เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 232 : พายุความร้อนทะเลทราย (ตอนที่ 9)

บทที่ 232 : พายุความร้อนทะเลทราย (ตอนที่ 9)

บทที่ 232 : พายุความร้อนทะเลทราย (ตอนที่ 9)


บทที่ 232 : พายุความร้อนทะเลทราย (ตอนที่ 9)

<ข้าเจออันที่สาม แต่ เฮ้ยอะไรว่ะเนี่ย?  >

"เกิดอะไรขึ้น?"

<อุปกรณ์ที่เราเจอมันหายไป>

“มันหายไปงั้นเหรอ?”

ฉันได้ยินเสียงกลไกบางอย่างดังขึ้น

มันคือคริสตัลขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสว่างสีฟ้า

ฉันหัวเราะในลำคอและพูดว่า “เราจะจัดการมันเอง เธอไปต่อเลย”

<ได้!>

หลังจากตัดการเชื่อมต่อ ฉันก็ตะโกนว่า "ทำลายมันซะ!"

"กร๊ากกก!"

พวกมนุษย์กิ้งก่าล้อมคริสตัลนั้นไว้

อย่างไรก็ตามการกระทำเช่นนั้นมันไร้ประโยชน์ เวคิสและเนเรสซ่าที่รีบพุ่งเข้ามาก็สังหารพวกมันห้าตัวไปในชั่วพริบตาเดียว ลูกธนูที่ทะลุโล่ไม้นั้นได้กระชากลมหายใจของพวกมันออกไปทันที และฉันก็รีบเหวี่ยงดาบของฉันตรงไปที่คริสตัลเช่นกัน

ชริ้ง!

เมื่อดาบกระทบเข้ากับคริสตัลมันก็แตกกระจัดกระจาย

กร๊ากกก

[คำเตือน!]

[ 'ระบบป้องกันตัวเอง' ของรูปปั้นก้าวไปสู่ขั้นที่ 3]

ข้างหน้าเราห่างออกไปไม่ถึง 100 เมตร ใบหน้าของรูปปั้นยืนสูงราวกับตึกกำลังบิดเบี้ยว

แสงสีขาวเริ่มรวมตัวกันในดวงตาทั้งสองข้างของมัน

[รูปปั้นโบราณกำลังร่ายเวทย์ 'ลำแสงแห่งดวงตา' !]

“นั้นมันอะไรอีก…?”

ฉันคว้าตัวของออลก้า แล้วผลักเธอให้หลบแสงนั้น

ในเวลาเดียวกัน ฉันก็กดร่างกายตัวเองให้เเนบลงกับพื้นลำแสงสีขาวจากดวงตาของรูปปั้นก็เฉียดพาดผ่านศีรษะของฉันไป มนุษย์กิ้งก่าสามตัวที่โดนลำแสงก็หายไปกลายเป็นความว่างเปล่า

“มีสิ่งแปลก ๆ  มากมายออกมาจากรูปปั้นนั้นเลยแฮะ”

เจนน่าที่หลบอยู่ข้าง ๆ  ฉันพูดด้วยความหงุดหงิด

[ 'บิดดิน (★★★)' กลับสู่อ้อมกอดของเทพธิดาแล้ว! ความกล้าหาญของเขาจะถูกจดจำตลอดไป]

[ 'โรซ่า (★★)' กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ตอนนี้ชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตราย!]

ข้อความประกาศความตายและช่วงเวลาใกล้ตายปรากฏขึ้นทีละข้อความ

“ข้างล่างก็เหมือนกัน”

<ฮาน...มีเวทย์มนตร์แปลก ๆ  เกิดขึ้น…>

“ข้างล่างนั่นมีด้วยเหรอ...ลำแสงแห่งดวงตา?”

<อะไรคือลำแสงแห่งดวงตา?  >

“เอาล่ะ มีอะไรก็บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

<ตอนแรกมันเป็นแค่บัลลิสต้า จากนั้นก็เป็นไฟที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว แต่ครั้งนี้…>

"เข้าใจแล้ว"

ฉันตัดการสื่อสารและลุกขึ้นยืน

ฉันเก็บดาบของฉันและหันไปหาเจนน่า

"เจนน่าคุ้มกันให้ที หัวมันอยู่ไม่ไกล"

เจนน่าพยักหน้าเตรียมพร้อมทันที

เราปีนขึ้นไปบนทางลาด ลูกธนูพุ่งเข้าหามนุษย์กิ้งก่าทั้งสองตัวที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง พวกมันล้มลงโดยมีลูกธนูปักอยู่กลางลำตัว ส่วนเนเรสซ่าที่อยู่ด้านล่างก็จัดการพวกมันด้วยดาบของเธออยากดุเดือด

ฉันกระโดดไปด้านข้างราวกับกำลังเล่นเครื่องเล่นร่อนลม

ฉันหลบลำแสงสีขาว

และฉันวิ่งอีกครั้ง คราวนี้ลำแสงจากตาขวาจุดประกายไฟบนพื้นผิว

"นายพยายามที่จะทำอะไร?"

50 ม.

30 ม.

เมื่อฉันไปถึงระยะ 20 ม. มนุษย์กิ้งก่าที่สวมหมวกก็แทงหอกมาที่ฉัน

ฉันหลบเลี่ยงและหมุนตัวไป 1 ครั้ง และในจังหวะที่เหมาะสมฉันแทงหอกเข้าข้างตัวมนุษย์กิ้งก่าและผลักมันออกไปทันที

ชริ้ง!

ดวงตาของรูปปั้นเริ่มกระพริบอีกครั้ง

ฉันคว้าหอกด้วยมือขวาแล้วโยนมันออกไปเต็มแรง หอกลอยออกไปและแทงเข้าไปที่ดวงตาของรูปปั้น ดวงตาที่เคยเปล่งแสงออกมาก็มืดลงอย่างรวดเร็ว

"โอ้ะ?"

“แสงบ้า ๆ  มันโดนจัดการแล้ว จัดการเรื่องอื่นเลย”

เวคิสพูดขณะที่เขาแทงดาบไปที่คอของมนุษย์กิ้งก่า

“หัวหน้าไปเรียนทักษะแบบนี้มาจากไหน?”

“ก็แค่เรื่องเล็ก ๆ  น้อย ๆ”

ฉันเหวี่ยงดาบออกไปอีกครั้ง

เมื่อมองลงไป ตอนนี้เราดูห่างไกลจากพื้นดินมาก

ตอนนี้พวกเราอยู่ไกลจากพื้นดินเกือบจะหลายร้อยเมตร

ฉันหรี่ตาของฉันลง

วงเวทย์มนตร์ที่พันรอบแขนรูปปั้นเริ่มส่องสว่างมากขึ้นจนตาฉันพร่ามัว

ครืน ! ครืน ครืน!

ทันใดนั้นแขนของมันก็สั่นอย่างรุนแรง

ออลก้าสูญเสียการทรงตัวและเซไปมา ฉันรีบเข้าไปคว้าเธอเอาไว้

“ขะ ขอบคุณมาก ฉันจะเกือบร่วงแล้ว”

“ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเวทย์มนตร์แบบไหน แต่ดูเหมือนว่ามันจะคงอยู่ได้ไม่นาน”

“อย่างน้อยเราก็ต้องไปที่ไหล่รูปปั้นนั้นให้ได้”

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

มนุษย์กิ้งก่าประมาณสิบห้าตัวได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ

ข้าง ๆ  นั้นมีราวบันได ทางเดิน และสะพาน ถ้าเราสร้างสมดุลในการทรงตัวได้จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างปกติ

<อันที่สี่เรียบร้อย!>

ฟู้ววว!

จู่ ๆ  ก็เกิดมีไอน้ำปะทุขึ้นโดยไม่ทันคาดคิด

"กร๊ากกก!"

มนุษย์กิ้งก่าที่โดนไอน้ำก็สะดุดและร่วงลงไป

[เอฟเฟกต์พันธนาการของวัตถุกลายเป็นโมฆะ!]

[รูปปั้นหินโบราณเป็นอิสระจากพลังของเทพธิดา!]

รูปปั้นที่ติดอยู่บนพื้นเริ่มยกกำปั้นขึ้น

ความลาดเอียงระหว่างแขนและไหล่ของมันค่อย ๆ  ชันขึ้น

“ฮาน ดูเหมือนว่าเราจะมีเวลาไม่มากแล้ว ฉันยืนไปไหวแล้ว!”

มนุษย์กิ้งก่าเหวี่ยงดาบมาที่ฉัน

ฉันก้มศีรษะลงเพื่อหลบมัน จากนั้นก็จวงดาบเข้าไปที่ไหล่ของมนุษย์กิ้งก่าแล้วพลิกตัวมันจนมันล้มลงและส่งเสียงโหยหวนออกมา

และฉันก็จบเกมทันที

“ฉันไปก่อนล่ะนะ!”

เจนน่าปีนขึ้นไปบนเส้นทางที่สูงชันราวกับเธอกำลังบิน

กริชในมือของเธอหมุนอย่างรวดเร็วและเข้าจัดการกับพวกนั้นทันที

มนุษย์กิ้งก่าที่โชคร้ายสองตัวล้มลง เลือดของมันกระเซ็นออกมาเป็นวงกว้าง

จากนั้นเนเรสซ่าก็เริ่มเคลื่อนไหว

เธอขว้างมีดทีเดียวเจ็ดเล่มไปที่มนุษย์กิ้งก่าสามตัว

พวกมันกระอักเลือดออกมาและล้มลง เลือดพวกมันกลายเป็นสีม่วงกระจายไปทั่วบริเวณ

จากนั้นเจนน่าและเนเรสซ่าก็ปีนขึ้นไปบนไหล่ของรูปปั้น

กรูนนนนนน

รูปปั้นนั้นส่งเสียงครวญครางออกมาจนแสบแก้วหู

“ออลก้า เวคิส วิ่งเร็ว!”

"แล้วนายล่ะ?"

“ฉันจะไปเป็นคนสุดท้าย”

รูเปิดออกข้างต้นแขน และมนุษย์กิ้งก่าก็โผล่ออกมา

ทันทีที่มนุษย์กิ้งก่ายื่นหัวออกมา ลูกธนูของเจนน่าก็แทงทะลุกะโหลกศีรษะของมัน

เวคิสที่ช่วยพยุงออลก้าก็รีบวิ่งผ่านมนุษย์กิ้งก่าที่กำลังล้มลง

เมื่อมุมของแขนรูปปั้นเข้าใกล้ในระยะ 70 องศา ฉันก็คว้าส่วนที่ยื่นออกมาของแขนมันแล้วดันด้วยเท้า

"กร๊าก!"

มนุษย์กิ้งก่าที่พยายามเหวี่ยงดาบมาที่ฉันล้มลงในแนวดิ่ง

เนเรสซ่าและเจนน่าเอื้อมมือไปดึงเวคิสและออลก้า

“เอาล่ะตาฉันแล้ว”

ฉันเริ่มปีนขึ้นไปบนแขนของรูปปั้น

เมื่อความชันของแขนชันถึง 80 องศา

ฉันคว้าหินด้วยมือเปล่าและตอนนี้ฉันเหมือนกับกำลังปีนหน้าผา

ฉันมองขึ้นไป เจนน่าก็ยื่นมือออกมาจากไหล่ของรูปปั้น

“ไม่มีที่ให้เกาะเลย”

และทางเลือกเดียวของฉันนั้นคือการกระโดดขึ้นไป ฉันผลักตัวเองออกไปอย่างสุดกำลัง

ขณะที่ฉันพยายามคว้าแขนของเจนน่า

ครืนนน!

รูปปั้นหินก็สั่นอย่างรุนแรง

มือของฉันกับเจนน่าหผลุดออกจากกันทันที

"ไม่นะ!! ฮาน!”

ร่างกายของฉันร่วงลงไปโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

“อย่าตกลงไปนะ!”

ตำแหน่งของฉันไม่ดี

ไม่มีที่ไหนที่จะคว้าเพื่อพยุงตัวขึ้นมาได้

“ไม่มีทางที่ฉันจะร่วงลงไปหรอก!”

ฉันกำไบฟรอสต์แล้วแทงมันเข้าไปในช่องว่างของรูปปั้นหิน

ชริ้งงง!

เปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งออกมาขณะที่หินและใบมีดเสียดสีกัน

ใบมีดขูดพื้นผิวของรูปปั้นและฉันก็ไถลลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ฉันไถลลงไปประมาณ 100 เมตร

และฉันก็ชักกริชออกมาจากมือซ้าย

'ฉันจะโจมตีมันภายในครั้งเดียว'

กริชที่ส่องแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดดและแทงทะลุช่องว่างของหินรูปปั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉันบิดดาบยาวในมือขวาเข้าไปในรอยแตกอีกอันเพื่อทรงตัว

ตอนนี้ฉันทรงตัวได้แล้ว

แต่ตัวฉันห้อยอยู่เหนือพื้นดินหลายร้อยเมตรเเทน

สภาพฉันตอนนี้ถูกแขวนไว้กลางอากาศด้วยดาบสองเล่ม

ข้างล่างพื้นนั้นเต็มไปด้วยพายุทรายและเปลวเพลิงที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

[แชะ!]

[จับภาพหน้าจอสำเร็จแล้ว รูปภาพจะถูกบันทึกไว้ในแกลเลอรี่]

'ทำไม...ไรก็ได้ จับภาพหน้าจอเนี่ยนะ?'

จบบทที่ บทที่ 232 : พายุความร้อนทะเลทราย (ตอนที่ 9)

คัดลอกลิงก์แล้ว