เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ในอาณาเขตของฉัน พวกแกต้องฟังฉัน

บทที่ 16 ในอาณาเขตของฉัน พวกแกต้องฟังฉัน

บทที่ 16 ในอาณาเขตของฉัน พวกแกต้องฟังฉัน


บทที่ 16 ในอาณาเขตของฉัน พวกแกต้องฟังฉัน

"ตัดใจซะเถอะ พวกแกไม่มีอนาคตแล้ว..."

คำพูดของคราฟต์เปรียบเสมือนอัสนีบาตจากฟากฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวระเบิดดังสนั่นในรูหูของเหลียวอ้วน

"ทำไมกันเล่า?!"

เหลียวอ้วนตื่นตระหนกเสียจนน้ำลายพ่นกระจายไปทั่ว เขาชี้หน้าคราฟต์พลางกระโดดโลดเต้นด้วยความเดือดดาล

"หรือว่าแก... ไอ้คนคิ้วหนาตาโตอย่างแก แอบคิดไม่ซื่อกับน้องสาวตัวเองจริงๆ?!"

"พูดจาเหลวไหลอะไรของแก!"

คราฟต์ผลักหัวโตๆ ของเหลียวอ้วนออกไปด้วยใบหน้ามืดครึ้ม ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายอะไรให้ฟัง กลุ่มคนพร้อมอาวุธครบมือก็พังประตูพุ่งทะลวงเข้ามา

"บัดซบเอ๊ย! ไอ้เจ้าอ้วน แกนี่มันมาได้ถูกจังหวะฉิบหายเลย!"

คราฟต์อาศัยร่างของเหลียวอ้วนเป็นบังเกอร์กำบังพลางเอื้อมมือไปกดสวิตช์ที่ปลอกแขนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงกระชากตัวหมอนั่นมาหลบอยู่ด้านหลังตนเอง

"ไอ้คนดวงซวย แกมาถึงปุ๊บเรื่องก็วิ่งเข้าหาปั๊บเลยนะ!"

"ไม่หรอกๆๆ พวกเราจงใจตามไอ้หนูนี่เข้ามาต่างหาก"

ชายที่เป็นหัวหน้าผู้มีทรงผมหวีเรียบแปร้เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น ราวกับว่าชัยชนะอยู่ในกำมือของตนเรียบร้อยแล้ว

ผู้บุกรุกกลุ่มนี้ดูมีภูมิฐานมากกว่าพวกนักเลงข้างถนนทั่วไปมากนัก ไม่เพียงแต่ไม่มีความซุ่มซ่ามซมซานเหมือนพวกก๊อบลิน แต่พวกเขายังแต่งกายด้วยเครื่องแบบสูทสีดำล้วน ดูทรงแล้วคงจะดูภาพยนตร์เรื่องเดอะก๊อดฟาเธอร์มากเกินไปหน่อย

"ถ้าอย่างนั้น... เรื่องหมาจรจัดกับคนพเนจรก่อนหน้านี้ ก็เป็นฝีมือของพวกแกงั้นร่ะสิ?"

หลังจากที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ในห้องทำงานได้ไม่นาน ก็มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาและถูกระบบป้องกันภัยที่คราฟต์สร้างไว้ในตอนแรกช็อตจนสลบ หลังจากนั้นก็มีโผล่มาอีกสามสี่ตัว และท้ายที่สุดก็มีคนพเนจรคนหนึ่งเดินเข้ามา หลังจากถูกระบบป้องกันภัยของห้องทำงานช็อตจนสลบเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดก็ถูกอลิสลากไปโยนทิ้งไว้บนถนน

ในเวลานั้นเขาไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก แต่พอมาคิดดูในตอนนี้ มันค่อนข้างผิดปกติที่ไม่มีผู้บุกรุกเข้ามาเลยเป็นเวลานาน ที่แท้พวกมันก็ส่งสายมาหยั่งเชิงล่วงหน้านี่เอง

คราฟต์เม้มริมฝีปาก พวกหมอแต่นี่ที่รู้จักใช้สมองนั้นรับมือยากกว่าพวกนักเลงหัวไม้ก่อนหน้านี้มากนัก...

แต่ก็ยังโชคดีที่ตอนนี้ที่นี่คือถิ่นของฉัน

"สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่สตาร์กให้ความสนใจ" ชายผมเรียบแปร้ตบมือเบาๆ "ในเมื่อคนที่ส่งมาคราวก่อนๆ ล้มเหลวหมด การระมัดระวังตัวไว้ก่อนย่อมเป็นเรื่องดีเสมอ"

"เอ่อ... คราฟต์ ฉันหาเรื่องเดือดร้อนมาให้แกหรือเปล่า?"

เหลียวอ้วนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

"เออ" คราฟต์ส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะปลอบใจ "แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก"

"โฮ้? แกยังมีทีเด็ดอะไรซ่อนไว้อีกงั้นรึ?" ชายผมเรียบแปร้เหยียดริมฝีปาก คิดว่าคราฟต์แค่กำลังขู่ขวัญ "หรือจะเป็นไอ้ที่เรียกว่าวิชากังฟูของแก? แต่พวกเราไม่ใช่นักฟุตบอลมือเปล่าพวกนั้นหรอกนะ"

ชายผมเรียบแปร้โบกอาวุธปืนเบเร็ตต้าเก้าสองเอฟในมือไปมา แสดงให้เห็นเป็นนัยว่าเขาไม่ได้ไร้ข้อมูลเกี่ยวกับคราฟต์ไปเสียทีเดียว

กลุ่มชายชุดดำที่อยู่ด้านหลังเขาก็มีท่าทีผ่อนคลายเช่นกัน และพวกเขาก็ไม่ได้คิดผิด เพราะพวกตนเป็นผู้ใหญ่ที่มีอาวุธครบมือตั้งสิบกว่าคน จะจัดการกับเด็กมือเปล่าสามคนมันคงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากอยู่แล้ว

"พี่คะ พวกเราควรทำยังไงดี?"

อลิสวิ่งเหยาะๆ มาขนาบข้างคราฟต์แล้วถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แม้ว่าคราฟต์จะติดตั้งอุปกรณ์ให้เธอเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่เธอก็ยังทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

สรุปแล้ว ไอ้นิสัยที่ฉันปรับแต่งให้เธอนี่มันไม่มีประโยชน์เลยใช่ไหมเนี่ย?

คราฟต์มองอลิสที่ทำตัวเหมือนหนูแฮมสเตอร์ตื่นตูมด้วยใบหน้าที่มีเส้นดำขีดขึ้นด้วยความเอือมระอา

"ไม่ต้องกลัว! ฉันจะปกป้องเธอเอง!"

เหลียวอ้วนที่กำลังลุ่มหลงจนหน้ามืดตามัว ไม่ได้สนใจพวกนักเลงติดอาวุธที่ล้อมรอบอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาตบอกตัวเองเสียงดังปึ้งเพื่อเอาใจอลิส

อลิสมองไปที่คราฟต์ที มองไปที่เหลียวอ้วนที ทำตัวไม่ถูก ก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆ อย่างมีมารยาทไปให้เขา

"อลิส ฮาโร่ เตรียมพร้อมยุทธการ!"

คราฟต์กระชากตัวเหลียวอ้วนให้ถอยไปหลบด้านหลังอลิสพลางตะโกนสั่งการเสียงดัง

"เริ่มการต่อสู้! เริ่มการต่อสู้!"

สิ่งของประดับรูปทรงกลมสีเขียวบนโต๊ะทำงานของคราฟต์พลันกางปีกทรงกลมสองข้างออก พร้อมกับส่งเสียงสังเคราะห์แบบเครื่องจักรออกมา

สิ้นเสียงของฮาโร่ กำแพงเหล็กกล้าก็ผุดขึ้นมารอบห้องทำงาน ปิดตายทุกคนไว้ด้านใน จากนั้นช่องเปิดหลายช่องก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนของกำแพง ปืนกลหนักสิบกว่ากระบอกยื่นออกมาจากช่องเหล่านั้น และทั้งหมดหันปากกระบอกปืนเล็งตรงไปยังกลุ่มของชายผมเรียบแปร้อย่างพร้อมเพรียง

"ระ... ระบบป้องกันภัย!"

อลิสที่ยืนบังอยู่ด้านหน้าคราฟต์และเหลียวอ้วนส่งเสียงร้องแผ่วเบา แผ่นหลังของเธอพลันเปิดออก แผ่นเหล็กกล้าและกระจกกันกระสุนหลายชิ้นประกอบเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นโล่ปราบจลาจลขนาดมหึมาขวางกั้นอยู่ด้านหน้า ปกป้องพวกเขาทั้งสามคนไว้

หลังจากถอดกุญแจไขลานที่ไร้ประโยชน์ชิ้นนั้นออกจากตัวอลิส อุปกรณ์ที่แผ่นหลังของเธอที่เคยใช้สำหรับหมุนกุญแจก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่า หลังจากคราฟต์รื้อถอนมันออกไป มันก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้มากพอสมควร ประจวบเหมาะกับที่เขาได้เรียนรู้เทคนิคการประกอบสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็วจากชายไว้เคราที่ชื่อโรลี่ สวอนน์ ในความฝัน เขาจึงนำมันมาประยุกต์ใช้กับอลิส

อันที่จริง กำแพงเหล็กกล้าและปืนกลที่ผุดขึ้นมาเหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็ใช้เทคโนโลยีของสวอนน์เช่นกัน เพียงแต่คราฟต์มอบสิทธิ์การควบคุมทั้งหมดให้แก่ปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่าฮาโร่

"นี่... นี่มัน นี่มัน..."

สถานการณ์พลิกผันรวดเร็วเกินไป จนเหลียวอ้วนตกใจเสียจนพูดจาติดอ่าง

"ฉันบอกแกแล้วไงว่าพวกมันไม่มีอนาคต..."

คราฟต์ยักไหล่ให้เขาพลางเอ่ยอย่างหมดหนทาง

"มันใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ไหมเนี่ย?!"

เหลียวอ้วนที่เพิ่งกู้สติและเสียงกลับมาได้ รีบคว้าหัวไหล่ของคราฟต์แล้วเขย่าอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นเต้น

"ไอ้หมอนี่ แกแอบสร้างเทคโนโลยีทมิฬที่น่ากลัวขนาดนี้ขึ้นมาโดยไม่บอกกันสักคำเลยนะ!"

แม้ว่าการได้เห็นท่าทางตกตะลึงของเหลียวอ้วนจะทำให้คราฟต์รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอวดอ้าง เขาแกะมือของเหลียวอ้วนออก แล้วหันไปมองชายผมเรียบแปร้ที่กำลังมีเหงื่อกาฬไหลโซมกาย

"ตอนนี้พวกแกรับรู้ถึงวิธีการของฉันหรือยัง?"

"เหอๆๆ... ฉันคิดว่าระหว่างพวกเราน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะนะ"

ชายผมเรียบแปร้รีบเก็บปืนเบเร็ตต้าในมืออย่างรวดเร็ว ดึงผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาซับเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ก่อนจะหันไปตวาดใส่ลูกน้องเป็นภาษาอิตาลี "ทำอะไรกันอยู่?! รีบเก็บอาวุธซะ!"

"ที่แท้ก็พวกมาเฟียอิตาลี... มิน่าล่ะถึงได้ทำตัวเหมือนตระกูลคอร์เลโอเนไม่มีผิด..."

คราฟต์เหยียดริมฝีปาก ช่างน่าเสียดายที่พวกมันดันมาเผยธาตุแท้เอาตอนที่ตกเป็นรอง เห็นได้ชัดว่าไม่ควรไปคาดหวังอะไรกับพวกนักเลงกลุ่มนี้เลยจริงๆ

"พวกเราต้องขออภัยจริงๆ ที่เข้ามาล่วงเกิน แต่พวกเราก็แค่รับเงินมาทำงานเท่านั้น หากรู้ว่าคุณคราฟต์มีกำลังกล้าแกร่งขนาดนี้ ต่อให้เอาอะไรมาแลกพวกเราก็จะไม่ขอเข้ามาพัวพันกับโคลนตมกองนี้เด็ดขาด"

หลังจากเช็ดเหงื่อออกไป ชายผมเรียบแปร้ก็เริ่มกู้ท่าทางภูมิฐานก่อนหน้านี้กลับมาได้บ้าง แต่ในเมื่อสถานการณ์ในตอนนี้ตนเองเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงถ่อมตัวลงอย่างชาญฉลาด

"ถ้าอย่างนั้น ใครกันแน่ที่ต้องการหาเรื่องมาร์ติน? ทำไมต้องจ้องเล่นงานเขาขนาดนี้?"

คราฟต์ถามด้วยความอยากรู้ ในเมื่อมาร์ตินไม่ยอมปริปากบอกเขา เขาก็จะไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อน แต่ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหาข้อมูลของเรื่องนี้จากคนอื่นไม่ได้

"โดยทั่วไปพวกเราแค่รับเงินมาทำงาน และแทบจะไม่ใส่ใจเรื่องของนายจ้างเลย..." ชายผมเรียบแปร้กางมือออกอย่างหมดหนทาง ทว่าเขาก็รีบกล่าวเสริมขึ้นทันควัน "แต่ฉันรู้จักคนที่ประสานงานกับพวกเรา เขาก็คือหมาป่าดำ สมุนมือขวาที่มีความสามารถของแก๊งมาเกีย ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้ธุรกิจของแก๊งมาเกียถูกใครบางคนจ้องทำลายอย่างหนัก บางทีเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับพ่อของคุณก็ได้นะ?"

"แก๊งมาเกีย?"

คราฟต์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มสดใสจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ถ้าอย่างนั้นฉันก็พอจะรู้เรื่องแล้ว ขอบคุณมากที่ช่วยไขข้อข้องใจให้"

หลังจากพยักหน้าขอบคุณชายผมเรียบแปร้ คราฟต์ก็ปรบมือแล้วสั่งการเจ้าลูกบอลสีเขียวตัวน้อยบนโต๊ะ

"ฮาโร่ เปลี่ยนเป็นกระสุนยาสลบ"

"เตรียมกระสุนยาสลบพร้อม! เตรียมกระสุนยาสลบพร้อม!"

ฮาโร่ขยับปีกไปมาพลางส่งเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ปืนกลบนกำแพงก็ขยับสับเปลี่ยนซองกระสุนตามคำสั่งเสียงดังคลิกคลาค

ชายผมเรียบแปร้ลอบระบายลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกในที่สุด เขาจัดปกเสื้อให้เข้าที่พลางส่งยิ้มขื่นๆ ให้คราฟต์

"ตระกูลกัมบิโนจะจดจำมิตรภาพในครั้งนี้ไว้"

หลังจากนั้น เขากับลูกน้องที่อยู่ด้านหลังก็พากันลอยละลิ่วเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันพร้อมๆ กัน

"สิ้นสุดการต่อสู้! สิ้นสุดการต่อสู้!"

ภายใต้คำสั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของฮาโร่ ปืนกลบนกำแพงต่างพากันหดกลับเข้าไปทีละกระบอก และกำแพงเหล็กกล้าก็ลดตัวจมลงไปใต้พื้นดินตามเดิม

"พี่คะ พวกนักเลงพวกนี้น่ากลัวจังเลยค่ะ~~~"

อลิสเก็บโล่ปราบจลาจลกลับเข้าที่พลางคร่ำครวญหาคราฟต์ด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า

"พวกมันโดนจัดการในพริบตาเดียวไม่ใช่หรือไง?"

คราฟต์กลอกตาพลางเอื้อมมือไปเคาะหัวอลิสเบาๆ หนึ่งที

"แต่มันก็น่ากลัวอยู่ดีนั่นแหละค่ะ..."

อลิสเอ่ยปากมุ่ยด้วยท่าทางน่าเวทนา ทำเอาคราฟต์ล้มเลิกความคิดที่จะใช้เธอเป็นหน่วยต่อสู้อย่างสิ้นเชิง

"ปัง!"

ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมจากคราวก่อนวิ่งนำกลุ่มชายในชุดสูทสีดำอีกกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาด้านใน

"พวกมันมาอีกแล้ว!"

เหลียวอ้วนสะดุ้งโหยงพลางกระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าวในตอนแรก แต่จากนั้นเขาก็รีบกู้สีหน้าเรียบนิ่งกลับมาได้อย่างรวดเร็วพลางตบไหล่คราฟต์

"เร็วเข้า! คราฟต์! จัดการพวกมันเลย!"

หลังจากพูดจบ เขาก็รีบมุดหัวไปหลบอยู่ด้านหลังอลิสโดยอัตโนมัติ

"ไหนแกบอกว่าจะปกป้องอลิสไง?"

คราฟต์เหลือบมองเขาด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะอธิบาย "ไม่ต้องตื่นตูมไป หวพกนี้คนของเราเอง"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้าให้คราฟต์พลางโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้อง กลุ่มชายชุดสูทสีดำรีบเข้าไปหิ้วปีกกลุ่มชายชุดสูทสีดำอีกกลุ่มที่นอนสลบไสลอยู่ขึ้นมา จากนั้นก็พากันเดินจากไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

"เดี๋ยวก่อน! ช่วยฝากข้อความถึงมาร์ตินให้ฉันที บอกเขาว่าถ้าว่างเมื่อไหร่ก็ให้กลับมาหาฉันหน่อย"

คราฟต์ตะโกนไล่หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไม่มีชื่อคนนั้นไป มาร์ตินแอบไปล้างแค้นแก๊งมาเกียลับหลังเขาจริงๆ และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถทำเป็นไขสือไม่รู้เรื่องรู้ราวได้อีกต่อไปแล้ว

"คราฟต์! แกสร้างสิ่งที่สุดยอดขนาดนี้ขึ้นมาได้ยังไงกันเนี่ย!"

หลังจากที่กลุ่มชายชุดสูทสีดำจากไปจนหมด เหลียวอ้วนก็กลับมาทำตัวร่าเริงรนรานตามปกติอีกครั้ง เขาหยิบลูกบอลสีเขียวตัวน้อยบนโต๊ะขึ้นมา พลิกดูไปมาอย่างละเอียดพลางเอ่ยปากชื่นชมไม่ขาดสาย

"ขอบคุณสำหรับคำชม ขอบคุณสำหรับคำชม"

ฮาโร่ขยับปีกไปมาอย่างร่าเริงพลางเอ่ยตอบเหลียวอ้วน

"เหอะ... มันจะขนาดนั้นเลยเชียว..."

คราฟต์พึมพำกับตัวเอง วิสัยทัศน์ของเขากว้างไกลกว่าเหลียวอ้วนมากนัก หุ่นยนต์อัจฉริยะฮาโร่ตัวนี้เป็นแค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ เท่านั้น หุ่นยนต์รบฮิวแมนนอยด์ขนาดมหึมาในความฝันของเขาต่างหากที่เป็นความโรแมนติกที่แท้จริงของลูกผู้ชาย...

ช่างน่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังไม่มีปัญญาจะสร้างมันขึ้นมาได้

"โอ้! มันยังขยับตัวได้อย่างอิสระอีกด้วย!"

เหลียวอ้วนอุทานขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นฮาโร่เริ่มงอกแขนขาออกมาระเบิดฝีเท้าวิ่งไปมาอยู่บนโต๊ะทำงาน

คราฟต์ฟาดมือลงบนท้ายทอยของหมอนั่นด้วยใบหน้าที่มีเส้นดำขีดขึ้น "แกโง่หรือเปล่าเนี่ย? ขนาดหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่มีขนาดเท่าคนจริงและสมจริงอย่างอลิสฉันยังสร้างขึ้นมาได้ แล้วระดับของฮาโร่มันจะไปนับเป็นอะไรได้?"

"จริงด้วยสิ! อลิสเป็นหุ่นยนต์จริงๆ ด้วย... ฉันอกหักอีกรอบแล้ว..."

หลังจากทำท่าห่อเหี่ยวใจอยู่ไม่ถึงสองวินาที เหลียวอ้วนก็พลันกระโดดพรวดมาขนาบข้างคราฟต์พลางโอบไหล่เขาไว้แน่น

"คราฟต์! พวกเราเป็นเพื่อนซี้กันใช่ไหม?"

"ใช่... มั้งนะ..."

คราฟต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มีความลังเลใจอยู่บ้าง สาเหตุหลักมาจากสายตาของเหลียวอ้วนในตอนนี้มันดูน่าขนลุกขนพองพิกล

"ขอร้องล่ะ ไม่ว่ายังไงก็ช่วยสร้างหุ่นยนต์สาวน้อยน่ารักให้ฉันสักตัวเถอะนะ!" ดวงตาของเหลียวอ้วนเปล่งประกายแสงสีเขียววิบวับออกมา "การได้มีเมดสาวหุ่นยนต์เป็นของตัวเอง คือความปรารถนาอันสูงสุดในชีวิตนี้ของฉันเลย!"

"ไสหัวไปเลยไป!"

จบบทที่ บทที่ 16 ในอาณาเขตของฉัน พวกแกต้องฟังฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว