- หน้าแรก
- สุ่มฉันขึ้นมา กาชาแห่งอนันต์
- บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)
บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)
บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)
บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)
หลังจากนั้นไม่นาน
ผู้นำของแต่ละปาร์ตี้รวมตัวกันที่ล็อบบี้
ไรมานที่กำลังเลียริมฝีปากพูดออกก่อน
“เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่คนจากห้องรออื่นกำลังมาที่นี่?”
“ใช่”
"เหลือเชื่อ…"
อีดิสพูดขึ้น
“ฮาน ที่นายเรียกพวกเรามา นายต้องมีแผนบางอย่างแน่ๆใช่ไหม?”
“เรามีภารกิจใหม่แล้ว”
ฉันพูดขึ้นหลังจากจิบน้ำนิดๆ
“เราจะปล้นพวกนั้นแทน”
“สงครามงั้นเหรอ?”
คิชาช่าหัวเราะเบาๆ
ฉันส่ายหน้า
“ปาร์ตี้ที่ 1 จะรับมือก่อน คนอื่นๆเตรียมตัวให้พร้อม และหากเกิดอะไรขึ้นค่อยเข้ามาช่วยเมื่อฉันส่งสัญญาณนะ”
“แค่ห้าคนพอเหรอครับ?”
“เหลือๆ”
ไม่จำเป็นต้องออกไปทั้งหมดตั้งแต่ต้น
หากเป้าหมายของพวกนั้นคือการปล้น เราก็จะดำเนินการตามแผนนั้น
การประชุมสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว
ไม่มีอะไรพิเศษมาก ฮีโร่ฝ่ายสนับสนุนมุ่งหน้าไปยังที่พักของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
ยกเว้นปาร์ตี้ที่ 1 ฮีโร่จะรอที่โรงงานผลิตอุปกรณ์จนกว่าฉันจะให้สัญญาณแก่พวกเขา
ฉันก้าวออกไปที่จัตุรัส
ใต้พื้นกระจกนั้นสามารถมองเห็นชั้นล่างได้
สมาชิกของโรงงานผลิตอุปกรณ์ต่างรีบเข้าไปในที่พักของพวกเขา
“กำลังเบื่อพอดีเลย”
เวคิสสัมผัสฝักดาบของเขาและแสยะยิ้ม
ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่าง
“อย่าทำอะไรโดยประมาทล่ะ”
“แล้วผมควรจัดการมันตอนไหนครับหัวหน้า?”
“อย่าฆ่าไม่เลือกหน้า มีหลายอย่างที่ต้องทำหลังจากนั้น”
การฆ่ามันเป็นทางเลือกสุดท้าย
ระบบป้องกันฮีโร่มีจนถึงชั้นที่ 40 แม้ว่าฮีโร่จะตายระหว่างการเล่นแบบ PVP แต่พวกเขาก็จะไม่หายไปแน่นอน
"ถึงไงก็เถอะ"
ฉันมองไปด้านข้าง
สมาชิกของปาร์ตี้ที่ 1 รวมถึงเวคิสกำลังรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น
ฉันได้ให้คำแนะนำไปแล้ว และความมุ่งมั่นก็เต็มดวงตาของพวกเขา
“อย่ากังวลจนเกินไป มันไม่ต่างจากภารกิจมากหรอก”
“เราทำมาหลายอย่างแล้ว และนี่ก็แค่เรื่องกระจอกๆเนอะ!”
"เริ่มกันเลย!!"
เจนน่าปลุกใจตัวเองและเดินลงบันไดไป
ออลก้าบ่นอุบอิบและเดินตามไป ส่วนเนเรสซ่าและเวคิสก็ตามไปเช่นกัน ทุกคนยกเว้นฉันต่างก็ลงไปชั้นล่าง
“ไม่จำเป็นต้องลงไปพร้อมกัน”
ฉันตะโกนขึ้นทันที
หากมีคนเสียชีวิตเพียงคนเดียวก็อาจนำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ได้
บทลงโทษสำหรับการตายนั้นก็คือค่าสถานะและทักษะทั้งหมดจะลดลงถาวร มันมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับความตายที่สามารถเปลี่ยนฮีโร่ที่มีแนวโน้มไปในทางที่ดีให้กลายเป็นขยะได้ในทันที
“แค่ฉันคนเดียวพอแล้ว”
ฉันมีแผนสำหรับกรณีฉุกเฉินแล้ว
ที่เหลือก็แค่รอ ฉันสวมถุงมือหนังและค่อยๆ ลงบันไดไป จุดหมายคือรอยแยกของมิติและเวลาบนชั้น 2
ฉันซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและย่อตัวลง
5 นาทีต่อมา
[อันตราย!]
[นายท่าน เรือเหาะที่ไม่ได้รับอนุญาตได้บุกรุกเข้ามาในห้องรอแล้ว!]
[เรือเหาะ 'ทุนนิยมตระกูลโฮ' กำลังทอดสมอ]
ตู้ม!
กระแสน้ำวนแห่งมิติส่องแสงสีฟ้าและด้านหน้าของเรือเหาะก็ปรากฏขึ้น
[นายท่าน ห้องรอไม่มีระบบเตือนภัย]
[ฮีโร่ของนายท่านไม่ทราบถึงการบุกรุกครัง้นี้ หากถูกโจมตีอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ โปรดระวัง!!]
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น
เรือเหาะนั้นมันก็มีขนาดเท่ากับเรือพาณิชย์ขนาดกลาง ยาวประมาณ 10 เมตร เรือเหาะค่อยๆโผล่ออกมาจากกระแสน้ำวนแห่งมิติมีธงอยู่บนเสากระโดงเรือเป็นที่สะดุดตา มีรูปหัวกะโหลกที่มีผ้าปิดตาถูกวาดไว้บนธงสีแดง
“ไม่มีใครอยู่ที่นี่เหรอ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ครั้งนี้เราจะจับได้กี่คน? แค่คิดก็สนุกแล้ว!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากบนเรือเหาะ
เอี๊ยด!! บันไดเริ่มเคลื่อนลงมาที่พื้น
"หื้ม"
ฉันวางมือบนฝักและย่อตัวลงมากขึ้น
ชายห้าคนกำลังลงมาจากบันได พวกเขาสวมชุดเกราะหนังสีแดงและมีอาวุธต่างๆ รวมถึงดาบอยู่บนหลัง
“ที่นี่ไม่มีงานเลี้ยงต้อนรับเราเลย! น่าเบื่อจริงๆ”
“จากประสบการณ์ของฉัน โกดังน่าจะอยู่ที่ชั้น 1!”
ชายร่างเล็กเปิดประตูที่ด้านล่างของเรือเหาะ
และรถเข็นขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
“เอาอันใหญ่มา แล้วใส่เหรียญทองให้เต็มนั้นล่ะ”
“รับทราบ!”
ชายคนนั้นลากรถเข็นออกมายิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันหน้าเพียงสามซี่ของเขาชัดเจน
“นายรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไรกับเจ้าตังยุ่งที่เห็นเหตุการณ์?”
“อ่อ แน่นอน จัดการแค่พอปางตายใช่ไหม?”
"ถูกต้อง เราจำเป็นต้องสังเคราะห์พวกมัน”
“ถ้าพวกนั้นโจมตีเรา…”
“ก็รีบหนีแล้วกลับมาขึ้นเรือ”
'อย่างที่คาดไว้'
พวกมันไม่ได้เตรียมการที่จะเผชิญหน้าอย่างเต็มกำลัง
สิ่งที่พวกมันต้องการคือการปล้นโกดังเท่านั้น
สี่ในห้าของพวกมันลากเกวียนแล้วออกไปทันที
แผนของพวกมันคือลงไปที่โกดังชั้น 1 เพื่อหาทองคำและวัสดุล้ำค่าแล้วกลับมาที่เรือเหาะ หากบังเอิญไปพบกับใครก็ตาม พวกมันจะพยายามปิดปากคนที่เจอทันที พวกมันวางแผนที่จะลักพาตัวหลังจากที่คนที่เห็นเหตุการณ์กลับไปด้วย
'และจากนั้น'
หากสิ่งต่างๆ เริ่มดูไม่ดี คนที่ห้าจะเข้ามาเสริมทันที
บุกแล้วหนี มันเป็นกลยุทธ์ที่อันตรายมาก หากไม่มีระบบเตือนภัยเพื่อแจ้งเตือนฮีโร่เกี่ยวกับการบุกรุกของศัตรู กว่านายท่านจะเข้ามาในระบบ ฮีโร่ในห้องรอของเขาตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“เฮ้อ~”
ชายคนนั้นหาวขณะพิงเรือเหาะ
เขาทำตัวสบายใจมากจนน่าหมั่นไส้ ฉันซ่อนตัวอยู่และค่อยๆเข้าไปใกล้บริเวณเรือเหาะ
“ง่วงชะมัดเลย…หืม?”
“เชี้ย! นั่นใครว่ะ…?”
ฉันคว้าผมของผู้ชายคนนั้นแล้วดึงมันเข้ามาหาตัวเอง แล้วกระแทกเข่าของฉันไปที่หน้ามัน
เสียงฟันแตกดังขึ้น ตามมาด้วยเลือดที่กระเซ็นออกมา จากนั้นฉันก็กระแทกหน้ามันเข้ากับผนังเรือเหาะ
ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! หลังจากที่แขนของหัก ฉันก็โยนเขาลงไปที่พื้น ร่างของชายคนนั้นกระอักเลือดกระจายไปทั่วพื้น
ครืน!
เรือเหาะเริ่มเคลื่อนตัว
ฉันคว้าปลายบันไดแล้วก็กระโดดขึ้นไป
ฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วรีบไปที่ห้องควบคุมทันที
ปัง!
เมื่อฉันเตะประตู ฉันเห็นชายคนหนึ่งกำลังควบคุมอุปกรณ์อยู่บนเรือเหาะ
“แกจะเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรในที่ของคนอื่น?”
“เชี้ย! นี่มันบ้าอะไรกันวะ…!”
ชายคนนั้นดึงกริชแล้วเหวี่ยงออกมา
แต่ฉันหลบมันอย่างง่ายดายและคว้าข้อมือของชายคนนั้นแล้วบิดไปในทิศทางตรงกันข้าม
“อ๊ากกก!”
มันคุกเข่าลงพร้อมข้อมือที่อ่อนแรง
ฉันเตะหน้ามันอย่างแรงเหมือนลูกฟุตบอลจนเลือดกระเซ็นเปื้อนหน้าต่างกระจก
“อึ้ก!”
“พวกแกมากันเจ็ดคนใช่ไหม?”
“ฉัน ฉันไม่รู้...”
ไม่มีทางที่มันจะไม่รู้
ฉันจับข้อมือที่หักของชายคนนั้นแรงกว่าเดิม
"ฮึ้ก!"
"บอกมา ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก”
“อ้าก! เรามาทั้งหมดเจ็ดคน!”
'ไม่มีนักเวทย์เลยสินะ'
ฉันเลียริมฝีปากของฉัน
โฮโลแกรมอันแวววาวปรากฏขึ้นบนแผงอุปกรณ์ตรงหน้าฉัน
ดูเหมือนมันจะอยู่ในโหมดอัตโนมัติ มันเคลื่อนที่ด้วยการควบคุมแบบง่ายๆ ฉันมองลงไปที่ชายที่กำลังกรีดร้องอยู่บนพื้น
“พวกแกจะออกเดินทางกลับห้องรอเมื่อไหร่?”
“อะ เออ ดะ เดิม เดิมทีน่าจะในอีก 10 นาที! แต่เมื่อฉันสัมผัสมัน มันจะเหลือเวลา 5 นาที…”
ตุ้บ!
ฉันฟาดหลังศีรษะของชายคนนั้นด้วยดาบมีด
ชายคนนั้นล้มลงและมีเลือดออกทันที
'มันอยู่ในโหมดอัตโนมัติเหรอ?'
เรื่องชักลำบากมากขึ้นแล้วสิ
ขณะนี้เรือเหาะอยู่ในโหมดสแตนบาย แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง มันจะเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้งโดยอัตโนมัติ และจะกลับคืนสู่ที่เดิม
<ฮาน>
<เกิดอะไรขึ้น?>
“ฉันจัดการได้แล้ว ไม่ต้องการความช่วยเหลือ รอสัก 10 นาทีแล้วกลับไปนอนพักได้เลย”
<นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร? หมายความว่าไงให้ไปนอน?>
ฉันตัดการสื่อสารกับอีดิสทันที