เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)

บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)

บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)


บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)

หลังจากนั้นไม่นาน

ผู้นำของแต่ละปาร์ตี้รวมตัวกันที่ล็อบบี้

ไรมานที่กำลังเลียริมฝีปากพูดออกก่อน

“เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่คนจากห้องรออื่นกำลังมาที่นี่?”

“ใช่”

"เหลือเชื่อ…"

อีดิสพูดขึ้น

“ฮาน ที่นายเรียกพวกเรามา นายต้องมีแผนบางอย่างแน่ๆใช่ไหม?”

“เรามีภารกิจใหม่แล้ว”

ฉันพูดขึ้นหลังจากจิบน้ำนิดๆ

“เราจะปล้นพวกนั้นแทน”

“สงครามงั้นเหรอ?”

คิชาช่าหัวเราะเบาๆ

ฉันส่ายหน้า

“ปาร์ตี้ที่ 1 จะรับมือก่อน คนอื่นๆเตรียมตัวให้พร้อม และหากเกิดอะไรขึ้นค่อยเข้ามาช่วยเมื่อฉันส่งสัญญาณนะ”

“แค่ห้าคนพอเหรอครับ?”

“เหลือๆ”

ไม่จำเป็นต้องออกไปทั้งหมดตั้งแต่ต้น

หากเป้าหมายของพวกนั้นคือการปล้น เราก็จะดำเนินการตามแผนนั้น

การประชุมสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว

ไม่มีอะไรพิเศษมาก ฮีโร่ฝ่ายสนับสนุนมุ่งหน้าไปยังที่พักของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ยกเว้นปาร์ตี้ที่ 1 ฮีโร่จะรอที่โรงงานผลิตอุปกรณ์จนกว่าฉันจะให้สัญญาณแก่พวกเขา

ฉันก้าวออกไปที่จัตุรัส

ใต้พื้นกระจกนั้นสามารถมองเห็นชั้นล่างได้

สมาชิกของโรงงานผลิตอุปกรณ์ต่างรีบเข้าไปในที่พักของพวกเขา

“กำลังเบื่อพอดีเลย”

เวคิสสัมผัสฝักดาบของเขาและแสยะยิ้ม

ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่าง

“อย่าทำอะไรโดยประมาทล่ะ”

“แล้วผมควรจัดการมันตอนไหนครับหัวหน้า?”

“อย่าฆ่าไม่เลือกหน้า มีหลายอย่างที่ต้องทำหลังจากนั้น”

การฆ่ามันเป็นทางเลือกสุดท้าย

ระบบป้องกันฮีโร่มีจนถึงชั้นที่ 40 แม้ว่าฮีโร่จะตายระหว่างการเล่นแบบ PVP แต่พวกเขาก็จะไม่หายไปแน่นอน

"ถึงไงก็เถอะ"

ฉันมองไปด้านข้าง

สมาชิกของปาร์ตี้ที่ 1 รวมถึงเวคิสกำลังรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น

ฉันได้ให้คำแนะนำไปแล้ว และความมุ่งมั่นก็เต็มดวงตาของพวกเขา

“อย่ากังวลจนเกินไป มันไม่ต่างจากภารกิจมากหรอก”

“เราทำมาหลายอย่างแล้ว และนี่ก็แค่เรื่องกระจอกๆเนอะ!”

"เริ่มกันเลย!!"

เจนน่าปลุกใจตัวเองและเดินลงบันไดไป

ออลก้าบ่นอุบอิบและเดินตามไป ส่วนเนเรสซ่าและเวคิสก็ตามไปเช่นกัน ทุกคนยกเว้นฉันต่างก็ลงไปชั้นล่าง

“ไม่จำเป็นต้องลงไปพร้อมกัน”

ฉันตะโกนขึ้นทันที

หากมีคนเสียชีวิตเพียงคนเดียวก็อาจนำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ได้

บทลงโทษสำหรับการตายนั้นก็คือค่าสถานะและทักษะทั้งหมดจะลดลงถาวร มันมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับความตายที่สามารถเปลี่ยนฮีโร่ที่มีแนวโน้มไปในทางที่ดีให้กลายเป็นขยะได้ในทันที

“แค่ฉันคนเดียวพอแล้ว”

ฉันมีแผนสำหรับกรณีฉุกเฉินแล้ว

ที่เหลือก็แค่รอ ฉันสวมถุงมือหนังและค่อยๆ ลงบันไดไป จุดหมายคือรอยแยกของมิติและเวลาบนชั้น 2

ฉันซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและย่อตัวลง

5 นาทีต่อมา

[อันตราย!]

[นายท่าน เรือเหาะที่ไม่ได้รับอนุญาตได้บุกรุกเข้ามาในห้องรอแล้ว!]

[เรือเหาะ 'ทุนนิยมตระกูลโฮ' กำลังทอดสมอ]

ตู้ม!

กระแสน้ำวนแห่งมิติส่องแสงสีฟ้าและด้านหน้าของเรือเหาะก็ปรากฏขึ้น

[นายท่าน ห้องรอไม่มีระบบเตือนภัย]

[ฮีโร่ของนายท่านไม่ทราบถึงการบุกรุกครัง้นี้ หากถูกโจมตีอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ โปรดระวัง!!]

มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น

เรือเหาะนั้นมันก็มีขนาดเท่ากับเรือพาณิชย์ขนาดกลาง ยาวประมาณ 10 เมตร เรือเหาะค่อยๆโผล่ออกมาจากกระแสน้ำวนแห่งมิติมีธงอยู่บนเสากระโดงเรือเป็นที่สะดุดตา มีรูปหัวกะโหลกที่มีผ้าปิดตาถูกวาดไว้บนธงสีแดง

“ไม่มีใครอยู่ที่นี่เหรอ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ครั้งนี้เราจะจับได้กี่คน? แค่คิดก็สนุกแล้ว!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากบนเรือเหาะ

เอี๊ยด!! บันไดเริ่มเคลื่อนลงมาที่พื้น

"หื้ม"

ฉันวางมือบนฝักและย่อตัวลงมากขึ้น

ชายห้าคนกำลังลงมาจากบันได พวกเขาสวมชุดเกราะหนังสีแดงและมีอาวุธต่างๆ รวมถึงดาบอยู่บนหลัง

“ที่นี่ไม่มีงานเลี้ยงต้อนรับเราเลย! น่าเบื่อจริงๆ”

“จากประสบการณ์ของฉัน โกดังน่าจะอยู่ที่ชั้น 1!”

ชายร่างเล็กเปิดประตูที่ด้านล่างของเรือเหาะ

และรถเข็นขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

“เอาอันใหญ่มา แล้วใส่เหรียญทองให้เต็มนั้นล่ะ”

“รับทราบ!”

ชายคนนั้นลากรถเข็นออกมายิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันหน้าเพียงสามซี่ของเขาชัดเจน

“นายรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไรกับเจ้าตังยุ่งที่เห็นเหตุการณ์?”

“อ่อ แน่นอน จัดการแค่พอปางตายใช่ไหม?”

"ถูกต้อง เราจำเป็นต้องสังเคราะห์พวกมัน”

“ถ้าพวกนั้นโจมตีเรา…”

“ก็รีบหนีแล้วกลับมาขึ้นเรือ”

'อย่างที่คาดไว้'

พวกมันไม่ได้เตรียมการที่จะเผชิญหน้าอย่างเต็มกำลัง

สิ่งที่พวกมันต้องการคือการปล้นโกดังเท่านั้น

สี่ในห้าของพวกมันลากเกวียนแล้วออกไปทันที

แผนของพวกมันคือลงไปที่โกดังชั้น 1 เพื่อหาทองคำและวัสดุล้ำค่าแล้วกลับมาที่เรือเหาะ หากบังเอิญไปพบกับใครก็ตาม พวกมันจะพยายามปิดปากคนที่เจอทันที พวกมันวางแผนที่จะลักพาตัวหลังจากที่คนที่เห็นเหตุการณ์กลับไปด้วย

'และจากนั้น'

หากสิ่งต่างๆ เริ่มดูไม่ดี คนที่ห้าจะเข้ามาเสริมทันที

บุกแล้วหนี มันเป็นกลยุทธ์ที่อันตรายมาก หากไม่มีระบบเตือนภัยเพื่อแจ้งเตือนฮีโร่เกี่ยวกับการบุกรุกของศัตรู กว่านายท่านจะเข้ามาในระบบ ฮีโร่ในห้องรอของเขาตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“เฮ้อ~”

ชายคนนั้นหาวขณะพิงเรือเหาะ

เขาทำตัวสบายใจมากจนน่าหมั่นไส้ ฉันซ่อนตัวอยู่และค่อยๆเข้าไปใกล้บริเวณเรือเหาะ

“ง่วงชะมัดเลย…หืม?”

“เชี้ย! นั่นใครว่ะ…?”

ฉันคว้าผมของผู้ชายคนนั้นแล้วดึงมันเข้ามาหาตัวเอง แล้วกระแทกเข่าของฉันไปที่หน้ามัน

เสียงฟันแตกดังขึ้น ตามมาด้วยเลือดที่กระเซ็นออกมา จากนั้นฉันก็กระแทกหน้ามันเข้ากับผนังเรือเหาะ

ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! หลังจากที่แขนของหัก ฉันก็โยนเขาลงไปที่พื้น ร่างของชายคนนั้นกระอักเลือดกระจายไปทั่วพื้น

ครืน!

เรือเหาะเริ่มเคลื่อนตัว

ฉันคว้าปลายบันไดแล้วก็กระโดดขึ้นไป

ฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วรีบไปที่ห้องควบคุมทันที

ปัง!

เมื่อฉันเตะประตู ฉันเห็นชายคนหนึ่งกำลังควบคุมอุปกรณ์อยู่บนเรือเหาะ

“แกจะเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรในที่ของคนอื่น?”

“เชี้ย! นี่มันบ้าอะไรกันวะ…!”

ชายคนนั้นดึงกริชแล้วเหวี่ยงออกมา

แต่ฉันหลบมันอย่างง่ายดายและคว้าข้อมือของชายคนนั้นแล้วบิดไปในทิศทางตรงกันข้าม

“อ๊ากกก!”

มันคุกเข่าลงพร้อมข้อมือที่อ่อนแรง

ฉันเตะหน้ามันอย่างแรงเหมือนลูกฟุตบอลจนเลือดกระเซ็นเปื้อนหน้าต่างกระจก

“อึ้ก!”

“พวกแกมากันเจ็ดคนใช่ไหม?”

“ฉัน ฉันไม่รู้...”

ไม่มีทางที่มันจะไม่รู้

ฉันจับข้อมือที่หักของชายคนนั้นแรงกว่าเดิม

"ฮึ้ก!"

"บอกมา ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก”

“อ้าก! เรามาทั้งหมดเจ็ดคน!”

'ไม่มีนักเวทย์เลยสินะ'

ฉันเลียริมฝีปากของฉัน

โฮโลแกรมอันแวววาวปรากฏขึ้นบนแผงอุปกรณ์ตรงหน้าฉัน

ดูเหมือนมันจะอยู่ในโหมดอัตโนมัติ มันเคลื่อนที่ด้วยการควบคุมแบบง่ายๆ ฉันมองลงไปที่ชายที่กำลังกรีดร้องอยู่บนพื้น

“พวกแกจะออกเดินทางกลับห้องรอเมื่อไหร่?”

“อะ เออ ดะ เดิม เดิมทีน่าจะในอีก 10 นาที! แต่เมื่อฉันสัมผัสมัน มันจะเหลือเวลา 5 นาที…”

ตุ้บ!

ฉันฟาดหลังศีรษะของชายคนนั้นด้วยดาบมีด

ชายคนนั้นล้มลงและมีเลือดออกทันที

'มันอยู่ในโหมดอัตโนมัติเหรอ?'

เรื่องชักลำบากมากขึ้นแล้วสิ

ขณะนี้เรือเหาะอยู่ในโหมดสแตนบาย แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง มันจะเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้งโดยอัตโนมัติ และจะกลับคืนสู่ที่เดิม

<ฮาน>

<เกิดอะไรขึ้น?>

“ฉันจัดการได้แล้ว ไม่ต้องการความช่วยเหลือ รอสัก 10 นาทีแล้วกลับไปนอนพักได้เลย”

<นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร? หมายความว่าไงให้ไปนอน?>

ฉันตัดการสื่อสารกับอีดิสทันที

จบบทที่ บทที่ 241 : ได้ครอบครองทั้งหมดหรือไม่ได้อะไรเลย (2-1)

คัดลอกลิงก์แล้ว