนข้างล้าสมัยแล้ว ยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายในวิศวกรรมของพวกกอบลินที่คุ้มค่าแก่การเรียนรู้ ยกตัวอย่างเช่น สายจัมป์สตาร์ตของพวกกอบลินสิ่งนั้น

ในตอนแรก คราฟต์คิดว่าความช่วยเหลือที่วิศวกรรมมอบให้แก่เขา นอกเหนือจากสิ่งของระดับสูงเหล่านั้นที่เขาไม่รู้ว่าจะสามารถสร้างขึ้นมาได้หรือไม่ ก็คงมีเพียงแค่การผลิตสัตว์เลี้ยงกลไกขนาดเล็กออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยเขาหาเงินทุนเท่านั้น แต่ในไม่ช้า เขาก็ได้ค้นพบว่าส่วนที่น่าประทับใจอย่างแท้จริงของความฝันนี้ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมระดับสูงชิ้นใดเลย แต่เป็นส่วนตั้งค่าพื้นฐานอันน่าปาฏิหาริย์ที่ยอมให้เขาใช้มือเปล่าบดขยี้แท่งทองแดงให้กลายเป็นหลอดทองแดงบรอนซ์ได้ต่างหาก

คราฟต์ไม่รู้ว่าหลักการเฉพาะเจาะจงของมันคืออะไร แต่เมื่อเขาเห็นเด็กฝึกงานวิศวกรรมของพวกโนมในความฝันใช้มือขยี้แท่งทองแดงจนกลายเป็นหลอดทองแดงบรอนซ์ เขาก็สามารถลอกเลียนแบบวิธีการนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ และมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่หลอดทองแดงบรอนซ์เท่านั้น โลหะชนิดอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน รวมถึงการขยี้หินให้กลายเป็นผงระเบิดแรงสูง การขัดเกลาอัญมณีให้กลายเป็นเลนส์โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ และอีกสารพัดสิ่ง

คราฟต์สำเร็จวิชาเหนือหลักวิทยาศาสตร์เหล่านี้หลังจากฝันไปเพียงไม่กี่ครั้ง

"นี่มันยังเรียกว่าวิทยาศาสตร์ได้อีกงั้นเหรอ" หลังจากวางท่อเหล็กที่เขาเพิ่งขยี้ออกมาด้วยมือลง คราฟต์ก็ก้มลงมองมือที่ยังคงขาวผ่องและละเอียดเนียนของตนเอง พลันเกิดความสงสัยในคำจำกัดความของคำว่าวิทยาศาสตร์ขึ้นมาทันที

"พี่ใหญ่สุดยอดไปเลย" ควินน์ซึ่งเฝ้าดูการกระทำของคราฟต์อยู่ตลอดเวลาแผดเสียงร้องจนเสียงหลง "สอนผมด้วย พี่ใหญ่ สอนผมที" เจ้าหมาโง่ยื่นหน้าเซ่อๆ เข้ามาคลอเคลียคราฟต์ เอาแต่พัวพันเขาไม่ยอมเลิกรา

"ช่างมันเถอะ อุ้งเท้าหมาของแกเรียนรู้เรื่องนี้ไม่ได้หรอก" คราฟต์ดึงสติกลับคืนมาแล้วผลักหน้าโง่ๆ ของควินน์ออกไป

ควินน์ก้มหัวลงเงียบๆ มองดูอุ้งเท้าหมาของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นหัวกลับเข้ามาใหม่ หางของมันส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง

"ถ้าอย่างนั้น พี่ใหญ่ช่วยสร้างมือมนุษย์ให้ผมหน่อยได้ไหม"

"ได้สิ" คราฟต์กลอกตาไปมา จากนั้นก็เผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายส่งให้ควินน์ "แต่ก่อนหน้านั้น ฉันคงต้องตัดอุ้งเท้าหมาของแกออกเสียก่อนนะ"

"รัว" ควินน์กระโดดถอยหลังกลับไปอย่างรุนแรง มันหางจุกตูดแล้วรีบมุดเข้าไปใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว "ตัดอุ้งเท้าเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก ผมไม่ยากได้แล้ว ไม่ยากได้แล้ว"

"เจ้าหมาโง่เอ๊ย" เบียที่นอนหมอบอยู่บนเคสคอมพิวเตอร์เพื่ออาศัยไออุ่นอ้าปากหาว พลันเอ่ยปากด่าทอด้วยความเหยียดหยาม

หลังจากสำเร็จวิชาแกนหลักในการรังสรรค์วัสดุด้วยมือเปล่าแล้ว ความก้าวหน้าในด้านวิศวกรรมของคราฟต์ก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในไม่ช้า เขาก็มาถึงขั้นที่จำเป็นต้องใช้วัสดุพิเศษบางอย่าง แร่ทิพยเงินมิธริล

คราฟต์มักจะได้เห็นชื่อนี้อยู่บ่อยครั้งในความฝันเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์อื่นๆ และมันถึงกับมีตัวตนอยู่บนโลกมนุษย์ด้วย ทว่าน่าเสียดายที่มันมีตัวตนอยู่เพียงแค่ในผลงานวรรณกรรมแฟนตาซีต่างๆ เท่านั้น

คราฟต์ได้ตรวจสอบการตั้งค่าของแร่มิธริลบนโลกมนุษย์เป็นพิเศษ มันมีความสามารถในการดึงยืดได้เหมือนทองแดงบรอนซ์ เรียบเนียนดั่งแก้ว แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ทว่ากลับเบาราวกับขนนก มีความเงางามดั่งเงินแท้ และไม่มีวันหมองคล้ำ แล้วก็ยังมีคุณสมบัติเสริมอื่นๆ อีก เช่น การมีความเข้ากันได้กับเวทมนตร์และอะไรทำนองนั้น

ในโลกแฟนตาซีไม่กี่แห่งที่คราฟต์เคยฝันถึง คุณสมบัติของแร่มิธริลก็มีความคล้ายคลึงกับการตั้งค่าเหล่านี้ไม่มากก็น้อย แม้ว่าคราฟต์จะรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจมากนัก มีสิ่งแปลกประหลาดมากเกินไปในความฝันของเขา หากเขาต้องสืบเสาะหาความจริงให้ได้ในทุกๆ เรื่อง เขาจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร

หากตัดการตั้งค่าแนวแฟนตาซีที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ออกไป คุณสมบัติของแร่มิธริลเองก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร มันแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา และมีความสามารถในการดึงยืดสูง แม้ว่าโลกมนุษย์จะไม่มีแร่ธาตุธรรมชาติเช่นนี้ แต่การสร้างโลหะผสมที่คล้ายคลึงกันขึ้นมาทดแทนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น ในความฝันของคราฟต์ยังมีสูตรโลหะผสมที่มีคุณสมบัติเหนือหลักวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่านี้อีกด้วย

หลังจากเฝ้าดูช่างฝีมือในความฝันใช้แร่มิธริลซ้ำแล้วซ้ำเล่า คราฟต์ก็สามารถยืนยันได้ว่า สิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการความเข้ากันได้กับเวทมนตร์ของแร่มิธริล หรือต่อให้ขาดความเข้ากันได้กับเวทมนตร์ไป มันก็เพียงแค่ลดทอนประสิทธิภาพลงเท่านั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานแต่อย่างใด

ถ้าเช่นนั้นทุกอย่างก็ง่ายขึ้น คราฟต์ใช้เวลาช่วงหนึ่งในการสร้างโลหะผสมทั้งหมดที่เขารู้จักซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับแร่มิธริล จากนั้นก็มองดูพิมพ์เขียวในวิชาวิศวกรรม แล้วตัดสินใจเลือกใช้รองเท้าบู้ตจรวดของพวกโนมในการทดสอบ เพื่อดูว่าผลลัพธ์จากโลหะผสมชนิดใดจะมีความใกล้เคียงกับแร่มิธริลในโลกแห่งอาซีรอธมากที่สุด

ประจวบเหมาะกับที่มีรองเท้าเพิ่มพูนพลังงานเหลืออยู่สองสามคู่จากก่อนหน้านี้ แต่มันยังไม่เพียงพอ คราฟต์จึงโทรศัพท์ไปยังร้านรองเท้าภายใต้ชื่อของมาร์ติน เพื่อให้พวกเขาส่งรองเท้ามาเพิ่มอีกสิบกว่าคู่

เทคโนโลยีบนทวีปอาซีรอธที่อนุญาตให้รังสรรค์อุปกรณ์ขึ้นมาได้ด้วยเพียงแค่ค้อน ประแจ และมือเปล่า โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ขนาดใหญ่โตนั้น มันช่างยอดเยี่ยมเกินไปจริงๆ คราฟต์ใช้เวลาไม่ถึงสองวันก็สามารถรังสรรค์รองเท้าบู้ตจรวดของพวกโนมทั้งหมดสิบกว่าคู่นั้นขึ้นมาได้สำเร็จ

ทว่า บุคลากรที่จะมาทำการทดสอบยังคงต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ คราฟต์มองดูแถวของรองเท้าบู้ตจรวดที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วตกอยู่ในความภวังค์ความคิด

สิ่งของชิ้นนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในวิศวกรรมของพวกโนมเท่านั้น แต่ในการแตกแขนงของพวกกอบลินก็มีการออกแบบที่คล้ายคลึงกันเช่นกัน และทั้งสองแขนงต่างก็ไม่ค่อยจะให้คำเตือนพร้อมๆ กันสักเท่าไร พวกโนมจะมีความนุ่มนวลกว่า โดยเตือนว่า ระบบพลังงานและระบบส่งกำลังไม่ได้ทำงานเป็นปกติอยู่ตลอดเวลา ส่วนพวกกอบลินนั้นตรงไปตรงมามาก พวกมันมีโอกาสสูงมากที่จะระเบิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดังนั้นโปรดใช้งานด้วยความระมัดระวัง

นี่ไม่ใช่ความฝัน หากเขาถูกระเบิดใส่ เขาจะไม่ใช่แค่ตื่นขึ้นมาจากความฝัน หากโดนระเบิดเข้าสักครั้ง ด้วยเนื้อหนังมังสาของปุถุชนอย่างคราฟต์ เขาอาจจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนเก้าอี้รถเข็น ถึงแม้ว่าในความฝันของจะมีเทคโนโลยีเกี่ยวกับอวัยวะเทียมอยู่มากมายก็ตาม

แต่ใครมันจะอยากไปใช้อวัยวะเทียมในเมื่อตัวเองยังมีอวัยวะดั้งเดิมอยู่ ต่อให้อวัยวะเทียมจะทรงพลังมากกว่าอวัยวะดั้งเดิม แต่อวัยวะดั้งเดิมย่อมมีความสะดวกสบายและน่าพึงพอใจในการใช้งานมากกว่าเสมอ เรื่องนี้แม้แต่เจ้าหมาโง่อย่างควินน์ก็ยังคิดได้ ดังนั้นคราฟต์ย่อมไม่รนหาที่ตายด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หลังจากพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คราฟต์จึงเดินไปหาอลิซ

"เอ๋ เอ๋ เอ๋" เมื่อได้ยินคำขออันเย็นชาและไร้ความปรานีของคราฟต์ อลิซก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ไม่เอาค่ะพี่ชาย หนู กลัว" อลิซกอดต้นขาของคราฟต์เอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ

"เธอจะกลัวอะไร เธอเป็นหุ่นยนต์นะ" คราฟต์เตะขาข้างที่ถูกกอดแต่ก็ไม่สามารถสลัดเธอหลุดได้ จึงต้องพยายามใช้เหตุผลกับอลิซอย่างอดทน "ตราบใดที่เธอปิดระบบรับรู้ความเจ็บปวด ต่อให้มันระเบิดขึ้นมา มันก็ไม่เจ็บหรอก หากชิ้นส่วนเสียหาย ฉันก็แค่เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ให้เธอ ใช่ไหมล่ะ"

"แต่ถ้าสมองของหนูโดนระเบิดไปด้วยล่ะคะ" อลิซยังคงมีน้ำตานองหน้า

"อานุภาพของรองเท้าบู้ตพวกนี้ไปไม่ถึงระดับนั้นหรอก" เมื่อเห็นท่าทางอันน่าเวทนาของอลิซ คราฟต์ก็ใจอ่อนลงเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปลูบหัวของอลิซแล้วปลอบโยนเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "แล้วฉันก็สามารถสำรองข้อมูลความทรงจำของเธอไว้ในคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ต่อให้ชิปภายในเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ฉันก็ยังกู้คืนความทรงจำของเธอได้นะ"

"แต่ แต่ว่า อลิซที่ถูกกู้คืนกลับมาด้วยวิธีนั้น จะยังเป็นตัวหนูจริงๆ อยู่เหรอคะ"

"..." คราฟต์ถึงกับอึ้งไป แม้ว่าในบางครั้งเขาจะเกิดความรู้สึกไปเองว่าอลิซเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง และเริ่มมีความผูกพันกับเธอขึ้นมาบ้าง แต่จากส่วนลึกในใจและส่วนของเหตุผลของเขา เขาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ เลย แม้ว่าตามปกติเธอจะแสดงท่าทางออกมาเหมือนกับมนุษย์ไม่มีผิด แต่ในความรับรู้ของคราฟต์ สิ่งนี้เป็นเพียงแค่ตรรกะพฤติกรรมที่เกิดจากการเขียนโปรแกรม มากกว่าการที่จะมีจิตสำนึกในตนเองหรือมีจิตวิญญาณอยู่จริงๆ

"ในเมื่อเธอไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ" คราฟต์เม้มริมฝีปากแล้วประคองอลิซให้ลุกขึ้นมาจากพื้น

"พี่ชาย โกรธหนูหรือเปล่าคะ จริงๆ แล้ว จริงๆ แล้วหนูแค่กลัวนิดหน่อยเอง เดี๋ยวหนูแค่ต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ค่ะ" ขณะที่อลิซพูดเช่นนี้ เธอพยายามจะยื่นมือไปหยิบรองเท้าบู้ตจรวดบนโต๊ะ ทว่ามือของเธอฟาดเผียะลงมาโดยคราฟต์

"ฉันไม่ได้โกรธหรอก ฉันแค่คิดอะไรบางอย่างไม่รอบคอบเอง ส่วนเรื่องการทดสอบ อย่างแย่ที่สุดฉันก็แค่สร้างหุ่นยนต์บังคับทางไกลขึ้นมาใหม่ แค่ต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นเอง" คราฟต์ลูบท้องของตัวเองแล้วเปลี่ยนประเด็น "ฉันเริ่มหิวนิดหน่อยแล้วล่ะ เธอช่วยไปทำของว่างให้ฉัน หน่อยได้ไหม"

"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนูเองค่ะ" เมื่อได้ยินว่าตัวเองไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบแล้ว อลิซก็มีความสุขขึ้นมาในทันที เธอม้วนแขนเสื้อขึ้น เผยรอยยิ้มอันสดใส แล้วเดินตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องทำงาน

"ทำได้ดีมาก คราฟต์" เบียกระโดดจากเคสคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านข้างเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของคราฟต์ เอาหัวคลอเคลียกับอกของเขาแล้วเอ่ยปากชมเชย

ควินน์เอียงคอด้วยความฉงน

คราฟต์เกาคางให้เบียโดยไม่ได้พูดอะไร เขาเคยผ่านตาผลงานแนววิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์มามากมาย ทั้งนวนิยาย โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และเกม การอภิปรายเกี่ยวกับหุ่นยนต์ไม่เคยหยุดหย่อนเลย และมีทัศนะหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม นั่นคือเมื่อหุ่นยนต์พัฒนาจิตสำนึกในตนเองขึ้นมาแล้ว จะสามารถนับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ เกี่ยวกับทัศนะนี้ ในอดีตคราฟต์เพียงแค่อ่านมันเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ในตอนนี้...

"ตอนนี้ฉันมีน้องสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งจริงๆ แล้วสินะ" คราฟต์เกาหัวตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง ทว่าบนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมา

จบบทที่ บทที่ 23 ไอ โรบอต

คัดลอกลิงก์แล้ว