เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 262 : พายุและสึนามิ (6)

บทที่ 262 : พายุและสึนามิ (6)

บทที่ 262 : พายุและสึนามิ (6)


บทที่ 262 : พายุและสึนามิ (6)

'ฉันต้องการข้อมูลเพิ่มเติม'

ฉันมองไปที่เฟรียซิสที่ยืนนิ่ง ๆ แล้วพูดว่า

“เรื่องความฝันนั้น ช่วยเล่าให้ฉันฟังทั้งหมดได้ไหม…”

[เคลียร์ด่าน!]

[ 'เวคิส(★★★)' 'คาทีโอ(★★★★)' เลเวลอัพ!]

[รางวัล – 170,000 เหรียญทอง เหงือกฉลาม (ระดับต่ำ) X 3]

[ฮีโร่ยอดเยี่ยม – 'คาทีโอ (★★★★)' ]

แสงสว่างเริ่มปกคลุมร่างกายฉัน

'เรื่องราวเกี่ยวกับความฝันของเด็กนั้น'

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น

ดวงตาของเฟรียซิสเป็นประกายเมื่อเธอมองดูฉัน

“แสงนั้น…”

“ฉันแค่ต้องกลับไปเตรียมอะไรบางอย่าง สัญญาเรายังไม่สิ้นสุด ดังนั้นไม่ต้องกังวล แล้วฉันจะรีบกลับมา”

“ฮาน คุณจะไม่ถามอะไรหน่อยเหรอ?”

"ไม่ ยังไงทุกอย่างก็เหมือนเดิม”

ฉันไม่ได้มีแรงจูงใจที่จะรักษาทวีปนี้อยู่แล้ว

หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ควรทำภารกิจต่อไปตามปกติ

"เจอกันคราวหน้า"

“อื้อ เข้าใจแล้ว”

เฟรียซิสตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ฉันยิ้มให้เธอเบา ๆ และกลับไปที่ห้องรอ

เมื่อมาถึง ฉันจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

เห็นได้ชัดว่าไรก็ได้ได้ไม่ได้เชื่อมต่อเข้ามาในเกม

เนื่องจากภารกิจนี้ใช้เวลานาน เขาจึงไม่สามารถรอดูต่อได้

เวลาปัจจุบันในห้องรอเป็นช่วงดึก

บันทึกเกี่ยวกับการต่อสู้ของคาทีโอจะยังคงอยู่

ฉันยังสามารถกรอภาพภารกิจวนดูซ้ำได้

'หมอนั้นไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ'

เวคิสยิ้มแย้มและมองไปที่คาทีโอ

“อะไร อะไร? พวกนายกำลังทำให้ฉันขนลุกนะ”

“เด็กคนนี้จะเข้าร่วมการฝึกของเราพรุ่งนี้ไหมครับ? ผมคิดว่าเราต้องการรูปแบบที่แตกต่างออกไปในการสู้นะครับ”

สายตาของเวคิสหันมองมาที่ฉัน

ฉันพยักหน้าตอบเขา

“พรุ่งนี้มาที่ห้องรับแขกก่อน 7 โมงเช้า”

“แต่ฉันต้องดูแลเรือเหาะในตอนเช้า…”

“ก็ทำตอนกลางคืนสิ”

เวคิสพูดราวกับไม่มีอะไรสำคัญ

“แบบนี้ก็เรียกว่าทำงานล่วงเวลาแล้วนะสิ! มันแตกต่างจากสัญญาที่คุยกันไว้นะ!”

“สัญญามักจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอแหละ”

“เฮ้ ฉันจะไม่ยอมรับการละเมิดสัญญาในครั้งนี้ง่าย ๆ หรอกนะ!”

“นี่จะทำให้ตารางชีวิตนายง่ายขึ้นต่างหาก”

ข้อความที่ไม่ปรากฏชื่อปรากฏขึ้นในหน้าต่างการทำงานของไรก็ได้

[นายท่าน...ตั้งแต่ชั้นที่ 33 คุณสามารถใช้เรือเหาะได้!]

[แนะนำฮีโร่ที่มีอาชีพ 'นักเวทย์' เลือกแท็บอัญเชิญแล้วแตะ 'เรือเหาะ!' ]

[เรือเหาะจะต้องอยู่ในสภาพที่สามารถอัญเชิญได้]

'เรือเหาะ'

เรือเหาะลำดังกล่าวสามารถปรากฏตัวในช่วงหลังของภารกิจได้

นั่นหมายความว่าเรือเหาะทุนนิยมตระตูลโฮนั้นสามารถอัญเชิญในทุกชั้นได้แล้ว

แต่จะอัญเชิญเรือเหาะในชั้นปัจจุบันคงไม่เหมาะสมนัก เพราะลักษณะของด่านที่เราเผชิญอยู่เป็นทะเล

และที่สำคัญ การซ่อมบำรุงเรือเหาะก็ยังไม่เสร็จสิ้นดี

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคาทีโอเข้าร่วมปาร์ตี้ที่ 1 การฝึกฝนในการจัดทีมก็เป็นสิ่งจำเป็น

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยกเว้นได้

"อะแฮ่ม"

ฉันกระแอมและพูดต่อ

“คาทีโอ นายอาจจะต้องทำงานหนักขึ้นอีกสักหน่อยนะ”

“บ้าเอ๊ย!”

“ฉันอยากให้นายพักผ่อนเยอะ ๆ อยู่นะ แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว เพราะตารางงานที่เราต้องทำ”

“ฉันรู้แล้ว...”

คาทีโอห่อไหล่ของเขา

“เมื่อตารางงานหมดลง ฉันจะให้นายเพิ่มวันหยุดเป็นสองเท่า ฉันสัญญา”

“...ก็ได้ ก็ได้ พรุ่งนี้เช้า 7 โมง ฉันจะไปที่นั่น”

คาทีโอเดินออกไปผ่านรอยแยกของมิติและเวลาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

สมาชิกคนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ออกไปเช่นกัน ฉันจ้องไปที่ข้อความบนกระจกเหนือจัตุรัสที่เขียนว่า 'กอบกู้โลก!'

แต่ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องพัก ฉันก็ได้พบกับใครบางคนเข้า

“เด็กน้อยนักเวทย์คนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

ออลก้ายืนรอเราอยู่ที่หน้าจัตุรัส เธอพันผ้าพันคอและเสื้อคลุมที่นายท่านมอบให้แทนที่จะสวมชุดแบบปกติ

“ตามที่เวคิสพูด...เด็กนั้นมีส่วนสำคัญในภารกิจมากเลยงั้นเหรอ?”

"ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่? เธอต้องอยู่ที่ชั้น 3 ไม่ใช่เหรอ? ”

“ฉันลงมาเดินเล่นแล้วพวกนายดันมาถึงพอดี”

“เดินเล่นมาจนถึงชั้น 1 เนี่ยนะ?”

“ก็ใช่นะสิ! แล้วในภารกิจเป็นยังไงบ้างล่ะ? …”

พูดจบออลก้ากางฝ่ามือออก

สายลมพัดผ่านแก้มฉันไปเบา ๆ

“ฉันเองก็ทำได้เหมือนกัน ขอเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น…”

"ไอเซล"

[ปรากฏตัวล่ะค่าาาาาา!]

ผงนางฟ้าของเธอกระจายไปมาในอากาศและไอเซลล์ก็โผล่ออกมา

ฉันถามไอเซลที่กำลังจ้องมองมาที่ฉันอย่างตั้งใจ

“หินเวทย์เหลืออยู่กี่ก้อน?”

[อืม เหลือประมาณ 7 ก้อนค่ะ]

"เอาให้ออลก้าอันหนึ่งด้วย”

หลังจากนั้นไม่นาน ไอเซลล์ก็นำหินสีดำที่เต็มไปด้วยด้วยพลังงานมาออกจากโกดังเก็บของ

“นี่คืออะไร?”

“หินเวทย์..เธอสามารถใช้มันดูภาพภารกิจได้”

ฉันวางหินไว้ในมือของออลก้า

หลังจากส่งสัญญาณให้ไอเซล รอยแยกของมิติและเวลาก็เปิดออก

“เธอจะรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเขาเมื่อเธอเห็นมันด้วยตาของเธอเอง”

“มันเป็นภาพตอนที่ฉันไม่อยู่ที่นั่นเหรอ?”

"ใช่"

"งั้นมาดูกันดีกว่าว่ามันเป็นยังไง”

ออลก้าหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อเดินเข้าสู่รอยแยกของมิติและเวลาประตูก็ปิดลงทันที

[ 'ออลก้า (★★★)' เริ่มรับชมภารกิจแล้ว!]

ชั้นที่ 32 นั้นค่อนข้างยาวนาน แต่ก็สามารถกรอภาพได้หากต้องการ

เธอคงจะใช้เวลาการประเมินภารกิจประมาณสองสามชั่วโมง ฉันจึงนั่งรอที่ม้านั่งแถวนั้น

ไอเซลกระพือปีกแล้วพูดว่า

[ท่านโลกิไม่ไปนอนเหรอคะ? มันดึกแล้วนะคะ]

“เดี๋ยวฉันก็จะไปพักแล้วล่ะ”

[ท่านโลกิกำกังวลเกี่ยวกับนักเวทย์ไฟคนนั้นเหรอคะ? ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไม! แม้ว่าเธอจะมีพลังมากก็จริง แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ฉันคิดว่านักเวทย์ตัวน้อยนั้นเก่งกว่ามาก]

ฉันไม่ได้ตอบอะไรไอเซลล์

[ผู้หญิงคนนั้นชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ตอนนี้เธอไปทำหน้าที่วิจัยแบบนั้นอย่างเดียว มันถูกต้องแล้วล่ะค่ะ หึ หึ หึ!]

ไอเซลหัวเราะออกมาเหมือนคนโรคจิตและหายไปพร้อมกับแสงสว่าง

ฉันนั่งบนม้านั่งพลางกอดอกและครุ่นคิดบางอย่าง

บางครั้งเหล่าฮีโร่จากชั้น 1 ก็ปรากฏตัวและเดินผ่านไป พวกเขาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ประตูของรอยแยกเปิดออกด้วยเสียงดังกึกก้อง

“ไง...ศึกษาดีแล้วเหรอ?”

“ยังไม่กลับอีกเหรอ?”

“ฉันนอนไม่หลับ”

“แล้วทำไมนายถึงมานั่งที่นี่?”

ออลก้าดูโทรมอย่างเห็นได้ชัด เธอนั่งลงข้างฉันและพูดขึ้น

“เด็กนั้นน่าประทับใจมาก”

“เขาเป็นนักเวทย์ที่เก่งมากจริง ๆ”

“โลกนี้ไม่ยุติธรรม ตอนที่ฉันอายุเท่าเขาฉันยังไม่ได้เริ่มฝึกเลย”

“นักเวทย์ไม่สามารถตัดสินได้จากรูปร่างหน้าตาของพวกเขาใช่ไหมล่ะ?”

“แต่มันเห็นได้ชัดเลยนะว่าเขายังเด็กมาก”

ออลก้าถอนหายใจออกมาแรง ๆ

“ถ้าฉันรู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันจะตั้งใจเรียนมากขึ้นกว่าเดิม”

“ถ้าเธอต้องการต่อสู้ เธอสามารถเข้าร่วมปาร์ตี้อื่นได้นะ…”

“ฉันไม่อยากอยู่ที่ปาร์ตี้อื่น ฉันอยากอยู่ที่นี่”

ออลก้าพูดขึ้น

“ฉันไม่ได้จะยอมแพ้นะ”

“…”

“พรุ่งนี้ฉันจะไปที่สนามฝึก 7 โมงเช้าใช่ไหม? ฉันยังเป็นสมาชิกที่เป็นสมาชิกนักเวทย์อันดับหนึ่งขอห้องรอนี้อีกด้วยนะ ดังนั้นฉันจึงมีโอกาสอยู่ในปาร์ตี้ที่ 1 ต่อ แล้วเจอกันนะ”

ออลก้าจบการสนทนาตามแบบฉบับของเธอ...เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้น

เธอขึ้นบันไดแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

'นี่คือสัญญาณบางสิ่งบางอย่าง'

อารอนเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงจริงจังขนาดนั้น

ถ้าออลก้าเปลี่ยนไปเป็นนักวิจัยมันจะง่ายกว่ามาก นายท่านอาจไม่ชอบ แต่ฉันเต็มใจที่จะช่วยผลักดันเต็มที่ และฉันได้เตรียมเหตุผลไว้เรียบร้อยแล้วด้วย

ฉันนึกว่าฉันเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ดี แต่พอเจอเรื่องนี้อีกครั้ง...ฉันคิดว่าบางทีตัวฉันจริง ๆ อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจคนแบบออลก้าและอารอนมากนัก

พอคิดได้ดังนั้นแล้ว ฉันก็ได้แต่ส่ายหัวพร้อมมุ่งหน้าไปที่บันไดเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 262 : พายุและสึนามิ (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว